นายอัฐพล สัมพันธ์วงศ์ รักษาการประธานหอการค้าจังหวัดนครราชสีมา ได้สรุปภาพรวมสงกรานต์โคราชปีนี้ ตนขอใช้คำว่า “คึกคักแบบกระจุกตัว” แม้บรรยากาศตามหัวเมืองจะดูสนุกสนาน แต่ในเชิงเศรษฐกิจเราพบสัญญาณที่น่าสนใจและต้องเฝ้าระวังอยู่หลายประเด็น ดังนี้
1. สถานการณ์ คนเน้น เย็น-ค่ำ และมาแบบ “เซฟงบ”
ปีนี้ในเขตอำเภอเมือง บริเวณลานย่าโม ถนนราชดำเนิน และตามห้างสรรพสินค้า ยังคงเป็นจุดยุทธศาสตร์หลักที่คนแน่นในช่วงเย็นถึงค่ำครับ แต่ที่น่าสังเกตคือ
-พฤติกรรมเปลี่ยน นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เป็นกลุ่มครอบครัวและกลุ่มเพื่อนที่เน้นเดินทางระยะใกล้ ส่วนใหญ่เลือกซื้อของจากตลาดสดหรือห้างไปล้อมวงกินข้าวกัน ที่มากกว่าการออกไปจับจ่ายข้างนอกแบบเต็มตัวเหมือนปีก่อนๆ
-เสน่ห์ Soft Power: จุดที่ต้องชื่นชมคือการนำวัฒนธรรมอย่าง “ประเพณีแห่พระคันธารราฐ” มาชูโรงคู่กับความบันเทิงสมัยใหม่ ซึ่งดึงดูดกลุ่มคนใจบุญและคนรุ่นใหม่ให้มาอยู่รวมกันได้อย่างลงตัว
2. เปรียบเทียบปี 68
เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ความคึกคักโดยรวมดู ดรอปลง
-เน้นพึ่งทางใจ ปีนี้คนเข้าวัดทำบุญ สะท้อนว่าในภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ ผู้คนต้องการที่พึ่งทางใจควบคู่ไปกับการรื่นเริง
-ระมัดระวังการใช้จ่าย: ยอดต่อหัวค่อนข้างนิ่งครับ เพราะค่าครองชีพที่สูงขึ้นทำให้คนคิดเยอะก่อนควักเงินจ่าย โดยเฉพาะสินค้าที่ไม่จำเป็น
3. ใครคือกลุ่มเป้าหมายหลัก?
-ยังคงเป็น “คนโคราชคืนถิ่น” และนักท่องเที่ยวจากกรุงเทพฯ หรือจังหวัดใกล้เคียงเป็นหลัก
-กลุ่มที่น่าสนใจ: คือกลุ่มนักท่องเที่ยวแบบครอบครัวมาเยี่ยมญาติในโคราชและครอบครัวที่มีเขยต่างชาติ (ยุโรป) ที่เริ่มหันมาสัมผัสสงกรานต์ในหัวเมืองใหญ่อย่างโคราชแทนการไปเมืองท่องเที่ยวหลักอื่นๆ
4. เสียงสะท้อนจากผู้ประกอบการ: “รายได้ไม่เป็นไปตามเป้า”
นี่คือจุดที่น่ากังวลครับ เม็ดเงินหมุนเวียนปีนี้ถือว่าต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้
-โรงแรมอ่วม อัตราเข้าพัก (Occupancy Rate) ทั้งในเมืองและเขาใหญ่เฉลี่ยอยู่ที่ 40-50% เท่านั้น ซึ่งถือว่าน้อยมากสำหรับเทศกาลใหญ่ขนาดนี้
-ต้นทุนกินกำไร แม้ร้านอาหารจะพอขายได้ แต่กำไรหดเพราะค่าใช้จ่ายด้านไฟฟ้าที่พุ่งสูงในช่วงหน้าร้อน บวกกับค่าน้ำมันและวัตถุดิบที่แพงขึ้นเรื่อยๆ จนผู้ประกอบการแทบแบกไม่ไหว
5. ปัจจัยบวกและอุปสรรคที่ต้องเจอ
-ตัวช่วยสำคัญ ถนน M6 ช่วยให้การเดินทางสะดวกขึ้นมาก รวมถึงกิจกรรมดึงดูดอย่าง “การแข่งขันขั่วหมี่โคราช” “การแข่งกินจุ” ที่กลายเป็นสีสันใหม่ที่คนให้ความสนใจ มีนักแข่งมาจากจากทางไกลอีกด้วย
-อุปสรรคตัวสำคัญ คืออากาศที่ร้อนจัดจนคนไม่อยากออกจากบ้านในช่วงกลางวัน และสถานการณ์โลกที่กระทบต่อความมั่นใจในการใช้จ่าย รวมถึงความขัดแย้งและการสู้รบ ทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ส่งผลต่อต้นทุนการเดินทาง
ข้อเสนอแนะและทางออก หลังจบสงกรานต์ ผมเกรงว่าเศรษฐกิจจะซบเซาลงอีก หอการค้าฯ จึงมีข้อเสนอต่อภาคส่วนที่เกี่ยวข้องดังนี้ครับ
1. ต้องมี Event ต่อเนื่อง รัฐต้องเร่งทำ “Event Calendar” ทันที ไม่ใช่จบแค่สงกรานต์แล้วเงียบหาย เน้นดึงกลุ่ม MICE และการท่องเที่ยววันธรรมดามาช่วยพยุงธุรกิจ
2. ช่วยลดภาระต้นทุน: ขอมาตรการดูแลราคาน้ำมันและค่าไฟสำหรับผู้ประกอบการอย่างเป็นรูปธรรม
3. เติมสภาพคล่องรายย่อย: ผลักดัน Soft Loan (สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ) ให้พ่อค้าแม่ค้าและ SME เข้าถึงง่ายขึ้น รวมถึงการ “งดหรือลดค่าเช่าแผง” ในพื้นที่ของรัฐสัก 6 เดือน เพื่อให้เขาได้ลืมตาอ้าปากได้
4. ปรับตัวด้านโลจิสติกส์ เสนอแนวคิด “รวมเที่ยวรถ” และพัฒนา Logistics Hub ในจังหวัด เพื่อลดต้นทุนการขนส่งสินค้า
สุดท้ายนี้ หอการค้าฯ ยังคงเชื่อมั่นในศักยภาพของโคราชครับ หากเราผลักดันเรื่อง “พลังงานสะอาด” ควบคู่ไปกับการรักษาฐานวัฒนธรรมและธรรมชาติ เราจะสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มและทำให้เศรษฐกิจโคราชกลับมาแข็งแกร่งได้อย่างยั่งยืนแน่นอน
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5784777/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw20UMiUAfJIENSw_j2xqkrd
