สงกรานต์เชียงใหม่คึกเฉพาะจุด ภาพรวมท่องเที่ยวซบเซา ต่างชาติวูบเหลือ 10% โรงแรมว่างพุ่ง 40% | เดลินิวส์

สงกรานต์เชียงใหม่คึกเฉพาะจุด ภาพรวมท่องเที่ยวซบเซา-ต่างชาติวูบเหลือ-10%-โรงแรมว่างพุ่ง-40%-|-เดลินิวส์

เมื่อวันที่ 15 เม.ย. นายศุภมิตร กิจจาพิพัฒน์ นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวเชียงใหม่ เปิดเผยว่า แม้ภาพตามแหล่งเล่นน้ำสำคัญ เช่น ถนนท่าแพ และบริเวณหน้าศูนย์การค้าเมญ่า ไลฟ์สไตล์ ชอปปิง เซ็นเตอร์ จะมีผู้คนหนาแน่น แต่เมื่อลงลึกในรายละเอียดพบว่า นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่กว่า 90% เป็นคนไทย โดยเฉพาะคนในพื้นที่และจังหวัดใกล้เคียง ส่วนนักท่องเที่ยวต่างชาติลดลงอย่างเห็นได้ชัด เหลือเพียงประมาณ 10% เท่านั้น

ทั้งนี้ เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงสงกรานต์ปี 2568 พบว่าจำนวนนักท่องเที่ยวปีนี้ลดลงอย่างมาก โดยปัจจัยหลักมาจากภาวะเศรษฐกิจและค่าครองชีพที่สูงขึ้น ราคาน้ำมันที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง รวมถึงราคาตั๋วเครื่องบินที่สูงขึ้น ส่งผลให้ทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติชะลอการเดินทาง

นายศุภมิตร ระบุว่า นักท่องเที่ยวไทยจำนวนไม่น้อยเลือกเดินทางกลับภูมิลำเนาแทนการท่องเที่ยว ขณะที่บางส่วนกังวลค่าใช้จ่าย โดยเฉพาะต้นทุนการเดินทางที่เพิ่มขึ้น ทำให้ต้องรัดเข็มขัดมากขึ้นในช่วงเทศกาล

ส่วนตลาดต่างประเทศได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในต่างประเทศ ทำให้นักท่องเที่ยวเกิดความกังวลด้านความปลอดภัยและการเดินทาง ส่งผลให้ชะลอหรือยกเลิกแผนการเดินทางมายังประเทศไทย อีกทั้งยังมีข้อจำกัดด้านงบประมาณจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว

สำหรับภาคธุรกิจโรงแรมพบว่า อัตราการเข้าพักลดลงเฉลี่ย 30-40% เมื่อเทียบกับปีก่อน ส่งผลให้รายได้ของผู้ประกอบการลดลงตามไปด้วย แม้บางพื้นที่จะมีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก แต่เป็นเพียงจุดกระจุกตัว ไม่ได้กระจายตัวทั่วทั้งจังหวัด

ในส่วนของปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 นั้น นายศุภมิตร มองว่าไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวในช่วงสงกรานต์มากนัก เนื่องจากแนวโน้มสถานการณ์เริ่มคลี่คลายหลังเข้าสู่ช่วงเทศกาล

อย่างไรก็ตาม ภาคเอกชนเสนอให้ภาครัฐเร่งออกมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยว โดยเฉพาะโครงการ “ไทยเที่ยวไทย” รวมถึงการจัดโปรโมชั่นร่วมกับสายการบิน เพื่อกระตุ้นตลาดนักท่องเที่ยวภายในประเทศ และเร่งเปิดตลาดนักท่องเที่ยวใหม่ทดแทนกลุ่มตะวันออกกลางและยุโรปที่หายไป

ทั้งนี้ หลังเทศกาลสงกรานต์จะเข้าสู่ช่วงกรีนซีซั่น ซึ่งเดิมเป็นช่วงที่นักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลางนิยมเดินทางเข้ามาท่องเที่ยว แต่จากสถานการณ์ปัจจุบันทำให้ตลาดดังกล่าวหายไปอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ตลาดยุโรปยังคงชะลอตัวจากความกังวลด้านค่าใช้จ่ายและความปลอดภัย

ผู้ประกอบการประเมินว่า การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวอาจต้องใช้เวลา โดยเฉพาะหากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศยังไม่คลี่คลาย รวมถึงราคาน้ำมันที่ยังอยู่ในระดับสูง ซึ่งอาจต้องใช้เวลาอีก 2-3 ปีจึงจะกลับสู่ภาวะปกติ

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5782553/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3l7MeH9BiPruHV9pIcHWQ5