‘เอนกชัย’ คณะทำงาน รมว.พม. กล่าวปาฐกถาในงานเสวนา Thailand Pride Economy Forum 2026 ย้ำความสำเร็จกฎหมายสมรสเท่าเทียม ชู เศรษฐกิจไพรด์ เชื่อมโอกาส คุณภาพชีวิต และศักดิ์ศรีของทุกคน
‘เอนกชัย เรืองรัตนากร’ คณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวปาฐกถาในงานเสวนา Thailand Pride Economy Forum 2026 จัดโดย Pride Ready Asia™ Pride Economy Thailand และพันธมิตร ที่ True Digital Park เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2569 โดย ‘เอนกชัย’ ได้เผยผ่านสื่อโซเชียลมีเดียว่า [ Thailand Pride Economy Forum 2026: PRIDE MOVE ]
ฟิล์มได้รับเกียรติให้กล่าวปาฐกถาในงานเสวนา Thailand Pride Economy Forum 2026 จัดโดย Pride Ready Asia™ Pride Economy Thailand และพันธมิตร ที่ True Digital Park เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา
ความสำเร็จในการผ่านกฎหมายสมรสเท่าเทียมในสมัยรัฐบาลนายกแพทองธาร ชินวัตร ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญต่อสังคมไทย ทั้งในเชิงโครงสร้างสังคม และในเชิงคุณค่าครับ
ในเชิงโครงสร้างสังคม ถือเป็นการรับประกันว่า “บุคคลทุกเพศ” มีสิทธิก่อตั้งครอบครัว ซึ่งนำมาสู่การปรับปรุง/เปลี่ยนแปลงกฎหมายเพื่อรับรองสิทธิในการก่อตั้งครอบครัวของบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ โดยมีฐานคิดสำคัญในการแก้ไขถ้อยคำในลักษณะที่ไม่บ่งถึงเพศ เช่น แก้ไขคำว่าสามีภริยาเป็น “คู่สมรส” และการแก้ไขคำว่าชายหญิงเป็น “บุคคล” และมุ่งเน้นส่วนที่เกี่ยวกับการสมรสเป็นสำคัญ
ในเชิงคุณค่า สมรสเท่าเทียมมิใช่เพียงการรับรองสิทธิทางกฎหมายของบุคคลหลากหลายเพศ หากแต่สะท้อนถึงความก้าวหน้าของสังคมไทยในการเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และความหลากหลายทางเพศ สนับสนุนให้สังคมเกิดความเชื่อมั่นร่วมกันในการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อความเสมอภาคในทุกมิติของชีวิต เมื่อสังคมยอมรับในความแตกต่างหลากหลายชลทางเพศ และทุกคนรู้สึกปลอดภัย สามารถเปิดเผยตัวตนและเลือกใช้ชีวิตของตนเองได้อย่างภาคภูมิใจ ซึ่ง
ท้ายที่สุดไม่ได้สร้างประโยชน์เฉพาะกลุ่มบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ (LGBTQ+) เท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงการยอมรับในความแตกต่างหลากหลายและการเคารพในคุณค่าของบุคคลทุกเพศ ซึ่งล้วนมีความแตกต่างกัน (ทั้งผู้หญิง ผู้ชาย และบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ)
กระทรวง พม. เป็นหน่วยงานรัฐที่มีพันธกิจสำคัญในการปฏิบัติงาน คือ
(1) เสริมสร้างศักยภาพคนและสร้างความเข้มแข็งของสถาบัน ครอบครัว
(2) เสริมสร้างโอกาสและการคุ้มครองทางสังคมอย่างเท่าเทียม
(3) ส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมและเป็นหุ้นส่วนในการพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน รวมทั้งมีวิสัยทัศน์ คือ ประชาชนเข้าถึงโอกาส และการคุ้มครองทางสังคม มีความมั่นคงในชีวิต
ดังนั้น กระทรวง พม. จึงให้ความสำคัญกับการสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีและสังคมที่มีคุณภาพ เฝ้าระวังและดูแลผู้คนในสังคมทุกเพศ ทุกช่วงวัย ทำหน้าที่ให้บริการประชาชนทั้งด้านสวัสดิการและการคุ้มครองสิทธิด้วยความเข้าใจ รวมถึงพัฒนาบุคลากรในสังกัดให้มีการสื่อสารและการใช้ภาษาที่สุภาพและเป็นกลาง พิทักษ์สิทธิและส่งเสริมให้เกิดสังคมแห่งความเท่าเทียมระหว่างเพศอย่างต่อเนื่อง
ผลการดำเนินงานสำคัญ เช่น
1 การประกาศใช้ พ.ร.บ.ความเท่าเทียมระหว่างเพศ เมื่อปี 2558 เป็นกลไกสำคัญในการประสานความร่วมมือกับทุกภาคส่วนเพื่อคุ้มครองผู้ถูกเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมระหว่างเพศ และป้องกันมิให้มีการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมระหว่างเพศ [ซึ่งหมายถึง การกระทำ หรือไม่กระทำการใดอันเป็นการ แบ่งแยก กีดกัน หรือจำกัดสิทธิทั้งทางตรงและทางอ้อม โดยปราศจากความชอบธรรมเพราะเหตุที่บุคคลนั้นเป็นชาย หญิง หรือมีการแสดงออกที่แตกต่างทางเพศโดยกำเนิด]
หากบุคคลใดได้รับหรือจะได้รับความเสียหายการจากเลือกปฏิบัติด้วยเหตุแห่งเพศ สามารถยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการวินิจฉัยการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมระหว่างเพศ (คณะกรรมการ วลพ.) เพื่อให้วินิจฉัยและรับการคุ้มครอง หรือชดเชยและเยียวยาจากการเป็นผู้เสียหายจากการถูกเลือกปฏิบัติด้วยเหตุแห่งเพศได้ โดยมีการจัดตั้งกองทุนส่งเสริมความเท่าเทียมระหว่างเพศเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานตาม พ.ร.บ.
2 การจัดทำกฎหมายเพื่อการรับรองเพศ เนื่องจาก พม. ตระหนักถึงปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของกลุ่มบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ อาทิ ปัญหาการใช้คำนำหน้านามในเอกสารราชการไม่ตรงกับเพศสภาพที่ปรากฏ ปัญหาในการเข้ารับบริการทั้งจากภาครัฐและเอกชน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการ
3 การสนับสนุนงบประมาณ กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว โดยกองทุนส่งเสริมความเท่าเทียมระหว่างเพศ ได้มีการจัดสรรงบประมาณเพื่อให้หน่วยงาน/องค์กร สามารถเสนอโครงการ/กิจกรรมซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อขับเคลื่อนประเด็นเกี่ยวกับความเท่าเทียมระหว่างเพศ
4 การส่งเสริมให้มีกลไกส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างหญิงชายในระบบราชการ โดยกำหนดให้มีการแต่งตั้งผู้บริหารด้านการส่งเสริมความเสมอภาคหญิงชาย (CGEO) และมีศูนย์ประสานงานด้านการส่งเสริมความเสมอภาคหญิงชาย (GFP) ในหน่วยงานภาครัฐระดับกระทรวง/กรม และขณะนี้ได้มีการขับเคลื่อนให้เกิดการจัดตั้งศูนย์ส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศ (Gender Equality Center) ในระดับจังหวัด
อย่างไรก็ตาม การสร้างสังคมแห่งความเท่าเทียมระหว่างเพศดังกล่าว ให้ประสบผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรมต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนของสังคม กิจกรรมที่ทุกภาคส่วนร่วมกันจัดขึ้นจึงถือเป็นโอกาสสำคัญที่สะท้อนให้ประชาชนและสังคมเห็นว่า ทุกภาคส่วนพร้อมที่จะส่งเสริมความเท่าเทียมระหว่างเพศให้เกิดในประเทศไทยอย่างจริงจัง และ พม. พร้อมรับฟังปัญหา ความคิดเห็น และข้อเสนอแนะจากทุกฝ่ายเพื่อพัฒนาการดำเนินงาน รวมทั้งพร้อมประสานความร่วมมือกับทุกภาคส่วนเพื่อผลักดันมาตรการกลไกและขจัดอุปสรรคซึ่งเป็นผลมาจากความแตกต่างหลากหลายทางเพศ และปัจจัยซ้อนทับอื่นๆ เพราะต้องการให้ทุกคนทุกเพศสามารถเข้าถึงสิทธิ โอกาส และทรัพยากรอย่างเต็มที่และเกิดความเสมอภาคในสังคมไทยอย่างแท้จริง
ขอบคุณ Pride Ready Asia™ ที่จัดพื้นที่ให้เกิดการสื่อสาร แลกเปลี่ยน และถ่ายทอดประสบการณ์ เพื่อขับเคลื่อนประเด็นด้านความเท่าเทียมระหว่างเพศ โดยยืนยันว่า ไพรด์จะไม่ถูกจำกัดอยู่เพียงแค่ช่วงเวลาหนึ่งๆของปี แต่เราจะร่วมกันขับเคลื่อนประเด็นนี้ในทุกวัน เพราะ Pride nevers expires ครับ
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://voicetv.co.th/read/75aAHKHic&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1j1_EDMKqK5xqqHVkKx-nW
