เศรษฐกิจไทยครึ่งปีแรก 2569 แม้ตัวเลขส่งออกและ GDP ยังขยายตัว แต่ภาคธุรกิจเอกชนกลับสะท้อนภาพ “ฟื้นไม่ทั่วถึง” และเดินหน้าแบบ K-Shape ขณะที่ครึ่งปีหลังยังต้องเผชิญแรงกดดันจากเศรษฐกิจโลก ภูมิรัฐศาสตร์ และปัญหาเชิงโครงสร้าง ซึ่งภาคเอกชนขอให้ภาครัฐเร่งปฏิรูปและสร้างความเชื่อมั่นเพื่อประคองการเติบโต
ดึงความเชื่อมั่นท่องเที่ยว-คุมค่าเงินบาท
ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า เป้าหมายเร่งด่วนใน 6 เดือนข้างหน้า รัฐบาลต้องสร้างบรรยากาศความปลอดภัย เพื่อดึงนักท่องเที่ยวจีนและต่างชาติให้กลับมาถึงเป้าหมาย 40 ล้านคน เนื่องจากประเมินตัวเลขน่ากังวลว่าอาจเหลือเพียง 33 ล้านคนเท่านั้น
ขณะที่ภาคส่งออก ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ต้องดูแลเสถียรภาพค่าเงินบาทให้อยู่ในทิศทางอ่อนค่า จากปีที่ผ่านมาค่าเงินบาทของไทยแข็งค่าที่สุดในอาเซียน ซึ่งเชื่อว่าหากการเมืองเสถียรและมีการขับเคลื่อน “วาระแห่งชาติ” ร่วมกัน ไทยจะสามารถผ่านพ้นวิกฤตใน 2-3 ปีข้างหน้าไปได้
เศรษฐกิจไทย K-Shape จี้เร่งปฏิรูปดึงลงทุน
นายธวัชชัย เศรษฐจินดา กรรมการเลขาธิการ หอการค้าไทย กล่าวว่า ภาพรวมเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งปีแรกยังเผชิญแรงกดดันจากปัญหาเชิงโครงสร้าง แม้ตัวเลขการส่งออกและ GDP ขยายตัว แต่ยังไม่กระจายสู่ผู้ประกอบการรายย่อยและแรงงานฐานราก สะท้อนเศรษฐกิจแบบ K-Shape ที่ธุรกิจขนาดใหญ่และอุตสาหกรรมใหม่เติบโต ขณะที่ SME และธุรกิจดั้งเดิมยังชะลอตัว ส่งผลให้กำลังซื้อภายในประเทศอ่อนแอ
ส่วนครึ่งปีหลัง เศรษฐกิจไทยยังต้องเผชิญความท้าทาย โดยภาคเอกชนคาดว่า GDP ปี 2569 จะขยายตัว 1.6-2.0% โดยเสนอให้รัฐบาลเร่งปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจผ่าน 4 ด้านสำคัญ ได้แก่ การค้า กฎระเบียบ และการอำนวยความสะดวกในการทำธุรกิจ การพัฒนาทุนมนุษย์ และการลงทุน เพื่อยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ
ทั้งนี้ จากการที่ไทยเป็นเจ้าภาพการประชุมระดับโลกของ World Bank, IMF และ AEC Business Forum ซึ่งจะเป็นเวทีสร้างความเชื่อมั่นและดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ ควบคู่กับการผลักดันประเทศไทยสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว
ชี้เศรษฐกิจโตไม่ทั่วถึง โรงงานยังฟื้นช้า
นายปณิธาน ปวโรฬารวิทยา เลขาธิการ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งปีแรกยังเติบโตแบบ K-Shape แม้ตัวเลข GDP และการส่งออกขยายตัว แต่แรงขับเคลื่อนหลักมาจากการลงทุนของบริษัทต่างชาติในอุตสาหกรรมดิจิทัล อิเล็กทรอนิกส์ และ Data Center ขณะที่ผู้ประกอบการไทยส่วนใหญ่ โดยเฉพาะ SMEs และอุตสาหกรรมดั้งเดิม ยังเผชิญต้นทุนสูง สินค้านำเข้าราคาถูก และกำลังการผลิตที่ลดลงต่ำกว่า 60%
ขณะที่ครึ่งปีหลัง ภาวะเศรษฐกิจยังเผชิญความผันผวนจากปัจจัยต่างประเทศ โดยเฉพาะทิศทางเศรษฐกิจโลกและราคาพลังงาน แต่เชื่อว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐกับเอกชนผ่านกลไก กรอ. จะช่วยประคองภาคธุรกิจและทำให้ผู้ประกอบการรายย่อยเริ่มฟื้นตัวได้ในช่วง 3-6 เดือนข้างหน้า
จี้เร่งเครื่อง ดันเที่ยว-ลงทุนใหม่พยุงจีดีพี
นายยศกร ฟอลเล็ต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เอ็กซ์สปริง จำกัด สะท้อนว่า ภาพรวมเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งปีหลังยังมีโอกาสฟื้นตัวได้ หากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐเดินหน้าได้ตามแผน โดยเฉพาะโครงการที่สามารถสร้างผลคูณทางเศรษฐกิจ หรือ multiplier effect และทำให้เม็ดเงินหมุนเวียนลงสู่ระบบเศรษฐกิจได้จริง
หนึ่งในปัจจัยสำคัญคือ นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านวงเงินกู้ 400,000 ล้านบาท หากรัฐบาลสามารถออกแบบโครงการให้เกิดการใช้จ่ายจริง และเชื่อมโยงกับโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ได้อย่างเป็นรูปธรรม จะช่วยประคองตัวเลขเศรษฐกิจในไตรมาส 3 และไตรมาส 4 ให้ปรับตัวดีขึ้น
ขณะเดียวกัน ภาคการท่องเที่ยว ยังคงเป็นแรงหนุนสำคัญของเศรษฐกิจไทยในครึ่งปีหลัง โดยเฉพาะหากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยได้ในระดับสูง และมีการใช้จ่ายเพิ่มขึ้น จะช่วยกระจายรายได้ไปยังโรงแรม ร้านอาหาร ค้าปลีก ขนส่ง และธุรกิจบริการในพื้นที่ท่องเที่ยว
ผศ.ดร.เกียรติอนันต์ ล้วนแก้ว คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ชี้ให้เห็นว่านโยบายเศรษฐกิจปัจจุบันอย่าง “ไทยช่วยไทย พลัส” เป็นเพียงการประคองเศรษฐกิจ ไม่ใช่การกระตุ้นที่ยั่งยืน เนื่องจากตัวคูณทวีทางการคลังต่ำ เงินหมุนเวียนไม่กี่ทอดก็ไหลกลับสู่รายใหญ่
สิ่งที่รัฐบาลต้องทำในครึ่งปีหลังคือการช่วยเหลือผู้ประกอบการ SME แบบมุ่งเป้า เพื่อรักษาการจ้างงานและเพิ่มฐานภาษี โดยต้องใจแข็งพอที่จะช่วยกลุ่มที่พร้อมจะกลับมาวิ่งได้ก่อน เพื่อเป็นฐานให้คนอื่นตามไป
ตลาดอสังหาฯครึ่งหลังยังท้าทาย
ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ กรรมการผู้จัดการ บมจ.เสนาดีเวลลอปเม้นท์ (SENA) มองว่าเศรษฐกิจไทยยังเผชิญความท้าทายท่ามกลางแรงกดดันจากเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว โดยโจทย์สำคัญไม่ได้อยู่ที่การฟื้นตัวในระยะสั้น แต่คือการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ หลังไทยหยุดนิ่งมาระยะหนึ่ง ขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านเร่งพัฒนาและก้าวขึ้นมาแข่งขันได้อย่างรวดเร็ว จึงเห็นว่ารัฐบาลควรกำหนดทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจที่ชัดเจน พร้อมเดินหน้าแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างเพื่อสร้างรากฐานการเติบโตในระยะยาวและฟื้นความเชื่อมั่น ของภาคธุรกิจและนักลงทุน
นายอุทัย อุทัยแสงสุข กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.แสนสิริ มองว่าเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งปีหลังยังเผชิญปัจจัยกดดันทั้งจากความขัดแย้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่ยืดเยื้อ ซึ่งส่งผลต่อต้นทุนค่าก่อสร้างและค่าขนส่ง รวมถึงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจภายในประเทศที่ยังเป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป แม้ภาคการส่งออกและการท่องเที่ยวจะเริ่มมีสัญญาณดีขึ้น แต่ยังไม่เพียงพอที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญต่อภาพรวมเศรษฐกิจ
จี้รัฐสร้างเชื่อมั่นดึงลงทุนฟื้นเศรษฐกิจ
นายกรณ์ ณรงค์เดช ประธานคณะกรรมการบริหาร บมจ.ไรมอน แลนด์ มองว่า แม้เศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งปีหลังจะเริ่มมีสัญญาณฟื้นตัวและผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) แต่ยังเติบโตต่ำกว่าหลายประเทศในภูมิภาค โดยปัจจัยที่กดดันการฟื้นตัวในเวลานี้ไม่ใช่ภาวะเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว หากแต่เป็นความไม่แน่นอนที่ส่งผลให้ทั้งผู้บริโภคและนักลงทุนชะลอการตัดสินใจ ส่งผลให้เม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจลดลงและกิจกรรมทางเศรษฐกิจชะลอตัวตามไปด้วย
ทั้งนี้ การฟื้นเศรษฐกิจไทยจำเป็นต้องอาศัยแรงขับจากเงินลงทุนต่างประเทศควบคู่กับการบริโภคภายในประเทศ โดยภาครัฐควรเร่งสร้างความเชื่อมั่นผ่านนโยบายที่มีความชัดเจนและต่อเนื่อง เพื่อดึงดูดการลงทุนระยะยาว พร้อมใช้ศักยภาพของไทยด้านการท่องเที่ยว วัฒนธรรม และภาพลักษณ์ประเทศที่ได้รับความสนใจจากชาวต่างชาติเป็นจุดแข็งในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน หากสามารถผลักดันการลงทุนและการท่องเที่ยวควบคู่กันได้ จะเป็นกลไกสำคัญในการกระตุ้นการหมุนเวียนของเม็ดเงินและช่วยหนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในภาพรวม
ค้าปลีกห่วงกำลังซื้อซึมยาว
นายสมชาย พรรัตนเจริญ ประธานกิตติมศักดิ์ สมาคมการค้าส่ง-ปลีกไทย ประเมินว่า เศรษฐกิจครึ่งปีหลังอยู่ในภาวะน่ากังวล กำลังซื้อมีแนวโน้มซบเซาต่อเนื่อง จากผลกระทบของแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างชาติ ต้นทุนค่าครองชีพ ภัยแล้ง และปัญหาเชิงโครงสร้าง หากรัฐไม่เร่งแก้ไขอย่างตรงจุด เศรษฐกิจอาจชะลอตัวต่อเนื่องอีกหลายปี
สอดรับกับ นายปัทม์ พงษ์-วิทยาพิพัฒน์ ผู้จัดการทั่วไปเดอะ พิซซ่า คอมปะนี กล่าวว่า แม้ต้นทุนเริ่มผ่อนคลายจากราคาน้ำมัน แต่ผู้บริโภคยังใช้จ่ายอย่างระมัดระวัง เน้นความคุ้มค่าและเลือกสินค้าขนาดเล็กมากขึ้น ส่งผลให้ผู้ประกอบการต้องปรับกลยุทธ์ พร้อมเดินหน้าขยายสาขาเฉพาะทำเลที่มีศักยภาพเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจ
เช่นเดียวกับ นายกิจจา วงศ์วารี กรรมการบริหาร อโรม่า กรุ๊ป มองว่า เศรษฐกิจไทยอยู่ในช่วง “รีเซ็ต” และอาจต้องใช้เวลาอีกประมาณ 3 ปีจึงจะฟื้นตัวชัดเจน โดยยังเผชิญแรงกดดันจากหนี้ครัวเรือน ภาคอสังหาริมทรัพย์ และความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก แม้คาดหวังมาตรการกระตุ้นของรัฐจะช่วยพยุงการใช้จ่ายได้ในระยะสั้น แต่การฟื้นตัวอย่างยั่งยืนยังขึ้นอยู่กับการกลับมาของกำลังซื้อและความเชื่อมั่นผู้บริโภค
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/economy/trade-agriculture/663419&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2o-KlyGobjLaMT7_n_VmEI
