
ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) เปิดเผยรายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจ หรือ Beige Book ฉบับล่าสุดเมื่อวันพุธ (15 ก.ค.) โดยระบุว่า เศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง แม้แรงกดดันด้านเงินเฟ้อยังเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา ก่อนการประชุมนโยบายการเงินในอีก 2 สัปดาห์ข้างหน้า
รายงานซึ่งรวบรวมข้อมูลจากเฟดทั้ง 12 เขต ระบุว่า การจ้างงานยังคงเพิ่มขึ้น แต่ยังไม่ส่งผลให้ค่าจ้างปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่การเพิ่มขึ้นของราคาสินค้าและบริการในทุกเขตยังทรงตัวหรือชะลอลงเมื่อเทียบกับรอบการรายงานก่อนหน้า
เฟดระบุว่า ผู้ให้ข้อมูลส่วนใหญ่ยังคาดว่า เศรษฐกิจจะขยายตัวต่อไปในช่วงหลายเดือนข้างหน้า อย่างไรก็ตาม หลายเขตมองว่า ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับต้นทุนเชื้อเพลิงยังคงอยู่ในระดับสูง
ส่วนมุมมองต่อเงินเฟ้อแตกต่างกันไปในแต่ละภูมิภาค โดยผู้ให้ข้อมูลบางส่วนคาดว่าเงินเฟ้อจะทรงตัวในระดับปัจจุบัน ขณะที่บางส่วนเชื่อว่าเงินเฟ้อจะชะลอลง ซึ่งเป็นผลจากราคาพลังงานที่ลดลงในช่วงที่ผ่านมา
ราคาพลังงานปรับตัวลงในเดือนมิ.ย. หลังสหรัฐฯ และอิหร่านบรรลุข้อตกลงสันติภาพเบื้องต้น ซึ่งช่วยบรรเทาแรงกดดันด้านเงินเฟ้อตามข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุด แต่การกลับมาปะทะกันอีกครั้งในเดือนนี้ได้ผลักดันให้ราคาน้ำมันสูงขึ้น และทำให้ความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อกลับมาอีกครั้ง
ในการประชุมนโยบายการเงินเมื่อวันที่ 16-17 มิ.ย. กรรมการกำหนดนโยบายของเฟดประมาณครึ่งหนึ่งคาดว่า เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างน้อย 1 ครั้งภายในสิ้นปี 2569 เพื่อรับมือกับเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับสูง
ขณะที่ เควิน วอร์ช ประธานเฟด ยังไม่ได้เปิดเผยมุมมองเกี่ยวกับแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยของตนเอง แต่ได้ยืนยันหลายครั้งว่า เขามุ่งมั่นที่จะทำให้เงินเฟ้อกลับสู่ภาวะมีเสถียรภาพด้านราคา และเชื่อว่าเฟดมีเครื่องมือเพียงพอที่จะบรรลุเป้าหมายดังกล่าว โดยเขาย้ำจุดยืนนี้อีกครั้งระหว่างการแถลงต่อรัฐสภาเมื่อวันอังคาร (14 ก.ค.) และวันพุธ (15 ก.ค.)
โดย กัลยาณี ชีวะพานิช/กนิษฐ์นุช สิริสุทธิ์
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2026/616304&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2CkWxUSnCYHWectx9Jhy2P
