อัปเดตดัชนีเศรษฐกิจสำคัญ น้ำมันโลกพุ่ง WTI ทะลุ 101 ดอลลาร์  จับตาตะวันออกกลาง ฉุดหุ้นนิวยอร์กร่วง เปิดราคาน้ำมันไทย 4 ปั๊ม – สยามรัฐ

อัปเดตดัชนีเศรษฐกิจสำคัญ-น้ำมันโลกพุ่ง-wti-ทะลุ-101-ดอลลาร์- จับตาตะวันออกกลาง-ฉุดหุ้นนิวยอร์กร่วง-เปิดราคาน้ำมันไทย-4-ปั๊ม-–-สยามรัฐ
อัปเดตดัชนีเศรษฐกิจสำคัญ น้ำมันโลกพุ่ง WTI ทะลุ 101 ดอลลาร์  จับตาตะวันออกกลาง ฉุดหุ้นนิวยอร์กร่วง เปิดราคาน้ำมันไทย 4 ปั๊ม – สยามรัฐ

ตลาดการเงินโลกเตรียมรับมือความผันผวนในการซื้อขายวันจันทร์ที่ 19 ตุลาคม 2569 หลังราคาน้ำมันดิบพุ่งขึ้นอย่างรุนแรงจากความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ขณะที่ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลดลงทั้ง 3 ดัชนี โดยเฉพาะ Nasdaq ที่ร่วงลงกว่า 2% จากแรงขายหุ้นเทคโนโลยีและหุ้นที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับภาระหนี้สินและผลตอบแทนจากการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน AI

สถานการณ์ดังกล่าวทำให้นักลงทุนต้องติดตามความเคลื่อนไหวของราคาพลังงาน ทิศทางเงินเฟ้อ และแนวโน้มเศรษฐกิจโลกอย่างใกล้ชิด ขณะที่ประชาชนในประเทศไทยสามารถตรวจสอบราคาน้ำมันขายปลีกจากสถานีบริการ ปตท. บางจาก พีที และเชลล์ เพื่อวางแผนค่าใช้จ่ายด้านพลังงานได้เช่นกัน

ตลาดน้ำมันดิบโลกปิดพุ่งแรงเมื่อวันศุกร์ที่ 16 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยสัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์ก ส่งมอบเดือนพฤศจิกายน เพิ่มขึ้น 3.44 ดอลลาร์ หรือ 3.51% ปิดที่ 101.41 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นระดับปิดสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 17 กันยายน 2569 ขณะที่สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ส่งมอบเดือนธันวาคม เพิ่มขึ้น 3.94 ดอลลาร์ หรือ 3.72% ปิดที่ 109.86 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดยระหว่างวันราคาพุ่งแตะ 110 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม และปิดที่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 19 พฤษภาคม

แรงซื้อที่กลับเข้าสู่ตลาดน้ำมันสะท้อนถึงความกังวลของนักลงทุนเกี่ยวกับความเสี่ยงด้านอุปทาน โดยเฉพาะสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการผลิต การขนส่ง และเส้นทางส่งออกน้ำมันที่สำคัญของโลก หากความขัดแย้งขยายวงกว้างจนทำให้ปริมาณน้ำมันที่เข้าสู่ตลาดลดลงจริง อาจเพิ่มความตึงตัวของอุปทานและผลักดันให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง

อีกหนึ่งปัจจัยที่ตลาดจับตาคือความสามารถของรัสเซียในการเพิ่มการส่งออกน้ำมันดีเซล โดยมีการระบุว่ารัสเซียอาจเพิ่มปริมาณส่งออกได้ถึง 3.0–3.5 ล้านตันต่อเดือนภายในสิ้นปี 2569 หากดำเนินการได้ตามเป้าหมาย อาจช่วยบรรเทาความตึงตัวของตลาดผลิตภัณฑ์น้ำมันบางส่วน อย่างไรก็ตาม น้ำมันดีเซลเป็นผลิตภัณฑ์ที่แตกต่างจากน้ำมันดิบ การเพิ่มปริมาณส่งออกดีเซลจึงไม่ได้หมายความว่าอุปทานน้ำมันดิบจะเพิ่มขึ้นในสัดส่วนเดียวกัน

ขณะเดียวกัน ราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูงอาจกลายเป็นแรงกดดันต่อเศรษฐกิจโลก เนื่องจากเพิ่มต้นทุนให้กับภาคขนส่ง ภาคอุตสาหกรรม และผู้บริโภค โดยสำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) คาดการณ์ว่าอุปสงค์น้ำมันโลกในไตรมาส 4 ปี 2569 จะลดลง 2.5 ล้านบาร์เรลต่อวันเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และประเมินว่าความต้องการใช้น้ำมันเฉลี่ยตลอดปี 2569 จะลดลง 2.6 ล้านบาร์เรลต่อวันตามข้อมูลที่ระบุไว้ในรายงานต้นทาง

สำหรับแนวโน้มราคาน้ำมันก่อนเปิดตลาดวันที่ 19 ตุลาคม 2569 ยังคงมีความผันผวนสูง โดยระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลของ WTI และ 110 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลของเบรนท์เป็นระดับสำคัญทางจิตวิทยาที่ต้องติดตาม หากความขัดแย้งในตะวันออกกลางรุนแรงขึ้นหรือการขนส่งน้ำมันได้รับผลกระทบ ราคามีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อ แต่หากสถานการณ์คลี่คลายและมีสัญญาณอุปทานเพิ่มขึ้น นักลงทุนอาจขายทำกำไร ส่งผลให้ราคาย่อตัวได้เช่นกัน

ด้านตลาดหุ้นนิวยอร์ก ดัชนีหลักทั้ง 3 ตลาดปิดลดลงในการซื้อขายวันศุกร์ที่ 16 ตุลาคม 2569 โดยดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 52,002.41 จุด ลดลง 175.28 จุด หรือ 0.34% ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 7,659.44 จุด ลดลง 84.62 จุด หรือ 1.09% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 26,140.03 จุด ลดลง 572.99 จุด หรือ 2.14%

แรงขายหุ้นเทคโนโลยีส่งผลให้ Nasdaq ปรับตัวลงหนักที่สุด ขณะที่ดัชนี S&P 500 เผชิญแรงกดดันจากหุ้นกลุ่มบริการสื่อสารที่ลดลง 2.52% และกลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศที่ลดลง 2.38% นอกจากนี้ S&P 500 ยังปรับตัวลงรายสัปดาห์รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่เดือนมกราคม ส่วน Nasdaq ลดลงรายสัปดาห์มากที่สุดนับตั้งแต่เดือนมิถุนายน และปรับตัวลงมากกว่า 4% ตลอดทั้งสัปดาห์

ปัจจัยสำคัญที่กดดันตลาดคือความกังวลเกี่ยวกับภาระหนี้สินและผลตอบแทนจากการลงทุนในธุรกิจ AI โดยเฉพาะบริษัทที่ต้องใช้เงินทุนจำนวนมากเพื่อพัฒนาศูนย์ข้อมูล ระบบประมวลผล และจัดซื้อชิปประสิทธิภาพสูง หุ้นของ CoreWeave, Broadcom และบริษัทที่เกี่ยวข้องเผชิญแรงขาย ท่ามกลางคำถามว่ารายได้และกำไรในอนาคตจะเติบโตเพียงพอรองรับต้นทุนการลงทุนและภาระทางการเงินหรือไม่

แรงขายดังกล่าวไม่ได้หมายความว่าความต้องการเทคโนโลยี AI จะลดลงทั้งหมด แต่สะท้อนว่านักลงทุนเริ่มให้ความสำคัญกับความสามารถในการทำกำไร กระแสเงินสด และฐานะทางการเงินของบริษัทมากขึ้น หากแรงขายหุ้นเทคโนโลยียังคงต่อเนื่อง Nasdaq อาจเผชิญแรงกดดันมากกว่าดัชนีอื่น ขณะที่ S&P 500 มีโอกาสได้รับผลกระทบตามไปด้วย

นอกจากปัจจัยด้านเทคโนโลยี ราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นยังเพิ่มความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อของสหรัฐฯ หากต้นทุนพลังงานสูงต่อเนื่อง อาจทำให้ต้นทุนการผลิตและขนส่งเพิ่มขึ้น รวมถึงทำให้การควบคุมเงินเฟ้อทำได้ยากขึ้น ซึ่งอาจส่งผลต่อการดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)

ในระยะสั้น นักลงทุนจึงต้องติดตามทั้งราคาน้ำมัน ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ข้อมูลเศรษฐกิจ และทิศทางหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ โดยหุ้นกลุ่มพลังงานอาจได้รับประโยชน์จากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ขณะที่สายการบิน ธุรกิจขนส่ง และกิจการที่มีต้นทุนเชื้อเพลิงสูงอาจเผชิญแรงกดดันต่อกำไร ทั้งนี้ ตลาดยังมีโอกาสฟื้นตัวได้หากแรงขายชะลอตัวและมีแรงซื้อกลับ แต่ยังไม่ควรสรุปว่าการปรับตัวขึ้นในระยะสั้นจะเป็นการกลับเข้าสู่แนวโน้มขาขึ้นอย่างยั่งยืน

สำหรับราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศไทย ข้อมูลประจำวันที่ 18 ตุลาคม 2569 ที่ให้มาระบุราคาจากสถานีบริการน้ำมัน 4 แห่ง ได้แก่ ปตท. บางจาก พีที และเชลล์ โดยมีรายละเอียดดังนี้

ปั๊ม ปตท. (PTT) จำหน่ายแก๊สโซฮอล์ 95 ราคา 41.44 บาทต่อลิตร แก๊สโซฮอล์ E20 ราคา 35.69 บาทต่อลิตร แก๊สโซฮอล์ E85 ราคา 31.63 บาทต่อลิตร แก๊สโซฮอล์ 91 ราคา 41.07 บาทต่อลิตร ดีเซลหมุนเร็วธรรมดา ราคา 42.94 บาทต่อลิตร และเบนซิน ราคา 50.43 บาทต่อลิตร

ปั๊มบางจาก (Bangchak) จำหน่ายแก๊สโซฮอล์ 95 ราคา 41.44 บาทต่อลิตร แก๊สโซฮอล์ E20 ราคา 35.69 บาทต่อลิตร แก๊สโซฮอล์ E85 ราคา 31.63 บาทต่อลิตร แก๊สโซฮอล์ 91 ราคา 41.07 บาทต่อลิตร ดีเซลหมุนเร็วธรรมดา ราคา 42.94 บาทต่อลิตร และดีเซลพรีเมียม ราคา 50.05 บาทต่อลิตร

ปั๊มพีที (PT) จำหน่ายดีเซล ราคา 42.94 บาทต่อลิตร ดีเซล B20 ราคา 37.19 บาทต่อลิตร เบนซิน ราคา 50.93 บาทต่อลิตร แก๊สโซฮอล์ 95 ราคา 41.44 บาทต่อลิตร แก๊สโซฮอล์ 91 ราคา 41.07 บาทต่อลิตร และแก๊สโซฮอล์ E20 ราคา 35.69 บาทต่อลิตร

ส่วนปั๊มเชลล์ (Shell) จำหน่ายเชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ E20 ราคา 35.89 บาทต่อลิตร เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ 91 ราคา 41.57 บาทต่อลิตร เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ 95 ราคา 41.94 บาทต่อลิตร เชลล์ วี-เพาเวอร์ แก๊สโซฮอล์ 95 ราคา 51.84 บาทต่อลิตร เชลล์ ฟิวเซฟ ดีเซล ราคา 42.94 บาทต่อลิตร เชลล์ ดีเซล B20 ราคา 37.19 บาทต่อลิตร และเชลล์ วี-เพาเวอร์ ดีเซล ราคา 51.84 บาทต่อลิตร

ทั้งนี้ ข้อมูลราคาน้ำมันอ้างอิงจากสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กระทรวงพลังงาน โดยราคาขายปลีกที่แสดงเป็นราคาในพื้นที่กรุงเทพฯ ซึ่งยังไม่รวมภาษีบำรุงท้องถิ่นกรุงเทพฯ และราคาอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามประกาศของผู้ให้บริการแต่ละราย ผู้ใช้รถควรตรวจสอบราคาล่าสุดจากสถานีบริการก่อนเติมน้ำมัน

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลราคาน้ำมันที่ให้มาระบุเวลาอัปเดตเป็นวันที่ 9 ตุลาคม 2569 เวลา 05.00 น. แม้หัวข้อจะระบุวันที่ 18 ตุลาคม 2569 จึงควรตรวจสอบวันและเวลาประกาศราคาล่าสุดอีกครั้งก่อนเผยแพร่ เพื่อป้องกันความคลาดเคลื่อนของข้อมูล

ภาพรวมก่อนเปิดตลาดวันที่ 19 ตุลาคม 2569 ตลาดโลกยังเผชิญความเสี่ยงจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ราคาพลังงานที่สูงขึ้น และแรงขายหุ้นเทคโนโลยี ขณะที่ราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศเป็นอีกปัจจัยที่ผู้บริโภคต้องติดตาม โดยเฉพาะหากราคาน้ำมันดิบโลกปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องและส่งผ่านมายังต้นทุนพลังงานในประเทศในระยะถัดไป

ที่มา: สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) และข้อมูลตลาดน้ำมันดิบและตลาดหุ้นนิวยอร์กตามรายละเอียดที่ระบุในรายงานต้นทาง

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/economy/329584&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2Ay6wY25TH525gwFFrgdaN

Related Post