ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (4 พ.ย.69) ภายในงาน THE STANDARD ECONOMIC FORUM 2026 ซึ่งจัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Reinvent Thailand” เพื่อเปิดเวทีแลกเปลี่ยนมุมมองและแนวทางขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน นักลงทุน และผู้เชี่ยวชาญทั้งในและต่างประเทศ โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ร่วมกล่าวปาฐกถาพิเศษถึงทิศทางการยกระดับศักยภาพเศรษฐกิจไทยและการสร้างโอกาสเติบโตท่ามกลางความท้าทายของเศรษฐกิจโลก
นายนครินทร์ วนกิจไพบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและบรรณาธิการบริหาร บริษัท เดอะสแตนดาร์ด จำกัด กล่าวเปิดงานว่า ภายหลังประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม IMF–World Bank ซึ่งมีผู้เข้าร่วมกว่า 18,000 คน โลกเริ่มกลับมาให้ความสนใจประเทศไทยอีกครั้ง สะท้อนผ่านคำว่า “Thailand is back” โดยไทยมีโอกาสพัฒนาบทบาทสู่การเป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงเงินทุน เทคโนโลยี และโอกาสทางเศรษฐกิจ (Trusted Connector) ตลอดจนสร้างความร่วมมือระยะยาวที่ได้รับความไว้วางใจ (Trusted Partnership)
อย่างไรก็ตาม การยกเครื่องเศรษฐกิจไทยต้องไม่หยุดอยู่เพียงการสร้างความเชื่อมั่นจากต่างประเทศ แต่ต้องสร้างความไว้วางใจจากประชาชนภายในประเทศ (Trust at Home) ควบคู่กัน โดยความสำเร็จของนโยบายต้องสะท้อนผ่านการสร้างงาน เพิ่มรายได้ และยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยอย่างเป็นรูปธรรม
สอดรับกับประเด็นดังกล่าว นายอนุทิน กล่าวปาฐกถาพิเศษว่า การดำเนินยุทธศาสตร์ Reinvent Thailand ไม่ใช่การเริ่มต้นสร้างประเทศขึ้นใหม่จากศูนย์ แต่เป็นการนำจุดแข็ง ทรัพยากร และศักยภาพที่ประเทศไทยมีอยู่แล้วมาปรับปรุงและต่อยอด เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและสร้างความแข็งแกร่งให้เศรษฐกิจไทย
โดยรัฐบาลวางแนวทางยกเครื่องประเทศผ่าน 4 ยุทธศาสตร์หลัก ได้แก่ การสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน (Reinvent Energy) การพัฒนาเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ (Reinvent Economy) การยกระดับทักษะและศักยภาพบุคลากร (Reinvent People) และการปรับวัฒนธรรมทางการเมือง (Reinvent Politics) เพื่อสร้างรากฐานการเติบโตอย่างยั่งยืนและเพิ่มความสามารถในการรับมือความผันผวนของเศรษฐกิจโลก
นายกรัฐมนตรีกล่าวต่อว่า จากการพบปะผู้นำประเทศและภาคธุรกิจในต่างประเทศ พบว่าหลายประเทศให้ความสำคัญกับการพึ่งพาตนเองและการสร้างความยืดหยุ่นในการรับมือความเสี่ยง (Resilience) โดยเฉพาะความมั่นคงด้านพลังงาน อาหาร อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ และห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจในระยะยาว
ดังนั้น ประเทศไทยจึงต้องเร่งเสริมสร้างความแข็งแกร่งจากภายใน ควบคู่กับการขยายความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยี ภูมิรัฐศาสตร์ และการแข่งขันทางเศรษฐกิจที่ทวีความเข้มข้นขึ้น
- ปั้นเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ ดันชิป–ดาต้าเซ็นเตอร์–AI รับการลงทุนโลก
นายอนุทิน กล่าวถึงยุทธศาสตร์ Reinvent Economy ว่า รัฐบาลกำลังเร่งพัฒนาเครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่ เพื่อเพิ่มศักยภาพการเติบโตของประเทศในระยะยาว โดยให้ความสำคัญกับการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต
อุตสาหกรรมเป้าหมายประกอบด้วย เกษตรสมัยใหม่ เทคโนโลยีอาหาร อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ เซมิคอนดักเตอร์ (Semiconductor) และศูนย์ข้อมูล (Data Center) ซึ่งจะมีบทบาทสำคัญในการรองรับการลงทุนด้านเศรษฐกิจดิจิทัลและเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างไรก็ตาม การผลักดันอุตสาหกรรมใหม่ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม จำเป็นต้องดำเนินควบคู่กับการปรับปรุงกฎหมาย กฎระเบียบ และระบบการอนุมัติอนุญาตของภาครัฐ เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรมและนักลงทุน
นายกรัฐมนตรี ระบุว่า การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเศรษฐกิจไม่สามารถดำเนินการได้โดยอาศัยภาคเอกชนเพียงฝ่ายเดียว แต่ภาครัฐต้องปรับตัวให้ทันต่อบริบทเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไป ทั้งการลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็น เพิ่มความสะดวกในการติดต่อราชการ และทำให้กระบวนการอนุญาตต่าง ๆ มีประสิทธิภาพมากขึ้น
- เร่ง Thailand Fast Pass ให้ BOI ทลายคอขวดการลงทุน
หนึ่งในมาตรการสำคัญที่รัฐบาลกำลังดำเนินการ คือโครงการ Thailand Fast Pass ซึ่งมอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เป็นหน่วยงานหลักในการอำนวยความสะดวกและประสานแก้ไขปัญหาการลงทุน นายอนุทิน อธิบายว่า ที่ผ่านมาผู้ประกอบการและนักลงทุนต้องติดต่อหน่วยงานราชการหลายแห่งเพื่อดำเนินการขออนุญาต ซึ่งบางครั้งประสบปัญหาความล่าช้าหรือข้อจำกัดด้านกฎระเบียบ ส่งผลให้การลงทุนไม่สามารถเดินหน้าได้ตามแผน รัฐบาลจึงต้องการปรับรูปแบบการดำเนินงาน โดยให้ BOI ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และเข้าไปแก้ไขปัญหาหรืออุปสรรคในการอนุมัติอนุญาตในนามรัฐบาล เพื่อลดภาระของนักลงทุนและเพิ่มความรวดเร็วในการดำเนินโครงการ
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า หากนักลงทุนประสบปัญหาในการดำเนินการ BOI จะต้องเข้าไปช่วยแก้ไขข้อจำกัดดังกล่าว แทนการปล่อยให้ผู้ประกอบการต้องเดินเรื่องกับหน่วยงานต่าง ๆ ด้วยตนเอง พร้อมย้ำว่า การขับเคลื่อนนโยบายลักษณะนี้จำเป็นต้องอาศัยเสถียรภาพทางการเมืองและความเป็นเอกภาพในการบริหารราชการ เนื่องจากการแก้ไขปัญหาการลงทุนมักเกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน ซึ่งต้องดำเนินงานภายใต้ทิศทางนโยบายเดียวกัน
นายอนุทิน มองว่า เสถียรภาพของรัฐบาลช่วยให้การตัดสินใจเชิงนโยบายและการแก้ไขอุปสรรคต่าง ๆ สามารถดำเนินการได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนที่ต้องวางแผนดำเนินธุรกิจในระยะยาว
- เดินหน้าโซลาร์ภาคประชาชน เพิ่มทางเลือกพลังงาน ลดภาระครัวเรือน
สำหรับยุทธศาสตร์ Reinvent Energy นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ความมั่นคงด้านพลังงานถือเป็นรากฐานสำคัญของระบบเศรษฐกิจ โดยประเทศไทยจำเป็นต้องพัฒนาระบบพลังงานให้มีความมั่นคง ยั่งยืน และสามารถปรับตัวรองรับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงได้
นายอนุทินยกตัวอย่างสถานการณ์ด้านพลังงานในภูมิภาค โดยกล่าวถึงกรณีอินโดนีเซียลดปริมาณก๊าซธรรมชาติที่ส่งให้สิงคโปร์ ส่งผลให้สิงคโปร์ต้องเตรียมทางเลือกในการจัดหาพลังงาน ทั้งการกระจายแหล่งนำเข้า การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และการศึกษาเทคโนโลยีพลังงานรูปแบบใหม่ รวมถึงพลังงานนิวเคลียร์
สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า แม้ประเทศจะมีระบบพลังงานที่มั่นคงในระดับหนึ่ง แต่ยังจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมและเพิ่มทางเลือกในการจัดหาพลังงาน เพื่อลดความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอก
สำหรับประเทศไทย รัฐบาลได้กำหนดนโยบายเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานและกำลังเดินหน้าโครงการโซลาร์ภาคประชาชน เพื่อส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดในระดับครัวเรือน
นายกรัฐมนตรีระบุว่า เป้าหมายของโครงการไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคาบ้าน แต่ต้องการให้ประชาชนมีทางเลือกในการใช้พลังงานและสามารถบริหารค่าใช้จ่ายของตนเองได้มากขึ้น
ขณะเดียวกัน การส่งเสริมพลังงานแสงอาทิตย์ในระดับครัวเรือนยังช่วยเพิ่มปริมาณพลังงานสะอาดในระบบพลังงานของประเทศ และสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานในระยะยาว
- ยกระดับแรงงานไทยรับ AI ดึงบิ๊กเทคถ่ายทอดเทคโนโลยี
ในส่วนของยุทธศาสตร์ Reinvent People นายอนุทิน กล่าวว่า การพัฒนาเศรษฐกิจจะไม่สามารถเติบโตอย่างยั่งยืนได้ หากประชาชนไม่มีโอกาสปรับตัวและพัฒนาทักษะให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี
โดยเฉพาะ AI ซึ่งกำลังเข้ามาเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการจ้างงานในหลายอุตสาหกรรม แม้เทคโนโลยีบางประเภทจะเข้ามาทดแทนแรงงานมนุษย์ แต่ขณะเดียวกันก็สร้างตำแหน่งงานและความต้องการทักษะรูปแบบใหม่
รัฐบาลจึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะด้าน AI และการเรียนรู้ตลอดชีวิต ผ่านความร่วมมือกับสถาบันการศึกษา นายจ้าง และผู้ประกอบการ เพื่อให้แรงงานไทยมีความพร้อมรองรับความต้องการของตลาดแรงงานทั้งในปัจจุบันและอนาคต
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ในการเดินทางไปต่างประเทศ รัฐบาลไม่ได้มุ่งหารือเฉพาะกับผู้นำภาครัฐเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับการพบปะผู้บริหารบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ ภาคอุตสาหกรรม และนักลงทุน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อศักยภาพของประเทศไทย
ประเด็นสำคัญในการเจรจากับบริษัทเทคโนโลยีระดับโลก คือการสร้างการจ้างงานภายในประเทศ การถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยี ตลอดจนความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาของไทย
โดยรัฐบาลต้องการให้นักลงทุนต่างชาติแสดงแผนการจ้างงานและพัฒนาบุคลากรอย่างชัดเจน เพื่อให้การลงทุนไม่เพียงสร้างกิจกรรมทางเศรษฐกิจ แต่ยังช่วยยกระดับความสามารถของแรงงานไทยให้สามารถเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่เศรษฐกิจโลกได้
- ชูเศรษฐกิจพอเพียง สร้างภูมิคุ้มกันรับความผันผวนเศรษฐกิจโลก
นายอนุทินกล่าวว่า การสร้างความสามารถในการพึ่งพาตนเองเป็นแนวคิดที่สอดคล้องกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระราชทานไว้แก่ประชาชนชาวไทย
โดยหลักปรัชญาดังกล่าวไม่ได้หมายถึงการปิดประเทศหรือปฏิเสธความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี แต่เป็นการพัฒนาอย่างรู้เท่าทันศักยภาพของตนเอง มีความพอประมาณ เตรียมพร้อมรับความเสี่ยง และใช้ความรู้ควบคู่กับความรับผิดชอบ
นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงการประชุมกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และธนาคารโลก (World Bank) ที่ผ่านมา ซึ่งประเทศไทยได้นำเสนอหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงต่อผู้เข้าร่วมประชุมจากนานาประเทศ โดยระบุว่าแนวคิดดังกล่าวได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมประชุม
ทั้งนี้ นายอนุทินเห็นว่า สถานการณ์โลกในปัจจุบัน ทั้งความเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี AI การเข้าสู่สังคมสูงวัย และความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้แต่ละประเทศต้องเร่งสร้างความแข็งแกร่งจากภายใน
การพัฒนาเศรษฐกิจไทยจึงจำเป็นต้องสร้างสมดุลระหว่างการพึ่งพาตนเองกับการเปิดรับความร่วมมือจากต่างประเทศ เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการรับมือกับความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก
- ชู Reinvent Politics สร้างการเมืองสร้างสรรค์ หนุนเสถียรภาพเศรษฐกิจ
ช่วงท้ายของการปาฐกถา นายอนุทินกล่าวถึงยุทธศาสตร์ Reinvent Politics ซึ่งเป็นอีกองค์ประกอบสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศ โดยระบุว่า ประเทศไทยจำเป็นต้องสร้างวัฒนธรรมทางการเมืองที่เอื้อต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและการบริหารประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ
นายกรัฐมนตรีเห็นว่า บรรยากาศทางการเมืองที่เต็มไปด้วยความขัดแย้ง การใช้ถ้อยคำโจมตี และการลดทอนความน่าเชื่อถือของฝ่ายตรงข้าม อาจเป็นอุปสรรคต่อการดำเนินนโยบายและการแก้ไขปัญหาของประเทศ
จึงต้องการเห็นการเมืองที่ทุกฝ่ายสามารถพูดคุยและตรวจสอบกันอย่างสร้างสรรค์ โดยยึดข้อเท็จจริงที่สามารถพิสูจน์ได้เป็นพื้นฐาน แทนการใช้ข้อมูลที่ไม่ผ่านการตรวจสอบหรือการสร้างความขัดแย้งทางการเมือง
อย่างไรก็ตาม นายอนุทินยืนยันว่า ไม่ได้หมายถึงการห้ามวิพากษ์วิจารณ์หรือจำกัดการตรวจสอบรัฐบาล เนื่องจากการตรวจสอบถือเป็นกลไกสำคัญในระบอบประชาธิปไตย แต่ทุกฝ่ายควรให้ความสำคัญกับประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติเป็นหลัก
นายกรัฐมนตรีกล่าวด้วยว่า ปัจจุบันรัฐบาลมีเสียงสนับสนุนในสภาผู้แทนราษฎรเพียงพอและมีเสถียรภาพในการบริหารประเทศ ซึ่งช่วยให้การผลักดันนโยบายเศรษฐกิจและการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ สามารถดำเนินการได้อย่างต่อเนื่อง
สำหรับการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่อาจเกิดขึ้น นายอนุทินแสดงความมั่นใจว่าคณะรัฐมนตรีทุกคนได้ทำงานอย่างเต็มที่ และสามารถชี้แจงข้อสงสัย ข้อซักถาม และข้อกล่าวหาต่าง ๆ ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้
พร้อมระบุว่า เสถียรภาพทางการเมืองเป็นปัจจัยสำคัญต่อการดำเนินนโยบายของรัฐบาล โดยเฉพาะมาตรการส่งเสริมการลงทุนและการปฏิรูประบบราชการ ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากหน่วยงานต่าง ๆ ภายใต้ทิศทางการบริหารที่ชัดเจน
- ย้ำยกเครื่องไทยต้องอาศัยทุกภาคส่วนร่วมขับเคลื่อน
นายอนุทิน กล่าวสรุปว่า การยกเครื่องประเทศไทยผ่านแนวคิด Reinvent Thailand ไม่ใช่หน้าที่ของรัฐบาลหรือหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งเท่านั้น แต่จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคการศึกษา และประชาชน
โดยรัฐบาลจะเดินหน้าสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน ส่งเสริมเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ พัฒนาทักษะแรงงาน และสนับสนุนบรรยากาศทางการเมืองที่สร้างสรรค์ เพื่อให้ประเทศไทยสามารถก้าวไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน
ทั้งนี้ การนำจุดแข็งของแต่ละภาคส่วนมาประสานความร่วมมือกัน จะเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน และพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลกในระยะยาว
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.kaohoon.com/news/local/877597&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1nTS2pE3YfchPWXV6EvlLF

