สศอ.ดันฮาลาลไทยปี 69 สร้างมูลค่าเศรษฐกิจพุ่ง 1.4 พันล้าน

สศอดันฮาลาลไทยปี-69-สร้างมูลค่าเศรษฐกิจพุ่ง-1.4-พันล้าน
สศอ.ดันฮาลาลไทยปี 69 สร้างมูลค่าเศรษฐกิจพุ่ง 1.4 พันล้าน

สศอ. ร่วมกับสถาบันอาหาร แถลงผลสำเร็จ “โครงการพัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมอาหารฮาลาลไทย ใส่ใจผู้บริโภคทั่วโลก ปี 69”  สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 1.4 พันล้านบาท 

สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม(สศอ.) กระทรวงอุตสาหกรรม ร่วมกับสถาบันอาหาร เผยผลสำเร็จการดำเนินงาน “โครงการพัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมอาหารฮาลาลไทย ใส่ใจผู้บริโภคทั่วโลก ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569”  เดินหน้าเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันให้ผู้ประกอบการไทยรวม 120 ราย   นำร่องศึกษาตลาดตุรกี และอินเดียแบบเจาะลึก

หวังรุกช่องทางการค้าใหม่ ๆ ยกระดับ 42 กิจการ  สู่มาตรฐานฮาลาลในทุกมิติ ตั้งแต่ภาคการผลิตจนถึงการตลาด หนุนพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารฮาลาลแปรรูปต้นแบบด้วยนวัตกรรม รวม 20 ผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Functional Food และโปรตีนทางเลือก  ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ พร้อมนำทัพผลิตภัณฑ์อาหารฮาลาลไทย 58 ราย ร่วมอีเว้นท์เวทีนานาชาติเชื่อมโยงตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ ในภาพรวมคาดสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้ไม่น้อยกว่า 1.4 พันล้านบาท

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

DPU จับมือ ASAVA ดีไซน์ชุดครุยใหม่ เน้นร่วมสมัย ผสานแนวคิดยั่งยืน

ถอดรหัส ‘ภัยเงียบ’ สังคมสูงวัย อาการ ‘ชราตามวัย’ ที่คร่าชีวิตภายใน 5 สัปดาห์

นายศุภกิจ บุญศิริ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม(สศอ.) กล่าวว่า สำหรับโครงการพัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมอาหารฮาลาลไทย ใส่ใจผู้บริโภคทั่วโลก ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ถือเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนตามแผนปฏิบัติการด้านการพัฒนาอุตสาหกรรมแปรรูปอาหาร โดยมีเป้าหมายผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็น 1 ใน 10 ประเทศผู้ส่งออกอาหารของโลกภายในปี 2570 ซึ่งทางสศอ.ได้มอบหมายให้สถาบันอาหาร เป็นหน่วยงานรับดำเนินการมาตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมา

โดยมุ่งเน้นผู้ประกอบการอุตสาหกรรมอาหารเป็นกลุ่มเป้าหมายหลัก  กำหนดแนวทางการดำเนินงานไว้อย่างครบวงจร ครอบคลุมตั้งแต่การศึกษาตลาดฮาลาลเชิงลึกในต่างประเทศ การยกระดับมาตรฐานการผลิต และการพัฒนาผลิตภัณฑ์โดยให้คำปรึกษาเชิงลึกด้านมาตรฐานฮาลาล ไปจนถึงการจัดกิจกรรมเชื่อมโยงสู่ตลาด ผ่านงานแสดงสินค้าชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ เพื่อสร้างโอกาสทางการค้าและจัดกิจกรรมจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) กับคู่ค้าที่มีศักยภาพ

สศอ.ดันฮาลาลไทยปี 69  สร้างมูลค่าเศรษฐกิจพุ่ง 1.4 พันล้าน

ทั้งนี้ ได้ดำเนินงานผ่านกิจกรรมต่างๆ ได้แก่ การสำรวจและประเมินศักยภาพตลาดอาหารฮาลาลในต่างประเทศเพื่อการส่งออก เพื่อค้นหาโอกาสทางการค้าและข้อมูลความต้องการของตลาดเป้าหมาย ในครั้งนี้พบว่าในตลาดตุรกี สินค้าฮาลาลของไทยมีโอกาสเข้าสู่ตลาดผ่านรูปแบบ OEM การส่งออกวัตถุดิบเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทาน HORECA และการใช้จุดแข็งด้านวัตถุดิบปลอดการดัดแปลงพันธุกรรม หรือ Non-GMO

ขณะที่ตลาดอินเดียมีโอกาสจากการพัฒนาสินค้าที่ตอบโจทย์ทั้งผู้บริโภคมุสลิมและผู้บริโภคมังสวิรัติ รวมถึงการวางกลยุทธ์เข้าสู่ตลาดหลากหลายช่องทาง ได้แก่ ช่องทาง Quick Commerce ร้านค้าเฉพาะทาง กลุ่มโรงแรมและภัตตาคาร หรือ HORECA ไปจนถึงห้างค้าปลีกขนาดใหญ่ 

นายศุภกิจ กล่าวต่อว่า สำหรับกิจกรรมการเชื่อมโยงตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ ถือเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญของโครงการฯ โดยตั้งเป้าให้ผู้ประกอบการสามารถนำสินค้าไปพบกับตลาดและคู่ค้าจริง ซึ่งเป็นการต่อยอดสู่โอกาสทางธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยตลาดภายในประเทศ ได้สนับสนุนผู้ประกอบการจำนวน 38 กิจการ เข้าร่วมงาน GRAND HALAL BANGKOK 2026 เกิดการจับคู่เจรจาธุรกิจภายในงานถึง 140 คู่ และมีแนวโน้มสร้างรายได้รวมกว่า 365 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 32.18

สศอ.ดันฮาลาลไทยปี 69  สร้างมูลค่าเศรษฐกิจพุ่ง 1.4 พันล้าน

ด้านการขยายโอกาสสู่ตลาดต่างประเทศ ได้สนับสนุนผู้ประกอบการจำนวน 20 กิจการ เข้าร่วมงาน SIAL Guangzhou 2026 ณ เมืองกว่างโจว ประเทศจีน ซึ่งเป็นเวทีสำคัญของอุตสาหกรรมอาหารระดับนานาชาติ เกิดการจับคู่เจรจาธุรกิจภายในงานถึง 118 คู่ และเกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจรวมกว่า 195 ล้านบาท หรือสร้างรายได้เพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 15.32 

“ในภาพรวมเมื่อประเมินจากมูลค่าทางเศรษฐกิจที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากการดำเนินโครงการฯ ในครั้งนี้ พบว่ามีมูลค่าราว 1,438 ล้านบาท เป็นผลลัพธ์และความสำเร็จที่เกิดจากการยกระดับมาตรฐานการผลิตและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ไปจนถึงการเชื่อมโยงสู่ตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ ที่เป็นเครื่องบ่งชี้ได้ว่า อาหารฮาลาลไทยมีทั้งคุณภาพ มาตรฐาน นวัตกรรม และศักยภาพที่พร้อมจะเติบโตแบบก้าวกระโดดสู่เวทีสากล  ผมเชื่อมั่นว่าโครงการฯ นี้จะเป็นพลังขับเคลื่อนสำคัญผลักดันให้ประเทศไทยก้าวขึ้นเป็น ‘ศูนย์กลางฮาลาลแห่งภูมิภาคอาเซียน (ASEAN Halal Hub)’ ได้ตามเป้าหมายอย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป” นายศุภกิจ กล่าว

น.ส.ไปยดา หาญชัยสุขสกุล ผู้อำนวยการสถาบันอาหาร กล่าวว่า ในฐานะที่สถาบันอาหาร เป็นหน่วยงานร่วมดำเนินงานโครงการดังกล่าว  จึงได้ใช้จุดแข็งด้านความพร้อมของบุคลากรที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมอาหารฮาลาล ดำเนินกิจกรรมให้คำปรึกษาเชิงลึกด้านมาตรฐานฮาลาล แก่สถานประกอบการที่เข้าร่วมการพัฒนาศักยภาพ จำนวน 42 กิจการ เพื่อยกระดับความพร้อมด้านมาตรฐานฮาลาลในทุกมิติ ผู้ประกอบการสามารถต่อยอดขยายโอกาสทางธุรกิจและเกิดการสร้างมูลค่าเพิ่ม โดยผลจากการเชื่อมโยงสู่ตลาดสามารถสร้างยอดสั่งซื้อและประเมินมูลค่าทางการค้ารวมกว่า 483 ล้านบาท หรือมีรายได้เพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 73.57  

นอกจากนี้ยังจัดกิจกรรมให้คำปรึกษาเชิงลึกด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารฮาลาลแปรรูป แก่ผู้ประกอบการ 20 กิจการ ครอบคลุมกลุ่มอาหารเชิงหน้าที่ (Functional Food) และอาหารโปรตีนทางเลือก (Alternative Protein) โดยนำแนวคิด Halal by Design, Quality by Design และ Risk-based Approach มาใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ตั้งแต่ต้นน้ำ เพื่อให้ผลิตภัณฑ์มีคุณภาพ ปลอดภัย สอดคล้องตามมาตรฐาน ฮาลาล ควบคู่กับการวิเคราะห์ตลาด กลุ่มผู้บริโภค และข้อกำหนดของตลาดเป้าหมาย เพื่อเพิ่มโอกาสในการต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์ นำไปสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารฮาลาลรูปแบบใหม่ที่ตอบรับกระแสการบริโภคยุคปัจจุบัน จำนวน 20 ผลิตภัณฑ์ อาทิ โปรตีนถั่วเหลืองทอดกรอบ เส้นก๋วยจั๊บญวนเสริมโปรตีนกึ่งสำเร็จรูป เครื่องดื่มโปรตีนจากพืชชนิดผงชงดื่ม และข้าวผสมถั่วเขียวพองกรอบเสริมพรีไบโอติกส์ เป็นต้น

สศอ.ดันฮาลาลไทยปี 69  สร้างมูลค่าเศรษฐกิจพุ่ง 1.4 พันล้าน

เป็นการนำวัตถุดิบจากพืชและวัตถุดิบท้องถิ่นมาผสานกับนวัตกรรมอาหาร ประเมินว่าสามารถสร้างมูลค่าทางการค้าได้มากกว่า 395 ล้านบาท และมีรายได้เพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 21.64  เป็นการเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการและสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผลิตภัณฑ์อาหารฮาลาลไทย นับเป็นการผลักดันผู้ประกอบการในภาคอุตสาหกรรมอาหารของไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล สามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคทั่วโลก และก้าวสู่การเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมสำคัญที่สร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่เศรษฐกิจของประเทศอย่างมีคุณภาพ 

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/economics/1257932&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1kq63DIYRHAk8n1WnwJtp6

Related Post