วราวุธ เปิดตัวโครงการ “DIPROM Community SkillUp” อบรมทักษะแปรรูปสมุนไพรท้องถิ่นในสุพรรณบุรี สู่ผลิตภัณฑ์สุขภาพรับเทรนด์ตลาดโลก ดีพร้อมเผยผู้จบหลักสูตรเตรียมโกยรายได้เสริมเฉลี่ย 10,000 บาท/เดือน
กระทรวงอุตสาหกรรม เดินหน้ายกระดับเศรษฐกิจฐานรากเปิดโครงการ “DIPROM Community SkillUp” ที่สุพรรณบุรี นำร่องพัฒนาทักษะแปรรูปสมุนไพรท้องถิ่นเป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง ตั้งเป้าสร้างงานกลุ่มเปราะบาง คาดช่วยผู้ผ่านการอบรมสร้างรายได้เสริมเฉลี่ย 10,000 บาทต่อเดือน
นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานเปิดการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการโครงการ “DIPROM Community SkillUp : เพิ่มพลังทักษะ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชน” ประจำปีงบประมาณ 2569 ณ จังหวัดสุพรรณบุรี โดยระบุว่า ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ประเทศไทยจำเป็นต้องเร่งสร้างความเข้มแข็งจากภายใน การพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากให้ประชาชนมีทักษะอาชีพและพึ่งพาตนเองได้ จึงเป็นแนวทางสำคัญในการสร้างภูมิคุ้มกันทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืน
กระทรวงอุตสาหกรรมมุ่งเน้นการพัฒนาคนควบคู่กับการพัฒนาเศรษฐกิจ ผ่านการใช้องค์ความรู้และเทคโนโลยีเปลี่ยนศักยภาพในชุมชนให้กลายเป็นพลังขับเคลื่อนในระดับพื้นที่ เพื่อต่อยอดสู่การเป็นผู้ประกอบการรายใหม่ในอนาคต
“โครงการนี้เป็นมากกว่าการฝึกอบรมทั่วไป แต่เป็นเครื่องมือสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ โดยนำทรัพยากรและวัตถุดิบในท้องถิ่นมาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่ม สร้างรายได้ให้ครัวเรือน และช่วยให้เกิดการกระจายรายได้จากฐานรากสู่ระดับประเทศ” นายวราวุธ กล่าว
สำหรับการนำร่องจัดกิจกรรมในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี ได้มุ่งเน้นการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรและภูมิปัญญาท้องถิ่น ผ่าน 3 หลักสูตรสำคัญที่มีต้นทุนต่ำ แต่มีศักยภาพสูงในการพัฒนาสู่การผลิตเชิงพาณิชย์ ได้แก่:
-
การผลิตยาดมและสเปรย์สมุนไพรไล่ยุง
-
การผลิตลูกประคบสมุนไพรผ้าลายไทยและลูกประคบธัญพืชไฮเทค (สอดรับเทรนด์การดูแลฟื้นฟูร่างกายหลังการออกกำลังกายหรือเล่นกีฬา)
-
การผลิตยาหม่องสมุนไพรสูตรร้อนและสูตรเย็น
ผลิตภัณฑ์เหล่านี้จะสามารถเชื่อมโยงเข้าสู่ห่วงโซ่ธุรกิจสุขภาพได้โดยตรง ไม่ว่าจะเป็นเครือข่ายการแพทย์แผนไทย ร้านนวดและสปา ร้านค้าเพื่อสุขภาพและความงาม รวมถึงร้านของฝากในชุมชน ซึ่งตอบโจทย์ความต้องการของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ
ทางด้าน นางสาวณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (ดีพร้อม) เปิดเผยถึงเป้าหมายและผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมของโครงการนี้ว่า ผู้ผ่านการฝึกทักษะนำร่องจำนวน 150 คน จะสามารถนำความรู้ไปต่อยอดสร้างรายได้เสริมเฉลี่ยประมาณ 10,000 บาทต่อคนต่อเดือน (หรือประมาณ 120,000 บาทต่อคนต่อปี) ซึ่งจะช่วยสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจรวมหมุนเวียนในพื้นที่ไม่น้อยกว่า 18 ล้านบาทต่อปี
นอกจากนี้ โครงการดังกล่าวยังเน้นกระจายโอกาสไปสู่กลุ่มผู้สูงอายุ แม่บ้าน เกษตรกร และกลุ่มเปราะบาง เพื่อลดปัญหาการว่างงาน ยับยั้งการย้ายถิ่นฐานเข้าสู่เมืองใหญ่ และเสริมสร้างความเข้มแข็งให้สถาบันครอบครัวในระยะยาว
การขับเคลื่อนโครงการนี้อยู่ภายใต้นโยบาย “ONE MIND : อุตสาหกรรมหนึ่งเดียว” ของกระทรวงอุตสาหกรรม ที่มุ่งบูรณาการทุกหน่วยงานในสังกัดให้ทำงานไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศอย่างสมดุลและยั่งยืนต่อไป
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thebetter.co.th/news/news/44341&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3ZrxUSi4hn440ow1TSMwE9
