ประเด็นร้อนข่าวการเมือง เศรษฐกิจ ต่างประเทศ โลกออนไลน์ วันที่ 4 พ.ย. 2569 – สยามรัฐ

ประเด็นร้อนข่าวการเมือง-เศรษฐกิจ-ต่างประเทศ-โลกออนไลน์-วันที่-4-พย.-2569-–-สยามรัฐ
ประเด็นร้อนข่าวการเมือง เศรษฐกิจ ต่างประเทศ โลกออนไลน์ วันที่ 4 พ.ย. 2569 – สยามรัฐ

จับตาม็อบรถบรรทุกบุกพลังงาน จับตาประชุม สมช. ชาวปราจีนฯ จี้ประกาศเขตควบคุมมลพิษ

ข่าวเด่นประจำวันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 จับตาความเคลื่อนไหวสำคัญทั้งการเมือง เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม สหพันธ์การขนส่งทางบกฯ และเครือข่าย 13 สมาคม เตรียมจัดกิจกรรม TRUCK POWER V หน้ากระทรวงพลังงาน เรียกร้องรื้อโครงสร้างราคาน้ำมัน ขณะที่ สมช. นัดหน่วยงานที่เกี่ยวข้องซักซ้อมแผนรับมือภัยไซเบอร์ ด้านชาวปราจีนบุรีเตรียมยื่นรายชื่อกว่า 30,000 รายชื่อ จี้ประกาศเขตควบคุมมลพิษ ส่วนต่างประเทศจับตาการเจรจาสหรัฐฯ–อิหร่าน และผลเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ ที่เริ่มทยอยออกในช่วงเช้าวันนี้ตามเวลาไทย

1. ม็อบรถบรรทุก TRUCK POWER V นัดรวมตัวหน้ากระทรวงพลังงาน จี้รื้อโครงสร้างราคาน้ำมัน

วันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 สหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย ร่วมกับภาคีเครือข่าย 13 สมาคมขนส่งทั่วประเทศ เตรียมจัดกิจกรรมเคลื่อนไหวเชิงสัญลักษณ์ “TRUCK POWER V” บริเวณหน้ากระทรวงพลังงาน อาคารเอนเนอร์ยี่คอมเพล็กซ์ (EnCo) ถนนวิภาวดีรังสิต กรุงเทพมหานคร ระหว่างเวลา 09.30–15.30 น. โดยมี ดร.ทองอยู่ คงขันธ์ เป็นแกนนำการเคลื่อนไหว

การรวมตัวครั้งนี้มีเป้าหมายสะท้อนความเดือดร้อนของผู้ประกอบการขนส่งจากราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูง พร้อมทวงถามความคืบหน้ากรณีน้ำมันหาย และเรียกร้องให้กระทรวงพลังงานชี้แจงแนวทางปรับโครงสร้างราคาน้ำมันที่เคยเสนอไปก่อนหน้านี้

ข้อเรียกร้องสำคัญครอบคลุมการตรวจสอบองค์ประกอบราคาน้ำมัน ค่าการกลั่น และภาษีที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนการพิจารณามาตรการดูแลราคาน้ำมันดีเซล เนื่องจากต้นทุนเชื้อเพลิงส่งผลโดยตรงต่อค่าขนส่ง ก่อนส่งผ่านไปยังภาคอุตสาหกรรม ภาคเกษตรกรรม และราคาสินค้าที่ประชาชนต้องแบกรับ

ขณะเดียวกัน ยังต้องจับตาความเคลื่อนไหวของเครือข่ายภาคประชาชนจากภาคใต้ หรือ นปผ. ซึ่งมีแผนเคลื่อนขบวนคาราวานรถเข้าสู่กรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 5–8 พฤศจิกายน เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาพลังงานและค่าครองชีพเพิ่มเติม

2. สมช. นัดหน่วยงานประชุมซักซ้อมแผนรับมือภัยไซเบอร์ หลังโทรศัพท์นักการเมืองถูกเจาะข้อมูล

วันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เตรียมเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าประชุม เพื่อรับทราบและซักซ้อมแนวทางปฏิบัติในการรับมือภัยคุกคามทางไซเบอร์ หลังเกิดกรณีโทรศัพท์มือถือของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ถูกโจมตีและเจาะข้อมูล

พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เปิดเผยเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายนว่า กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีการเตรียมความพร้อมและแผนรองรับอยู่แล้ว โดย สมช. จะเรียกหน่วยงานเข้าหารือในวันที่ 4 พฤศจิกายน เพื่อยืนยันรายละเอียดของแผนและทำความเข้าใจแนวทางปฏิบัติให้ชัดเจน โดยเฉพาะหน่วยงานที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง

ประเด็นภัยไซเบอร์กลายเป็นเรื่องที่ต้องจับตา เนื่องจากการโจมตีทางดิจิทัลอาจกระทบทั้งข้อมูลส่วนบุคคล ระบบราชการ และความมั่นคงของประเทศ จึงจำเป็นต้องมีการประสานงานระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นระบบ

ส่วนกระแสข่าวที่ระบุว่า สมช. แจ้งเตือนให้ประชาชนกักตุนอาหาร เวชภัณฑ์ และสิ่งของจำเป็นให้เพียงพอสำหรับ 72 ชั่วโมง เพื่อรับมือสถานการณ์ตะวันออกกลางนั้น สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติได้ชี้แจงตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคมว่าเป็นข้อมูลที่ไม่เป็นความจริง โดยไม่ได้ออกประกาศหรือแจ้งเตือนให้ประชาชนกักตุนสิ่งของดังกล่าวแต่อย่างใด

3. สหรัฐฯ–อิหร่านยังห่างไกลข้อตกลง จับตาการเจรจาผ่านตัวกลาง หวั่นสงครามปะทุรอบใหม่

สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยังคงเป็นประเด็นสำคัญที่ทั่วโลกจับตา แม้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ จะส่งสัญญาณว่าอิหร่านต้องการบรรลุข้อตกลง แต่รายงานล่าสุดเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายนระบุว่า ทั้งสองฝ่ายยังอยู่ห่างไกลจากการตกลงเพื่อยุติสงคราม แม้ความพยายามทางการทูตจะดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า เจ้าหน้าที่กาตาร์เดินทางไปยังกรุงเตหะรานเพื่อหารือเกี่ยวกับร่างข้อตกลง ขณะที่อิหร่านยังยืนยันเงื่อนไขของตนเอง โดยเฉพาะประเด็นการเปิดช่องแคบฮอร์มุซและข้อเรียกร้องของสหรัฐฯ ซึ่งยังเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการเจรจา

ด้านอิหร่านยังเตือนว่าจะตอบโต้อย่างรุนแรงหากถูกโจมตีอีกครั้ง ขณะที่สถานการณ์ทางทหารในภูมิภาคยังมีความเสี่ยงจากการโจมตีและความขัดแย้งที่ขยายวงไปยังพื้นที่ใกล้เคียง

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวส่งผลต่อความเชื่อมั่นของตลาดพลังงานโลก โดยเฉพาะเส้นทางขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ หากการเจรจาสามารถหาข้อสรุปได้ อาจช่วยลดความกังวลด้านอุปทานพลังงาน แต่หากสถานการณ์กลับมารุนแรงขึ้น ก็มีความเสี่ยงที่จะกดดันราคาน้ำมันและเพิ่มต้นทุนพลังงานของประเทศผู้นำเข้า รวมถึงประเทศไทย

4. เลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ จับตาผลคะแนน 4 พ.ย. เช้าเวลาไทย ชี้ทิศทางการเมืองทรัมป์

การเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ จัดขึ้นในวันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 ตามเวลาท้องถิ่น โดยชาวอเมริกันออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาคองเกรส ทั้งสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ซึ่งผลการเลือกตั้งจะเป็นตัวชี้วัดว่าพรรครีพับลิกันของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะยังรักษาเสียงข้างมากในสภาคองเกรสได้หรือไม่ หรือพรรคเดโมแครตจะสามารถพลิกกลับมาครองเสียงข้างมากได้

ผลคะแนนเริ่มทยอยปรากฏหลังหน่วยเลือกตั้งแห่งแรกปิดลงในเวลา 18.00 น. วันที่ 3 พฤศจิกายน ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ หรือประมาณ 06.00 น. วันที่ 4 พฤศจิกายน ตามเวลาประเทศไทย อย่างไรก็ตาม แต่ละรัฐมีเวลาเปิดและปิดหน่วยเลือกตั้งแตกต่างกัน อีกทั้งบางเขตที่มีการแข่งขันสูสีอาจต้องใช้เวลานับคะแนนเพิ่มเติมหลายวัน

การเลือกตั้งครั้งนี้มีความสำคัญต่อทิศทางการบริหารประเทศของรัฐบาลทรัมป์ในช่วง 2 ปีที่เหลือของวาระประธานาธิบดี หากพรรครีพับลิกันรักษาเสียงข้างมากได้ จะช่วยให้รัฐบาลผลักดันนโยบายต่าง ๆ ได้สะดวกขึ้น แต่หากพรรคเดโมแครตสามารถควบคุมสภาใดสภาหนึ่งได้ ก็อาจทำให้การผลักดันนโยบายและการบริหารงานของรัฐบาลเผชิญแรงตรวจสอบมากขึ้น

ทั้งนี้ ผลคะแนนที่ทยอยประกาศในช่วงเช้าวันที่ 4 พฤศจิกายนตามเวลาไทยยังเป็นผลเบื้องต้น ต้องติดตามการนับคะแนนที่เหลือและการรับรองผลอย่างเป็นทางการในแต่ละรัฐต่อไป

5. ชาวปราจีนบุรีเตรียมยื่น 3 หมื่นรายชื่อถึง ทส. จี้ประกาศเขตควบคุมมลพิษ

วันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 เครือข่ายรักษ์ปราจีนบุรี พร้อมตัวแทนเกษตรกรผู้เลี้ยงปลาและประชาชนที่ได้รับผลกระทบ เตรียมเดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมถึงประธานคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พร้อมรายชื่อประชาชนกว่า 30,000 รายชื่อ เพื่อเรียกร้องให้ประกาศพื้นที่ลุ่มน้ำปราจีนบุรีและลำน้ำสาขาเป็น “เขตควบคุมมลพิษ” ตามมาตรา 59 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/politics/333105&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0A3efp2MENnydJ3L8r7hV3

Related Post