จากเจ้าภาพสู่‘Trusted Connector’

จากเจ้าภาพสู่‘trusted-connector’
จากเจ้าภาพสู่‘Trusted Connector’

พร้อมตั้งโจทย์สำคัญว่า ท่ามกลางโลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ไทยจะเปลี่ยนความร่วมมือระดับโลกให้เป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนได้อย่างไร ซึ่งเป็นที่มาของ ‘Bangkok Dialogue Notes’ ที่รวบรวมข้อคิดจากเวทีหารือครั้งสำคัญ เพื่อต่อยอดจากแนวคิดสู่การลงมือทำอย่างเป็นรูปธรรม

เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.การคลัง เปิดเผย ‘Bangkok Dialogue Notes’ ซึ่งรวบรวมข้อคิดจากการหารือและมุมมองที่ประเทศไทยร่วมเสนอต่อโลกในฐานะเจ้าภาพ โดยชวนคิดถึงบทบาทของไทยในการเป็น ผู้เชื่อมโยงที่โลกไว้วางใจ หรือ Trusted Connector และคำถามสำคัญว่า เราจะเข้มแข็งจากภายใน พร้อมกับร่วมมือกับโลก เพื่อรับมือปัญหาและสร้างโอกาสให้คนของเราได้อย่างไร

‘Bangkok Dialogue Notes’ ไม่ใช่ข้อตกลงร่วมระหว่างประเทศหรือข้อเสนอแนะอย่างเป็นทางการ แต่เป็นการรวบรวมข้อคิดจากเวทีแลกเปลี่ยนระหว่างผู้กำหนดนโยบาย องค์การระหว่างประเทศ ภาคธุรกิจ และผู้เสนอแนวคิดจากหลากหลายวงการ เพื่อนำไปต่อยอดเป็นความร่วมมือที่เกิดผลจริง ซึ่งในบริบทนี้ Resilience หรือความเข้มแข็ง ยืดหยุ่น ปรับตัวได้ จึงมีความหมายกว้างกว่าการมีเงินสำรอง โครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแรง หรือห่วงโซ่อุปทานที่มั่นคง แต่ต้องรวมถึงการช่วยให้คนและธุรกิจรับมือกับแรงกระแทกทางเศรษฐกิจในวันนี้ ให้สามารถปรับตัวกับเศรษฐกิจที่เปลี่ยนไป และมีทักษะกับความสามารถที่จะเติบโตในวันข้างหน้า

ทั้งนี้ ‘Bangkok Dialogue Notes’ ได้รวบรวมข้อคิดที่สอดคล้องกันจากหลายเวทีไว้ 5 ประการ ได้แก่ ประเทศจะเข้มแข็งได้ คนต้องรับมือไหวและไปต่อได้ การช่วยคนผ่านปัญหาเฉพาะหน้าเป็นเพียงจุดเริ่มต้น ต้องช่วยให้คน และธุรกิจปรับตัวด้วย ทั้งการเรียนรู้ตลอดชีวิต โอกาสเข้าสู่งาน และระบบคุ้มครองทางสังคม พร้อมเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมกำหนดทางเดินของตนเองจะสร้างความไว้วางใจระหว่างประเทศ ต้องให้คนในประเทศเห็นประโยชน์ การเปิดกว้างและความร่วมมือกับต่างประเทศจะเดินต่อได้อย่างยั่งยืน และประโยชน์เหล่านั้นกระจายอย่างทั่วถึง ความไว้วางใจระหว่างประเทศจึงมีรากฐานสำคัญอยู่ที่ความเชื่อมั่นของคนในประเทศด้วย เชื่อมกับโลกแล้วคนของเราต้องเก่งขึ้น

ความสำเร็จของการค้า การลงทุน และความร่วมมือด้านเทคโนโลยี ไม่ควรวัดเพียงยอดเงินหรือปริมาณที่เพิ่มขึ้น แต่ต้องดูว่าคนได้ทักษะอะไร ธุรกิจไทยแข็งแรงขึ้นอย่างไร แต่ประเทศที่มีบทบาทระดับกลางในเวทีโลก หรือ Middle Powers จะสามารถเชื่อมประเทศจากต่างภูมิภาค และชวนกันทำงานในเรื่องที่มีประโยชน์ร่วมกัน โดยมีสถาบันการเงินเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศ เช่น ธนาคารโลกและธนาคารพัฒนาเอเชีย ช่วยวางมาตรฐานร่วม เตรียมโครงการให้พร้อม แบ่งรับความเสี่ยง และขยายแนวทางที่ได้ผลไปสู่ประเทศอื่นจากข้อคิดสู่การลงมือทำ ผ่าน 4 เสาหลัก

ได้แก่ เสาที่ 1 ดิจิทัล และ AI ที่คนใช้ประโยชน์ได้และไว้ใจได้ การพัฒนาดิจิทัลต้องมุ่งให้ประชาชนใช้เทคโนโลยีได้จริง โดย Small AI ช่วยเพิ่มโอกาสเข้าถึงบริการสุขภาพ การศึกษา และยกระดับประสิทธิภาพของธุรกิจขนาดเล็ก โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลสาธารณะช่วยให้รัฐส่งความช่วยเหลือได้ตรงจุด และเพิ่มโอกาสให้เอสเอ็มอีเข้าถึงตลาดและแหล่งเงินทุน ขณะที่ Connect the Dots และ Bangkok Blueprint ช่วยเชื่อมโยงข้อมูลเพื่อป้องกันภัยการเงินดิจิทัล สร้างความเชื่อมั่นในการใช้ระบบการเงินดิจิทัล

เสาที่ 2 การค้าและการลงทุนที่เพิ่มทางเลือกและสร้างความสามารถให้คนในประเทศ, เสาที่ 3 เศรษฐกิจสีเขียวที่ช่วยลดความเสี่ยง และเงินทุนที่ไปถึงคนที่ต้องปรับตัว และเสาที่ 4 อายุยืนขึ้น ต้องมีโอกาสและความมั่นคงมากขึ้นด้วย

บทบาทของไทยในการประชุม IMF–WBG Annual Meeting 2026 ในครั้งนี้ นอกจากเป็นเจ้าภาพที่ดีแล้ว เรายังได้ชวนให้โลกคิด แบ่งปันบทเรียนจากประสบการณ์ของแต่ละประเทศ และร่วมกันนำเสนอแนวทางในการรับมือกับความท้าทายของเศรษฐกิจและสังคม และสิ่งสำคัญหลังจากนี้คือ การเชื่อมโยงความร่วมมือกับจากภูมิภาคสู่โลก จากโลกสู่ประเทศ และจากประเทศสู่ความเข้มแข็งของชุมชน และประชาชน เอกนิติ กล่าว.

ครองขวัญ รอดหมวน

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/columnist-people/1090925/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1UWKYWYoApZleT-uVh9ugn

Related Post