คนไทย 69.9% กังวลค่าครองชีพ KP ชี้ กลุ่มรายได้เกิน 5 หมื่นหนี้สูงสุด

คนไทย-69.9%-กังวลค่าครองชีพ-kp-ชี้-กลุ่มรายได้เกิน-5-หมื่นหนี้สูงสุด
คนไทย 69.9% กังวลค่าครองชีพ KP ชี้ กลุ่มรายได้เกิน 5 หมื่นหนี้สูงสุด

วันนี้ (28 ต.ค.2569) นายราเมษฐ์ ศศิรัชพรชัย หัวหน้าฝ่าย Product Owner สาย Digital and InnovationManagement ธนาคารเกียรตินาคินภัทร เปิดเผยว่า ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ยังมีความท้าทาย การบริหารรายรับ รายจ่าย และภาระผูกพันทางการเงิน เป็นเรื่องที่คนไทยให้ความสำคัญอย่างมาก ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติในปี 2569 ระบุว่า ประชาชน 69.9% กังวลเรื่องค่าครองชีพและ 63.8% มองว่ารายได้ยังไม่สอดคล้องกับรายจ่าย

คนไทย 69.9% กังวลค่าครองชีพ  KP ชี้ กลุ่มรายได้เกิน 5 หมื่นหนี้สูงสุด

คนไทย 69.9% กังวลค่าครองชีพ KP ชี้ กลุ่มรายได้เกิน 5 หมื่นหนี้สูงสุด

ขณะที่ข้อมูลจากสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้ากระทรวงพาณิชย์ พบว่าสัดส่วนผู้มีภาระหนี้ในกลุ่มตัวอย่างอยู่ที่ 62.44% ในเดือน ก.พ.2569 เพิ่มขึ้นจาก 50.99% ในช่วงเดียวกันของปีก่อนที่น่าสนใจคือ กลุ่มผู้มีรายได้มากกว่า 50,000 บาทต่อเดือน เป็นกลุ่มที่มีสัดส่วนผู้มีภาระหนี้สูงที่สุด เนื่องจากภาระผูกพันในแต่ละช่วงวัย เช่น การผ่อนชำระที่อยู่อาศัย รถยนต์ ตลอดจนการลงทุน เพื่อสร้างฐานะและยกระดับคุณภาพชีวิต

ขณะเดียวกัน ข้อมูลจากระบบ MENTAL HEALTH CHECK IN ของกรมสุขภาพจิต วันที่ 7 ต.ค.2569 พบว่า ในกลุ่มผู้รับการประเมินที่มีการจำแนกปัจจัยเสี่ยงจำนวน 57,532 คน มีผู้เผชิญความเครียดจากปัจจัยด้านรายได้ หรือภาระหนี้สินร่วมด้วย 11,012 คน หรือ 19.1%

คนไทย 69.9% กังวลค่าครองชีพ  KP ชี้ กลุ่มรายได้เกิน 5 หมื่นหนี้สูงสุด

คนไทย 69.9% กังวลค่าครองชีพ KP ชี้ กลุ่มรายได้เกิน 5 หมื่นหนี้สูงสุด

ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนว่า ปัญหาสุขภาพการเงินไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อย แต่เกี่ยวข้องกับคนทุกระดับรายได้ โดยความมั่นคงทางการเงิน ไม่ได้วัดจากรายได้เพียงอย่างเดียว หากขึ้นอยู่กับความสมดุลระหว่างรายรับ รายจ่าย ภาระผ่อนชำระ และเงินสำรองสำหรับรับมือเหตุฉุกเฉินผู้ที่มีรายได้สูง แต่มีภาระผูกพันระยะยาวหลายทาง อาจมีสภาพคล่องไม่เพียงพอ เมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝัน ขณะที่ความกังวลเรื่องเงิน อาจทำให้หลายคนหลีกเลี่ยงการทบทวนสถานะการเงิน จนมองข้ามความเสี่ยงที่สามารถแก้ไขได้ตั้งแต่เนิ่นๆ

นายราเมษฐ์ กล่าวต่อว่า การตรวจสุขภาพการเงิน ควรเป็นการดูแลเชิงป้องกันเช่นเดียวกับการตรวจสุขภาพร่างกาย ไม่ควรรอให้เกิดปัญหาสภาพคล่อง ก่อนจึงค่อยหาทางแก้ไข จึงพัฒนาฟีเจอร์ Financial Health Check เพื่อช่วยให้ผู้ใช้งานเห็นภาพรวมสถานะการเงินของตนเองอย่างเป็นระบบเข้าใจว่า ด้านใดมีการวางแผนที่ดีแล้ว และด้านใดควรปรับสมดุลเพิ่มเติมเพื่อให้สามารถเดินหน้าสู่เป้าหมายทางการเงินได้อย่างมั่นใจ

นอกจากนี้ KKP แนะนำให้ประชาชนเริ่มสร้างภูมิคุ้มกันทางการเงิน ด้วยการทบทวนรายรับและรายจ่ายอย่างสม่ำเสมอ ควบคุมภาระผ่อนชำระให้อยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ และทยอยสะสมเงินสำรองฉุกเฉินในสินทรัพย์สภาพคล่องสูงให้ครอบคลุมค่าใช้จ่ายจำเป็นประมาณ 3–6 เดือน โดยปรับให้เหมาะกับบริบทของแต่ละครอบครัว

สุขภาพการเงินที่ดีไม่ได้หมายถึงการต้องมีเงินออมจำนวนมหาศาล หรือไม่มีหนี้สินเลย เพราะสินเชื่อที่เหมาะสม สามารถเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างฐานะ และต่อยอดความมั่งคั่งได้

ดังนั้นสิ่งสำคัญ คือการรู้สถานะทางการเงินของตนเอง เข้าใจความเสี่ยงและปรับพฤติกรรมอย่างต่อเนื่อง ยิ่งเริ่มตรวจสอบและวางแผนเร็วเท่าไรก็ยิ่งเพิ่มโอกาสสร้างความมั่นคงและรับมือกับความเปลี่ยนแปลงในอนาคตได้ดีขึ้น

อ่านข่าว :

น้ำมันโลกพุ่งสูงสุด 5 เดือน จับตาภูมิรัฐศาสตร์ ฉุดบริโภคไทยฟื้นช้า

ใช้จ่ายครัวเรือนพุ่งกว่า 2 หมื่น/เดือน สนค.ชี้น้ำมัน–เดินทาง ดันค่าครองชีพ

ถอดบทเรียน 35 ปีเศรษฐกิจไทย ชี้โจทย์ใหญ่สังคมสูงวัย-หนี้ครัวเรือนสูง

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipbs.or.th/news/content/571787&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2fuqmkYSZywAGH99JqfAar

Related Post