นักท่องเที่ยวชาวไทยไม่น้อยน่าจะได้เคยไปเยี่ยมเยือน เมืองผูเอ่อร์ ที่ตั้งอยู่ในมณฑลยูนนาน ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน ซึ่งเสน่ห์ของเมืองนี้นอกเหนือจากจุดเด่นในด้านชัยภูมิที่ดีที่ตั้งอยู่ตามแนวเส้นทางรถไฟจีน–ลาว แล้ว ยังเป็นเมืองที่ใช้ประโยชน์จากพื้นที่เพาะปลูกกาแฟที่ขึ้นชื่อ ผสมผสานกับทัศนียภาพอันงดงาม เพื่อสร้างสรรค์กิจกรรมท่องเที่ยวเชิงกาแฟที่ให้ผู้มาเยือนได้เรียนรู้ตั้งแต่การปลูก การเก็บเกี่ยว ไปจนถึงการคั่วและชงกาแฟด้วยตัวเอง ดังนั้นใครที่ได้เดินทางมาเมืองนี้ รับรองว่าต้องตกหลุมรักวัฒนธรรมกาแฟที่นี่อย่างแน่นอน
เพราะภายในหมู่บ้านเล็กๆ ในเมืองผูเอ่อร์จะมีร้านกาแฟบรรยากาศอบอุ่นหลายแห่ง โดยพนักงานในพื้นที่จะคั่วเมล็ดกาแฟสดและสาธิตขั้นตอนการผลิตให้ผู้มาเยือนได้ชมอย่างใกล้ชิด กลายเป็นประสบการณ์ท่องเที่ยวที่ผสานวัฒนธรรมกาแฟเข้ากับวิถีชีวิตชนบทอย่างกลมกลืน
ไม่เพียงแค่การผสมผสาน “วัฒนธรรมการผลิตกาแฟ” เพื่อสร้างประสบการณ์ในภาคการท่องเที่ยวเท่านั้น ทว่าในภาคอุตสาหกรรม ผูเอ๋อ ยังถือเป็นศูนย์กลาง อุตสาหกรรมกาแฟยูนนาน ของจีนก็ว่าได้ เพราะจากสถิติล่าสุดหลังเทศกาลตรุษจีนปี 2568 สถานการณ์ตลาดกาแฟเมืองผูเอ่อร์ยังคงมีทิศทางขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างมาก
โดยราคารับซื้อผลกาแฟเชอรี่ (ผลกาแฟสด) อยู่ที่ระดับสูงกว่ากิโลกรัมละ 10 หยวน ซึ่งเป็นราคา สูงสุดเป็นประวัติการณ์กว่า 100 ปีนับตั้งแต่เมืองผูเอ่อร์เริ่มปลูกกาแฟเมื่อปี ค.ศ. 1912 เป็นต้นมา และหลายปีที่ผ่านมา ตลาดกาแฟเมืองผูเอ่อร์มีแนวโน้มที่ดีอย่างต่อเนื่อง โดยมีเนื้อที่เพาะปลูกกาแฟคงที่ไม่น้อยกว่า 670,000 หมู่ (ประมาณ 280,000 ไร่)
ขณะที่มูลค่าอุตสาหกรรมกาแฟของเมืองผูเอ่อร์ก็มีการขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นกัน โดยในรอบ 5 ปี นับตั้งแต่ปี 2564 เป็นต้นมา อุตสาหกรรมกาแฟของเมืองผูเอ่อร์มีมูลค่าเพิ่มขึ้นทุกปีที่ระดับ 2,780 ล้านหยวน 5,130 ล้านหยวน 6,300 ล้านหยวน และ 8,500 ล้านหยวนตามลำดับ โดยคาดว่าในปี 2568 จะมีโอกาสขยายตัวแตะระดับ 10,000 ล้านหยวนอีกด้วย

และในปัจจุบันเมืองผูเอ่อร์มีจำนวนเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟกว่า 220,000 ราย โดยคาดว่าปี 2568 เกษตรกร ผู้ปลูกกาแฟจะมีรายได้เฉลี่ยสูงกว่าหลักหมื่นหยวน ต่อรายต่อปี โดยมณฑลยูนนานมีเนื้อที่เพาะปลูกกาแฟกว่า 1.2 ล้านหมู่ (ประมาณ 500,000 ไร่) ครอบคลุมเมืองผูเอ่อร์ เมืองหลินชาง เมืองเป่าซาน และเขตฯ เต๋อหง
ส่วนปริมาณผลผลิตเมล็ดกาแฟดิบกว่า 146,000 ตัน คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 0.82 ของเนื้อที่เพาะปลูกกาแฟทั่วโลกและร้อยละ 1.08 ของปริมาณผลผลิตเมล็ดกาแฟดิบทั่วโลก ขณะที่เนื้อที่เพาะปลูกกาแฟของมณฑลยูนนานคิดเป็นสัดส่วนกว่าร้อยละ 98 ของเนื้อที่เพาะปลูกกาแฟในจีน โดยที่เมืองผูเอ่อร์เป็นแหล่งเพาะปลูกและผลิตกาแฟที่ใหญ่ที่ สุดโดยครองสัดส่วนประมาณครึ่งหนึ่งของมณฑลยูนนาน
จากศักยภาพนี้ ทางรัฐบาลจีนได้วางแผนส่งเสริมและพัฒนา อุตสาหกรรมกาแฟยูนนาน อย่างต่อเนื่อง ศูนย์พัฒนาอุตสาหกรรมชาและกาแฟเมืองผูเอ่อร์ได้เปิดเผย “รายงานการพัฒนาอุตสาหกรรมกาแฟในมณฑลยูนนาน ปี 2567” ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพด้านกาแฟของมณฑลยูนนานทั้งในด้านขนาดพื้นที่เพาะปลูก ผลผลิต แหล่งเพาะปลูกที่สำคัญ ไปจนถึงการผลิตและการแปรรูป ส่งผลให้มณฑลยูนนานกลายเป็นแหล่งผลิตกาแฟที่สำคัญของจีน ทั้งนี้ ในรายงานดังกล่าวได้ชี้ให้เห็นจุดเด่นของการพัฒนาด้านกาแฟของมณฑลยูนนาน 4 ประการ คือ
1. มณฑลยูนนานมีพื้นที่เพาะปลูกกาแฟและผลผลิตเมล็ดกาแฟสูงเป็นอันดับหนึ่งของจีน ทั้งนี้ สถิติ ในปี 2567 มณฑลยูนนานมีพื้นที่เพาะปลูกกาแฟ 1.19 ล้านหมู่ (ประมาณห้าแสนไร่) คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 97.9 ของพื้นที่เพาะปลูกกาแฟทั้งประเทศ และให้ผลผลิตกาแฟ 150,200 ตัน คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 98.7 ของผลผลิตกาแฟของทั้งประเทศ
2. มณฑลยูนนานเป็นแหล่งเพาะปลูกกาแฟที่ใหญ่ที่สุดของจีน โดยแหล่งเพาะปลูกสำคัญส่วนใหญ่กระจายอยู่ในพื้นที่ที่มีความสูงเหนือระดับน้ำทะเล 900-1,800 เมตรบริเวณลุ่มแม่น้ำนู่เจียง แม่น้ำล้านช้าง (แม่น้ำโขง) แม่น้ำแดง และแม่น้ำจินซา โดยเมืองที่มีพื้นที่เพาะปลูกกาแฟมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ เมืองผูเอ่อร์ (มีสัดส่วนคิดเป็นร้อยละ 52 ของพื้นที่เพาะปลูกกาแฟทั้งหมดของมณฑลยูนนาน) เมืองหลินชาง (มีสัดส่วนร้อยละ 20) เมืองเป่าซาน (มีสัดส่วนร้อยละ 12) เขตฯ สิบสองปันนา (มีสัดส่วนร้อยละ 8) และเขตฯ เต๋อหง (มีสัดส่วนร้อยละ 7)

3. อุตสาหกรรมกาแฟยูนนาน กำลังฟื้นตัวดีทั้งในด้านราคาและคุณภาพ โดยในปี 2567 ยูนนานมีพื้นที่เพาะปลูกกาแฟเพิ่มขึ้นร้อยละ 4 ผลผลิตเพิ่มขึ้นร้อยละ 3 ราคาเมล็ดกาแฟโดยเฉลี่ยอยู่ที่กิโลกรัมละ 41.02 หยวน เพิ่มขึ้นร้อยละ 10.3 และสูงกว่าราคาโดยเฉลี่ยของกาแฟอาราบิก้าในตลาดโลกร้อยละ 14.1 ส่วนราคากาแฟระดับพรีเมียมอยู่ที่กิโลกรัมละ 67.37 มีผลผลิตเพิ่มขึ้นเป็น 46,100 ตัน และอัตราส่วนกาแฟระดับพรีเมียมเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 31.6 จากปี 2564 ซึ่งมีไม่ถึงร้อยละ 8 ขณะเดียวกัน ในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 12 ฉบับที่ 13 และฉบับที่ 14 มูลค่าภาคเกษตรของกาแฟในมณฑลยูนนานมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีอยู่ที่ร้อยละ 4.15, -4.5 และ 22.5 ตามลำดับ และสาเหตุที่มูลค่ากาแฟยูนนานในช่วง “แผนฯ 13” ลดลงเฉลี่ยร้อยละ 4.5 ต่อปี เป็นผลกระทบจากหลายปัจจัย อาทิ ตลาดกาแฟโลกชะลอตัว โครงสร้างการผลิตที่เน้นปริมาณมากกว่าคุนภาพ และต้นทุนที่สูงขึ้น
4. อุตสาหกรรมกาแฟยูนนาน มีพัฒนาการชัดเจนทั้งด้านการแปรรูปขั้นต้นและเชิงลึก สำหรับการแปรรูปขั้นต้น ในปี 2567 มณฑลยูนนานมีโรงงานแปรรูปผลกาแฟสด 510 แห่ง มีกำลังการผลิตมากกว่า 1 ล้านตันต่อปี และโรงงานกะเทาะเปลือกกาแฟ 95 แห่ง มีกำลังผลิตเมล็ดกาแฟดิบ 92,000 ตันต่อปี ในส่วนของการแปรรูปเชิงลึกเริ่มมีการก่อตัวรวมเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมมากขึ้น โดยปี 2567 มณฑลยูนนานใช้เมล็ดกาแฟดิบในการผลิตเชิงลึก 96,000 ตัน คิดเป็นอัตราการแปรรูปเชิงลึกร้อยละ 80.8 มีผู้ประกอบการแปรรูปเชิงลึก 128 ราย ในจำนวนนี้เป็นบริษัทขนาดกลางขึ้นไป 41 ราย พื้นที่สำคัญของเขตอุตสาหกรรมแปรรูปกาแฟเชิงลึก ได้แก่ นครคุนหมิง เมืองเป่าซาน เมืองผูเอ่อร์ เขตฯ ฉู่สง เขตฯ หงเหอ และเขตฯ เต๋อหง ขณะเดียวกัน ผลิตภัณฑ์กาแฟของมณฑลยูนนานมีความหลากหลายมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเมล็ดกาแฟคั่ว กาแฟสกัดเย็นสูตรเข้มข้น ผงกาแฟสำเร็จรูป กาแฟสำเร็จรูปชนิดฟรีซดราย กาแฟ 3 in 1 และกาแฟผสมผลไม้ รวมถึงแบรนด์กาแฟของมณฑลยูนนาน เช่น Zhongka (中咖) Beaton (比顿) Cat Four (四只猫) และ Aini (爱伲) ก็มีชื่อเสียงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
ในวันนี้ ด้วยจุดแข็งของ อุตสาหกรรมกาแฟยูนนาน ได้ปูทางสู่ความร่วมมือ ไทย-จีน โดย สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (ARDA) สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (สวพส.) และมูลนิธิโครงการหลวง ได้เดินทางไปหารือกับกับ มหาวิทยาลัยเกษตรยูนนาน วิทยาเขตผูเอ่อร์ มณฑลยูนนาน เพื่อพัฒนาพันธุ์กาแฟพรีเมียม การถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านการแปรรูป และการทดลองใช้เครื่องจักรแปรรูปกาแฟอัจฉริยะในประเทศไทย
โดยในการเดินทางไปศึกษาดูงานครั้งนี้ ได้มีการไปเยี่ยมชมโรงเรือนเพาะพันธุ์กาแฟของมหาวิทยาลัย รวมสายพันธุ์กว่า 300 สายพันธุ์ ทั้งในประเทศ ต่างประเทศ สายพันธุ์ป่าดั้งเดิม และสายพันธุ์ใหม่สำหรับการวิจัยและต่อยอดเชิงพาณิชย์ พร้อมเยี่ยมชมสถาบันพืชเขตร้อน เปิดหลักสูตรเฉพาะทางด้านกาแฟ ครอบคลุมตั้งแต่การจำแนกพันธุ์ การคั่ว การสกัด ไปจนถึงการชง ทั้งยังได้ได้เดินทางไปดูงานบริษัท Yunnan Agricultural Reclamation Co., Ltd. ผู้ผลิตกาแฟรายใหญ่ที่สุดในยูนนาน ภายใต้แบรนด์ “Yun Coff” ที่มีกำลังการผลิต 50–60 ตันต่อวัน (รวมกว่า 5,000–6,000 ตันต่อปี) ด้วยสายการผลิตอัจฉริยะ ด้วย

ดังนั้น ความร่วมมือในการพัฒนาภาคอุตสาหกรรมควบคู่ไปกับการค้าระหว่าง ไทย-จีน จึงมีแนวโน้มที่สดใส โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปี 2568 ซึ่งเป็นปีพิเศษที่ไทยและจีนก้าวสู่การครบรอบ 50 ปีแห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกัน ความสัมพันธ์ที่ยาวนานกว่าครึ่งศตวรรษนี้ ไม่เพียงหล่อหลอมด้วยสายสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมและมิตรภาพอันแน่นแฟ้น แต่ยังถูกเสริมสร้างด้วยความร่วมมือทางเศรษฐกิจที่แน่นหนา ซึ่งสะท้อนอยู่ในแนวคิด ‘Harmony in Business’ หรือ ‘ความปรองดองในธุรกิจ’ ที่เป็นหัวใจของงานในปีนี้ด้วย
ที่มา :
- บทความเรื่อง “อุตสาหกรรมกาแฟยูนนานมีทิศทางเติบโตดีทั้งปริมาณและคุณภาพ” จากเว็บไซต์ Thaibizchina
- รายงานข่าวเรื่อง “เศรษฐกิจสำคัญของมณฑลยูนนาน” จากเว็บไซต์ globthailand.com
- รายงานข่าวเรื่อง “ARDA จับมือพันธมิตรจีน ร่วมพัฒนาวิจัย–ยกระดับการผลิตกาแฟไทยสู่ตลาดโลก” จากเว็บไซต์ สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน)
เรียนรู้จากต้นแบบการพัฒนาในจีน
พลิกฟื้น เส้นทางท่องเที่ยวลุ่มน้ำโขง เชื่อมจีน-ไทย-ลาว ด้วยการเดินทางสี่รูปแบบ “น้ำ-บก-อากาศ-ราง”
เจาะระบบนิเวศอุตสาหกรรมป้องกันประเทศแดนมังกร ยุทธศาสตร์ล้ำสมัยที่ขับเคลื่อนกองทัพจีนให้เหนือชั้น
Post Views: 76
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.salika.co/2025/11/12/lesson-learn-from-coffee-industry-in-yunnan/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2FnR7f9buy6CMujG523_vM

