ล้อมคอก ‘ซื้อก่อนผ่อนทีหลัง’ ธปท.เล็งออกใบอนุญาตใหม่-คุมดอกเบี้ยสกัด ‘หนี้คนรุ่นใหม่’

ล้อมคอก-‘ซื้อก่อนผ่อนทีหลัง’-ธปท.เล็งออกใบอนุญาตใหม่-คุมดอกเบี้ยสกัด-‘หนี้คนรุ่นใหม่’

ล้อมคอก ‘ซื้อก่อนผ่อนทีหลัง’ ธปท.เล็งออกใบอนุญาตใหม่-คุมดอกเบี้ยสกัด ‘หนี้คนรุ่นใหม่’

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เดินหน้าปรับบทบาทการทำงานครั้งสำคัญภายใต้แนวคิด “ยืนตรง มองไกล ยื่นมือ ติดดิน” โดยมุ่งให้การทำงานของธนาคารกลางไม่จำกัดแค่การดูแลเสถียรภาพการเงิน และเศรษฐกิจมหภาค แต่ต้องมีส่วนร่วมแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างที่กระทบเศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตประชาชน

ล่าสุด “วิทัย รัตนากร” ผู้ว่าฯ ธปท.ให้สัมภาษณ์ “กรุงเทพธุรกิจ” ว่า หนึ่งในโจทย์สำคัญที่ ธปท.ให้ความสำคัญมากขึ้นเป็นปัญหาหนี้ครัวเรือน ซึ่งแม้ปัจจุบันสัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อจีดีพีลงมาต่ำกว่า 90% แต่ยังเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่ใช้เวลาแก้ไข และต้องใช้ความร่วมมือหลายภาคส่วน

ภายใต้บริบทดังกล่าว ธปท.จับตาความเสี่ยงจากผลิตภัณฑ์ทางการเงินรูปแบบใหม่ที่เกิดขึ้นพร้อมการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค และการขยายตัวเศรษฐกิจดิจิทัล โดยเฉพาะบริการ Buy Now Pay Later (BNPL) หรือ “ซื้อก่อนผ่อนทีหลัง” ซึ่งเป็นรูปแบบที่เปิดโอกาสให้ผู้บริโภคซื้อสินค้าได้ก่อน และทยอยผ่อนชำระ

แม้บริการดังกล่าวตอบโจทย์ความสะดวกผู้บริโภคยุคดิจิทัล แต่การขยายตัวเร็วทำให้ ธปท.เห็นความเสี่ยง โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่เข้าถึงบริการ การเงินง่ายขึ้น ขณะที่อายุผู้เริ่มก่อหนี้ลดลงจนพบสัญญาณคนบางกลุ่มเริ่มก่อหนี้ตั้งแต่อายุเพียง 17 ปี

“วิทัย” มองว่า BNPL เป็นหนึ่งใน “เรื่องใหม่” ที่ต้องเร่งจัดการเพราะหากปล่อยให้การก่อหนี้ขยายตัวแบบไม่กำกับดูแลที่เหมาะสม อาจเป็นปัญหาสะสม และส่งผลโครงสร้างหนี้ครัวเรือนระยะยาว โดยเฉพาะ Gen Z ที่กำลังเข้าตลาดแรงงาน และเป็นกำลังสำคัญเศรษฐกิจ

BNPL โตแบบก้าวกระโดด หวั่นคนรุ่นใหม่ติดหนี้เร็ว

ทั้งนี้หากดูการเติบโตของธุรกรรม BNPL พบมีลักษณะ “Exponential” หรือขยายตัวก้าวกระโดด ซึ่งแตกต่างจากการเติบโตสินเชื่อรูปแบบดั้งเดิม รวมทั้งความกังวลไม่อยู่แค่ปริมาณธุรกรรมที่เพิ่มขึ้น

แต่รวมถึงลักษณะผู้ใช้บริการเริ่มมีอายุน้อยลง โดยพบกลุ่มอายุ 17-20 ปี เริ่มใช้บริการ และมีภาระหนี้จาก BNPL

ประเด็นนี้เป็นสัญญาณที่ ธปท.ให้ความสำคัญ เพราะการก่อหนี้ตั้งแต่อายุน้อยอาจทำให้คนรุ่นใหม่เข้าวงจรหนี้เร็วขึ้น ทั้งที่อยู่ช่วงเริ่มต้นชีวิตการทำงาน และยังไม่มีรายได้มั่นคงเพียงพอสำหรับรองรับภาระการเงินระยะยาว

รวมทั้งหากก่อหนี้เกิดขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่วัยเรียนหรือวัยเริ่มทำงานอาจทำให้มีภาระหนี้ติดตัวตั้งแต่อายุน้อย และส่งผลต่อความสามารถบริหารจัดการ การเงินในอนาคต

ดังนั้น มุมมอง ธปท.ต่อ BNPL ไม่เป็นเพียงการควบคุมผลิตภัณฑ์การเงินประเภทหนึ่งเท่านั้น แต่เป็นการป้องกันหนี้ครัวเรือนตั้งแต่ต้นทาง โดยเฉพาะป้องกันไม่ให้คนรุ่นใหม่เข้าสู่วงจรหนี้เร็วเกินไป

“เป้าหมายสำคัญของการกำกับดูแลคือ ไม่ต้องการให้ประชาชนติดหนี้เร็วเกินไป และไม่ต้องการให้ปัญหาหนี้ครัวเรือนขยายจนยากต่อการควบคุม โจทย์จึงอยู่ที่การสร้างสมดุลระหว่างการเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงบริการ การเงินกับการป้องกันไม่ให้เข้าถึงสินเชื่อง่ายและเร็วจนเป็นช่องทางก่อหนี้เกินตัว”
 

ปัจจุบัน ธปท.ไม่มีอำนาจกำกับโดยตรง

ผู้ว่าฯ ธปท.ยอมรับการกำกับดูแล BNPL ซับซ้อนมากกว่าการกำกับสินเชื่อทั่วไป เพราะเชื่อมโยงกับแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ และธุรกิจดิจิทัล ซึ่งหลายรายเป็นแพลตฟอร์มขนาดใหญ่ และมีบริษัทแม่อยู่ต่างประเทศ

ข้อจำกัดสำคัญของ ธปท.เข้าไปกำกับดูแลผู้ประกอบการออนไลน์ทั้งหมดไม่ได้โดยตรง โดยเฉพาะกรณีผู้ให้บริการแพลตฟอร์มเป็นบริษัทต่างชาติ ดังนั้น ธปท.เข้าไปกำกับผู้ประกอบการออนไลน์รายใหม่ไม่ได้โดยตรงในประเทศ

สำหรับข้อจำกัดนี้ทำให้การออกแบบกฎเกณฑ์กำกับดูแล BNPL ต้องใช้แนวทางต่างจากการกำกับดูแลสถาบันการเงินแบบดั้งเดิม เพราะผู้ให้บริการสินเชื่อไม่อยู่ในรูปแบบธนาคารพาณิชย์หรือสถาบันการเงินที่ ธปท.กำกับได้โดยตรงทั้งหมด

แนวทางที่กำลังพิจารณาจึงเป็นการใช้กลไกผ่าน “บริษัทลูก” ที่ตั้ง และจดทะเบียนในไทย ซึ่งทำหน้าที่ให้บริการสินเชื่อหรือสนับสนุนบริการ การเงินแก่แพลตฟอร์ม

โดยจะเปิดช่องให้ ธปท.กำหนดเงื่อนไข และหลักเกณฑ์ให้บริการสินเชื่อได้มากขึ้น โดยเป้าหมายสำคัญให้ผู้ให้บริการ BNPL ต้องดำเนินธุรกิจภายใต้กรอบมาตรฐานเหมาะสม และไม่สร้างภาระการเงินที่เกินความสามารถผู้บริโภค

ดังนั้น สิ่งที่ ธปท.กำลังดำเนินการไม่ใช่เพียงการออกเกณฑ์ควบคุมผลิตภัณฑ์ BNPL แต่เป็นการออกแบบกลไกกำกับดูแลให้รองรับรูปแบบธุรกิจการเงินที่เกิดขึ้นใหม่ในระบบดิจิทัล

เล็งกำหนดอายุขั้นต่ำ 20 ปี สกัดก่อหนี้ตั้งแต่วัยเรียน

หนึ่งในแนวทางสำคัญที่ ธปท.กำลังพิจารณาคือ การกำหนดอายุขั้นต่ำของผู้ใช้บริการ BNPL โดยมีแนวคิดให้ผู้ใช้บริการต้องมีอายุ เช่น 18-20 ปีขึ้นไป หรือกำหนดที่ 20 ปีขึ้นไปเป็นต้น

ส่วนเหตุผลสำคัญมาจากความกังวลการที่เด็ก และเยาวชนเข้าถึงสินเชื่อง่ายขึ้นผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล โดยเฉพาะกรณียังไม่มีรายได้ประจำหรือยังไม่มีความสามารถประเมินภาระหนี้รอบด้าน การกำหนดอายุขั้นต่ำจึงมีเป้าหมายป้องกันไม่ให้เด็กหรือเยาวชนเข้าระบบสินเชื่อเร็วเกินไป และลดโอกาสสะสมหนี้ตั้งแต่วัยเรียน

สำหรับคนรุ่นใหม่ การซื้อสินค้า และการก่อหนี้อาจเป็นพฤติกรรมที่เกิดขึ้นพร้อมกันโดยไม่รู้สึกภาระจริง

โดยเฉพาะเมื่อยอดผ่อนต่อครั้งไม่สูง แต่หากใช้บริการหลายครั้ง และสะสมต่อเนื่อง ภาระหนี้รวมอาจเพิ่มจนเป็นปัญหาได้ ดังนั้น ธปท.จึงมองการกำหนดอายุขั้นต่ำเป็นหนึ่งในมาตรการป้องกันตั้งแต่ต้นทางเพื่อไม่ให้คนรุ่นใหม่เริ่มต้นชีวิตการเงินด้วยภาระหนี้ที่ไม่จำเป็น

ล้อมคอก “ดอกเบี้ยแฝง” คุมค่าธรรมเนียมไม่ให้ต้นทุนพุ่ง

อีกประเด็นที่ ธปท.ให้ความสำคัญเป็นโครงสร้างต้นทุนจริงของ BNPL โดยเฉพาะกรณีผู้บริโภคอาจต้องจ่ายเงินมากกว่าราคาสินค้าจริงจากการผ่อนชำระ

แม้สินเชื่อดิจิทัลมีกรอบอัตราดอกเบี้ยสูงสุด 25% แต่รูปแบบการคิดต้นทุน BNPL อาจมีรายละเอียดต่างออกไป และอาจมีค่าใช้จ่ายหรือผลประโยชน์รูปแบบอื่นที่ทำให้ต้นทุนที่ผู้บริโภคต้องแบกรับสูงขึ้น

“ยกตัวอย่างสินค้าที่ราคาปกติ 110 บาท หากเลือกผ่อนชำระ 3 เดือน อาจต้องจ่ายเดือนละ 40 บาท รวมเป็น 120 บาท เท่ากับผู้บริโภคต้องจ่ายเงินเพิ่มขึ้น 10 บาทจากราคาสินค้าเดิม”

ดังนั้น หากเป็นเงินส่วนที่คิดเพิ่มเติมที่มีลักษณะเป็นต้นทุนการเงินหรือไม่ และหากเป็นต้นทุนทางการเงินควรอยู่ภายใต้หลักเกณฑ์กำกับดูแลที่เหมาะสมหรือไม่

นอกจากนี้ ธปท.กังวล “ดอกเบี้ยแฝง” หรือการออกแบบโครงสร้างค่าธรรมเนียม และราคาสินค้าให้ทำให้ต้นทุนจริงของผู้บริโภคสูงกว่าที่เห็น

ในกรณีดังกล่าว ผู้บริโภคอาจมองเพียงยอดผ่อนต่อเดือนไม่สูงมาก ขณะที่ไม่ได้คำนวณต้นทุนรวมตลอดระยะผ่อนชำระ ทำให้เปรียบเทียบไม่ได้ชัดเจนว่าการซื้อสินค้ารูปแบบ BNPL มีต้นทุนสูงกว่าการซื้อด้วยเงินสดเพียงใด

ดังนั้น หนึ่งในโจทย์สำคัญของการกำกับดูแลจึงอยู่ที่การสร้างความโปร่งใสให้ผู้บริโภคเห็นต้นทุนแท้จริงของการใช้บริการ และตัดสินใจได้อย่างมีข้อมูล

ห้ามถอนเงินสด ชี้ผิดวัตถุประสงค์ BNPL

นอกจากการควบคุมอัตราดอกเบี้ย และค่าธรรมเนียมแล้ว ธปท.ให้ความสำคัญกับการกำหนดวัตถุประสงค์ BNPL โดยบริการประเภทนี้ควรใช้สำหรับการซื้อสินค้า และผ่อนชำระ ไม่ควรเปิดช่องให้ผู้ใช้บริการนำวงเงินไปถอนเป็นเงินสดได้

ปัจจุบันพบพฤติกรรมบางรูปแบบที่ให้บริการกำหนดวงเงินให้ลูกค้า เช่น 5,000-10,000 บาท แต่เปิดทางให้ผู้ใช้บริการถอนวงเงินออกมาเป็นเงินสดได้ โดยกรณีถอนเงินสด ผู้ใช้บริการอาจต้องเสียค่าธรรมเนียมทันที 10% และหากนำไปรวมต้นทุนดอกเบี้ยปกติที่สูงถึง 25% จะทำให้ต้นทุนการเงินรวมสูงขึ้นถึง 35%

ทั้งนี้ โครงสร้างต้นทุนลักษณะนี้ยอมรับไม่ได้ และต้องไปกำกับดูแลผ่านหลักเกณฑ์เพราะ BNPL ออกแบบมาเพื่ออำนวยความสะดวกซื้อสินค้า การเปิดให้ถอนเงินสดได้จะทำให้ผลิตภัณฑ์เปลี่ยนลักษณะไปใกล้เคียงสินเชื่อเงินสด ซึ่งเสี่ยงต่อการก่อหนี้มากขึ้น

การกำหนดให้ BNPL ใช้สำหรับการซื้อสินค้า และไม่สามารถถอนเป็นเงินสดได้ จึงเป็นแนวทางหนึ่งในการควบคุมวัตถุประสงค์การใช้สินเชื่อ และป้องกันไม่ให้ผู้บริโภคนำวงเงินไปใช้จ่ายในลักษณะที่อาจเพิ่มภาระหนี้โดยไม่จำเป็นได้ 

นอกจากนี้ การเข้าไปกำกับสินเชื่อ BNPL ธปท.อาจออกใบอนุญาตใหม่สำหรับสินเชื่อประเภทนี้ เพื่อกำกับทั้งผู้ให้บริการสินเชื่อรายใหม่ และผู้ให้บริการรายเก่าที่จะปล่อยสินเชื่อ BNPL ในอนาคต

ธปท.ย้ำเน้นคุ้มครองผู้บริโภค

อีกประเด็นที่ ธปท.ให้ความสำคัญเป็นการคุ้มครองผู้บริโภค โดยเฉพาะการให้ความยินยอม และเปิดเผยข้อมูล เนื่องจาก BNPL เป็นบริการที่ทำงานอยู่บนแพลตฟอร์มดิจิทัล การให้บริการเชื่อมต่อขั้นตอนการซื้อสินค้าได้โดยตรง จึงมีความเสี่ยงที่ผู้บริโภคอาจไม่ได้ตระหนักเต็มที่ว่ากำลังเลือกใช้สินเชื่อหรือกำลังสร้างภาระหนี้

ธปท.ต้องการให้การบริการโปร่งใสขึ้น โดยเฉพาะกรณีการเปิดวงเงิน การตัดเงินอัตโนมัติ หรือเงื่อนไขการชำระเงินที่ผู้บริโภคอาจไม่ได้สังเกต

หลักการสำคัญคือ ผู้บริโภคควรได้รับข้อมูลอย่างชัดเจน และต้องมีการให้ความยินยอมอย่างเหมาะสม ไม่ควรเกิดกรณีที่มีการเปิดวงเงินหรือหักเงินจากบัญชีโดยที่ผู้ใช้บริการไม่ได้ตั้งใจหรือไม่เข้าใจเงื่อนไขอย่างเพียงพอ

การกำกับส่วนนี้จึงเป็นอีกกลไกสำคัญสร้างความเป็นธรรมให้ผู้บริโภค เพราะระบบดิจิทัลมีความสะดวก และความรวดเร็วในการทำธุรกรรมอาจทำให้ผู้บริโภคตัดสินใจเร็วขึ้น แต่อีกด้านอาจทำให้การรับรู้ภาระหนี้ และต้นทุนการเงินลดลงคาดเกณฑ์ควบคุมชัดเจนใน 1 ปี

“ธปท.กำลังออกแบบหลักเกณฑ์ คาดชัดเจนภายใน 1 ปี การกำกับไม่ง่ายเพราะอำนาจ ธปท.จำกัด เช่น เข้าไปกำกับแพลตฟอร์มออนไลน์ไม่ได้ ต้องไปกำกับผู้ให้บริการสินเชื่อ BNPL แทน ซึ่งเป็นความพยายาม และหลายประเทศเริ่มทำแต่ไทยเป็นประเทศแรกๆ ที่จะทำเรื่องนี้ เราเจตนาดี ไม่อยากให้คนติดหนี้เร็วเกินไป เพราะ BNPL ถือเป็นส่วนหนึ่งของหนี้ครัวเรือน” 
 

รวมทั้งการเข้าไปกำกับ เช่น การกำหนดอายุขั้น 20 ปีขึ้นไป หรือการปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต้องไม่เกินเท่าไร โดยวันนี้ดอกเบี้ยสำหรับใบอนุญาตดิจิทัลสูงสุดที่ 25% แต่วันนี้เวลาซื้อสินค้าที่ผ่อนมีพรีเมียมด้วย เช่น ชานมไข่มุก 110 บาท ผ่อน 3 เดือนเพิ่มอีก 10 บาท แปลว่าบริษัทนี้นอกจากกำไรจากดอกเบี้ย 25% แล้ว ยังกำไรเพิ่มขึ้นเป็น 10 บาทเหมือนดอกเบี้ยซ้อนดอกเบี้ยอีกที 

ขณะที่ให้วงเงิน 5,000 บาท สำหรับผ่อนคิดดอกเบี้ย 25% แต่หากถอนเงินสดด้วยจะต้องเสียอีก 10% กลายเป็น 35% ดังนั้นต้องดูว่าจะควบคุมอย่างไร

พิสูจน์อักษร….สุรีย์  ศิลาวงษ์

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/finance/1244333&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0sIEG7ftaXL0Pw0XzXn_Eo