ตลาดหุ้นไทยระส่ำ! บัวหลวงชี้รอบนี้ชะลอตามวัฏจักร ไม่ใช่วิกฤติ แต่ปัจจัยกดดันเพียบ
ตลาดหุ้นไทยกำลังยืนอยู่บนเส้นบางๆ ระหว่าง “โอกาส” และ “ความเสี่ยง”
ข้อมูลจากทีม Research หลักทรัพย์บัวหลวง ระบุว่า การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกในรอบนี้ คาดว่าเป็นเพียงภาวะชะลอตามวัฏจักร ไม่ใช่วิกฤติการเงิน แตกต่างจากอดีตที่มักมีปัญหาเชิงสถาบันมาซ้ำเติมให้เศรษฐกิจหดตัวแรง
ปัจจุบันระบบสถาบันการเงินสหรัฐฯ ยังมีฐานะมั่นคง โดยสัดส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงอยู่ในระดับสูงเป็นประวัติการณ์จึงประเมินว่าภาวะชะลอตัวรอบนี้เป็น เชิงวัฏจักร มากกว่าจะลุกลามเป็นวิกฤติการเงินเหมือนในอดีต
ภาพรวมเศรษฐกิจไทย นโยบายกระตุ้นฯ ยังเป็นความหวัง แต่ยังถูกกดดันจากทั้งปัจจัยต่างประเทศและปัจจัยเปราะบางในประเทศ โดยมีปัจจัยบวกและลบที่น่าจับตา ดังนี้
ปัจจัยหนุนตลาดไทย
1. โครงการ “คนละครึ่ง”
วงเงิน 25,000 ล้านบาทในเดือนตุลาคม 2568 (มีโอกาสขยายสูงสุดถึง 73,000 ล้านบาทจากงบกลาง) และอาจตามด้วยโครงการ Easy e-Receipt สำหรับผู้มีรายได้สูงที่อยู่ในระบบภาษีราว 4 ล้านคนในช่วงต้นปีหน้า
2. การท่องเที่ยวผ่านจุดต่ำสุดแล้ว
การท่องเที่ยวเริ่มฟื้นในช่วงครึ่งหลังปี 2568 จุดต่ำสุดอยู่ในไตรมาส 2 ปี 2568 ก่อนฟื้นต่อเนื่องสู่ปี 2569 โดยมีมาตรการหนุนปลายปีนี้ ทั้งนี้คาดนักท่องเที่ยวจาก 35.5 ล้านคนในปี 2567 ชะลอเป็น 33.2 ล้านคนในปี 2568 และฟื้นราว 34 ล้านคนในปี 2569
3. การลงทุนภาคเอกชนทยอยกลับมา
เงินลงทุนคาดเริ่มไหลเข้าตั้งแต่ไตรมาส 4 ปี 2568 หนุนจากการอนุมัติ BOI ที่เร่งตัวตั้งแต่ต้นปี 2568 โดยเฉพาะหมวดดาต้าเซ็นเตอร์ที่เริ่มเร่งตั้งแต่ไตรมาส 4 ปี 2567
4. นโยบายการเงินผ่อนคลายหนุนสินทรัพย์เสี่ยง
คาด Fed ลดดอกเบี้ยอีก 2 ครั้งในปีนี้ (ต.ค., ธ.ค.) ครั้งละ 25 basis points ไปสู่ราว 3.75% ในปี 2568 และลดอีก 1 ครั้งในม.ค. 2569 สู่ 3.50% ก่อนอาจลดเพิ่มในครึ่งหลังปี 2569–ต้นปี 2570 เพื่อเข้าใกล้ระดับระยะยาวราว 3.0% ขณะที่ คณะกรรมการนโยบายการเงินของไทย (กนง.) คาดลดอีก 1 ครั้งปีนี้ 25 basis points สู่ 1.25% และลดอีก 1 ครั้งในปีหน้า สู่ 1.00%
ปัจจัยกดดันตลาดไทย
1. เศรษฐกิจโลกเสี่ยงชะลอเร็วกว่าคาด
โดยเฉพาะสหรัฐฯ หากการจ้างงานอ่อนแรงเร็ว อาจกดดันการบริโภคในประเทศ
2. ผลกระทบจากมาตรการภาษีสหรัฐฯ
ปลายไตรมาส 3 ถึงไตรมาส 4 อาจกดดันการส่งออกไทย และทำให้ GDP ไทยไตรมาส 3 ปี 2568 ชะลอ (+1.3% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และ 0.4% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ) ก่อนทำจุดต่ำสุดในไตรมาส 4 ปี 2568 (+0.1% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าและ 0.7% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า) จากคำสั่งซื้อล่วงหน้า (frontloaded demand) ที่เริ่มแผ่ว
3. ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ยืดเยื้อ
ความขัดแย้งรัสเซีย–ยูเครน และอิสราเอล–อิหร่าน หากรุนแรงขึ้น อาจเพิ่มความเสี่ยงเงินเฟ้อ
4. ประมาณการกำไร บริษัทจดทะเบียนไทย ถูกปรับลดต่อเนื่อง
5. หนี้ครัวเรือนอยู่ในระดับสูง
กดดันการบริโภคในประเทศ และอาจลดทอนประสิทธิผลของมาตรการภาครัฐ
6. ความเสี่ยงคุณภาพสินทรัพย์สถาบันการเงิน
หนี้เสียจากสินเชื่อรถยนต์ ที่อยู่อาศัย และสินเชื่อบุคคลยังสูง อาจกดดันคุณภาพสินทรัพย์และต้นทุนสำรอง
ตารางนี้แสดงถึงการสรุปมูลค่าตลาดหุ้นรายภูมิภาค และการคาดการณ์
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/columnist/731046&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3jUQva7NWiYRfOHrgcaYb1
