กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร (KKP) สานต่อมุมมองเศรษฐกิจภาพใหญ่ เผยกลยุทธ์การลงทุนช่วงครึ่งหลังของปี ในงานสัมมนา KKP 2026 Mid-Year Review: Building Resilient Wealth in a Fragmented World ชี้ความท้าทายจากภูมิรัฐศาสตร์ เงินเฟ้อที่ดื้อรั้น และความเสี่ยงของกระแส AI กำลังบีบให้นักลงทุนต้องปรับตัวครั้งใหญ่ แนะใช้กลยุทธ์บริหารพอร์ตเชิงรุก เลี่ยงการลงทุนแบบกระจุกตัว พร้อมเปิด 2 ธีม ลงทุนเด่น ‘โครงข่ายไฟฟ้า (Grid ETF)-หุ้นเล็กสหรัฐฯ’ ที่จะช่วยสร้างความยืดหยุ่นให้พอร์ตฝ่าวิกฤตความผันผวน
นายทวีศักดิ์ เผ่าพัลลภ หัวหน้าฝ่ายวิเคราะห์เศรษฐกิจและการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า โลกกำลังเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุคเศรษฐกิจแบ่งขั้วอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งสอดคล้องกับมุมมองของนักเศรษฐศาสตร์ KKP ที่ประเมินว่าความเปราะบางทางภูมิรัฐศาสตร์จะทำให้เกิดภาวะชะงักงันของห่วงโซ่อุปทานบ่อยครั้งขึ้น

“แม้ประเมินว่าราคาน้ำมันดิบอาจทรงตัวบริเวณ 80 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลในปลายปีนี้ หากมหาอำนาจเลี่ยงสงครามเต็มรูปแบบได้ แต่เราเห็นตรงกันว่าสถานการณ์ตะวันออกกลางยังคงเป็นความเสี่ยงที่พร้อมปะทุและส่งผลกระทบต่อตลาดอย่างรวดเร็ว ความเสี่ยงด้านพลังงานที่ทรงตัวในระดับสูงนี้ จะทำให้เงินเฟ้อพื้นฐานลดลงช้ากว่าเป้าหมาย และบีบให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ต้องคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงยาวนานกว่าที่ตลาดคาดหวังไว้ นักลงทุนจึงต้องเตรียมรับมือกับทิศทางนโยบายการเงินที่ผันผวน โดยเฉพาะภายใต้การนำของประธาน Fed คนใหม่ที่ลดการส่งสัญญาณทิศทางดอกเบี้ยล่วงหน้า ทำให้การประเมินตลาดทำได้ยากขึ้น” นายทวีศักดิ์กล่าว
มองข้ามฟองสบู่ AI สู่โอกาสใน โครงสร้างพื้นฐาน
สำหรับประเด็นการลงทุนในกลุ่ม AI ที่ตลาดเริ่มตั้งคำถามถึงความคุ้มค่าและผลกำไรเชิงพาณิชย์นั้น ประเมินว่าแม้การนำโมเดล AI ไปประยุกต์ใช้ในภาคธุรกิจจนเกิดกำไรอย่างเป็นรูปธรรมอาจต้องใช้เวลาพิสูจน์อีก 2-3 ปีตามที่นักเศรษฐศาสตร์ของ KKP ได้ออกมาเตือนก่อนหน้า แต่ในมิติของการลงทุน นี่อาจยังไม่ใช่จุดสิ้นสุดของตลาดขาขึ้น ทั้งยังอาจเป็นการเปลี่ยนผ่านจากโอกาสในหุ้นกลุ่มโครงสร้างพื้นฐานในระยะแรก กระจายไปสู่กลุ่มอื่นๆในระยะถัดไป
นายทวีศักดิ์ขยายความว่า “ยุคต่อไปของเทคโนโลยี AI ที่ระบบสามารถคิดและทำงานร่วมกันได้อย่างอัตโนมัติ จะผลักดันความต้องการด้านการประมวลผลเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าตัว ดังนั้น แม้การแข่งขันในกลุ่มผู้พัฒนาโมเดลจะรุนแรงขึ้น แต่บริษัทที่เป็น ‘โครงสร้างพื้นฐาน’ ให้กับระบบเหล่านี้ยังมีแนวโน้มเติบโตได้อีก อีกทั้งแรงขับเคลื่อนของตลาดหุ้นโลกหลังจากนี้จะไม่ได้กระจุกตัวแค่หุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ แต่จะกระจายตัวไปยังบริษัทที่มีกำไรเติบโตจริงและมีระดับราคาที่เหมาะสม การปรับฐานของตลาดที่อาจเกิดขึ้น จึงเป็นโอกาสในการทยอยสะสมหุ้นในกลุ่มที่ได้รับประโยชน์ทางอ้อม”
2 ธีมลงทุนเด่น: สร้างภูมิคุ้มกันให้พอร์ต
เพื่อรับมือกับโลกที่เต็มไปด้วยความเสี่ยง KKP แนะนำให้นักลงทุนกระจายการลงทุนไปยังสินทรัพย์ที่มีความสัมพันธ์และทิศทางผลกำไรแตกต่างจากหุ้นขนาดใหญ่และพันธบัตรทั่วไป โดยเน้นย้ำ 2 ธีมการลงทุนที่สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง:
กองทุนรวมที่ลงทุนในโครงข่ายสายส่งไฟฟ้า (Grid ETF) : ธีมการลงทุนที่รับอานิสงส์โดยตรงจากความต้องการใช้พลังงานมหาศาลของศูนย์ข้อมูล (Data Center) และ AI โดยก้าวข้ามความเสี่ยงเรื่องความสำเร็จของผู้พัฒนาโมเดลรายใดรายหนึ่งไปสู่การลงทุนในระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานที่มีความมั่นคงสูง
หุ้นขนาดเล็กในสหรัฐฯ: กลุ่มที่ได้เปรียบจากระดับราคาที่ยังน่าสนใจ และเป็นผู้รับประโยชน์หลักจากนโยบายการย้ายฐานการผลิตกลับประเทศ เพื่อลดความเสี่ยงจากสงครามการค้าและปัญหาห่วงโซ่อุปทานโลก ซึ่งเป็นธีมที่เติบโตได้ดีในยุคเศรษฐกิจแบ่งขั้ว
“โลกในวันนี้มีความไม่แน่นอนสูงขึ้นในทุกมิติ ทั้งสงคราม ดอกเบี้ย และการเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยี แต่ไม่ได้หมายความว่าเราควรหยุดลงทุน การจัดพอร์ตที่กระจายความเสี่ยงอย่างเหมาะสม เลือกลงทุนในสินทรัพย์คุณภาพที่ได้เปรียบจากการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง คือหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้พอร์ตของลูกค้า KKP แข็งแกร่งและเติบโตได้ในระยะยาว” นายทวีศักดิ์ กล่าวสรุป
งาน KKP 2026 Mid-Year Review จัดขึ้นโดยความร่วมมือระหว่าง กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร (KKP) และ Goldman Sachs Asset Management เพื่อนำเสนอทิศทางเศรษฐกิจและการลงทุนช่วงครึ่งปีหลัง ผ่านการวิเคราะห์เจาะลึกของผู้เชี่ยวชาญ อาทิ James Ashley, International Head of Strategic Advisory Solutions จาก Goldman Sachs Asset Management ตลอดจน ดร.ศุภวุฒิ สายเชื้อ ที่ปรึกษา, ดร.พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์, และนายทวีศักดิ์ เผ่าพัลลภ หัวหน้าฝ่ายวิเคราะห์เศรษฐกิจและการลงทุน สะท้อนบทบาทของ KKP ในฐานะแหล่งข้อมูลที่ได้รับความไว้วางใจด้านมุมมองเศรษฐกิจและการลงทุนของประเทศ
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.newswit.com/th/iel4yjcyfn6ovxmo05z5ugk6q8pm70yn&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw02o2l_SOZnOMlfdFw0GLY7
