5 เส้นทาง ยกระดับภาคอุตสาหกรรม สู่เส้นทาง เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ

5-เส้นทาง-ยกระดับภาคอุตสาหกรรม-สู่เส้นทาง-เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ

“วิกฤตสภาพภูมิอากาศ” ได้กลายเป็นแรงผลักสำคัญที่กำหนดทิศทางเศรษฐกิจของโลก รวมถึงประเทศไทย ที่ความยั่งยืนไม่ได้เป็นเพียงแนวคิดด้านสิ่งแวดล้อมอีกต่อไป แต่กลายเป็น “เงื่อนไขสำคัญ” ของการพัฒนาประเทศ และเป็นหนึ่งในกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้ประเทศไทยหลุดพ้นจากกับดักรายได้ปานกลาง และ ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กำลังส่งแรงสั่นสะเทือนไปถึงระบบเศรษฐกิจของหลายประเทศทั่วโลก และแน่นอนว่าประเทศไทยเองก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ เราจำเป็นต้องเร่งเปลี่ยนผ่านสู่ เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ อย่างจริงจัง ไม่เพียงรับมือความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่ยังเป็นการเปิดประตูสู่โอกาสใหม่ๆ ของอุตสาหกรรม การเติบโตทางเศรษฐกิจ และดึงดูดการลงทุนในอนาคต

จากรายงาน Thailand Country Climate and Development Report (CCDR) ของ World Bank Group ชี้ให้เห็นว่า การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทยจำเป็นต้องอาศัย การเปลี่ยนผ่านเชิงโครงสร้างในหลายภาคเศรษฐกิจหลัก พร้อมยกระดับเทคโนโลยี โครงสร้างพื้นฐาน และกลไกตลาด เพื่อขับเคลื่อนประเทศสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำในระยะยาว วันนี้ NIA ได้นำเสนอบทความ “5 เส้นทางสู่เศรษฐกิจบอนต่ำของประเทศไทย” เพื่อนำเสนอแนวทางสำคัญจากรายงานนี้และทำให้ทุกภาคส่วนเห็นภาพการปรับตัวของแต่ละภาคเศรษฐกิจอย่างชัดเจนยิ่งขึ้น

  • ภาคพลังงานไฟฟ้า : เร่งเปลี่ยนผ่านสู่ระบบพลังงานสะอาด

ภาคพลังงานถือเป็นหนึ่งในแหล่งการปล่อยก๊าซเรือนกระจกหลักของประเทศไทย ขณะที่โครงสร้างการผลิตไฟฟ้ายังคงพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลเป็นสัดส่วนสำคัญ และความต้องการใช้ไฟฟ้ามีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากการเติบโตของภาคอุตสาหกรรม โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล เช่น Data Center รวมถึงการขยายตัวของยานยนต์ไฟฟ้าในอนาคต
รายงานเสนอให้ประเทศไทยเร่งปรับโครงสร้างระบบพลังงาน โดยเพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจาก พลังงานหมุนเวียน ควบคู่กับการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ เช่น การปรับปรุงโครงข่ายไฟฟ้า (Power Grid) การพัฒนาระบบกักเก็บพลังงาน (Energy Storage) รวมถึงการเปิดกว้างตลาดพลังงาน เพื่อให้ภาคเอกชนสามารถเข้าถึงโครงข่ายไฟฟ้าและทำสัญญาซื้อขายพลังงานสะอาด (Power Purchase Agreement: PPA) ได้มากขึ้น

ธุรกิจไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน

  • ภาคการผลิต : ยกระดับสู่มาตรฐานอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำ

ภาคการผลิตเป็นอีกหนึ่งภาคเศรษฐกิจที่มีการใช้พลังงานสูง โดยข้อมูลในรายงานระบุว่า ในปี 2021 พลังงานที่ใช้ในภาคอุตสาหกรรมยังพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลเป็นสัดส่วนหลัก การลดการปล่อยคาร์บอนในภาคนี้จึงต้องดำเนินควบคู่ทั้งการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน การเปลี่ยนผ่านสู่เชื้อเพลิงสะอาด และการพัฒนาเทคโนโลยีสำหรับอุตสาหกรรมที่ลดคาร์บอนได้ยาก เช่น อุตสาหกรรมซีเมนต์ เหล็ก และปิโตรเคมี
นอกจากนี้ การปล่อยก๊าซเรือนกระจกของภาคธุรกิจยังมีลักษณะกระจุกตัวอยู่ในบริษัทขนาดใหญ่ ดังนั้น กลไกตลาดคาร์บอนและการกำหนดราคาคาร์บอน (Carbon Pricing) จึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการจูงใจให้ภาคอุตสาหกรรมลงทุนในเทคโนโลยีใหม่ เพิ่มประสิทธิภาพพลังงาน และยกระดับมาตรฐานด้านพลังงานของอาคาร เครื่องจักร และเครื่องใช้ไฟฟ้า
  • ภาคการขนส่ง: เปลี่ยนผ่านสู่ระบบขนส่งพลังงานสะอาด

การเติบโตทางเศรษฐกิจทำให้ความต้องการเดินทางของประเทศไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ภาคการขนส่งยังคงพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลเป็นหลัก รายงาน CCDR จึงชี้ว่า ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) จะเป็นกลไกสำคัญในการลดการปล่อยคาร์บอนในภาคการขนส่ง การเปลี่ยนผ่านดังกล่าวจะมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น หากไฟฟ้าที่ใช้มาจากพลังงานหมุนเวียน ควบคู่กับการพัฒนาเชื้อเพลิงชีวภาพสำหรับยานพาหนะขนาดใหญ่ ทั้งนี้ การเร่งเปลี่ยนผ่านสู่ระบบขนส่งพลังงานสะอาดจำเป็นต้องมาพร้อมกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เช่น การขยายเครือข่ายสถานีชาร์จไฟฟ้า รวมถึงมาตรการจูงใจเชิงนโยบาย เพื่อสนับสนุนการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าและระบบขนส่งสาธารณะไฟฟ้าในวงกว้าง

เกษตรยุคใหม่

  • ภาคเกษตรกรรม: นำเทคโนโลยียกระดับสู่เกษตรคาร์บอนต่ำ

ภาคเกษตรกรรมของประเทศไทยมีสัดส่วนการปล่อยก๊าซเรือนกระจกประมาณ 18% ของการปล่อยทั้งหมด โดยแหล่งสำคัญมาจากการทำนาข้าว การเผาวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร และการเลี้ยงปศุสัตว์
รายงานจึงเสนอให้ประเทศไทยนำแนวทาง Climate-Smart Agriculture มาใช้มากขึ้น เช่น การจัดการน้ำในนาข้าวด้วยวิธี Alternate Wetting and Drying (AWD) เพื่อลดการปล่อยก๊าซมีเทน การนำวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรมาผลิตพลังงานชีวมวล การพัฒนาระบบก๊าซชีวภาพจากมูลสัตว์ และการจัดการธาตุอาหารในดินอย่างเหมาะสม
ขณะเดียวกัน การขับเคลื่อนเกษตรคาร์บอนต่ำยังต้องอาศัยการถ่ายทอดองค์ความรู้สู่เกษตรกร การพัฒนาเทคโนโลยีเกษตรสมัยใหม่ และการสร้างความร่วมมือระหว่างภาคธุรกิจและเกษตรกรรายย่อย เพื่อเชื่อมโยงสู่ตลาดสินค้าที่ให้ความสำคัญกับการลดคาร์บอน
  • ภาคการใช้ที่ดินและป่าไม้ : เพิ่มศักยภาพการดูดซับคาร์บอนของระบบนิเวศ

ภาคการใช้ที่ดินและป่าไม้มีบทบาทสำคัญในการดูดซับคาร์บอนของประเทศ อย่างไรก็ตาม พื้นที่ป่ายังคงเผชิญแรงกดดันจากการใช้ประโยชน์ที่ดิน เช่น การขยายพื้นที่เกษตรกรรม การพัฒนาเมือง และการตัดไม้ผิดกฎหมาย รายงานจึงเสนอให้เร่งฟื้นฟูและเพิ่มพื้นที่ป่า โดยเน้นการฟื้นฟูระบบนิเวศในพื้นที่เปราะบาง การใช้พันธุ์ไม้ท้องถิ่นในการปลูกป่า การส่งเสริมบทบาทของชุมชนในการจัดการทรัพยากร และการบูรณาการการฟื้นฟูป่าเข้ากับการวางแผนการใช้ที่ดินและการพัฒนาเมืองในระยะยาว
ด้วยเหตุนี้ ประเทศไทย จึงต้องเร่งเปลี่ยนวิกฤตจากแรงกดดันจากวิกฤตสภาพภูมิอากาศ ให้เป็นโอกาสในการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียว ที่ไม่ใช่เพียงทางเลือก แต่เป็นโอกาสสำคัญของการพัฒนา เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ ให้เกิดขึ้นในประเทศไทยได้อย่างเป็นรูปธรรม

ไม่ตกเทรนด์การพัฒนาเศรษฐกิจตอบโจทย์ความยั่งยืน

เปิด 5 ความจริงเรื่อง “น้ำ” ที่คนไทยอาจไม่เคยรู้

“…เมืองไทยมีบ่อน้ำมันแหล่งแก๊สทุกจังหวัด…” ปลดล็อควิกฤติพลังงาน ปลดแอกประเทศไทย

เดินหน้าสู่เป้าหมาย Net zero ด้วย ‘เทคโนโลยีอวกาศและดาวเทียม’ ยกระดับการประเมินก๊าซเรือนกระจกภาคเกษตรและป่าไม้ให้ “แม่นยำ โปร่งใส ตรวจสอบได้”

Post Views: 182

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.salika.co/2026/03/26/5-ways-to-low-carbon-economic-thailand/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2TZQGzzUMJlFfycvQYVeXr