แจกเลยไม่คนละครึ่ง | เดลินิวส์

แจกเลยไม่คนละครึ่ง-|-เดลินิวส์

ภายหลังรัฐบาลประชุม ครม.นัดพิเศษ ออกมาตรการช่วยเหลือประชาชนจากน้ำมันแพง “สส.ไหม” ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรค ปชน. กล่าววิจารณ์ว่า มาตรการยังจำกัดจำเขี่ย ไม่ได้สัดส่วนกับความเดือดร้อนของประชาชน คนที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ มีการเพิ่มเติมเงินเข้าบัตรเพียง 100 บาท ซึ่งไม่รู้ว่าคำนวณจากอะไร แต่หากเทียบกับราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้น ไม่ได้สัดส่วนกับการใช้ใช้น้ำมันและราคาสินค้าที่ปรับสูงขึ้น

ถ้าจะมีอะไรที่ดูเหมือนมีความหวังคงเป็นการช่วยเหลือภาคขนส่ง ทั้งการอุดหนุนราคาน้ำมันสำหรับรถบรรทุก รถโดยสารขนาดเล็ก หรือวินมอเตอร์ไซค์และไรเดอร์ ซึ่งน่าจะบรรเทาและชะลอการขึ้นราคาค่าโดยสารได้อีกสักระยะหนึ่ง น่าผิดหวังที่ทางรัฐบาลมีการอนุมัติงบกลางไปถึง 7,700 ล้านบาท แต่เป็นมาตรการสำหรับการช่วยเหลือค่าครองชีพเฉพาะหน้า เพียงแค่ 3,000 ล้านบาทเท่านั้นเอง ส่วนที่เหลือเป็นการอนุมัติการเพื่อแก้ไขปัญหาภายในรัฐบาลเอง

การช่วยเหลือไม่เพียงพอแม้แต่จะอุดหนุนค่าโดยสารตามปกติด้วยซ้ำไป คนละครึ่งพลัสจะช่วยได้หรือไม่ขึ้นอยู่กับวิธีการและเม็ดเงิน ในยามนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมากระตุ้นเศรษฐกิจ แต่เป็นเวลาที่ต้องเยียวยาค่าครองชีพให้กับประชาชน หลายประเทศก็แจกเงินเลยเพราะถือว่าค่าครองชีพปรับขึ้นแล้ว ก็ต้องช่วยเหลือกันไป โครงการคนละครึ่งเหมาะกับการกระตุ้นเศรษฐกิจมากกว่า ยามนี้ต้องบอกว่าจะควักอีกครึ่งหนึ่งก็ไม่เหลือเงินแล้ว

ศิริกัญญา ยกตัวอย่างกลุ่มที่ยังต้องช่วยเหลือ อาทิ กลุ่มผู้ปกครองเด็กและเยาวชนที่กำลังจะเปิดเทอม กลุ่มชาวประมง เป็นกลุ่มตกหล่น ยังไม่ได้รับความช่วยเหลือในเรื่องราคาน้ำมันที่ปรับสูงขึ้น ขอให้ช่วยเหลือได้ครอบคลุมก่อน เรื่องกระตุ้นเศรษฐกิจให้เอามาไว้ที่หลังสุดเร่งเยียวยาประชาชนก่อน มติ ครม. ที่ผ่านมา ดูเหมือนพยายามยัดโครงการเข้ามาเยอะ ๆ รวมถึงโครงการให้สินเชื่อ ซึ่งไม่ได้เป็นปัญหาเฉพาะหน้าด้วยซ้ำไป แต่เป็นการปรับตัวในระยะกลาง

ระยะยาว ก็เริ่มส่งสัญญาณแล้วว่ารัฐบาลไม่ได้มีเม็ดเงินเพียงพอที่จะใช้ในการช่วยเหลือเยียวยาประชาชน การออก พ.ร.บ.โอนงบประมาณเข้าส่วนกลางก็ไม่ได้เร็ว กว่า ครม. จะแล้วเสร็จและออกประกาศในราชกิจจานุเบกษา คงใช้เวลาอีกประมาณ 1 เดือนขึ้นไป สงครามก็จะอยู่กับเราไปอีกสักพักหนึ่ง ราคาน้ำมันก็จะสูงไปแบบนี้อีกระยะหนึ่ง  

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงการประชุมใหญ่พรรค ปชน. ศิริกัญญาบอกว่า เลขาธิการพรรคต้องเลือกใหม่ เพราะ “เลขาติ่ง” ศรายุทธิ์ ใจหลัก ลาออกแล้ว ส่วนตำแหน่งหัวหน้าพรรคจะเลือกใหม่หรือไม่ จะรอความชัดเจนจากคดี 44 สส. ว่าศาลจะมีคำสั่งอย่างไร ทีมกฎหมายอยู่ระหว่างทำเรื่องขอคัดสำเนาเอกสารจากศาลฯ คาดว่ากระบวนการที่ศาลจะพิจารณาประทับรับฟ้องหรือไม่นั้น จะใช้เวลาระยะหนึ่ง ยกเว้นศาลจะอ่านเอกสารได้เร็ว “ตำแหน่งผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. พรรค ปชน. มีบุคคลแล้ว เป็นนักการเมืองในพรรค เป็นที่รู้จัก”

“สส.กาย” ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน. ให้สัมภาษณ์ว่า “สส.ใบพลู” รังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อพรรค ปชน. ออกมาพูดถึงเรื่องไอ้โม่งที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการกักตุนน้ำมัน รัฐบาลก็ไม่ชี้แจงว่าจะเข้าไปแก้ไขเรื่องนี้อย่างไรโดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่ถูกพาดพิงและถูกกล่าวหาคือ “โกเกี๊ยะ” พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และ รมว.คมนาคม ที่ได้รับมอบหมายให้มาดูแลเรื่องนี้มีวิธีการแก้ไขเรื่องนี้อย่างไร ถ้าคุณยิ่งเงียบประชาชนจะเข้าใจได้ว่าไอ้โม่งกับรัฐบาลคือคนเดียวกัน อยากให้นายกรัฐมนตรีกำชับรัฐมนตรี ที่บอกว่าใช้คนเก่งก็ใช้คนเป็นและสามารถบริหารงานได้อย่างแม่นยำ บริหารสถานการณ์ความรู้สึกของประชาชนให้คลี่คลายเป็นของขวัญปีใหม่ไทย  

หลังจากที่ พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 และ ผอ.กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ภาค 4 (กอ.รมน.ภาค 4) แถลงข่าวเรื่องความคืบหน้ากรณีคนร้ายใช้รถยนต์ของ กอ.รมน.นราธิวาส และอาวุธปืนสงครามยิงถล่มรถยนต์ของนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.เขต 5 จ.นราธิวาส พรรคประชาชาติ (ปช.) โดยปฏิเสธว่า กอ.รมน. ไม่ได้อยู่เบื้องหลัง

และ พล.ท.นรธิป กล่าวกับนักข่าวตอนหนึ่งโดยปิดไมค์ว่า “ถ้าผมทำ ไม่รอด”  จึงถูกตีความอย่างหนักว่า หมายถึงหาก กอ.รมน. และทหารเป็นคนลงมือ รับรองว่า นายกมลศักดิ์ไม่รอด ซึ่งถูกวิจารณ์ว่าเป็นการพูดที่ทำลายบรรยากาศการสร้างสันติสุขในพื้นที่ และ พล.ท.นรธิป ยังเหมาะสมจะเป็น มทภ.4 หรือไม่

พล.ท.นรธิป เปิดเผยว่า การพูดว่าดังกล่าว พูดความสภาพของข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นว่า ถ้ามือปืนเป็นมืออาชีพต้องการปลิดชีพ ต้องไม่ใช่การยิงแบบนั้น เป็นประเด็นสำคัญที่ตำรวจต้องสืบสวนสอบสวน ที่ตนกล่าวถึง พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ ว่าเคยเป็นเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) เคยเป็น อธิบดีกรมสือบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และเคยเป็น รมว.ยุติธรรม ทำไมจึงยังแก้ปัญหาของไฟใต้ไม่ได้ เป็นการกล่าวตามข้อเท็จจริงว่า เรื่องไฟใต้ต้องใช้เวลาแก้ปัญหา และที่เรียกร้องให้กระทรวงศึกษาธิการลงมาดูข้อเท็จจริงเรื่องที่บีอาร์เอ็น ใช้สถานศึกษา เช่น ปอเนาะและตาดีกา เป็นที่บ่มเพาะเยาวชน เพื่อต้องการชี้ให้เห็นรากเหง้าของปัญหา และที่ทำอยู่เป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ ไม่ได้ตั้งใจที่จะต่อว่าใครทั้งสิ้น

“การติดตามผู้ต้องหาที่ยังหลบหนีอยู่อีก 1 คน คือ ร.อ.วิโรจน์ เกตุมณี อดีตนาวิกโยธินหน่วยซีคอน จะพยายามที่จะติดตามจับกุมให้ได้ก่อนวันที่ 16 เม.ย. เตรียมชี้แจงถึงผลของคดีต่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และ รมว.มหาดไทย ที่จะมาเรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามคดีและให้นโยบายดับไฟใต้ ชุดสอบสวนของ ศชต. เปิดเผยเพิ่มเติมว่าคดียิงถล่มรถยนต์ของนายกมลศักดิ์ เป็นเรื่องของการเมืองในพื้นที่ ผู้ที่อยู่เบื้องหลัง เป็นนักการเมืองในพื้นที่ และมีนักการเมืองท้องถิ่นนอกพื้นที่รวมอยู่ด้วย”

“เสธ.โบว์” กิตติพงษ์ ปิยะวรรณโณ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ทวีตข้อความใน X วิพากษ์การแถลงข่าวว่า คำพูดของ พล.ท.นรธิป อาจถูกตีความได้ว่าไม่สอดคล้องกับหลักการเคารพต่อกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม ถูกตีความไปได้ว่า กอ.รมน. จะทำสิ่งใดก็ได้ ไม่ว่าถูกหรือผิดกฎหมายภายใต้ข้ออ้างเรื่องความมั่นคง การสื่อสารของผู้บังคับบัญชาระดับสูง ต้องไม่เปิดช่องให้เกิดความเข้าใจว่ารัฐใช้อำนาจนอกกรอบกฎหมายได้ เมื่อมีคำพูดเช่นนี้จากผู้ที่มีตำแหน่งสูงสุดในการดูแลความมั่นคงในพื้นที่ ยิ่งทำให้ผลกระทบที่เกิดขึ้นส่งผลต่อความรู้สึกของประชาชนมากยิ่งขึ้น

สิ่งที่สังคมคาดหวังจาก กอ.รมน. ในตอนนี้คือ การให้ความร่วมมือกับหน่วยงานด้านความยุติธรรม เพื่อเร่งรัดหาตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดี โดยไม่สนใจว่าคนเหล่านั้นจะมีตำแหน่งใน กอ.รมน. หรือมีความสัมพันธ์อย่างไรกับคนใน กอ.รมน. เพื่อแสดงให้เห็นว่าทุกคนเสมอภาคกันต่อหน้ากฎหมาย ทัศนคติในลักษณะนี้ มีส่วนต่อการที่สถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ยืดเยื้อมาอย่างยาวนานถึง 22 ปี หรือไม่

“นี่อาจเป็นเวลาที่เราต้องร่วมกันทบทวนวิธีการแก้ปัญหาความไม่สงบ 3 จังหวัดภาคใต้ เพราะนับตั้งแต่เหตุการณ์ปั๊มน้ำมัน 11 จุดระเบิด ในวันที่ 11 ม.ค. 69 (ที่จนถึงตอนนี้ยังไม่สามารถจับกุมตัวคนร้ายได้ ทั้งที่มีภาพจากกล้องวงจรปิด) จนมาถึงเหตุการณ์ลอบสังหาร สส.กมลศักดิ์ ก็ยังไม่เห็นผลงานอันเป็นที่ประจักษ์ของ กอ.รมน. อาจไม่ใช่เรื่องเกินจริงหากจะกล่าวว่า ผลการดำเนินงานของ กอ.รมน. ยังไม่สอดคล้องกับทรัพยากรที่ได้รับ”

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5781762/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2Lqr_Yyw3UWoZ-tRyQCfPn