‘เอกนิติ’ หั่นงบดูงานเมืองนอก ชง 5 มาตรการด่วนช่วย ปชช. เข้า ครม. 11 เม.ย.

‘เอกนิติ’-หั่นงบดูงานเมืองนอก-ชง-5-มาตรการด่วนช่วย-ปชช-เข้า-ครม-11-เมย.

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลว่า แนวทางการจัดทำงบประมาณปี 2570 เน้นนโยบาย การใช้งบแบบมุ่งเป้า โดยจะตัดงบประมาณที่ไม่จำเป็นและฟุ่มเฟือยทั้งหมด เช่น งบดูงานต่างประเทศ และงบค่ายูนิฟอร์ม เพื่อนำเงินมาเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตพลังงาน

โดยเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 11 เมษายน 2569 เวลา 10:00 น. หลังจากเสร็จสิ้นการแถลงนโยบาย มีประเด็นสำคัญที่เน้นการบรรเทาผลกระทบจากวิกฤตพลังงานและค่าครองชีพ ได้แก่

1. มาตรการเยียวยากลุ่มเปราะบางและภาคขนส่ง โดยกระทรวงการคลังจะเสนอรายละเอียดการเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันแพง โดยมุ่งเป้าไปที่กลุ่มเปราะบางและกลุ่มรถขนส่ง เพื่อป้องกันไม่ให้ต้นทุนการขนส่งที่เพิ่มขึ้นส่งผลกระทบต่อเนื่องไปยังราคาสินค้าและค่าครองชีพของประชาชน

2. มาตรการช่วยเหลือเกษตรกรด้านต้นทุนปุ๋ย โดยกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะเสนอมาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำสำหรับซื้อปุ๋ยผ่านธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) เพื่อแก้ปัญหาปุ๋ยขาดแคลนและราคาแพงจากวิกฤตในตะวันออกกลาง พร้อมทั้งผลักดันแนวทางเกษตรอัจฉริยะ (Smart Agriculture) โดยใช้หมอดินช่วยวิเคราะห์การใช้ปุ๋ยให้ตรงจุดเพื่อลดต้นทุน

3. แพคเกจสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) เตรียมเสนอวงเงินสินเชื่อวงเงินประมาณ 30,000 ล้านบาท สำหรับสนับสนุนให้ภาคครัวเรือนและธุรกิจติดตั้งโซลาร์เซลล์ และสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้รถยนต์ไฟฟ้า (EV)เพื่อลดภาระค่าไฟฟ้าและค่าน้ำมันในระยะยาว ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการออกแบบนโยบาย

4. มาตรการด้านอสังหาริมทรัพย์และงานก่อสร้างภาครัฐ สำนักงบประมาณและกรมบัญชีกลางจะเสนอให้มีการปรับปรุงหลักเกณฑ์ ค่า K หรือสูตรปรับราคาค่างานก่อสร้าง เพื่อให้สอดคล้องกับต้นทุนวัสดุก่อสร้างจริง เพื่อช่วยเหลือผู้รับเหมาในโครงการก่อสร้างของภาครัฐที่ได้รับผลกระทบจากราคาเหล็กและวัสดุก่อสร้างที่พุ่งสูงขึ้น

5. โครงการไทยช่วยไทยพลัส โดยจะเสนอยกระดับมาจากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและโครงการคนละครึ่งพลัส โดยนำ AI เข้ามาช่วยวิเคราะห์รายจ่ายและพฤติกรรมลูกค้าให้กับพ่อค้าแม่ค้าเพื่อลดต้นทุนและเพิ่มรายได้

“รัฐบาลมุ่งหวังว่านโยบายเหล่านี้จะช่วยดันจีดีพีของไทยให้เติบโตเกิน 3% (3% Plus) และวางรากฐานให้เศรษฐกิจไทยกลับมาเติบโตได้ถึง 5-6% ในอนาคต ผ่านการลงทุนในคน เทคโนโลยี และความมั่นคงด้านพลังงาน” นายเอกนิติกล่าว

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://ch3plus.com/news/economy/weekend/460896&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw19EJq1j2xucMBmer4ZVOHl