เศรษฐกิจเช็กฟื้นตัว: โอกาสของผู้ประกอบการไทยสู่ตลาดยุโรป

เศรษฐกิจเช็กฟื้นตัว:-โอกาสของผู้ประกอบการไทยสู่ตลาดยุโรป

กระทรวงการคลังเช็กได้ปรับเพิ่มประมาณการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจเช็กในปี 2025 โดยคาดการณ์ว่าในปีนี้ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของสาธารณรัฐเช็กจะเติบโตขึ้นร้อยละ 2.1 ซึ่งปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อยจากการคาดการณ์ในเดือนเมษายน 2025 ที่คาดการณ์ไว้ที่ร้อยละ 2 สำหรับปี 2026 เศรษฐกิจเช็กคาดว่าจะเติบโตที่ร้อยละ 2 ทั้งนี้ การคาดการณ์ทางเศรษฐกิจฉบับใหม่นี้ นำเสนอโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง Mr. Zbynek Stanjura เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2025 ที่ได้พิจารณาถึงภาษีนำเข้าสินค้าส่วนใหญ่ของสหภาพยุโรปที่สหรัฐฯ กำหนด โดยอุปสรรคทางการค้าเหล่านี้จะทำให้การเติบโตของสาธารณรัฐเช็กชะลอตัวลงร้อยละ 0.3 ในปีนี้ และร้อยละ 0.4 ในปีหน้า อย่างไรก็ตาม ในปี 2026 เศรษฐกิจสาธารณรัฐเช็กอาจได้รับประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลเยอรมนี ซึ่งอาจช่วยเร่งการเติบโตได้ร้อยละ 0.2-0.3 เนื่องจากการเชื่อมโยงระหว่างเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศ สำหรับปัจจัยขับเคลื่อนหลักของการเติบโตทางเศรษฐกิจทั้งในปีนี้และปีหน้าคาดว่าจะมาจากการบริโภคของภาคครัวเรือนและการใช้จ่ายภาครัฐ คาดการณ์ว่าการบริโภคภาคครัวเรือนจะเพิ่มขึ้นร้อยละ 3 ในปีนี้ และร้อยละ 2.9 ในปีหน้า ขณะที่รายจ่ายภาครัฐจะเติบโตร้อยละ 1.9 ในปีนี้ และร้อยละ 1.4 ในปีหน้า ในปี 2026 คาดว่าการลงทุนจะกลับมาฟื้นตัวและส่งผลต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยการลงทุนจะเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.9 หลังจากภาวะเศรษฐกิจซบเซาในปีนี้ ในส่วนของค่าจ้าง คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้นอีกเล็กน้อยที่ร้อยละ 6.6 ในปีนี้ และจะชะลอตัวลงเหลือร้อยละ 5.4 ในปีหน้า โดยคาดว่าอัตราเงินเฟ้อจะทรงตัวที่ค่าเฉลี่ยร้อยละ 2.4 ในปีนี้ และร้อยละ 2.3 ในปีหน้า ซึ่งจะส่งผลให้ค่าจ้างที่แท้จริงเติบโตขึ้น“ตัวเลขปัจจุบันยืนยันแนวโน้มว่าเศรษฐกิจเช็กกำลังค่อยๆ กลับสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน ซึ่งเป็นรากฐานที่ดีที่สุดสำหรับการพัฒนาต่อไป” รัฐมนตรีกระทรวงการคลังเช็กกล่าว “เป็นผลมาจากทั้งอัตราเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับต่ำและมีเสถียรภาพ ซึ่งน่าจะลดลงอีกในปีหน้า และค่าจ้างที่แท้จริงที่เพิ่มขึ้นร้อยละ 4 ซึ่งสะท้อนให้เห็นได้อย่างชัดเจนจากการบริโภคภาคครัวเรือนที่สูงขึ้น”การคาดการณ์ของกระทรวงการคลังสอดคล้องกับการคาดการณ์ที่เผยแพร่โดยสมาคมธนาคารเช็ก (Czech Banking Association: ČBA) ที่ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจเป็น ร้อยละ 2.1 เช่นกัน จากที่เคยคาดไว้เพียงร้อยละ 1.7 ในเดือนพฤษภาคม 2025 โดยการปรับเพิ่มคาดการณ์นี้เป็นผลมาจากการส่งออกที่แข็งแกร่งขึ้น และผลกระทบจากมาตรการภาษีของสหรัฐฯ ที่มีต่อสหภาพยุโรปที่ลดลงน้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้ในตอนแรก แม้ว่ามาตรการภาษีของสหรัฐฯ จะยังคงส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจเช็กทั้งในปีนี้และปีหน้า แต่ผลกระทบกลับไม่รุนแรงเท่ากับที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ ผลกระทบที่ลดลงนี้ส่วนใหญ่เป็นผลมาจากการที่สหรัฐฯ จัดเก็บภาษีนำเข้ารถยนต์ในอัตราที่ต่ำกว่าที่ประกาศไว้ นอกจากนี้ ธนาคารแห่งชาติสาธารณรัฐเช็ก มีมุมมองเชิงบวกมากกว่า โดยคาดการณ์ว่า GDP จะเติบโตร้อยละ 2.6 ในปีนี้ และอัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยจะสูงขึ้นที่ร้อยละ 2.6 ได้รับแรงหนุนจากราคาอาหารและบริการที่สูงขึ้น รวมถึงต้นทุนอสังหาริมทรัพย์ที่สูงขึ้น คาดว่าค่าจ้างที่แท้จริงจะเติบโตที่ร้อยละ 3.6 แม้ว่าค่าจ้างรวมเฉลี่ยเมื่อปรับตามอัตราเงินเฟ้อแล้วจะไม่ถึงระดับก่อนเกิดการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 โดยคาดว่าอัตราค่าจ้างรวมเฉลี่ยจะกลับไปสู่ระดับสูงสุดในปี 2027 และคาดว่าอัตราการว่างงานจะเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 4.4 ในปีนี้ เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 3.8 ในปีที่แล้ว ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลมาจากการเลิกจ้างพนักงานในภาคอุตสาหกรรม อย่างไรก็ตาม แนวโน้มขาขึ้นนี้คาดว่าจะทรงตัวในปีหน้า อัตราดอกเบี้ยพื้นฐานของธนาคารแห่งชาติสาธารณรัฐเช็กน่าจะยังคงอยู่ที่ร้อยละ 3.5 ในช่วงที่เหลือของปี และอาจลดลงเหลือร้อยละ 3.25 ในไตรมาสแรกของปีหน้า

ข้อคิดเห็น/เสนอแนะของ สคต.   

จากข้อมูลการคาดการณ์ทางเศรษฐกิจล่าสุดของสาธารณรัฐเช็กที่ทั้งกระทรวงการคลังและสมาคมธนาคารเช็ก ต่างปรับเพิ่มตัวเลข สะท้อนให้เห็นถึงการฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญของเศรษฐกิจสาธารณรัฐเช็ก โดยเฉพาะจากอุปสงค์ในประเทศที่แข็งแกร่ง เนื่องจากค่าจ้างเพิ่มขึ้น สะท้อนถึงกำลังซื้อที่เพิ่มขึ้นของผู้บริโภคเช็ก รวมถึงการส่งออกของเช็กที่มีแนวโน้มปรับตัวขึ้น นอกจากนี้ เช็กเป็นประเทศที่มีที่ตั้งเชิงยุทธศาสตร์ใจกลางทวีปยุโรป และเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป (EU) การเติบโตทางเศรษฐกิจที่ต่อเนื่อง รวมถึงความมั่นคงทางนโยบาย แสดงให้เห็นว่าเช็กเป็นตัวเลือกที่น่าพิจารณาสำหรับผู้ประกอบการไทยที่ต้องการขยายการส่งออกมายังทวีปยุโรปเพิ่มเติม โดยสินค้าที่มีศักยภาพ ได้แก่ สินค้าอุปโภคบริโภค อาหารแปรรูป และสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ จากการที่กำลังซื้อของผู้บริโภคเช็กสูงขึ้นจากค่าจ้างที่เพิ่มขึ้น ทำให้พวกเขามองหาสินค้าที่มีคุณภาพและนวัตกรรมมากขึ้น ผู้ประกอบการไทยจึงควรเน้นการพัฒนาสินค้าที่มีจุดเด่น เช่น สินค้าอาหารแปรรูปที่ตอบโจทย์เทรนด์สุขภาพ สินค้าไลฟ์สไตล์ หรือสินค้าตกแต่งบ้านที่สะท้อนงานฝีมือไทย โดยการส่งออกสินค้าไปสาธารณรัฐเช็กหมายถึงการเข้าถึงตลาดผู้บริโภคขนาดใหญ่ของสหภาพยุโรป (EU) ที่มีประชากรกว่า 450 ล้านคน ดังนั้น ผู้ประกอบการไทยควรศึกษาข้อตกลงการค้า กฎระเบียบ และมาตรฐานของ EU อย่างละเอียด เพื่อให้สินค้าสามารถส่งออกได้อย่างราบรื่นและลดอุปสรรคทางการค้า นอกจากนี้ ผู้ประกอบการไทยควรติดตามสถานการณ์การค้าโลกอย่างใกล้ชิด เช่น ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน และมาตรการภาษีนำเข้าจากประเทศมหาอำนาจอย่างสหรัฐฯ ซึ่งยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกและยุโรปได้

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ditp.go.th/post/lkz4y8co8ataeg1pvogr8od5&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1GPbyAOMPFxRxdrDhc1SCj