เจาะสูตรจัดทัพ ‘อนุทิน’ วางหมาก ‘รัฐบาลไขว้’ คุมเบ็ดเสร็จรวบดุลอำนาจ

เจาะสูตรจัดทัพ-‘อนุทิน’-วางหมาก-‘รัฐบาลไขว้’-คุมเบ็ดเสร็จรวบดุลอำนาจ

เจาะสูตรจัดทัพ ‘อนุทิน’ วางหมาก ‘รัฐบาลไขว้’ คุมเบ็ดเสร็จรวบดุลอำนาจ

การจัดสรรอำนาจภายใต้บังเหียนของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ถูกจับตามองว่าเป็นมากกว่าการแบ่งงานตามภารกิจปกติ แต่คือการวางโครงสร้าง “รัฐบาลไขว้”ที่ซับซ้อน เพื่อรักษาดุลอำนาจระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล โดยเฉพาะการคานอำนาจระหว่างพรรคภูมิใจไทยและพรรคเพื่อไทย ผ่านกลไกงบประมาณและทรัพยากรธรรมชาติ

สูตรไขว้คานอำนาจ: คุมน้ำ-ที่ดิน เบรกเกษตรฯ

แม้รัฐบาลจะชูภาพลักษณ์ “รัฐบาลเดียว” แต่ในภาคปฏิบัติกลับมีการวางกลไกตรวจสอบที่เข้มข้น โดยเฉพาะการมอบหมายให้ นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรีจากพรรคภูมิใจไทย กำกับดูแลสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สนทช.) และงานด้านที่ดิน ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการอนุมัติโครงการ

บทวิเคราะห์ชี้ว่า นี่คือการสร้าง “ด่าน” เพื่อคานอำนาจกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่อยู่ในโควตาของพรรคเพื่อไทย เนื่องจากโครงการใหญ่ของกรมชลประทานต้องผ่านความเห็นชอบจาก สนทช. หากจุดนี้ไม่ผ่าน งบประมาณและการทำงานของกระทรวงเกษตรฯ จะเผชิญอุปสรรคทันที

นอกจากนี้ งานด้านเศรษฐกิจยังถูกกระจายไปยังรองนายกฯโดยไม่ให้ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ ด้านเศรษฐกิจ มีอำนาจเบ็ดเสร็จเพียงคนเดียว การกระจายงานกระทรวงพาณิชย์และอุตสาหกรรมออกไป ทำให้ไม่มี “หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ” ที่คุมบังเหียนได้ฝ่ายเดียว ถือเป็นการกระจายน้ำหนักอำนาจไม่ให้เทไปที่ขั้วใดขั้วหนึ่ง

โมเดลแยกกระทรวง และการรวบอำนาจที่ศูนย์กลาง

ในส่วนของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา มีการแบ่งงานที่น่าสนใจโดยให้รองนายกฯ ถึง 2 คนกำกับดูแล โดยนายทรงศักดิ์ ดูแลด้านกีฬา และอีกคนดูแลด้านการท่องเที่ยว ข้อเท็จจริงนี้สะท้อนถึงการเตรียมความพร้อมเพื่อแยกเป็น 2 กระทรวงในอนาคต ตามยุทธศาสตร์พรรคภูมิใจไทยที่ต้องการยกระดับงานกีฬาเป็นเอกเทศหรือควบรวมกับวัฒนธรรม

ขณะเดียวกัน นายกฯ อนุทิน ได้เลือกใช้วิธี “กระชับอำนาจ” ในส่วนราชการสำคัญไว้ที่ตนเองทั้งหมด โดยเฉพาะกระทรวงมหาดไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) และเหล่าทัพ เพื่อรักษาอำนาจการตัดสินใจสูงสุดในมิติด้านความมั่นคง

“การคุมกระทรวงยุติธรรมด้วยตนเองถือเป็นภาระหนักที่นายกฯ ยอมแบก เพื่อจัดการปัญหาทุจริตเชิงโครงสร้างและฟื้นฟูศรัทธากระบวนการยุติธรรม” แหล่งข่าวระบุถึงสาเหตุที่นายกฯ ไม่ยอมปล่อยงานสำคัญนี้ เพื่อป้องกันปัญหาการแทรกแซงและรักษาภาพลักษณ์ความโปร่งใสของรัฐบาล

ยุทธศาสตร์ 18 เขต: กระจายงานแต่ไม่กระจายอำนาจ

การออกคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 86/2569 แบ่ง 18 เขตตรวจราชการ เป็นการนำรัฐมนตรีลงพื้นที่เพื่อติดตามงบประมาณตามยุทธศาสตร์รายภาค เช่น นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ คุมภาคใต้ทั้งหมด ขณะที่นายทรงศักดิ์ และนางสุขสมรวย วันทนียกุล แบ่งกันดูแลพื้นที่ภาคอีสาน

นี่คือการใช้กลไกติดตามงานเพื่อประเมินผลโครงการสำคัญให้เห็นผลเป็นรูปธรรม และยังเป็นการผสานงานข้ามภูมิภาคระหว่างขั้วการเมืองสายใต้และสายอีสานภายในพรรคภูมิใจไทยเอง เพื่อให้เกิดความไร้รอยต่อในการขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาล

แนวโน้มในอนาคตการจัดสรรอำนาจรูปแบบนี้จะช่วยลดความขัดแย้งระหว่างพรรคร่วมในช่วงแรกจากการตรวจสอบที่เข้มข้น แต่ในระยะยาวอาจส่งผลต่อความรวดเร็วในการเบิกจ่ายงบประมาณ หากกระบวนการ “ไขว้” นำไปสู่การประลองกำลังทางการเมืองแทนการตรวจสอบเพื่อความโปร่งใส

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/columnist/post-analysis/740892&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1sw1xIbQB07JByAVkZuQSG