
จากกรณี นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้เปิดเผยถึงแนวทางการปรับจากโครงการแลนด์บริดจ์ มาสู่การเดินหน้าเติมเต็มโครงข่ายคมนาคมที่ยังขาด หรือ Missing Link โดยได้เน้นย้ำถึงการเติมเต็ม Missing Link เพื่อเชื่อมโครงข่ายคมนาคมที่ยังขาด
การดำเนินการทั้งระบบราง ถนน และท่าเรือ โดยใช้โครงสร้างพื้นฐานเดิมให้เกิดประโยชน์สูงสุด ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาท่าเรือระนอง ขุดลอกร่องน้ำ พัฒนาพื้นที่หลังท่า เชื่อมต่อระบบถนน และก่อสร้างทางรถไฟช่วงชุมพร–ท่าเรือระนอง เพื่อสนับสนุนการพัฒนา Ranong Gateway เข้ากับโครงข่ายรถไฟสายหลักของประเทศ รวมทั้งเส้นทางไทย–ลาว–จีน และมาเลเซีย–สิงคโปร์
ขณะที่นางจารุวรรณ เกียรติไพบูลย์ ประธานหอการค้าจังหวัดระนอง ได้เปิดเผยกับฐานเศรษฐกิจ ถึงความสำคัญในการเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ด้านภาคการผลิตของจังหวัด แม้จะมีโรงงานอุตสาหกรรมอยู่บ้าง แต่ส่วนใหญ่เป็นโรงงานแปรรูปผลิตภัณฑ์อาหารทะเล และยังมีจำนวนไม่มาก โดยสินค้าที่ส่งออกผ่านระนองจำนวนมากเป็นสินค้าที่ขนมาจากจังหวัดอื่น ก่อนใช้ท่าเรือระนองเป็นจุดส่งออกไปต่างประเทศ
ส่องเศรษฐกิจระนอง
ข้อมูลจากสำนักงานพาณิชย์จังหวัดระนองพบว่า ข้อมูลเศรษฐกิจการค้า ประจำเดือนมิถุนายน 2569 มี ผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด (GPP) อยู่ที่ 29,000.17 ล้านบาท ขณะที่รายได้ต่อหัวเฉลี่ย (GPP Per Capita) อยู่ที่ 99,033 บาทต่อปี ขณะที่อัตราการว่างงานในไตรมาส 2/2568 อยู่ที่ร้อยละ 0.08 เท่านั้น
ภาคการท่องเที่ยวถือเป็นเครื่องยนต์สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของจังหวัดระนอง โดยในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2569 (ม.ค.-พ.ค.) มีจำนวนผู้เยี่ยมเยือนสูงถึง 834,200 คน ด้านสินค้า OTOP ซึ่งเป็นตัวชี้วัดการกระจายรายได้สู่ชุมชน มียอดจำหน่ายสะสมในช่วงต้นปี 2568 อยู่ที่ 315.38 ล้านบาท
ภาคเกษตรกรรมยังคงเป็นรากฐานสำคัญของรายได้
เมื่อพิจารณาภาคเกษตรกรรมพบว่า ยังคงเป็นรากฐานสำคัญของรายได้ โดยสินค้าที่มีปริมาณผลผลิตสูงสุด ได้แก่
- ปาล์มน้ำมัน: 493,420 ตัน
- ยางพารา (แผ่นดิบคุณภาพชั้น 3): 66,620 ตัน
- ทุเรียนหมอนทอง (คละ): 38,350 ตัน
- มะพร้าวแห้ง (คละ): 25,790 ตัน
นอกจากพืชเศรษฐกิจหลัก จังหวัดระนองยังมุ่งเน้นการส่งเสริมสินค้าอัตลักษณ์และสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ช่วยสร้างความแตกต่างในตลาด ได้แก่ มังคุดในวงระนอง และ ทุเรียนในวงระนอง รวมถึงสินค้าที่มีชื่อเสียงอย่าง ซาลาเปาทับหลี เซรามิกหาดส้มแป้น และมุกระนอง เป็นต้น
ด้านการลงทุนภาคเอกชนเริ่มส่งสัญญาณบวก ในด้านการลงทุน พบว่ามีนิติบุคคลจดทะเบียนตั้งใหม่ในเดือนพฤษภาคม 2569 จำนวน 15 ราย และมียอดจดทะเบียนรถยนต์ใหม่สะสม 5 เดือนแรกจำนวน 304 คัน ซึ่งเป็นตัวชี้วัดความเชื่อมั่นของภาคเอกชนและการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรมในพื้นที่
รัฐบาลไม่ควรหวังเพียงการเป็นทางผ่านสินค้า
อย่างไรก็ตาม นายบัณฑิต ศรีภา อดีตกัปตันเรือเดินสมุทรและนักวิเคราะห์นโยบายทางทะเลและโลจิสติกส์ ให้ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับ Missing Link เพิ่มเติมว่า รัฐบาลไม่ควรหวังเพียงการเป็นทางผ่านสินค้า (Transit) แต่ต้องพัฒนา พื้นที่เศรษฐกิจหลังท่าหรือ “ฮินเตอร์แลนด์” (Hinterland) เพื่อผลิตสินค้าป้อนให้กับเรือด้วย ซึ่งการพัฒนาพื้นที่อุตสาหกรรมหลังเขาในระนองอาจมีข้อจำกัดด้านพื้นที่ จึงต้องขยายการผลิตไปยังบริเวณอื่นแล้วป้อนสินค้าเข้ามาที่ท่าเรือแทน
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/economy/665221&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2Sh-cbALhIoLmli0wx_5tq
