สินค้า GI ไทยโต 1.15 แสนล้าน ลุยขึ้นทะเบียนเพิ่มเป็น 272 รายการ ภายในปี 69

สินค้า-gi-ไทยโต-1.15-แสนล้าน-ลุยขึ้นทะเบียนเพิ่มเป็น-272-รายการ-ภายในปี-69

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา ลงพื้นที่บ้านบางเสด็จ จังหวัดอ่างทอง โดยกล่าวว่าตุ๊กตาชาววังบ้านบางเสด็จได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์(GI)ประเภทหัตถกรรม ถือเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีอัตลักษณ์โดดเด่น เชื่อมโยงภูมิปัญญาท้องถิ่นกับทรัพยากรในพื้นที่ โดยใช้ดินเหนียวคุณภาพดีจากลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งมีเนื้อละเอียด นุ่ม และเหนียวเป็นพิเศษ เหมาะต่อการขึ้นรูป ทำให้ผลงานมีความประณีต สวยงาม และสะท้อนวิถีชีวิต วัฒนธรรม และประเพณีไทย อาทิ การละเล่น เครื่องดนตรี และพิธีแต่งงาน

ปัจจุบันมีผู้ประกอบการในพื้นที่ประมาณ 20 ราย มีกำลังการผลิตรวม 1,200 ชิ้นต่อปี สร้างมูลค่าทางการตลาดประมาณ 360,000 บาทต่อปี หรือเฉลี่ยรายได้ระดับหลักแสนบาทต่อรายต่อปี โดยขนาดผลิตภัณฑ์มีตั้งแต่ไม่เกิน 3 เซนติเมตร ไปจนถึง 10–25 เซนติเมตร สามารถถ่ายทอดเรื่องราววิถีชีวิตไทยผ่านงานหัตถศิลป์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

กรมทรัพย์สินทางปัญญา เตรียมทำงานร่วมกับพาณิชย์จังหวัดเพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการขออนุญาตใช้ตราสัญลักษณ์ GI ไทย โดยคณะทำงานระดับจังหวัดจะตรวจสอบกระบวนการผลิตให้เป็นไปตามมาตรฐานที่ขึ้นทะเบียน พร้อมสนับสนุนการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ การสร้างแบรนด์ และการจดเครื่องหมายการค้า เพื่อเพิ่มมูลค่าและขยายช่องทางจำหน่าย ทั้งในห้างสรรพสินค้า สนามบิน และตลาดต่างประเทศ ผ่านกิจกรรมส่งเสริม อาทิ งาน GI Market ในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด รวมถึงการนำผู้ประกอบการเข้าร่วมงานแสดงสินค้าในต่างประเทศ

“การลงพื้นที่ครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อตรวจเยี่ยมกระบวนการผลิตสินค้า GI ให้เป็นไปตามข้อกำหนด พร้อมผลักดันระบบควบคุมคุณภาพ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคว่าสินค้ามีแหล่งที่มาแท้จริง ผลิตตามมาตรฐาน และคงไว้ซึ่งอัตลักษณ์เฉพาะถิ่น ซึ่งจะช่วยยกระดับมูลค่าสินค้า เพิ่มศักยภาพการแข่งขัน และเปิดโอกาสขยายสู่ช่องทางตลาดใหม่อย่างยั่งยืน”

นอกจากนี้ ยังมีแผนต่อยอดพัฒนาตุ๊กตาชาววังบ้านบางเสด็จในหลายมิติ ทั้งการออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้ทันสมัย การสร้างเรื่องราวสินค้า การขยายตลาดออนไลน์ ตลอดจนการพัฒนากิจกรรมท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและเวิร์กชอป เพื่อสร้างประสบการณ์ให้นักท่องเที่ยว และเพิ่มรายได้หมุนเวียนสู่ชุมชนในระยะยาว

จากนั้น นางอรมน ได้ลงพื้นที่กลุ่มวิสาหกิจชุมชนท่าซุง ซึ่งได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ปลาแรดลุ่มน้ำสะแกกรังไปจำหน่ายที่ตลาดมโนรมย์ จังหวัดชัยนาท และเห็นว่ายังมีโอกาสขยายช่องทางจำหน่ายไปยังห้างสรรพสินค้าเพิ่มเติม เช่น ท็อปส์ แม็คโคร และโลตัส โดยอาจต้องประสานความร่วมมือกับกรมประมง เพื่อพัฒนามาตรฐานขนาดและน้ำหนักปลาให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด เนื่องจากปัจจุบันการเลี้ยงปลาในกระชังยังมีขนาดคละกัน

ในด้านปริมาณผลผลิต ผู้ประกอบการต้องการดึงคนรุ่นใหม่เข้ามาสานต่ออาชีพเลี้ยงปลาแรดลุ่มน้ำสะแกกรัง ซึ่งเป็นสินค้า GI รายแรกและปัจจุบันเป็นรายการเดียวของจังหวัดอุทัยธานี มีจุดเด่นด้านรสชาติและการเลี้ยงแบบภูมิปัญญาท้องถิ่นในระบบธรรมชาติแบบออร์แกนิก ปัจจุบันมีผู้ประกอบการประมาณ 115 ราย ที่ผ่านมาตรฐานตามคู่มือควบคุมกระบวนการผลิตตามเงื่อนไข GI และสามารถใช้ตราสัญลักษณ์ GI ได้ หากเพิ่มจำนวนผู้เลี้ยง จะช่วยให้ปริมาณผลผลิตเพียงพอและมีความเสถียรต่อการจำหน่ายในห้างสรรพสินค้า

สำหรับสินค้าแปรรูป กรมทรัพย์สินทางปัญญาได้หารือร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการสินค้า GI โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์แปรรูปจากปลาแรด เช่น แหนมปลาแรด ข้าวเกรียบ และลูกชิ้น ให้ได้รับการรับรองมาตรฐานก่อนวางจำหน่าย พร้อมพัฒนาตราสัญลักษณ์ GI สำหรับสินค้าแปรรูปเพิ่มเติม เพื่อเพิ่มมูลค่าและสร้างความน่าเชื่อถือในตลาด

ปัจจุบันมีผู้ผลิตปลาแรดในพื้นที่กว่า 119 ราย สามารถสร้างปริมาณการผลิตรวมกว่า 940,000 กิโลกรัมต่อปี และหลังได้รับ GI ทำให้ราคาปลาหน้ากระชังเพิ่มจากกิโลกรัมละ 70 บาท เป็น 100–120 บาทต่อกิโลกรัม เนื่องจากคุณภาพสินค้าได้รับการยอมรับและมีตรารับรอง GI สร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภค โดยลูกค้าหลักเป็นนักท่องเที่ยว ผู้ค้าจากต่างจังหวัด ร้านอาหาร และโรงพยาบาล

“ปัจจุบันจังหวัดอุทัยธานีมีสินค้า GI 1 รายการ คือ ปลาแรดลุ่มน้ำสะแกกรัง และอยู่ระหว่างผลักดันสินค้าเพิ่มเติม ได้แก่ ส้มซ่า ทุเรียนห้วยขาแข้ง มะม่วงน้ำดอกไม้สีทองอุทัยธานี และผ้าลายไก่บ้านไร่ ซึ่งบางรายการอยู่ระหว่างการศึกษาและจัดทำคำขอขึ้นทะเบียน”

ทั้งนี้ แผนการส่งเสริมสินค้า GI ในปี 2569 จะเดินหน้าผลักดันการขึ้นทะเบียนสินค้าใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยช่วง 3 เดือนแรกของปี (ม.ค.–มี.ค.2569) มีการขึ้นทะเบียนแล้ว 8 รายการ ได้แก่ ชมพู่คลองหาดสระแก้ว ส้มโอเวียงแก่นเชียงราย ปลานิลสายน้ำไหลเบตงยะลา กุ้งมังกรเจ็ดสีภูเก็ต ครกดินเผาบ้านกลางนครพนม ผ้าย้อมครั่งลำปาง ปลากะพงสองน้ำสมุทรปราการ และแตงโมหวานยโสธร

ปัจจุบันประเทศไทยมีสินค้า GI ขึ้นทะเบียนแล้ว 254 รายการ สร้างมูลค่าทางการตลาดรวมกว่า 115,000 ล้านบาท และในช่วง 9 เดือนที่เหลือของปีมีแผนผลักดันเพิ่มอีก 18 รายการ คาดว่าจะสร้างมูลค่าทางการตลาดเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 2,000 ล้านบาท พร้อมเร่งจัดทำระบบควบคุมคุณภาพให้สอดคล้องตามมาตรฐานที่ขึ้นทะเบียนไว้ โดยขณะนี้มีสินค้า GI ที่จัดทำระบบควบคุมคุณภาพแล้ว 210 รายการ หรือคิดเป็น 83% ของ GI ไทยทั้งหมด และมีผู้ประกอบการได้รับตราสัญลักษณ์ GI แล้วกว่า 17,000 ราย

นอกจากนี้ ยังมีการพัฒนาระบบตรวจสอบย้อนกลับแล้ว 3 รายการ ได้แก่ ทุเรียนนนท์ ปลากุเลาเค็มตากใบ และมังคุดคีรีวงศ์นครศรีธรรมราช รวมถึงการส่งเสริมการขึ้นทะเบียนสินค้า GI ไทยในต่างประเทศ จากปัจจุบันขึ้นทะเบียนแล้ว 11 รายการใน 33 ประเทศ และอยู่ระหว่างยื่นขออีก 8 รายการใน 3 ประเทศ

คาดว่า ภายในปี 2569 ประเทศไทยจะมีสินค้า GI ขึ้นทะเบียนรวม 272 รายการ สร้างมูลค่าทางการตลาดรวมกว่า 117,000 ล้านบาท เพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับชุมชนและผู้ประกอบการไทยอย่างต่อเนื่อง

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/wealth/economic/272028&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3fz5j2-qHCLTPn4F-rdEsk