ผลพ่วงจากน้ำมันแพง แม้ว่าล่าสุดทั้งสองฝ่ายคือสหรัฐอเมริกา กับอิหร่าน จะสามารถบรรลุการหยุดยิงชั่วคราว 2 สัปดาห์ และมีแนวโน้มว่าอาจจะมีการทำข้อตกลงหยุดยิงแบบถาวรได้ในอนาคต เพราะถือว่าทั้งสองฝ่ายอยู่ในอาการบอบช้ำ เกิดความสูญเสียเหลือคณานับ
โดย “ผู้นำประเทศ” อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ระบุถึงความชัดเจนเรื่องเวลาเปิด-ปิดปั๊มน้ำมัน หลังจากผ่านเทศกาลสงกรานต์ ปี 2569 กำลังดำเนินการในเรื่องของการออกมาตรการประหยัดน้ำมัน เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าจะมีน้ำมันเพียงพอที่จะใช้ในประเทศของเรา มีมาตรการเปิด-ปิดปั้มน้ำมัน ช่วงเวลา 22.00-05.00 น. ก็คงจะดำเนินการหลังวันที่ 20 เม.ย.นี้ หลังจากที่ประชาชนได้เดินทางกลับมาใช้ชีวิตตามปกติหลังจากเทศกาลสงกรานต์แล้ว
แน่นอนว่าจากคำพูดดังกล่าวของนายกฯความหมายเน้นไปที่เรื่องการ “ประหยัดน้ำมัน” อย่างจริงจัง หลังช่วงเทศกาลสงกรานต์ ถือเป็นการส่งสัญญาณเข้มงวดแบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในรอบนับสิบปี อีกทั้งยังสะท้อนให้เห็นว่าเรากำลังเข้าสู่ภาวะวิกฤติอย่างเต็มตัว และเตรียมรับมือไว้ให้พร้อมล่วงหน้า รวมทั้งเรื่องราคาสินค้าที่กำลัง “อั้น” อยู่ หลังจากนี้จะได้เห็นการปรับเพิ่มราคาค่าขนส่ง ค่าโดยสาร ค่าปุ๋ย และอีกสารพัดที่จะประดังกันเข้ามา หลังจากก่อนหน้านี้มีการปรับขึ้นกันไปแล้วหลายระลอก
แต่รัฐบาลไม่นิ่งนอนใจมติคณะรัฐมนตรี(ครม.) เคาะไฟเขียวมาตรการเยียวยากลุ่มผู้ประกอบการขนส่งและรถโดยสารสาธารณะ บรรเทาผลกระทบวิกฤตพลังงาน อีดฉีดรถกว่า 4.6 แสนคัน ทั้งรถโดยสารและรถรับจ้างสาธารณะที่ใช้น้ำมัน, รถทัวร์ บขส. และรถร่วม, รถตู้ รถมินิบัส และรถสองแถว, รถรับจ้างไม่ประจำทาง, รถแท็กซี่, รถจักรยานยนต์สาธารณะ, กลุ่มรถบรรทุกสินค้า, รถบรรทุกที่ติดตั้ง GPS, รถบรรทุกไม่ติดตั้ง GPS ครอบคลุมระยะเวลาช่วยเหลือ 42 วันเต็มตั้งแต่วันที่ 20 เม.ย. – 31 พ.ค. 2569
อย่างไรก็ตามนาทีนี้ได้แต่หวังว่าสงครามตะวันออกกลางจะได้ข้อยุติ “หยุดยิงถาวร” ทำให้ทุกอย่างคลี่คลายลงไปได้บ้าง และ “ยาแรง” ที่รัฐบาลต้องทำงานแข่งกับเวลาอัดฉีดพยุงประเทศจะช่วยลดภาระค่าครองชีพไม่มากก็น้อยให้คนไทยไม่ต้องเจ็บหนัก ตามที่เคยสัญญาว่าจะทำให้คนไทย “รวย จนทนไม่ไหว” เพราะโจทย์ใหญ่วันนี้ คือการทำงานอย่างไร ให้เสียงตะโกนไล่หลัง ถึงความเดือดร้อน ว่าประชาชนจะตายกันก่อน “รวยไม่ไหว” จะเบาลงไปได้มากที่สุด
คนไทยก็ได้แต่หวังว่า “รัฐบาลอนุทิน”พร้อมด้วย “3 มือโปร” ทีมงานมืออาชีพจะกอบกู้วิกฤติเศรษฐกิจสร้างผลงาน ตามที่ได้ประกาศแล้วว่า “จะพลัส มากกว่าเดิม”ไม่ทำให้ประชาชนผิดหวัง เพราะจับสัญญาณรัฐบาลมี “อาการเป๋” ตั้งแต่ช่วงต้น มันเป็นสัญญาณไม่ดี ทำให้การบริหารจัดการยากขึ้นไปอีกและกำลังทำลายความเชื่อมั่นและเครดิตของรัฐบาล เพราะความเดือดร้อนที่เกิดขึ้นมันแสนสาหัส
หากจับทิศทางการแก้ปัญหาไม่ตรงจุดมันยิ่งลำบากกว่าเดิมหลายเท่า
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5778955/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2VrHHvaJE4oP2knrWMyBWW
