“ยศชนัน” ชูวิจัย “เวลเนส” พลิกเศรษฐกิจไทย พ้นกับดักรายได้ปานกลาง

“ยศชนัน”-ชูวิจัย-“เวลเนส”-พลิกเศรษฐกิจไทย-พ้นกับดักรายได้ปานกลาง

“ยศชนัน” ชูวิจัย “เวลเนส” พลิกเศรษฐกิจไทย พ้นกับดักรายได้ปานกลาง

นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.) ได้ประกาศนโยบายมุ่งเน้นการใช้ งานวิจัยด้านสุขภาพและเวลเนส เป็นกลไกสำคัญในการยกระดับมูลค่าเศรษฐกิจไทย เพื่อช่วยให้ประเทศ ก้าวพ้นกับดักรายได้ปานกลาง ผ่านการสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมหลักอย่างการเกษตร การบริการ และวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ที่ต้องเชื่อมโยงกับ แนวคิดเศรษฐกิจสีเขียว และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์

ตัวอย่างความสำเร็จที่โดดเด่นคือการเปิดตัว นวัตกรรมจุลสาหร่ายไทย “Chlorella vulgaris KU 01” ผลงานของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งสามารถต่อยอดเป็นทั้งวัตถุดิบอาหารและเชื้อเพลิงอากาศยานที่ยั่งยืนได้ นอกเหนือจากการสนับสนุนงบประมาณวิจัยแล้ว รัฐบาลยังให้ความสำคัญกับ การพัฒนาทักษะแรงงาน ผ่านการเรียนรู้ตลอดชีวิต เพื่อเตรียมความพร้อมให้บุคลากรมีขีดความสามารถที่สอดรับกับความต้องการของตลาดโลกในอนาคต โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือการทำให้ประเทศไทยเป็น ศูนย์กลางด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อม ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากลอันจะนำมาซึ่งความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจที่มั่นคงยิ่งขึ้น

นายยศชนัน กล่าวว่า ประเทศไทยติดอยู่ในกลุ่มรายได้ปานกลาง โดยพึ่งพา 3 เครื่องยนต์หลักคือ เกษตร SME และบริการ ซึ่งภาคเกษตรมีสัดส่วนใหญ่ จึงต้องยกระดับมูลค่าเพิ่มผ่านแนวคิด “เวลเนส” ที่เชื่อมทุกอุตสาหกรรม ช่วยเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร สร้างฐานข้อมูลให้ AI และยกระดับภาคบริการ ทำให้ประเทศมีรายได้สูงขึ้น

ทั้งนี้ กลยุทธ์เวลเนส (Wellness) ถูกนำเสนอให้เป็นกลไกสำคัญในการยกระดับเศรษฐกิจของประเทศไทย เพื่อให้หลุดพ้นจากกับดักรายได้ปานกลางผ่านแนวทางหลักการสำคัญคือ

  • การเพิ่มมูลค่าให้กับเครื่องยนต์เศรษฐกิจเดิม: นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ระบุว่าประเทศไทยพึ่งพาอุตสาหกรรม 3 รูปแบบหลัก คือ การเกษตร เอสเอ็มอี (SME) และการบริการ กลยุทธ์เวลเนสจะเข้ามาเพิ่มมูลค่าสูง (High Value) ให้กับสินค้าเกษตรตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ และยกระดับอุตสาหกรรมบริการให้มีรายได้สูงขึ้น
  • การเชื่อมโยงกับนวัตกรรมและเทคโนโลยี: เวลเนสจะช่วยให้ระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) มีฐานข้อมูลที่สำคัญ ซึ่งจะส่งผลให้เพิ่มประสิทธิภาพในอุตสาหกรรมบริการและสร้างรายได้ให้ประเทศมากขึ้น นอกจากนี้ยังผลักดันให้เกิดงานวิจัยเชิงลึก (Deep Research) เช่น การพัฒนานวัตกรรมจุลสาหร่าย ซึ่งสามารถต่อยอดเป็นวัตถุดิบอาหารสัตว์และเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืนได้
  • การขับเคลื่อนเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy): กลยุทธ์นี้จะส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่สะอาดและมีสิ่งแวดล้อมที่ดี ซึ่งเป็นทิศทางเดียวกับเศรษฐกิจสีเขียว ช่วยสร้างภาพลักษณ์ว่าประเทศไทย “ดีที่สุดและเก่งที่สุด” ในด้านนี้ จนดึงดูดความสนใจจากทั่วโลกและทำให้อุตสาหกรรมอื่น ๆ ได้ประโยชน์ตามไปด้วย
  • การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์: เมื่อประเทศยกระดับสู่เศรษฐกิจเวลเนส จะมีการเน้นเรื่องการอัพสกิลและรีสกิล (Upskill-Reskill) ผ่านการศึกษาต่อเนื่อง (Continuing Education) ในมหาวิทยาลัย เพื่อให้คนไทยมีทักษะที่ตรงตามความต้องการของอุตสาหกรรมใหม่นี้
  • การบูรณาการงบประมาณและงานวิจัย: กลยุทธ์นี้จะช่วยให้นักวิจัยจากหลายสาขาทำงานร่วมกันได้มากขึ้น ทำให้การใช้งบประมาณวิจัยมีประสิทธิภาพ และเปลี่ยนงานวิจัยจาก “บนหิ้ง” ให้กลายเป็นนวัตกรรมที่ “ขึ้นห้าง” หรือขายได้จริงในเชิงพาณิชย์

รู้จักนวัตกรรมจุลสาหร่ายไทย

โดยเฉพาะสายพันธุ์ “Chlorella vulgaris KU 01” ที่พัฒนาโดยมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมในอนาคตของประเทศไทยในหลายด้าน 

  • อุตสาหกรรมเกษตรและอาหารสัตว์: จุลสาหร่ายถูกวางบทบาทให้เป็น ต้นแบบวัตถุดิบอาหารสัตว์ ซึ่งเป็นการนำผลงานวิจัยมาเพิ่มมูลค่าให้กับภาคการเกษตรเดิม
  • อุตสาหกรรมพลังงานสะอาด: มีบทบาทสำคัญในการเป็นวัตถุดิบสำหรับผลิต เชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel) ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) ที่มุ่งเน้นความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
  • อุตสาหกรรมเวลเนส (Wellness): นวัตกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของการผลักดันเรื่องเวลเนสเพื่อ เพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าเกษตร และยกระดับอุตสาหกรรมการบริการให้มีรายได้สูงขึ้น ช่วยให้ประเทศไทยหลุดพ้นจากกับดักรายได้ปานกลาง
  • การสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันระดับโลก: การวิจัยเชิงลึกด้านจุลสาหร่ายจะช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ของประเทศในด้านนวัตกรรม หากได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติจะ ดึงดูดความสนใจจากทั่วโลก ให้เข้ามาหาความรู้และร่วมมือกับไทย

นวัตกรรมจุลสาหร่ายจึงไม่ใช่แค่เรื่องของการวิจัย แต่เป็นกลไกสำคัญที่เชื่อมโยงตั้งแต่ ต้นน้ำ (ภาคการเกษตร) ไปจนถึงปลายน้ำ (อุตสาหกรรมมูลค่าสูง) เพื่อสร้างความยั่งยืนทางเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมให้กับประเทศ

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/smart-life/740628&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3vh06vYuC5mfRxPFVI4hO9