‘ซีเรีย’ หวังเศรษฐกิจฟื้น กลับสู่ตลาดโลก หลัง ‘สหรัฐ’ จ่อถอดชื่อ พ้นบัญชีดำรัฐหนุนก่อการร้าย

‘ซีเรีย’-หวังเศรษฐกิจฟื้น-กลับสู่ตลาดโลก-หลัง-‘สหรัฐ’-จ่อถอดชื่อ-พ้นบัญชีดำรัฐหนุนก่อการร้าย

สำนักข่าว Al Jazeera รายงานว่า ชาวซีเรีย เริ่มมีความหวังต่อทิศทางเศรษฐกิจของประเทศอีกครั้ง หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐ ประกาศเมื่อวันที่ 8 ก.ค. ที่ผ่านมาว่า จะถอดชื่อซีเรีย ออกจากบัญชีรัฐที่สนับสนุนการก่อการร้าย (State sponsor of terrorism) ถือเป็นหนทางหลักในการนำซีเรียกลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจโลกอย่างเป็นทางการ ภายหลังการล่มสลายของรัฐบาลบาชาร์ อัล-อัสซาด เมื่อเดือนธันวาคม 2024 ซึ่งเป็นการปิดฉากยุคมืดแห่งการถูกคว่ำบาตรและการโดดเดี่ยวจากนานาชาติมาอย่างยาวนานหลายทศวรรษ

ภายใต้การปกครองของตระกูลอัล-อัสซาด (Al-Assad) ตั้งแต่ยุคของ ฮาเฟซ อัล-อัสซาด เมื่อปี 1971-2000 มาจนถึง บาชาร์ อัล-อัสซาด เมื่อปี 2000-2024 ประชาชนชาวซีเรียต้องเผชิญกับการกดขี่จากรัฐ สงครามกลางเมืองที่ยืดเยื้อกว่าทศวรรษ และผลพวงทางเศรษฐกิจที่รุนแรงจากการถูกคว่ำบาตร โดยกลุ่มประเทศตะวันตกซึ่งนำโดยสหรัฐ ส่งผลให้ซีเรียถูกแช่แข็งและตัดขาดออกจากระบบเศรษฐกิจระหว่างประเทศโดยสมบูรณ์ ธนาคารโลกระบุว่านับตั้งแต่ปี 2011 การคว่ำบาตรทำให้การส่งออกของซีเรียพังทลายลงและเกิดการขาดดุลการค้าอย่างหนัก

แม้ว่าที่ผ่านมา สหรัฐจะเคยยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรบางส่วนไปแล้ว เช่น มาตรการที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายคุ้มครองพลเรือนซีเรีย (Caesar Act) แต่ก็ยังไม่สามารถพลิกฟื้นเศรษฐกิจของประเทศได้มากนัก แต่การเตรียมถอดชื่อพ้นจากบัญชีรัฐที่สนับสนุนการก่อการร้ายในครั้งนี้ ถูกคาดหวังว่าจะเป็นการทลายกำแพงด่านสำคัญสำหรับธนาคารและบริษัทข้ามชาติ

รอบ ไกสต์ พินโฟลด์ (Rob Geist Pinfold) อาจารย์ด้านความมั่นคงศึกษาจาก King’s College London ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว Al Jazeera ว่า “นี่เป็นความเคลื่อนไหวที่มีนัยสำคัญอย่างยิ่ง เพราะมันคืออุปสรรคใหญ่ชิ้นสุดท้ายที่ขัดขวางการมีส่วนร่วมทางเศรษฐกิจและการเมืองระหว่างประเทศกับซีเรีย และเป็นตัวแปรสำคัญในการบูรณาการซีเรียกลับเข้าสู่ระเบียบโลกและระบบเศรษฐกิจระหว่างประเทศอีกครั้ง”

การยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรระหว่างประเทศและของสหรัฐอย่างเต็มรูปแบบ ถือเป็นวาระเร่งด่วนของรัฐบาลรักษาการภายใต้การนำของประธานาธิบดี อาเหม็ด อัล-ชารา (Ahmed al-Sharaa)

แม้ในอดีต อัล-ชารา จะเคยเป็นผู้นำกลุ่มแนวร่วมอัล-นุสรา (Nusra Front) ที่มีความเชื่อมโยงกับกลุ่มอัลกออิดะห์ (al-Qaeda) และเคยถูกสหรัฐรวมถึงองค์การสหประชาชาติ (UN) ขึ้นบัญชีดำในฐานะ “ผู้ก่อการร้าย” ก็ตาม แต่เขาได้พยายามสลัดภาพลักษณ์ดังกล่าวและสร้างความไว้วางใจบนเวทีโลก โดยในปี 2016 เขาได้ประกาศแยกตัวจากกลุ่มอัลกออิดะห์ ปฏิเสธอุดมการณ์หัวรุนแรง และเดินหน้าจัดตั้งกลุ่มพันธมิตรติดอาวุธระดับชาติ (Hayat Tahrir al-Sham) เพื่อต่อสู้กับรัฐบาลอัสซาด รวมถึงให้คำมั่นว่าจะร่วมปราบปรามกลุ่มติดอาวุธไอซิล (ISIL หรือ ISIS)

ความพยายามดังกล่าวประสบความสำเร็จ จนทำให้สหภาพยุโรป (EU) และสหรัฐ ยอมยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรส่วนใหญ่ต่อตัวเขาและซีเรีย ก่อนหน้านี้ในเดือนพฤษภาคม 2025 ประธานาธิบดีทรัมป์ได้พบกับอัล-ชาราที่กรุงริยาด และให้คำมั่นว่าจะเร่งปลดมาตรการคว่ำบาตรต่อรัฐบาลซีเรียลง

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา การคว่ำบาตรส่งผลกระทบอย่างหนักต่อวิถีชีวิตและต้นทุนทางธุรกิจของชาวซีเรีย การรับส่งเงินจากต่างประเทศต้องทำผ่านเครือข่ายของประเทศเพื่อนบ้านอย่างเลบานอนหรือตุรกี ขณะที่การเข้าถึงบริการออนไลน์พื้นฐานเช่น Netflix หรือ Slack ต้องพึ่งพาเครือข่ายส่วนตัวเสมือน (VPN)

อย่างไรก็ตาม ประชาชนบางส่วนยังคงมีท่าทีระมัดระวัง เจ้าของร้านมินิมาร์ทรายหนึ่งในกรุงดามัสกัสระบุว่า การเปลี่ยนแปลงนี้ยังต้องอาศัยระยะเวลาอีกยาวนาน “คุณไม่สามารถคาดหวังให้ความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นได้ชั่วข้ามคืน ตอนนี้เรายังไม่มีเศรษฐกิจ ไม่มีการลงทุน ค่าครองชีพพุ่งสูงขึ้น และเพิ่งเผชิญกับวิกฤตขาดแคลนน้ำมัน”

แม้การถอดชื่อพ้นจากบัญชีดำของสหรัฐจะเป็นก้าวที่น่ายินดี แต่นักวิเคราะห์ประเมินว่าเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติจะไม่ไหลทะลักเข้าสู่ซีเรียในทันที เนื่องจากประชาคมโลกและนักลงทุนยังคงมีความกังวลต่อเสถียรภาพของรัฐบาลชุดใหม่ โดยเฉพาะขีดความสามารถในการกวาดล้างเครือข่ายอำนาจเก่าของระบอบอัสซาด ความเสี่ยงในการกลับมาของกลุ่ม ISIL ตลอดจนปัญหาทุจริตคอร์รัปชันและอุปสรรคทางระบบราชการที่ฝังรากลึก

ดังที่ ซาเฮอร์ (Zaher) พ่อค้าขายน้ำผลไม้รถเข็นวัย 50 ปี ในกรุงดามัสกัส ได้สะท้อนมุมมองไว้ว่า แม้สถานการณ์ต่างๆ เช่น ไฟฟ้า จะเริ่มปรับตัวดีขึ้น แต่ทุกอย่างไม่อาจฟื้นฟูได้ในวันเดียว “พระผู้เป็นเจ้ายังทรงใช้เวลาถึง 6 วันในการสร้างโลก สิ่งเหล่านี้ล้วนต้องใช้เวลา” การฟื้นตัวของเศรษฐกิจซีเรียจึงยังคงเป็นความท้าทายระยะยาวที่ต้องอาศัยการปรับตัวและความอดทนจากทุกภาคส่วนต่อไป

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/world/economics/1242703&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1OWlTVbHInqGQA2U_KSISb