‘คลัง’ เผยเศรษฐกิจ ก.พ.69 ฟื้นตัว ท่องเที่ยวหนุน จับตาปมตะวันออกกลาง

‘คลัง’-เผยเศรษฐกิจ-กพ.69-ฟื้นตัว-ท่องเที่ยวหนุน-จับตาปมตะวันออกกลาง

“คลัง” เผยเศรษฐกิจไทยเดือน ก.พ. 2569 ส่งสัญญาณฟื้นตัวต่อเนื่อง อานิสงส์ภาคการท่องเที่ยวกับภาคการส่งออกที่ยังคงขยายตัวได้ดี ดันดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคพุ่งสูงสุดในรอบ 9 เดือน ระบุเสถียรภาพยังแกร่งเตือนจับตาความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ตะวันออกกลางและราคาน้ำมันที่อาจกระทบห่วงโซ่การผลิต

นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า ทิศทางเศรษฐกิจไทยในเดือน ก.พ. 2569 ภาพรวมได้รับแรงสนับสนุนสำคัญจากการขยายตัวของการท่องเที่ยวและการบริโภคภาคเอกชนที่เริ่มมีสัญญาณปรับตัวดีขึ้น สะท้อนจากยอดจดทะเบียนรถยนต์นั่งและรถจักรยานยนต์ใหม่ที่เพิ่มขึ้น 5.8% และ 1.3% ตามลำดับ

รวมทั้งสอดรับกับดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ขยับขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 แตะระดับ 53.7 ซึ่งเป็นจุดสูงสุดในรอบ 9 เดือน โดยได้รับปัจจัยบวกจากการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวและการส่งออก

อย่างไรก็ตาม ผู้บริโภคยังคงมีความกังวลเรื่องค่าครองชีพ ขณะที่รายได้เกษตรกรที่แท้จริงในเดือน ก.พ. 2569 หดตัวลง -4.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

ในภาคการส่งออกยังคงทำผลงานได้ดี โดยมูลค่าการส่งออกสินค้ารวมในรูปดอลลาร์สหรัฐอยู่ที่ 29,439.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 20 ที่ระดับ 9.9% ซึ่งหากตัดกลุ่มน้ำมัน สินค้าเกี่ยวเนื่องกับทองคำและยุทธปัจจัยออกไป พบว่าการส่งออกขยายตัวถึง 11.0% นำโดยกลุ่มสินค้าเครื่องอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้าที่พุ่งแรง รวมถึงผลไม้สดและไก่แปรรูป

เมื่อพิจารณารายตลาดพบว่าตลาดหลักอย่างสหรัฐ ขยายตัวโดดเด่นถึง 40.5% แม้ตลาดอินเดียและไต้หวันจะชะลอตัวลง ขณะที่ด้านการลงทุนภาคเอกชนยังมีทิศทางทรงตัว โดยปริมาณการนำเข้าสินค้าทุนเพิ่มขึ้น 43.7% แต่ปริมาณรถยนต์เชิงพาณิชย์จดทะเบียนใหม่กลับลดลง -10.0%

ด้านอุปทาน ภาคบริการด้านการท่องเที่ยวยังคงเป็นกำลังหลักที่สำคัญ โดยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยถึง 3.26 ล้านคน เพิ่มขึ้น 4.6% ขณะที่การท่องเที่ยวในประเทศมีคนไทยเดินทางสูงถึง 23.7 ล้านคน เพิ่มขึ้น 3.3% ส่วนภาคการเกษตรขยายตัว 5.5% ตามผลผลิตพืชผลสำคัญที่เพิ่มขึ้น

สำหรับภาคอุตสาหกรรม ดัชนีความเชื่อมั่นปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 90.0 รับอานิสงส์จากคำสั่งซื้อที่ฟื้นตัว แต่ในระยะต่อไปยังคงมีแรงกดดันจากต้นทุนการผลิตและราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น

ด้านเสถียรภาพเศรษฐกิจของไทยยังอยู่ในเกณฑ์แข็งแกร่ง โดยอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในเดือน ก.พ. 2569 อยู่ที่ -0.88% ส่วนสัดส่วนหนี้สาธารณะต่อจีดีพี ณ สิ้นเดือน ม.ค. 2569 อยู่ที่ 66.0% ซึ่งยังอยู่ภายใต้กรอบวินัยการเงินการคลัง ขณะที่ทุนสำรองระหว่างประเทศยังคงอยู่ในระดับสูงถึง 293.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับทิศทางเศรษฐกิจโลกและตลาดการเงิน ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ทั่วโลกในเดือน ก.พ. 2569 ยังคงบ่งชี้ถึงทิศทางการขยายตัวเหนือระดับ 50 จุด อย่างไรก็ตาม สำนักงานเศรษฐกิจการคลังเน้นย้ำว่ายังมีความจำเป็นต้องติดตามความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะกรณีอิหร่านและความตึงเครียดด้านความมั่นคงในตะวันออกกลางที่อาจยกระดับขึ้น

ส่วนของภาวะตลาดการเงินไทย ข้อมูลล่าสุดจนถึงวันที่ 26 มี.ค. 2569 พบว่าตลาดตราสารทุนได้รับแรงหนุนจากนักลงทุนรายย่อยในประเทศที่มียอดซื้อสะสมตั้งแต่ต้นปี 20,274.95 ล้านบาท ขณะที่นักลงทุนต่างชาติแม้จะมีสถานะเทขายในเดือน มี.ค. แต่ภาพรวมตั้งแต่ต้นปียังคงมียอดซื้อสุทธิในตลาดหุ้นไทย 20,814.42 ล้านบาท

เช่นเดียวกับตลาดตราสารหนี้ที่นักลงทุนต่างชาติยังคงถือสถานะซื้อสุทธิสะสมตั้งแต่ต้นปีรวม 26,785.35 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อพันธบัตรรัฐบาลไทยในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและทิศทางนโยบายการเงินของประเทศเศรษฐกิจหลัก

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/economics/1227408&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1_NL0aC0fjSytFK10u8UaB