นายอัทธ์ พิศาลวานิช นักวิชาการอิสระและผู้เชี่ยวชาญเศรษฐกิจระหว่างประเทศและอาเซียน วิเคราะสถานการณ์น้ำมันในประเทศ
! 1.ทำไมน้ำมันหน้าปั้มขาดแคลน
สถานการณ์น้ำมันเริ่มขาดแคลนตั้งแต่วันที่ 4 มี.ค. 2569 เป็นต้นมา และค่อยๆ รุนแรงเพิ่มขึ้นตามลำดับ เหตุผลเพราะ
1.มีการกักตุนน้ำมันเก่า : น้ำมันเก่าที่ซื้อมาก่อนวันที่ 28 ก.พ. 2569 เพื่อเอาไว้ขายในราคาใหม่ที่สูงขึ้น ซึ่งหากดูสต๊อกน้ำมันต่อวัน ประเทศไทยมีสต๊อกเพียงพอ “ไม่ขาดแคลน”
ในกรณีปกติ (ก่อนวันที่ 28 ก.พ.2569) จะมีสต๊อกน้ำมันเหลือวันละ 36 ล้านลิตร (กรณีความต้องการใช้ดีเซลวันละ 65 ล้านลิตร) หรือเมื่อความต้องการดีเซลเพิ่มขึ้นเป็นวันละ 85 ล้านลิตร สต๊อกน้ำมันในประเทศก็ยังเหลือวันละ 16 ล้านลิตร การไม่มีน้ำมันขายหน้าปั้ม แสดงว่า มีการเก็บน้ำมันเอาไว้ ไม่ปล่อยออกสู่ตลาด
2.ราคา 2 ตลาด : คำว่า 2 ตลาดคือ ราคาน้ำมันขายส่ง และขายปลีก (หน้าปั้ม) ซึ่งความแตกต่างระหว่างราคาขายส่งกับราคาขายปลีก (หน้าปั้ม) มีความแตกต่างเพิ่มขึ้น ตั้งแต่วันที่ 4 มี.ค. 2569 เพิ่มจาก 2.2 บาทต่อลิตร เป็น 20.7 บาทต่อลิตร (วันที่ 25 มี.ค. 2569) แต่เมื่อรัฐบาลประกาศยกเลิกการตรึงราคาน้ำมัน ทำให้ความแตกต่างระหว่างราคาขายส่งกับปลีกเหลือแตกต่างกัน เพียง 11.4 บาท/ลิตร
การที่ราคา 2 ตลาดมีความแตกต่างกันมาก ผู้ประกอบขายส่งและที่เกี่ยวข้องหันไปซื้อน้ำมันดีเซลหน้าปั้มแทน ทำให้น้ำมันหน้าปั้มขาดแคลน แต่หลังจากที่ความแตกต่างของ 2 ตลาดลดลงอยู่ในช่วง 10-13 บาทต่อลิตร
“หลังจากนี้น้ำมันที่ขาดแคลนหน้าปั้มจะคลี่คลาย เพราะผู้ประกอกการไม่มีแรงจูงใจด้านราคา หรือ กำไรลดลงอีกต่อไป”
!! 2. ไอ้โม่ง “ฟันกำไร 3 ต่อ หรือ (3 P)”
1. กำไรขายน้ำมันเก่า (P1) : น้ำมันเก่าที่ซื้อมาก่อนวันที่ 28 ก.พ. 2569 ซึ่งเป็นราคาถูก แล้วมาขายราคาใหม่ที่สูงขึ้น ได้กำไรมหาศาล
2.กำไรการกักตันน้ำมัน (P2) : เมื่อคาดการณ์ว่าราคาจะสูงขึ้นจากสถานการณ์สงครามตะวันออกกลาง ก็จะเก็บน้ำมันเอาไว้ระยะหนึ่ง เมื่อราคาน้ำมันในประเทศปรับตัวสูงขึ้น ก็จะปล่อยน้ำมันเหล่านี้ ออกมาฟันกำไร
3. กำไรจากเงินกองทุนน้ำมัน (P3) : การไปซื้อน้ำมันหน้าปั้ม (ก่อนการยกเลิกการตรีงราคา) จะทำให้ได้ซื้อน้ำมันในราคาที่ถูกกว่าราคาขายส่ง เพราะน้ำมันที่ประชาชนเติมหน้าปั้ม เป็นราคาที่กองทุนน้ำมันอุดหนุน ส่วนต่างตรงนี้ ก็ทำกำไร
เมื่อรวมกำไรทั้งหมดแล้ว “ไอ้โม่งได้กำไรรวม เท่ากับ P1 + P2 + P3”
!!! 3. คนไทยได้ใช้น้ำมันดีเซลราคาแพงต่อไป 50 บาทต่อลิตร ไม่ใกล้ ไม่ไกล
การยกเลิกการตรึงน้ำมันจาก 29.94 และ 33 บาท/ลิตร เมื่อยกเลิกไปแล้ว ราคาน้ำมันจะปรับตัวสูงขึ้นเรื่อยๆ โอกาสเห็นราคาน้ำมันดีเซลสูงสุดในประวัติศาสตร์ไทย ที่ 50 บาทต่อลิตร ไม่ไกล้ ไม่ไกล (ราคาน้ำมันดีเซล เคยสูงสุดในปี 2551 ที่ 44 บาทต่อลิตร)
การแก้ปัญหาที่ปล่อยให้ราคาน้ำมันขึ้นไป 6 บาทต่อลิตร แบบกระชาก ไม่เป็นขั้นบันได จะกระทบเศรษฐกิจชาวบ้านอย่างแรงและทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องทั้งภาคการขนส่ง เกษตร อุตสาหกรรมและบริการ การทำแบบก็เพื่อแก้ปัญหาน้ำมันขาดแคลนตามเหตุผลข้างต้น แต่ยังไม่ได้แก้ปัญหาด้านราคา คนไทยทุกภาคส่วน “รับกรรมกับราคาน้ำมันแพงต่อไป”
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/wealth/economic/271893&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2SbkACY025SrIokvZuHkKr
