วันพุธ ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 14.43 น.
ก.อุตฯ วางกติกาเศรษฐกิจใหม่ รองรับอนาคต EV สร้างความเชื่อมั่นให้ ผู้บริโภค-นักลงทุน-ผู้ผลิต เพิ่ม 5 มอก. สั่งคุม “หัวชาร์จ-ตู้ชาร์จ-มาตรฐานการชน” ชิงฐานการผลิตยานยนต์แห่งอนาคตในอาเซียน
เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า คณะกรรมการมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (กมอ.) มีมติเห็นชอบให้ผลิตภัณฑ์และระบบที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์ไฟฟ้า หรือ อีวี (EV) อีก 5 มาตรฐาน เป็นสินค้าควบคุม ประกอบด้วย สายชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าแบบพกพา , ตู้ชาร์จไฟฟ้ากระแสสลับ (AC) , ตู้ชาร์จไฟฟ้ากระแสตรงแบบฟาสต์ชาร์จ (DC Fast Charger) , มาตรฐานการป้องกันผู้โดยสารเมื่อเกิดการชนจากด้านข้าง, มาตรฐานการป้องกันผู้โดยสารเมื่อเกิดการชนจากด้านหน้าของยานยนต์
”การลงทุนในอุตสาหกรรม EV ที่รุนแรงขึ้นทั่วภูมิภาค รวมถึงตลาด EV ในไทยก็เติบโตอย่างรวดเร็ว เราจึงเร่งอุดช่องโหว่สำคัญ ด้วยการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยให้ครอบคลุมทั้งระบบ ตั้งแต่ตัวรถ แบตเตอรี่ ไปจนถึงอุปกรณ์ชาร์จไฟฟ้า ซึ่งถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานของอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ไปสู่ระบบนิเวศ EV อย่างเต็มรูปแบบ ควบคู่กับการติดตั้งสถานีชาร์จทั้งในบ้าน คอนโดมิเนียม อาคารสำนักงาน และพื้นที่สาธารณะเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง”
ไม่เพียงเรื่องความปลอดภัยของผู้ใช้รถ แต่ยังเป็นเรื่องความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ เพราะหากเกิดอุบัติเหตุหรือเหตุเพลิงไหม้จากอุปกรณ์ที่ไม่ได้มาตรฐานบ่อยครั้ง อาจส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจซื้อรถ EV ของผู้บริโภค รวมถึงภาพลักษณ์ของประเทศไทยในฐานะฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าระดับภูมิภาค
ปัจจุบันไทยกำหนดมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับ EV แล้วถึง 214 มาตรฐาน และบังคับเป็นสินค้าควบคุมแล้ว 6 มาตรฐาน ขณะที่แบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่รถจักรยานยนต์ไฟฟ้ากำลังจะมีผลบังคับใช้ภายในเดือน ขมี.ค.2570 ส่วนมาตรฐานใหม่อีก 5 รายการ จะทยอยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปี 2570-2571 ส่งผลให้จำนวนสินค้าควบคุมด้าน EV เพิ่มขึ้นมากกว่า 2 เท่าภายในเวลาไม่กี่ปี
ในเชิงอุตสาหกรรม มาตรฐานเหล่านี้ยังเป็นกลไกสำคัญในการคัดกรองสินค้าและอุปกรณ์คุณภาพต่ำจากต่างประเทศ ลดความเสี่ยงจากการแข่งขันด้านราคาที่อาจแลกมาด้วยความปลอดภัย พร้อมยกระดับมาตรฐานผู้ผลิตและผู้ประกอบการในประเทศให้สอดคล้องกับแนวปฏิบัติสากล
การสร้างอุตสาหกรรม EV ให้เติบโตอย่างยั่งยืนจำเป็นต้องเดินควบคู่กับการคุ้มครองผู้บริโภค เพราะความปลอดภัยเป็นปัจจัยพื้นฐานที่ส่งผลโดยตรงต่อความเชื่อมั่นของตลาด การลงทุน และการขยายตัวของอุตสาหกรรมในระยะยาว
สำหรับสายชาร์จแบบพกพาและตู้ชาร์จ AC ที่ใช้ในบ้านพักอาศัย คาดว่าจะมีผลบังคับใช้ภายในเดือน มิ.ย. 2570 ส่วนตู้ชาร์จแบบฟาสต์ชาร์จและมาตรฐานการป้องกันการชนของยานยนต์จะมีผลบังคับใช้ในช่วงต้นปี 2571
การเร่งยกระดับมาตรฐานในครั้งนี้ จึงเป็นการวางกติกาเศรษฐกิจใหม่เพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรม EV ไทยในระยะยาว สร้างความเชื่อมั่นให้ทั้งผู้บริโภค นักลงทุน และผู้ผลิต ท่ามกลางการแข่งขันชิงฐานการผลิตยานยนต์แห่งอนาคตในภูมิภาคอาเซียนที่กำลังเข้มข้นขึ้นทุกขณะ
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/politic/483261&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2xrDmm0GjX6ln-O8hs9ZP1
