กรมชลประทานเฝ้าระวังพื้นที่เขตเมืองและเศรษฐกิจสำคัญใน 10 จังหวัดภาคใต้ อย่างใกล้ชิด หลัง สทนช. ออกประกาศเตือนฝนตกหนักถึงหนักมากตั้งแต่วันพรุ่งนี้ถึง 26 ตุลาคม

 -กรมชลประทานเฝ้าระวังพื้นที่เขตเมืองและเศรษฐกิจสำคัญใน-10-จังหวัดภาคใต้-อย่างใกล้ชิด-หลัง-สทนช.-ออกประกาศเตือนฝนตกหนักถึงหนักมากตั้งแต่วันพรุ่งนี้ถึง-26-ตุลาคม
  กรมชลประทานเฝ้าระวังพื้นที่เขตเมืองและเศรษฐกิจสำคัญใน 10 จังหวัดภาคใต้ อย่างใกล้ชิด หลัง สทนช. ออกประกาศเตือนฝนตกหนักถึงหนักมากตั้งแต่วันพรุ่งนี้ถึง 26 ตุลาคม

การเมือง

  กรมชลประทานเฝ้าระวังพื้นที่เขตเมืองและเศรษฐกิจสำคัญใน 10 จังหวัดภาคใต้ อย่างใกล้ชิด หลัง สทนช. ออกประกาศเตือนฝนตกหนักถึงหนักมากตั้งแต่วันพรุ่งนี้ถึง 26 ตุลาคม

วันศุกร์ ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2569, 14.21 น.

ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

  กรมชลประทานเฝ้าระวังพื้นที่เขตเมืองและเศรษฐกิจสำคัญใน 10 จังหวัดภาคใต้ อย่างใกล้ชิด หลัง สทนช. ออกประกาศเตือนฝนตกหนักถึงหนักมากตั้งแต่วันพรุ่งนี้ถึง 26 ตุลาคม เร่งติดตั้งเครื่องสูบน้ำและเครื่องผลักดันน้ำในจุดเสี่ยงและบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดเก็บสิ่งกีดขวางทางน้ำแล้ว 

เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2569 นายวิทยา แก้วมี อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยถึงการเตรียมรับมือสถานการณ์อุทกภัยหลังสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้ออกประกาศแจ้งเตือนเฝ้าระวังฝนตกหนักถึงหนักมากในพื้นที่ 10 ภาคใต้ ตั้งแต่วันพรุ่งนี้ (24 ต.ค.69) ถึง 26 ตุลาคมนี้ ว่า ในส่วนของกรมชลประทานได้สั่งการให้เฝ้าระวังและติดตามพื้นที่เขตเมืองหลักและพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญที่มีความเสี่ยงอย่างใกล้ชิด อาทิ อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์, จังหวัดเพชรบุรี, จังหวัดนครศรีธรรมราช, อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา , และอำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดยะลา เป็นต้น โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้เตรียมความพร้อมในการเฝ้าระวัง โดยดำเนินการติดตั้งสถานีสูบน้ำ เครื่องสูบน้ำ และเครื่องผลักดันน้ำในจุดเสี่ยงทุกจุดแล้ว พร้อมทั้งได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานท้องถิ่น และภาคส่วนที่เกี่ยวข้องดำเนินการจัดเก็บสิ่งกีดขวางทางน้ำออกจากระบบเพื่อป้องผลกระทบต่อประสิทธิภาพการระบายน้ำแล้ว

ทั้งนีัสำหรับความพร้อมในการบริหารจัดการน้ำและปรับปรุงโครงสร้างด้านชลประทานในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา โดยเฉพาะคลองระบายน้ำ ร.1 ซึ่งได้รับงบประมาณจสกรัฐบาลเพื่อเร่งดำเนินการฟื้นฟูนั้น อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า แม้ในขณะนี้งานปรับปรุงพื้นผิวลาดยางจะยังไม่แล้วเสร็จ แต่ในด้านการปรับปรุงซ่อมแซมและขุดลอกได้ดำเนินการเรียบร้อยแล้ว โดยมีศักยภาพรองรับอัตราการระบายน้ำได้สูงสุดถึง 1,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งคาดว่าเพียงพอรองรับปริมาณฝนที่จะตกเพิ่ม และมวลน้ำที่ไหลบ่ามาจากพื้นที่ตอนบนได้ 
 

ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/politic/495330&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2F2xbT2G_C3pugjb8O00wl

Related Post