ตะวันออกกลางบนปากเหวสงคราม
รัฐบาลเตหะรานตอบโต้อย่างแข็งกร้าว โดยขู่ว่าหากสหรัฐฯ โจมตีโรงไฟฟ้าของตน อิหร่านจะทำลายโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและโรงผลิตน้ำจืดของสหรัฐฯ และชาติพันธมิตรในอ่าวเปอร์เซียทั้งหมด ซึ่งจะก่อให้เกิดวิกฤตขาดแคลนน้ำอย่างเฉียบพลัน
ความตึงเครียดยังลุกลามเมื่ออิหร่านระดมยิงขีปนาวุธโจมตีตอนใต้ของอิสราเอล และยิงขีปนาวุธพิสัยไกลพิเศษมุ่งเป้าฐานทัพร่วมสหรัฐฯ-อังกฤษในมหาสมุทรอินเดีย เพื่อส่งสัญญาณข่มขู่ถึงชาติตะวันตก ในขณะที่สหรัฐฯ ได้ระดมกองเรือรบและเครื่องบินรบเข้าสู่พื้นที่เพื่อเตรียมพร้อมขั้นสูงสุด
ผลกระทบถึงไทย เมื่อไฟสงครามลามถึงปากท้องและชีวิต
ประเทศไทย ในฐานะผู้นำเข้าพลังงานหลักจากตะวันออกกลางตกเป็นเหยื่อของความขัดแย้งนี้โดยตรง ทั้งในมิติเศรษฐกิจที่เสี่ยงเผชิญภาวะเงินเฟ้อพุ่งสูง ต้นทุนปุ๋ยเคมีและการขนส่งที่ทะยานขึ้น ซึ่งอาจกดดันให้ GDP ไทยในปี 2026 หดตัวลง
ที่น่าสลดใจยิ่งกว่าคือมิติด้านชีวิตพลเมือง เมื่อเรือสินค้าสัญชาติไทย ‘Mayuree Naree’ ถูกโจมตีด้วยขีปนาวุธในช่องแคบฮอร์มุซ แม้จะช่วยเหลือลูกเรือได้ 20 ราย แต่ยังคงมีลูกเรือชาวไทยสูญหายและคาดว่าเสียชีวิตอีก 3 ราย
วิกฤตการณ์นี้จึงเป็นสัญญาณเตือนภัยระดับสูงสุดให้ภาครัฐและเอกชนไทยต้องเร่งปรับโครงสร้างความมั่นคงทางพลังงานและการขนส่ง ก่อนที่คลื่นกระแทกทางเศรษฐกิจจะรุนแรงไปกว่านี้
ที่มา : theguardian, BBC
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.springnews.co.th/news/hot-issue/862606&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1K0NX9gGD6qJibbPirfMlt
