นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย เปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน (FETCO Investor Confidence Index) ผลสำรวจในเดือนกันยายน 2568 (สำรวจระหว่างวันที่ 22-30 กันยายน 2568) พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน (FETCO Investor Confidence Index: ICI) ในอีก 3 เดือนข้างหน้า (ธันวาคม 2568) คงอยู่ในเกณฑ์ “ร้อนแรง” ที่ระดับ 153.62
ผลสำรวจเดือนกันยายน 2568 รายกลุ่มนักลงทุน พบว่า ความเชื่อมั่นกลุ่มนักลงทุนบุคคล ปรับเพิ่ม 35.4% อยู่ที่ระดับ 130.69 และบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ปรับเพิ่ม 19.7% อยู่ที่ระดับ 155.56 อยู่ในเกณฑ์ “ร้อนแรง” ส่วนกลุ่มนักลงทุนสถาบันในประเทศปรับเพิ่ม 28.2% อยู่ที่ระดับ 166.67 และกลุ่มนักลงทุนต่างประเทศปรับเพิ่ม 25.0% อยู่ที่ระดับ 166.67 อยู่ในเกณฑ์ “ร้อนแรงอย่างมาก”
ทั้งนี้ นักลงทุนมองว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐเป็นปัจจัยหนุนความเชื่อมั่นมากที่สุด รองลงมา คือ การไหลเข้าของเงินทุน และนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED)
ในขณะที่ปัจจัยที่ฉุดความเชื่อมั่นนักลงทุนมากที่สุด ได้แก่ ความกังวลต่อวินัยการคลัง รองลงมา คือ สถานการณ์การนำเข้าและส่งออก และสถานการณ์เศรษฐกิจยูโรโซน
ขณะเดียวกัน หมวดธุรกิจที่น่าสนใจมากที่สุด คือ หมวดพาณิชย์ (COMM) ส่วนหมวดธุรกิจที่ไม่น่าสนใจมากที่สุด คือ หมวดสื่อสิ่งพิมพ์ (MEDIA)
ตลอดเดือนกันยายน 2568 ดัชนี SET เคลื่อนไหวในกรอบแคบ โดยมีปัจจัยหนุนจากการที่ FED ปรับลดดอกเบี้ยลง 0.25% รวมถึงความชัดเจนและแผนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ อย่างไรก็ตาม ยังมีความกังวลจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวทั้งในและต่างประเทศ และคำเตือนของ Fitch ที่ได้ปรับลดมุมมอง Outlook ของประเทศไทยจาก “Stable” เป็น “Negative” สร้างความกังวลต่อนโยบายทางการเงินและเสถียรภาพงบประมาณของรัฐ
โดย SET Index ณ สิ้นเดือนกันยายน 2568 ปิดที่ 1,274.17 ปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.46% จากเดือนก่อนหน้า ปริมาณซื้อขายเฉลี่ยต่อวันในเดือนกันยายน 2568 อยู่ที่ 43,028 ล้านบาท นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 11,859 ล้านบาท โดยตั้งแต่ต้นปี 2568 นักลงทุนต่างชาติยังคงขายสุทธิรวม 96,243 ล้านบาท
ทางด้านปัจจัยต่างประเทศที่น่าติดตาม ได้แก่ นโยบายการเงินของ FED หากมีการส่งสัญญาณลดดอกเบี้ยต่อเนื่อง จะหนุนสภาพคล่องเข้าสู่ตลาดเกิดใหม่ รวมถึงไทย การชะลอตัวของภาคอุตสาหกรรมส่งออกของยุโรป ผลจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจีนหลังธนาคารแห่งชาติจีนได้อัดฉีดสภาพคล่องเข้าสู่ระบบธนาคารกว่า 5 แสนล้านหยวนผ่าน Reverse Repo อายุ 7วัน และ 14 วัน และความผันผวนของราคาทองในตลาดโลก
ในส่วนของปัจจัยในประเทศที่น่าติดตาม ได้แก่ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลใหม่ และความชัดเจนในการแถลงงบประมาณประจำปีที่จะมีผลต่อการประเมินความเสี่ยงเครดิตและความเชื่อมั่นนักลงทุน และความผันผวนของค่าเงินบาทซึ่งกดดันกลุ่มส่งออก
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/business/stockholder/731589&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2QlwE7rsy172m0JW0PWj9y
