“เอกนิติ” ผุดไอเดีย “รถเก่า” แลกรถไฟฟ้า – ไฮบริด ลดพึ่งพาน้ำมัน

“เอกนิติ”-ผุดไอเดีย-“รถเก่า”-แลกรถไฟฟ้า-–-ไฮบริด-ลดพึ่งพาน้ำมัน

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงนโยบายของกระทรวงการคลังในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ว่า ในระยะเวลา 4 ปีนี้ กระทรวงการคลังตั้งเป้า ให้เศรษฐกิจไทย โตมากกว่า 3% โดยจะเน้นขับเคลื่อนด้านการลงทุน ทั้งภาครัฐและเอกชน ให้มีสัดส่วนเพิ่มเป็น 30% จากปัจจุบันอยู่ที่ 23% โดยจะสนับสนุนการลงทุนภาคเอกชน ผ่านโครงการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (PPP) และการจัดตั้งกองทุนลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน หรือ Thailand future fund

กระทรวงการคลัง
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

หั่นงบดูงาน จัดแพ็กเกจช่วยกลุ่มเปราะบาง

นายเอกนิติ กล่าวว่า ในระยะสั้น จะเน้นออกมาตรการช่วยเหลือประชาชนกลุ่มเปราะบาง ที่ได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันที่สูง รวมถึงการปรับลดงบประมาณปี 2570 โดยจะ ตัดงบประมาณที่ไม่จำเป็น เช่น การศึกษาดูงาน นำมาใช้ช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ โดยยืนยันว่า การทำงานต้องมุ่งเป้าชัดเจน และจะทำทุกอย่างไม่ได้ซึ่ง งบประมาณที่นำมาใช้นั้นต้องใช้อย่างมีประสิทธิภาพ และให้ความสำคัญว่าเงินที่นำไปใช้นั้นนำไปใช้เพื่อทำอะไร

“เราฝันให้เศรษฐกิจไทยเป็นรถคันใหม่ มีเครื่องยนต์ใหม่ที่ทำให้เศรษฐกิจเดินหน้าเร็วขึ้น มีระบบที่มั่นคงปลอดภัย พร้อมรับมือกับความผันผวนของโลก มีที่นั่งสบาย คือคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของประชาชน ไม่ใช่เรื่องของตัวเลขที่เติบโตอย่างเดียว และที่สำคัญที่สุดต้องเป็นรถที่มีที่นั่งสำหรับทุกคนจากรถที่เคยติดหล่ม”

โดยในวันที่ 11 เมษายน 2569 คณะรัฐมนตรีจะมีการอนุมัติมาตรการ ช่วยเหลือประชาชนกลุ่มเปราะบางที่ได้รับผลกระทบจากภาวะวิกฤตราคาพลังงานที่สูงขึ้น ซึ่งจะเป็นมาตรการเร่งด่วนในช่วง 30 วัน ได้แก่ การเติมเงินเพิ่มในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 100 บาท , การช่วยเหลือภาคขนส่ง และประมง เพื่อช่วยอุดหนุนค่าน้ำมัน อีกทั้งป้องกันการปรับขึ้นค่าขนส่งที่จะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจเป็นวงกว้าง

นอกจากนี้จะมีการเสนอการจัดทำสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ สำหรับการซื้อรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า การติดโซลาร์เซลล์  และสินเชื่อสำหรับการซื้อปุ๋ยของภาคเกษตร เข้าที่ ครม. อีกด้วย

ในขณะที่ การออก พ.ร.ก.ค้ำประกันเงินกู้ให้กับกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงนั้น ระบุว่า ยังไม่มีการเสนอเข้าสู่ที่ประชุม ครม. ในวันพรุ่งนี้ เนื่องจากราคาน้ำมันในตลาดโลกเริ่มลดลงแล้ว ส่งผลให้ภาระของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงลดลงตาม ดังนั้นจึงยังมีเวลา ที่ติดตามสถานการณ์และพิจารณาความจำเป็นของการค้ำประกันเงินกู้ได้อีกระยะหนึ่ง 

ยังไม่ลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน เก็บไว้เป็นทางเลือสุดท้าย

นายเอกนิติ กล่าวอีกว่า ส่วนการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน นายเอกนิติ ระบุว่า จะยังไม่ดำเนินการในขณะนี้ โดยจะเก็บไว้เป็นมาตรการสุดท้ายที่จะเลือกใช้ เนื่องจากประเทศไทยยังมีกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ที่ใช้อุดหนุนและดูแลราคาน้ำมันได้อยู่ และมีความยืดหยุ่นมากกว่า แต่ยืนยันว่ารัฐบาลได้ช่วยเหลือประชาชนผ่านการอุดหนุนราคาน้ำมันอยู่แล้ว เนื่องจากในบางช่วงมีการอุดหนุนถึงเกือบลิตรละ 20 บาท

พร้อมกับชี้แจงว่า ประเทศไทยเป็นประเทศเดียวในภูมิภาคนี้ที่มีกลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ดังนั้นจึงมองว่าการลดภาษีน้ำมันยังไม่มีความจำเป็น เมื่อเทียบกับประเทศอื่นที่ไม่มีกองทุนน้ำมัน จึงส่งผลให้ประเทศเหล่านั้นต้องนำมาตรการลดภาษีน้ำมันมาใช้

ผุดไอเดีย “รถเก่า” แลก “รถไฟฟ้า – ไฮบริด”

นอกจากนี้ นายเอกนิติ เปิดเผยว่า กระทรวงการคลัง กำลังศึกษามาตรการ รถเก่าแลกรถใหม่ เพื่อเป็นการปรับเปลี่ยนการใช้พลังงานในระยะยาว เพื่อลดการพึ่งพาน้ำมันลง โดยจะเน้นสนับสนุนไปที่การซื้อรถใหม่ ซึ่งเป็นรถยนต์ไฮบริด และรถยนต์ไฟฟ้า โดยมีข้อแม้ว่าต้องเป็นรถยนต์ที่ผลิตขึ้นในประเทศไทยเท่านั้น เพื่อส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ของไทย

ส่วน เรื่องรายละเอียดการให้เงินอุดหนุนจากภาครัฐนั้น จะเป็นการอุดหนุนผ่านบริษัทผลิตรถยนต์ เพื่อนำไปลดราคาให้กับลูกค้าต่อ

นายเอกนิติ ระบุว่า เหตุผลที่ต้องให้สิทธิ์กับรถยนต์ไฮบริดด้วยเนื่องจาก ในประเทศไทยยังมีผู้ผลิตรถยนต์ ที่ผลิตรถยนต์ที่ใช้น้ำมันควบคู่กับรถยนต์ไฟฟ้าอยู่ และสำหรับเกณฑ์ การพิจารณารุ่นรถที่สามารถเข้าร่วมโครงการได้นั้นจะดูจากปริมาณการปล่อยคาร์บอน ซึ่งต้องอยู่ในระดับต่ำ ภายใต้เกณฑ์ที่รัฐบาลกำหนด ซึ่งขณะนี้กระทรวงการคลังกำลังอยู่ระหว่างการออกแบบมาตรการดังกล่าวเพื่อเสนอ ให้ ครม. พิจารณาเห็นชอบต่อไป

กระทรวงการคลัง
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

คนละครึ่งพลัส ทำแน่! ขอดูงบประมาณก่อน

ส่วนความคืบหน้าของ โครงการคนละครึ่ง พลัส ยืนยันว่าจะเดินหน้าต่ออย่างแน่นอน แต่ขณะนี้รายละเอียดยังไม่ชัดเจน เนื่องจากต้องรอดูก่อนว่าจะสามารถดึงงบประมาณมาใช้กับโครงการดังกล่าวได้เท่าไหร่ แต่ในสัปดาห์นี้จะยังไม่ได้เสนอเข้าที่ประชุม ครม.

ขณะที่งบประมาณที่จะนำมาใช้สำหรับคนละครึ่ง พลัส ล่าสุด นายเอกนิติ เปิดเผยว่า มีงบประมาณปี 2569 อยู่ราว 100,000 ล้านบาท ที่ยังไม่ได้มีการลงนามผูกพันโครงการ ซึ่งจะสามารถดึงมาใช้ได้ แต่ทั้งนี้ กระทรวงการคลังจะมีการตัดยอดงบประมาณดังกล่าว ณ สิ้นเดือนเมษายน ซึ่งอาจจะทำให้งบประมาณลดลงไปบ้าง

ส่วนขั้นตอนทางกฎหมาย รัฐบาลจะเปลี่ยนเป็นการเสนอพระราชบัญญัติการโอนเงิน แทนการออกเป็นพระราชกำหนด ตามที่เคยเป็นข่าวก่อนหน้านี้ เพื่อให้เกิดความโปร่งใส และมีการตรวจสอบของสภาผู้แทนราษฎร แต่จะมีการเร่งรัดให้มีการพิจารณา 3 วาระ พร้อมกันในครั้งเดียว

วิกฤตโลกเลี่ยงไม่ได้ เสี่ยงสินค้าราคาขึ้น

อย่างไรก็ตาม นายเอกนิติ กล่าวว่า วิกฤติพลังงานในครั้งนี้จะเปลี่ยนบริบทโลกไปอย่างถาวร ซึ่งทำให้ประเทศไทยจะต้องเร่งปรับตัว พร้อมกับยอมรับว่า วิกฤติโลกหลีกเลี่ยงไม่ได้ และหลังจากนี้ผลที่ตามคือค่าสินค้าจะสูงขึ้น แต่รายได้ของประชาชนไม่ได้ขึ้นตาม ดังนั้นสิ่งที่รัฐบาลจะต้องเร่งดำเนินการคือป้องกันไม่ให้เกิดภาวะ stagflation หรือภาวะเศรษฐกิจทดถอย ซึ่ง ประเด็นดังกล่าวกำลังเป็น ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นกับ หลายประเทศทั่วโลก

ดังนั้น จึงเป็นสาเหตุสำคัญที่รัฐบาลต้องเร่งออกมาตรการเร่งด่วนต่างๆ เพื่อไม่ให้ราคาสินค้าปรับขึ้นเร็วเกินไป 

รัฐบาลพร้อมขยายเพดานหนี้สาธารณะถ้าจำเป็น

ทั้งนี้ นายเอกนิติ ยืนยันว่า จะรักษากรอบวินัยการเงินการคลัง โดยจะพยายามไม่ให้หนี้สาธารณะเกิน 70% ของจีดีพี แต่ถ้าหากมีความจำเป็นที่จะต้องช่วยเหลือดูแลประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ก็พร้อมที่จะมีการใช้งบประมาณเกินกว่ากรอบที่กำหนดไว้ ซึ่งเชื่อว่าบริษัทจัดอันดับ หรือ เรตติ้งเอเจนซี่ จะเข้าใจได้เพราะขณะนี้ทุกประเทศมีหนี้สาธารณะอยู่ในระดับสูง เกือบทุกประเทศ 

โดยตนเองจะมีการหารือกับเรตติ้งเอเจนซี่ ในการเดินทางไปประชุมกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และ ธนาคารโลก หรือ World Bank ที่สหรัฐอเมริกา ใน ช่วงสงกรานต์นี้

ศึกษา Hometown Tax ภาษีจูงใจพัฒนาท้องถิ่น

ขณะที่ความคืบหน้า ของแนวคิดการจัดทำภาษี Hometown Tax อยู่ระหว่างการศึกษาของกระทรวงการคลัง โดยมีแนวคิดที่จะให้ผู้เสียภาษี สามารถเลือกได้ ว่าจะให้ภาษีที่ถูกจัดเก็บไปนั้น ไปใช้เป็นงบประมาณเพื่อพัฒนาในพื้นที่หรือว่าจังหวัดใด เช่น ในจังหวัดบ้านเกิดของตัวเองหรือจังหวัดอื่นในประเทศไทยก็ได้ เช่นเดียวกับประเทศญี่ปุ่นที่ทำในลักษณะดังกล่าว 

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/wealth/economic/272950&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2hLe3tFUCihBr_IpegJfFA