เมื่อวันที่ 14 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่ พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 และ ผอ.กอ.รมน.ภาค 4 ได้แถลงข่าวความคืบหน้ากรณีคนร้ายใช้รถยนต์ของ กอ.รมน.นราธิวาส และอาวุธปืนสงครามยิงถล่มรถยนต์ของ สส.กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.เขต 5 จ.นราธิวาส พรรคประชาชาติ ที่ค่ายสิรินธร กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เมื่อวันที่ 13 เม.ย. ที่ผ่านมา และกล่าวกับนักข่าวว่า “ถ้าผมทำรับรองไม่รอด” ซึ่งหมายถึงว่าถ้าเป็นเรื่องของ กอ.รมน. และทหารเป็นคนลงมือ รับรองว่า สส.กมลศักดิ์ ไม่มีชีวิตรอด
ประเด็นดังกล่าว ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงทั้งในร้านน้ำชาที่เป็นสังคมของคนในพื้นที่และในโซเซียล ที่กลุ่มภาคประชาสังคมจังหวัดชายแดนภาคใต้ และเพจของปีกทางการเมือง บีอาร์เอ็น ได้นำเอาคำพูดของ พล.ท.นรธิป มาโจมตีว่าเป็นการพูดที่ทำลายบรรยากาศในพื้นที่ ให้เห็นว่าทหารยังใช้ความรุนแรงกับการแก้ไขสถานการณ์ของความไม่สงบ มีการเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล และ พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผบ.ทบ. ทบทวนคำพูดของ แม่ทัพภาคที่ 4 ที่ไม่เหมาะสมกับการเป็นแม่ทัพภาคที่ 4 ซึ่งมีภารกิจในการสร้างสันติสุขในการดับไฟใต้

ซึ่ง พล.ท.นรธิป ได้เปิดเผยว่า การพูดว่าถ้าตนเองเป็นคนทำ ไม่รอด พูดตามสภาพของข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นว่า ถ้ามือปืนที่เป็นมืออาชีพ ต้องการที่จะปลิดชีพของ สส.กมลศักดิ์ ต้องไม่ใช่การยิงแบบนั้น ซึ่งประเด็นนี้เป็นประเด็นสำคัญที่ตำรวจต้องสืบสวนสอบสวนให้ได้ข้อเท็จจริงจากผู้ต้องหา เพราะจะได้ทราบข้อเท็จจริงและสาเหตุของการก่อเหตุในครั้งนี้
‘แยม-ฐปณีย์’ โพสต์เฟซฯ ถูก IO โจมตีกล่าวหานักข่าวโจร โฆษก BRN หลังสัมภาษณ์แม่ทัพภาคที่ 4
เช่นเดียวกับที่ตนกล่าวถึง พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ ว่าเคยเป็น เลขาธิการ ศอ.บต. เคยเป็นอธิบดีดีเอสไอ และเคยเป็นรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรม ทำไมจึงยังแก้ปัญหาของไฟใต้ไม่ได้ เป็นการกล่าวตามข้อเท็จจริงถึงปัญหาของไฟใต้ว่า เป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลาในการแก้ปัญหา ไม่สามารถที่จะทำได้ง่ายๆ เช่นเดียวกับที่เรียกร้องให้กระทรวงศึกษาธิการ ลงมาดูข้อเท็จจริงเรื่องการที่บีอาร์เอ็นใช้สถานศึกษา เช่น ปอเนาะ และตาดีกา เป็นที่บ่มเพาะเยาวชน เพื่อต้องการชี้ให้เห็นรากเหง้าของปัญหา และที่ทำอยู่เป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ ไม่ได้ตั้งใจที่จะต่อว่าใครทั้งสิ้น

ในส่วนของการติดตามผู้ต้องหาที่ยังหลบหนีอยู่อีก 1 คน คือ เรือเอก วิโรจน์ เกตุมณี อดีตนาวิกโยธิน หน่วยซีคอน ซึ่งหนึ่งในสองของมือปืนร่วมกับ นายธนภัฒน์ วัฒนภิญโญ อดีต อส.นย. ที่ถูกจับกุมได้ล่าสุด โดยชุดสืบสวนและติดตามแกะรอยของ ศชต. หรือ ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจชายแดนใต้ ได้เปิดเผยว่า มีการกดดันทั้งจาก กอ.รมน. และหน่วยนาวิกโยธิน ให้มีการมอบตัว ซึ่งขณะนี้ชุดติดตามแกะรอยมีเบาะแสว่าไปหลบซ่อนในพื้นที่ไหนและใครที่ให้ความช่วยเหลือ โดยจะพยายามที่จะติดตามจับกุมให้ได้ก่อนวันที่ 16 ซึ่งพล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. จะเดินทางมาประชุมเพื่อติดตามความคืบหน้าของคดีที่ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจชายแดนภาคใต้ หรือ ศชต. อ.เมือง จ.ยะลา รวมทั้งเป็นการเตรียมชี้แจงถึงผลของคดีต่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่จะมาเรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น แม่ทัพภาคที่ 4 กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ผบช.ภ.9 และผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ เพื่อติดตามความคืบหน้าของคดี และการให้นโยบายในการดับไฟใต้

ชุดสืบสวนสอบสวนของ ศชต. เปิดเผยเพิ่มเติมว่า คดีการยิงถล่มรถยนต์ของ สส.กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ หรือ ทนายแวยูแฮ เป็นเรื่องเกี่ยวกับการเมืองในพื้นที่ที่ร่วมมือกับกลุ่มอิทธิพล ผู้ที่อยู่เบื้องหลังเป็นนักการเมืองในพื้นที่ และมีนักการเมืองท้องถิ่นนอกพื้นที่รวมอยู่ด้วย ซึ่งจากการสอบสวนผู้ต้องหาที่จับมาได้ มีการโยงโยถึงนักการเมืองบางคนแต่ยังไม่ชัดเจน เพราะคนที่รับงานและยืมรถยนต์ของกอ.รมน. จ.นราธิวาส มาใช้คือ เรือเอก วิโรจน์ เกตุมณี และชุดสืบสวนสอบสวนกำลังพิจารณาที่จะแจ้งความเอาผิดกับ น.อ.มนตรี โตประเสริฐ หัวหน้ากลุ่มงานบริหารบุคคล และส่งกำลังบำรุง กอ.รมน.จ.นราธิวาส ในฐานะที่เป็นผู้ให้ยืมรถยนต์ของราชการไปให้ก่อเหตุ ที่อาจจะมีส่วนรู้เห็นกับการก่อเหตุครั้งนี้ และขณะนี้ น.อ.มนตรี ถูกย้ายกลับไปต้นสังกัดเดิมที่ส่วนกลางแล้ว

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5781090/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1iAnWfdsu8Lg6B0Sb7Asfn
