‘วัยเด็ก’เสี่ยงก้าวพลาดเพิ่มสูงขึ้น  วิเคราะห์ปมกระตุ้นลงมือรุนแรง | เดลินิวส์

‘วัยเด็ก’เสี่ยงก้าวพลาดเพิ่มสูงขึ้น -วิเคราะห์ปมกระตุ้นลงมือรุนแรง-|-เดลินิวส์

ไม่ว่าสาเหตุจากยาเสพติด การพนันออนไลน์ ความเปลี่ยนแปลงของอาชญากรรมทางเทคโนโลยีที่รุกคืบ ผ่านเครื่องมือสื่อสารที่กลายเป็น “อวัยวะที่ 33” การเผชิญผลกระทบทางใจจากสภาพแวดล้อมและสภาพครอบครัวที่ไม่มีเวลาสอดส่องเต็มที่ สุดท้ายเด็กไม่หยุดแค่เป็นเหยื่อ แต่กลาย “ฟันเฟือง” วงจรกระทำผิด

“ทีมข่าวอาชญากรรม” สอบถามเชิงลึกหลายปัจจัยผลักเด็กก้าวพลาด กับ นายโกมล พรมเพ็ง  อธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน  มองว่าต้องวิเคราะห์ไปถึงอัตราการเกิดที่ต่ำลง เด็กที่กระทำผิดแนวโน้มภาพรวมลด แต่ถ้ามองปัญหาและสาเหตุ ยาเสพติดยังมากที่สุด รองมาเป็นความรุนแรงและฐานะความยากจนที่นำไปสู่คดีเกี่ยวกับทรัพย์สิน ชีวิตและร่างกาย  

ขณะเทคโนโลยีสมัยใหม่เป็นอีกปัจจัยให้เกิด “ความผิดพลาด” เรื่องคดีทางเทคโนโลยี อย่างบัญชีม้า  สแกมเมอร์ แชร์ลูกโซ่ การหลอกลงทุน และละเมิดทางเพศ

พฤติการณ์คดีที่รุนแรงมากขึ้น จากสถิติย้อนหลัง 3 ปี (ปี 66-68) อันดับหนึ่งคือ ความผิดเกี่ยวกับชีวิตและร่างกาย  ลักษณะก่อเหตุเป็นการแก้แค้น บันดาลโทสะ ทะเลาะวิวาท  จนอีกฝ่ายบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ส่วนยาเสพติดมักเป็นลักษณะรับขน จำหน่าย  ขณะความผิดเกี่ยวกับเสรีภาพและชื่อเสียง เป็นเรื่องเกี่ยวกับความผิดทางเพศ เป็นต้น

ทั้งนี้ วิเคราะห์ปัจจัยกระตุ้นให้ลงมือรุนแรงมีหลายปัจจัย แต่โดยหลักคือ “ความยากจน” ที่เริ่มจากสถาบันครอบครัว และความสัมพันธ์ในครอบครัว รวมถึงเรื่องการหลุดจากระบบการศึกษาขั้นพื้นฐาน เมื่อไทยยังมีลักษณะ “แพ้แล้วคัดออก”  อีกส่วนคือยาเสพติด ทั้งการคบเพื่อน การอยู่ในชุมชนที่ไม่มีผู้ประกอบอาชีพสุจริต กระทั่งผู้ปกครองเข้าไปเกี่ยวข้องยาเสพติด เหล่านี้ล้วนมีส่วนกระตุ้นและผลักเด็กเข้าวงจร

“สุดท้ายเด็กจะถูกผลักเข้าสังคมที่ไม่ดี ไปอยู่ในวงจรอาชญากรรมได้ ร้อยละ 80 เราพบเด็กก้าวพลาดครอบครัวมักอยู่ในสถานะหย่าร้าง แตกแยก หรืออยู่กับปู่ย่าตายาย  คืออยู่ในคำว่าครอบครัวไม่อบอุ่น ไม่พร้อมเรื่องค่าใช้จ่าย และส่วนใหญ่ไม่จบการศึกษาขั้นพื้นฐาน”

พร้อมแสดงความเป็นห่วงการเข้าถึงสื่อออนไลน์และคดีอาชญากรรมออนไลน์ที่มากขึ้น เด็กอายุน้อยสามารถมีบัญชีโซเชียล และเริ่มเรียนรู้ไม่ว่าจะเรื่องการเป็นสแกมเมอร์ คอลเซ็นเตอร์ หลอกขายสินค้า เท้าแชร์ลูกโซ่  นายหน้าหรือแม่เล้า  ซึ่งน่าเป็นห่วงเพราะเด็กมักไม่กังวลเรื่อง “คดีอาญา” สนใจเพียง “เม็ดเงิน”

“พบแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นอย่างมีนัย เพราะเด็กต้องมีการเกาะกลุ่มกันในโซเชียล จนอาจเลียนแบบพฤติกรรมรุนแรงโดยขาดการคิด วิเคราะห์ แยกแยะ ซึ่งมักเป็นการเลียนแบบความผิดร้ายแรงของผู้ใหญ่ ไม่ว่าจะเหตุชิงทองคำ หรือลวงรุ่นน้องไปค้าประเวณี”

สำหรับสถิติเกี่ยวกับบัญชีม้าและอาชญากรรมออนไลน์ แต่ละปีจะไม่ถึง 1%  แต่ปี 66-68 กลับ “เพิ่มขึ้น” ตั้งแต่ 0.46, 0.58 เป็น 0.76 แม้ยังดูน้อย แต่คือสัญญาณที่กำลังสะท้อนความผิดปกติในสังคม

อธิบดีกรมพินิจฯ ยังพูดถึงสถานการณ์ครอบครองอาวุธปืนหรือสิ่งของมีคมอันตราย ก่อนนำไปก่อเหตุ  หากดูสถิติความผิดเกี่ยวกับชีวิตและร่างกาย  เห็นว่าเป็นรองคดียาเสพติด สถิติ 5 ปี ย้อนหลัง (ปี 65-68) มีความผิดเกี่ยวกับชีวิตและร่างกาย 11,827 คดี สะท้อนแนวโน้มไม่ใช่แค่การใช้ร่างกายกระทำความรุนแรง แต่ยังไปข้องเกี่ยวอาวุธปืน อุปกรณ์ในการทำร้ายมีทั้งมีดและระเบิด ซึ่งหาได้ง่ายในออนไลน์

“สังเกตได้จากข่าวที่มักพบเด็กและเยาวชนใช้ปืนที่ผิดกฎหมายมาก่อเหตุ เพราะหาซื้อง่าย ราคาถูก นี่คือความเสี่ยงที่น่ากลัว”

ในมุมป้องกัน อธิบดีกรมพินิจฯ ชี้แม้มองเป็นวิธีโบราณ แต่ในต่างประเทศก็กำหนดขอบเขต “อายุผู้ใช้งานโซเชียล” โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน จะกำหนดอายุที่ “ห้าม” มีบัญชี  เช่น ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์  ที่คุมการเข้าถึงและจำกัดเวลา  อย่างไรก็ตาม แม้กฎหมายดีแต่การบังคับใช้ให้ดีด้วยเป็นอีกเรื่องหนึ่ง

พร้อมมองบทบาทกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม  ควรเข้ามาเป็นตัวกลางจัดการ  เช่น จัดทำข้อมูลเพจที่มีการเสนอขายอาวุธผิดกฎหมาย หรือเว็บไซต์โฆษณาพนันออนไลน์ ที่มักเชื้อเชิญไปลองเล่น  หรือเพจหลอกลงทุนโปรเจกต์ต่าง ๆ เป็น “แบล็กลิสต์” ขณะตำรวจมีหน้าที่ปราบปรามคดี คู่ขนานเชิงรุก

“ต้องฝากไปยังครอบครัวให้เอาใจใส่บุตรหลาน สอดส่องพฤติกรรม อย่าให้ขลุกอยู่กับโทรศัพท์มือถือตลอดเวลา เพราะในโลกโซเชียล พ่อแม่ไม่สามารถเข้าถึงความเป็นไปบุตรหลานได้มากขนาดนั้น” อธิบดีกรมพินิจฯ สะท้อนทิ้งท้าย

ตีแผ่ปัจจัย ‘ผลัก’ ก้าวพลาด

 -สัมพันธภาพครอบครัว ปีงบ 68 มีเด็กที่ถูกดำเนินคดี 13,399 คดี  ส่วนใหญ่ครอบครัวแยกกันอยู่ถึง 9,678 คดี        

-ยาและสารเสพติด  ปีงบ 68 พบมีประวัติ “เคยใช้” 9,009 คดี  มีประวัติ “ใช้” 4,390 คดี  

-พฤติกรรม/การคบเพื่อน ปีงบ 68  อายุขณะกระทำผิดมักอยู่ในช่วง 17 ปี เป็นช่วงเปลี่ยนจากเด็กสู่ผู้ใหญ่ อยากรู้อยากลอง ขาดทักษะควบคุมอารมณ์ และมักได้รับอิทธิพลจากสิ่งแวดล้อมรอบตัว

 -ชุมชน/สภาพแวดล้อม มีส่วนกระตุ้นพฤติกรรมเชิงลบ  เช่น  ชุมชนที่เป็นแหล่งมั่วสุม  สถานเริงรมย์ เป็นต้น ปีงบ 68 พบพื้นเพชุมชนและสภาพแวดล้อมเสี่ยง 4,671 คดี

 -การศึกษา จำนวนมากสถานะไม่ต่อเนื่อง ลาออกกลางคัน หรือไม่เคยได้รับการศึกษา การขาดโอกาสเหล่านี้ ทำให้ขาดทักษะชีวิต การป้องกันตัวเอง จนตกเป็นทั้ง “เหยื่อ” หรือ “ผู้กระทำผิด” โดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์

ข้อมูล : กองพัฒนาระบบงานยุติธรรมเด็กและเยาวชน    

ทีมข่าวอาชญากรรม รายงาน

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5726837/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2IAkw41Xm87cP1tFbP1aaY