
วิจัยชี้ คุณภาพอากาศทั่วโลกกำลังเสื่อมโทรมลง เหลือเพียง 13 ประเทศเท่านั้นที่ยังมีอากาศบริสุทธิ์ให้หายใจได้
- ผลการศึกษาจาก IQAir พบว่ามีเพียง 13 ประเทศและดินแดนทั่วโลกเท่านั้นที่มีคุณภาพอากาศบริสุทธิ์ตามเกณฑ์มาตรฐานขององค์การอนามัยโลก
- กว่า 91% ของประเทศที่ทำการสำรวจ หรือ 130 ประเทศ กำลังเผชิญกับคุณภาพอากาศที่ไม่ปลอดภัยและเกินค่ามาตรฐาน PM2.5
- สาเหตุหลักของคุณภาพอากาศที่เสื่อมโทรมลงมาจากภาวะโลกร้อนที่เกิดจากมนุษย์ โดยเฉพาะการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิลและควันจากไฟป่า
วิจัยชี้ คุณภาพอากาศทั่วโลกกำลังเสื่อมโทรมลง เหลือเพียง 13 ประเทศเท่านั้นที่ยังมีอากาศบริสุทธิ์ให้หายใจได้
ผลการศึกษาจาก IQAir บริษัทด้านการตรวจสอบมลพิษจากสวิตเซอร์แลนด์ ได้วิเคราะห์ข้อมูลจาก 9,446 เมืองใน 143 ประเทศ ภูมิภาค และดินแดน เพื่อจัดทำรายงานคุณภาพอากาศโลกประจำปี 2025 ฉบับใหม่ พบว่า ‘คุณภาพอากาศทั่วโลกกำลังเสื่อมโทรมลง’
แน่นอนว่าสาเหตุหลักมาจากภาวะโลกร้อนที่เกิดจากฝีมือมนุษย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งควันจากไฟป่าที่รุนแรงในหลายพื้นที่เมื่อปี 2025 ควบคู่ไปกับพายุฝุ่นและปรากฏการณ์สภาพอากาศสุดขั้วอื่นๆ
จากการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิล
ปัญหานี้รุนแรงกว่าที่เราคิด เมื่อนักวิจัยเปิดเผยรายชื่อพื้นที่ที่ยังคงมี ‘อากาศบริสุทธิ์’ ซึ่งเหลืออยู่เพียง 13 ประเทศและดินแดนเท่านั้น ได้แก่ อันดอร์รา เอสโตเนีย ไอซ์แลนด์ ออสเตรเลีย บาร์เบโดส เบอร์มิวดา เฟรนช์โพลินีเซีย เกรนาดา นิวแคลิโดเนีย ปานามา เปอร์โตริโก เรอูนียง และหมู่เกาะเวอร์จินของสหรัฐอเมริกา
นั่นหมายความว่าอีก 130 ประเทศ หรือคิดเป็น 91% กำลังเผชิญกับคุณภาพอากาศที่ไม่ปลอดภัย วัดจากเกณฑ์มาตรฐาน PM2.5 ประจำปีขององค์การอนามัยโลก ซึ่งกำหนดไว้ที่ 5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร
ส่วนประเทศที่มีมลพิษมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ปากีสถาน บังกลาเทศ ทาจิกิสถาน ชาด และและสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก
ขณะที่บางประเทศตกอยู่ในสถานการณ์น่ากังวล เช่น สหรัฐอเมริกา หลังรัฐบาลทรัมป์ได้ยกเลิกโครงการตรวจสอบคุณภาพอากาศ ทำให้ประชาชนหลายล้านคนไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลได้
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.springnews.co.th/keep-the-world/climate-change/862663&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2iyxx0Gn-HqUfCRl_RZaLs
