คลัง รับศึกษาภาษีลาภลอยโรงกลั่น ยกโมเดลตปท.เทียบ โยนฝ่ายนโยบายชี้ขาด

คลัง-รับศึกษาภาษีลาภลอยโรงกลั่น-ยกโมเดลตปท.เทียบ-โยนฝ่ายนโยบายชี้ขาด

คลัง รับศึกษาภาษีลาภลอยโรงกลั่น ยกโมเดลตปท.เทียบ โยนฝ่ายนโยบายชี้ขาด

นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังจะมีการปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลโดยเร็วที่สุด ซึ่งขั้นตอนการดำเนินงานจะต้องเป็นไปตามกฎหมายกำหนด ซึ่งแนวทางดำเนินการมีการหารือเรียบร้อยแล้ว ยังเหลือในส่วนของรายละเอียดต่าง ๆ ที่กำลังเร่งหารือกันอยู่

สำหรับประเด็นเรื่องภาษีลาภลอย (Windfall Tax) สำหรับธุรกิจโรงกลั่นนั้น ยอมรับว่ากระทรวงการคลังได้มีการศึกษาเรื่องนี้ไว้อยู่แล้ว โดยยอมรับว่าขั้นตอนการปฏิบัติ วิธีคิดและแนวทางการดำเนินการยังมีความแตกต่างกับหลายประเทศที่มีการบังคับใช้กฎหมายดังกล่าว ซึ่งการตัดสินใจขั้นสุดท้ายว่าจะมีการจัดเก็บภาษีดังกล่าวหรือไม่ เป็นหน้าที่ของฝ่ายนโยบาย

ทั้งนี้ จากการศึกษาการเก็บภาษีลาภลอยจากธุรกิจในต่างประเทศ แบ่งเป็น 2 กลุ่มสำคัญ คือ กลุ่มขุดเจาะ และกลุ่มกลั่น ซึ่งในส่วนของไทยเป็นประเทศที่มีการนำเข้าน้ำมัน 92% ขณะที่มีการขุดเจาะเองเพียง 8% เท่านั้น และวิธีการคิดภาษีมี 2 แบบ คือ 

1. การคิดภาษีจากยอดขายที่เพิ่มขึ้น คูณภาษี และตัวคูณอีก 1 ตัว 

2. การคิดภาษีจากฐานกำไรในปัจจุบัน เทียบกับฐานกำไรปกติ แล้วคูณอัตราภาษีที่ต้องการเก็บ โดยต้องยอมรับว่าทั้ง 2 วิธีคิด ยังมีข้อโต้แย้งค่อนข้างมากในต่างประเทศ

“การเก็บภาษีลาภลอยธุรกิจโรงกลั่นของไทยไม่ใช่ว่าทำไม่ได้ แต่หากจะดำเนินการ ต้องพิจารณาให้ถูกต้อง เหมาะสม เป็นธรรม และเกิดประโยชน์ตามหลักกฎหมาย ซึ่ง สศค. ได้ศึกษาเรื่องนี้ไว้ครบถ้วนแล้ว ส่วนจะเดินหน้าหรือไม่ขึ้นอยู่กับฝ่ายนโยบาย หากสุดท้ายมีการบังคับใช้จริง ก็ต้องตราเป็นกฎหมายระดับ พ.ร.บ. ซึ่งโดยหลักจะมีผลใช้ไปข้างหน้า จึงต้องพิจารณาด้วยว่า เมื่อกฎหมายมีผลแล้ว จะตอบโจทย์แก้ปัญหาในสถานการณ์ปัจจุบันได้มากน้อยเพียงใด” นายวินิจ กล่าว

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/business/740055&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw10bVjtmXbVIcnDqh-fT6Ld