Category: ท่องเที่ยว

  • ชัยภูมิ เปิดงานเทศกาลท่องเที่ยวทุ่งบัวแดงบึงละหาน 2569 กระตุ้นการท่องเที่ยว

    ชัยภูมิ เปิดงานเทศกาลท่องเที่ยวทุ่งบัวแดงบึงละหาน 2569 กระตุ้นการท่องเที่ยว

    ผู้ว่าฯ ชัยภูมิ เปิดงานเทศกาลท่องเที่ยวทุ่งบัวแดงบึงละหาน “Bueng Lahan Festival On Tour 2569” หวังดึงดูดนักท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจ

    วันที่ 8 เมษายน 2569 ที่บึงละหาน บ้านมะเกลือ ต.บ้านกอก อ.จัตุรัส จ.ชัยภูมิ นายอนันต์ นาคนิยม ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ เดินทางมาเป็นประธานในพิธีเปิดงานเทศกาลท่องเที่ยวทุ่งบัวแดงบึงละหาน “Bueng Lahan Festival On Tour”

    โดยนายอนันต์ นาคนิยมกล่าวว่า อำเภอจัตุรัส มีบึงละหาน เป็นบึงน้ำจืดขนาดใหญ่ มีระบบนิเวศอันอุดมสมบูรณ์ และมีสะพานไม้ ซึ่งถือว่าเป็นจุดแข็ง และเป็นโอกาสที่สำคัญในการพัฒนาพื้นที่ ประกอบกับอำเภอจัตุรัส มีความพร้อมในการพัฒนาพื้นที่ทั้งส่วนราชการ ท้องที่/ท้องถิ่น พ่อค้า และภาคประชาชน ที่สามารถประสานความร่วมมือ ขับเคลื่อนการพัฒนาได้เป็นอย่างดี

    ดังนั้น จังหวัดชัยภูมิ จึงได้พิจารณาสนับสนุนงบประมาณให้อำเภอจัตุรัส ดำเนินโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวบึงละหาน เพื่อเสริมสร้างอัตลักษณ์ของอำเภอจัตุรัส คือ บึงละหาน ให้มีความโดดเด่น เป็นที่รู้จักแพร่หลายในบริบทของการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ และเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวจากต่างจังหวัดให้เข้ามาเที่ยวชมความงดงามทางธรรมชาติ ซึ่งจะสามารถช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ และกระจายเม็ดเงินสร้างรายได้แก่ชาวจังหวัดชัยภูมิ อีกทางหนึ่ง

    ซึ่งพื้นที่บึงละหาน สามารถเข้าชมเข้าเที่ยวได้หลายทางทั้งบริเวณในเขตตำบลละหานซึ่งจะผ่านเส้นทาง 201 สายชัยภูมิ-สีคิ้ว หรืออีกเส้นทางคือเส้นทางระหว่างอำเภอจัตุรัส-อำเภอหนองบัวระเหว นักท่องเที่ยวสามารถแวะเที่ยวชมความงามของทุ่งบัวแดงแห่งนี้ได้ตั้งแต่เวลา 06.00 – 10.00 น. ของทุกวัน ซึ่งดอกบัวแดงนั้นจะบานสะพรั่งในช่วงเช้าส่งแสงแววเข้ากับพระอาทิตย์ได้เป็นอย่างดีแถมยังสามารถให้นักท่องเที่ยวเข้ามาถ่ายภาพมุมสวยงามหรือจะเป็นมุมนั่งเรือ พายเรือ ที่ได้เตรียมไว้ให้กับนักท่องเที่ยวได้ถ่ายภาพอย่างงดงาม

    ภายในทุ่งบัวแดงนั้น นอกจากจะมีเรือพายชมทุ่งแล้ว ยังได้สัมผัสกับนกนานาชนิดในพื้นที่บริเวณดังกล่าวที่มีนกหลากหลายสายพันธุ์เข้ามาอาศัยอยู่ สร้างสีสัน ความสวยงามในพื้นที่ และเหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ชอบชมธรรมชาติที่สวยงาม หรือจะเป็นในช่วงเวลาเย็นก็สามารถเข้ามาเที่ยวชมบรรยากาศภายในทุ่งบัวแดงแห่งนี้ได้หรือจะชมพระอาทิตย์ตกดินก็ยังสามารถชมได้อีกทั้งเจ้าหน้าที่ยังได้จัดเตรียมกล้องส่องนกไว้ให้กับนักท่องเที่ยวที่เข้ามาเที่ยวชมทุ่งบัวแดงดังกล่าว สามารถเข้าเที่ยวชมได้ฟรีโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายอีกด้วย.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/local/localbusiness/2925571&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0HXSKeBWRtyXjZTR4NHpkM

  • กรมการท่องเที่ยว พร้อม ตร.ทท. รวบหนุ่มลาวคาสนามบินอุดร ลอบทำทัวร์เถื่อนนำเที่ยวสิบสองปันนา

    กรมการท่องเที่ยว พร้อม ตร.ทท. รวบหนุ่มลาวคาสนามบินอุดร ลอบทำทัวร์เถื่อนนำเที่ยวสิบสองปันนา

    กรมการท่องเที่ยว พร้อม ตร.ทท. รวบหนุ่มลาวคาสนามบินอุดร ลอบทำทัวร์เถื่อนนำเที่ยวสิบสองปันนา

    นายจาตุรนต์ ภักดีวานิช อธิบดีกรมการท่องเที่ยว เปิดเผยว่า ได้รับแจ้งจากสำนักงานทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ สาขาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เขต 2 ซึ่งทำงานร่วมกับตำรวจท่องเที่ยว บก.5 ทท.1 บก.2 ตรวจพบบุคคลสัญชาติลาว ขณะกำลังนำนักท่องเที่ยวชาวไทย จำนวน 23 คน เดินทางมาถึงสนามบินอุดรธานี เพื่อไปท่องเที่ยวสิบสองปันนา สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยไม่ผ่านบริษัทนำเที่ยวไทยที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายของประเทศไทย จึงนำตัวไปสถานีตำรวจพร้อมแจ้งข้อกล่าวหา เพื่อดำเนินคดีในความผิดฐานประกอบธุรกิจนำเที่ยวโดยไม่ได้รับใบอนุญาต มาตรา 80 ประกอบมาตรา 15 แห่งพระราชบัญญัติธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ.2551

    อธิบดีกรมการท่องเที่ยว กล่าวอีกว่า ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา กรมการท่องเที่ยวและตำรวจท่องเที่ยว ได้ร่วมกันตรวจจับทัวร์และไกด์ที่กระทำผิดกฎหมายอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวคนไทยและชาวต่างชาติ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thailandplus.tv/archives/1010906&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0YpwKUNBFxJCyni4iMlhBL

  • วิกฤตตะวันออกกลางปะทุ ปั่นป่วนถึงภาคท่องเที่ยวไทย

    วิกฤตตะวันออกกลางปะทุ ปั่นป่วนถึงภาคท่องเที่ยวไทย

    วันพุธ ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2569, 15.27 น.

    ดร.กมลมาลย์ แจ้งล้อม นักวิเคราะห์อาวุโสศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ SCB EIC ประเมินว่า  จากวิกฤตตะวันออกกลางส่งผลให้การเดินทางระหว่างประเทศของโลกต้องสะดุด และกระทบต่อเนื่องถึงการเดินทางเข้าไทยของนักท่องเที่ยวต่างชาติ

    ตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา การโจมตีทางอากาศที่รุนแรงในภูมิภาคตะวันออกกลางส่งผลให้หลายประเทศประกาศปิดน่านฟ้า และเที่ยวบินในเส้นทางตะวันออกกลางถูกยกเลิกในทันที ด้วยพื้นที่ดังกล่าวเป็นศูนย์กลางการบินสำคัญของโลกมีสัดส่วนผู้โดยสารราว 10% ในปี 2025 จากข้อมูลของสมาคมการขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (International Air Transport Association : IATA)  จึงยิ่งส่งผลต่อการเดินทางระหว่างประเทศของคนทั่วโลก ซึ่งแม้สถานการณ์จะเริ่มดีขึ้นจากที่สายการบินตะวันออกกลางเริ่มทยอยเปิดให้บริการในบางเส้นทางรวมถึงไทย แต่วิกฤตดังกล่าวได้สร้างผลกระทบกับภาคการท่องเที่ยวไทยผ่าน 3 ช่องทางหลัก ได้แก่ 1. จำนวนเที่ยวบินที่เดินทางมาไทยมีโอกาสลดลงจากเที่ยวบินของหลายสายการบินที่ยังเปิดบริการในบางเส้นทางและจากความเสี่ยงในการเข้าสู่ภาวะวิกฤตการขาดแคลนน้ำมันอากาศยานในหลายประเทศ 2. ต้นทุนการเดินทางที่ปรับสูงขึ้นตามราคาน้ำมันโลกที่เร่งตัว และ 3. ความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวทั่วโลกที่เปราะบางมากขึ้นทั้งในด้านความปลอดภัยและภาวะเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มชะลอตัว

    วิกฤตตะวันออกกลางที่คาดว่าจะยืดเยื้อไปอย่างน้อย 8 สัปดาห์อาจกดดันให้นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาไทยชะลอตัวลงมาอยู่ที่ราว 33.2 ล้านคนจากประมาณการเดิมในเดือนธันวาคมที่ 34.1 ล้านคน

    แม้ว่าจำนวนผู้โดยสารต่างชาติที่เดินทางเข้าไทยโดยรวมจะทยอยฟื้นตัวดีขึ้นหลังผู้โดยสารต่างชาติทางอากาศ

    หดตัวต่อเนื่องในช่วง 10 วันแรกของการเปิดฉากโจมตีทางอากาศ ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลจากที่สายการบินตะวันออกกลางเริ่มเปิดให้บริการในบางเส้นทางและหลายสายการบินเพิ่มเที่ยวบินตรงในเส้นทางยุโรป-เอเชีย แต่นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าไทยยังมีโอกาสชะลอตัวลงจาก 1. นักท่องเที่ยวตะวันออกกลางและอิสราเอลที่ลดลงจากจำนวนเที่ยวบินของสายการบินตะวันออกกลางที่เปิดให้บริการอย่างจำกัด โดยไทยยังพึ่งพานักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ไม่มากเพียงราว 2% ของนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมด 2. นักท่องเที่ยวชาติอื่นเริ่มชะลอตัว โดยเฉพาะกลุ่มที่ใช้บริการสายการบินตะวันออกกลางอย่าง Emirates, Qatar Airways และ Etihad Airways มีสัดส่วนราว 8% ของผู้เดินทางเข้าไทยทั้งหมด ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวชาวยุโรป โดยบางส่วนหันไปใช้เส้นทางบินตรงหรือต่อเครื่องที่ฮับอื่นแทน

    ขณะเดียวกัน กลุ่มนักท่องเที่ยวที่กังวลต่อต้นทุนการเดินทางที่สูงขึ้นและประเด็นด้านความปลอดภัยก็มีโอกาสปรับแผน/ยกเลิกการเดินทางท่องเที่ยวไป นอกจากนี้ ยังต้องติดตามการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวมาเลเซียที่เดินทางเข้ามาไทยทางบก ซึ่งอาจได้รับผลกระทบเพิ่มจากความกังวลในวิกฤตการขาดแคลนน้ำมันในบางพื้นที่ของไทย อย่างไรก็ดี ภาคการท่องเที่ยวไทยยังได้รับแรงหนุนจากนักท่องเที่ยวจีนที่ฟื้นตัวดีขึ้นและนักท่องเที่ยวอินเดียที่เติบโตต่อเนื่อง และอาจได้รับอานิสงส์จากนักท่องเที่ยวในภูมิภาคตะวันออกกลางที่มีโอกาสมาไทยเพื่อหลีกหนีภัยสงครามและความไม่สงบภายในประเทศอีกด้วย

    ธุรกิจท่องเที่ยวมีแนวโน้มเผชิญผลกระทบจากทั้งจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ชะลอตัวลงและต้นทุนการบริหารจัดการที่สูงขึ้น ซึ่งหากสถานการณ์ยืดเยื้อยาวนาน การออกมาตรการของภาครัฐอย่างทันท่วงทีจะมีส่วนช่วยบรรเทาผลกระทบแก่ภาคธุรกิจท่องเที่ยว

    ธุรกิจท่องเที่ยวไทยเริ่มได้รับผลกระทบชัดเจนขึ้นจากวิกฤตตะวันออกกลาง ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจโรงแรม ร้านค้า ร้านอาหาร และกิจกรรมท่องเที่ยวต่าง ๆ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่พึ่งพานักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลางและยุโรป

    เป็นหลักอย่างภูเก็ต พังงา กระบี่ และสมุย รวมถึงธุรกิจขนส่งนักท่องเที่ยวและธุรกิจท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ที่ได้รับผลกระทบจากข้อจำกัดด้านการเดินทางและต้นทุนค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น ทั้งนี้ภายใต้สถานการณ์ที่มีแนวโน้มยืดเยื้อ การออกมาตรการกระตุ้นนักท่องเที่ยวต่างชาติในเอเชียและแปซิฟิกที่ยังเติบโต ควบคู่กับการออกมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศจะมีส่วนช่วยเสริมรายได้ให้กับธุรกิจท่องเที่ยวในช่วงวิกฤตได้ แต่ท่ามกลางสถานการณ์ที่ธุรกิจต้องเผชิญกับแนวโน้มการท่องเที่ยวในประเทศที่อ่อนแรงลงจากแรงกดดันด้านปัญหาพลังงานภายในประเทศด้วยนั้น

    ภาครัฐจำเป็นต้องพิจารณามาตรการที่ช่วยบรรเทาภาระต้นทุนการเดินทางที่เพิ่มขึ้นและดูแลความเพียงพอของปริมาณน้ำมันควบคู่ไปด้วย นอกจากนี้ ภาครัฐอาจต้องพิจารณาออกมาตรการสนับสนุนทางการเงินเพิ่มเติมให้แก่ผู้ประกอบการรายเล็กและรายกลางที่มีสภาพคล่องไม่สูงมากและเป็นข้อจำกัดในการปรับตัว ซึ่งมาตรการข้างต้นดังกล่าวจะเป็นกลไกสำคัญที่เข้ามาช่วยบรรเทาผลกระทบและประคับประคองภาคธุรกิจท่องเที่ยวไทยให้ผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปได้

    การเปิดปฏิบัติการโจมตีทางอากาศระหว่างอิหร่านและอิสราเอลภายใต้ความร่วมมือของสหรัฐฯ ส่งผลให้การเดินทางระหว่างประเทศของคนทั่วโลกต้องชะงัก ตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา การโจมตีทางอากาศที่รุนแรงส่งผลให้หลายประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลางประกาศปิดน่านฟ้า อาทิ อิหร่าน อิสราเอล กาตาร์ UAE คูเวต บาห์เรน และอิรัก เที่ยวบินนับพันเที่ยวในเส้นทางตะวันออกกลางต้องถูกยกเลิกโดยทันที ขณะที่นักท่องเที่ยวนับหมื่นคนตกค้างไม่สามารถเดินทางต่อได้ และด้วยพื้นที่ดังกล่าวเป็นฮับการบินสำคัญของโลกมีสัดส่วนผู้โดยสารราว 10% ในปี 2025 เมื่อวัดจาก Traffic ผู้โดยสารของโลกตามข้อมูลของสมาคมการขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ(International Air Transport Association : IATA)  จึงยิ่งส่งผลต่อการเดินทางระหว่างประเทศของคนทั่วโลกอย่างปฏิเสธไม่ได้

    แม้การโจมตีในตะวันออกกลางยังไม่ยุติ แต่การเดินทางระหว่างประเทศเริ่มมีสัญญาณดีขึ้น จากการเริ่มอนุญาตให้เที่ยวบินพาณิชย์บางส่วนของสายการบินตะวันออกกลางกลับมาให้บริการภายใต้การควบคุมของภาครัฐ โดยจากข้อมูลของ Flightradar24 ณ วันที่ 6 เมษายน 2026 สายการบิน Emirates ทยอยเปิดให้บริการราว 67% ของจำนวนเที่ยวบินปกติ เช่นเดียวกับสายการบิน Etihad Airways ที่เริ่มเปิดให้บริการแล้วราว 65% ขณะที่สายการบิน Qatar Airways ยังเปิดให้บริการอย่างจำกัดในบางเส้นทางจากยุโรป เอเชีย และออสเตรเลีย อย่างไรก็ตาม ในฝั่งของสายการบินอื่น ๆ ก็ยังคงหลีกเลี่ยงน่านฟ้าและระงับเที่ยวบินเส้นทางตะวันออกกลาง 11 ประเทศ (บาห์เรน อิหร่าน อิรัก อิสราเอล จอร์แดน คูเวต เลบานอน โอมาน กาตาร์ UAE และซาอุดีอาระเบีย) อย่างเช่น สายการบินยุโรป

    ตามประกาศแนะนำขององค์การความปลอดภัยด้านการบินแห่งสหภาพยุโรป (European Union Aviation Safety Agency : EASA) ซึ่งขยายเวลาการเลี่ยงน่านฟ้าตะวันออกกลางไปจนถึง 10 เมษายนตามสถานการณ์ที่ยังมีความเสี่ยงสูง รวมถึงสายการบิน British Airways ที่ประกาศยกเลิกเที่ยวบินตรงในเส้นทางตะวันออกกลางจนถึงสิ้นเดือนพฤษภาคม

    แรงปะทะในตะวันออกกลางสะเทือนถึงภาคการท่องเที่ยวไทย

    วิกฤตในตะวันออกกลางเริ่มส่งผลต่อการเดินทางมาไทยของนักท่องเที่ยวต่างชาติชัดเจนมากขึ้น ซึ่งเป็นผลจากจำนวนเที่ยวบินที่มีแนวโน้มลดลง ต้นทุนการเดินทางที่สูงขึ้น และความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวที่เปราะบาง

    •เที่ยวบินที่เดินทางมาไทยมีแนวโน้มลดลงตามจำนวนเที่ยวบินของสายการบินตะวันออกกลางที่เริ่มทยอยเปิดให้บริการและการเข้าสู่วิกฤตการขาดแคลนน้ำมันอากาศยานในหลายประเทศ โดยปฏิบัติการโจมตีทางอากาศส่งผลให้เที่ยวบินเส้นทางระหว่างประเทศที่เข้าไทยโดยรวมลดลงต่อเนื่อง แต่หลังจากที่หลายสายการบินอย่างการบินไทย, British Airways, Lufthansa, Singapore Airline และ EVA ได้เพิ่มเที่ยวบินตรงในเส้นทางยุโรป-เอเชีย จึงเข้ามาช่วยชดเชย Seat capacity ที่หายไปจากสายการบินหลักของตะวันออกกลาง (Qatar Airways, Emirates และ Etihad Airways) ที่ยังให้บริการเพียงบางเส้นทาง ส่งผลให้จำนวนเที่ยวบินระหว่างประเทศมาไทยฟื้นตัวดีขึ้นใกล้เคียงปกติ

    โดยในเดือนมีนาคม 2026 สายการบินตะวันออกกลางกลับมาให้บริการเที่ยวบินในไทยเพียง 40% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปี 2025 และมีแนวโน้มฟื้นตัวดีขึ้นต่อเนื่องในเดือนเมษายน อย่างไรก็ดี หากสถานการณ์ในตะวันออกกลางยืดเยื้อต่อไปอีก อาจส่งผลให้ปริมาณน้ำมันอากาศยานในหลายประเทศเข้าสู่ขั้นวิกฤต โดยบางสายการบินได้ประกาศจะปรับแผนลดเที่ยวบินในเดือนเมษายนลงแล้ว อย่างเช่น Air France-KLM, Vietnam Airlines และ Philippines Airlines

    •ต้นทุนการเดินทางที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นตามราคาน้ำมันโลกที่เร่งตัว โดยดัชนีราคาน้ำมันอากาศยานโลกโดยพลาตส์ตั้งแต่วันที่ 27 กุมภาพันธ์ถึง 6 เมษายน ขยายตัวกว่า 112% อยู่ที่ 215 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล

    เป็นผลให้หลายสายการบินออกมาประกาศขึ้นราคาค่าโดยสารให้สอดรับกับการเร่งตัวของราคาน้ำมัน อย่างเช่น Air New Zealand ปรับขึ้นราคาค่าโดยสาร 10 ดอลลาร์นิวซีแลนด์ ในเส้นทางในประเทศ, 20 ดอลลาร์นิวซีแลนด์ ในเส้นทางระหว่างประเทศระยะใกล้ และ 90 ดอลลาร์นิวซีแลนด์ ในเส้นทางระหว่างประเทศระยะไกล ในด้าน Hong Kong Airlines ประกาศปรับขึ้นค่าธรรมเนียมเชื้อเพลิงราว 35% จากอัตราปกติ รวมถึงสายการบินสัญชาติไทยอย่างการบินไทยก็ได้ประกาศขึ้นราคาค่าโดยสาร 10%-15% ขณะที่ Bangkok Airways ปรับขึ้นตั้งแต่ 15%-20% ขึ้นอยู่กับเส้นทางบิน นอกจากนี้ หลายสายการบินยังเลือกปรับแผนการบินโดยเน้นให้บริการในเส้นทางที่ยังพอดำเนินการคุ้มทุนได้

    •ความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวทั่วโลกที่เปราะบางมากขึ้นทั้งจากประเด็นด้านความปลอดภัยและจากภาวะเศรษฐกิจทั่วโลกที่ชะลอตัว เนื่องจากสถานการณ์ความขัดแย้งมีโอกาสยืดเยื้อจนทำให้นักท่องเที่ยวส่วนหนึ่งตัดสินใจชะลอการเดินทางที่ต้องผ่านเส้นทางตะวันออกกลางออกไป และอีกส่วนหนึ่งมีโอกาสเปลี่ยนจุดหมายปลายทางไปท่องเที่ยวในประเทศที่มีความปลอดภัยจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์แทน สะท้อนได้จากผลสำรวจความคิดเห็นชาวเยอรมันกว่า 1,750 คนของ YouGov เมื่อวันที่ 11 มีนาคมที่ผ่านมาพบว่า 58% ของผู้ตอบแบบสอบถามเริ่มพิจารณาเลือกจุดหมายท่องเที่ยวจากปัจจัยด้าน Political stability เป็นหลักและแม้ 54% จะเห็นว่าวิกฤตในตะวันออกกลางไม่ได้ส่งผลกระทบกับแผนการท่องเที่ยวเดิม แต่ยังมีผู้ตอบแบบสอบถามถึง 21% ตัดสินใจที่จะปรับเปลี่ยน/เลื่อน/ยกเลิกทริปต่างประเทศจากความกังวลด้านความปลอดภัยหลังเกิดเหตุโจมตี

    ในตะวันออกกลาง อีกทั้ง วิกฤตด้านพลังงานที่เกิดขึ้นยังส่งผลกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจทั่วโลกซึ่งจะทำให้นักท่องเที่ยวบางส่วนเกิดความกังวลและระมัดระวังการใช้จ่ายมากยิ่งขึ้น

    จากช่องทางการส่งผ่านข้างต้น ได้ส่งผลต่อเนื่องมาถึงแนวโน้มการเดินทางเข้ามาไทยของนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งในเชิงปริมาณและการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยว

    ในเชิงปริมาณ นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าไทยมีโอกาสชะลอตัวจากผลของวิกฤตตะวันออกกลาง โดยแม้ในช่วง 1-31 มีนาคม 2026 นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าไทยโดยรวมจะทยอยฟื้นตัวดีขึ้นกลับมาเติบโตราว 2%YoYหลังหดตัวต่อเนื่องในช่วง 10 วันแรกของการเปิดฉากโจมตีทางอากาศ ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลจากที่สายการบินตะวันออกกลางเริ่มเปิดให้บริการในบางเส้นทางซึ่งรวมถึงเส้นทางมาไทยและหลายสายการบินเปิดเที่ยวบินเส้นทางตรงยุโรป-เอเชีย แต่ถึงอย่างไรก็ยังมีนักท่องเที่ยวต่างชาติบางกลุ่มที่ได้รับผลกระทบและมีโอกาสเข้ามาไทยลดลง ซึ่งได้แก่

    •นักท่องเที่ยวตะวันออกกลางและอิสราเอลที่ลดลงอย่างเห็นได้ชัด โดยในช่วง 10 วันแรกของการเปิดฉากโจมตีทางอากาศ นักท่องเที่ยวชาวตะวันออกกลางและอิสราเอลลดลงทันทีราว -80%YoY และขยับฟื้นตัวดีขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไปตามการเปิดบริการเที่ยวบินของสายการบินตะวันออกกลาง และทำให้ในเดือนมีนาคม 2026 นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้หดตัวราว -46%YoYอย่างไรก็ดีเนื่องจากภาคการท่องเที่ยวไทยพึ่งพานักท่องเที่ยวตะวันออกกลางและอิสราเอลไม่มากสัดส่วนเพียงราว 2% ของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาไทยทั้งหมด อีกทั้ง มีนาคมปีนี้อยู่ในเดือนเราะมะฎอน ซึ่งเป็นช่วงที่การเดินทางของนักท่องเที่ยวตะวันออกกลางชะลอตัวอยู่แล้ว ดังนั้น การหายไป

    ของนักท่องเที่ยวตะวันออกกลางจึงส่งผลกระทบไม่มากนักต่อภาคการท่องเที่ยวไทย และในทางกลับกัน ภาคการท่องเที่ยวมีแนวโน้มได้รับอานิสงส์จากนักท่องเที่ยวในภูมิภาคตะวันออกกลางและอิสราเอลที่ต้องการเดินทางเข้ามาไทยเพื่อหลีกหนีภัยสงครามและความไม่สงบภายในประเทศในระยะถัดไปอีกด้วย

    •นักท่องเที่ยวชาติอื่นเริ่มชะลอตัว ทั้งจาก 1) กลุ่มนักท่องเที่ยวที่ใช้บริการสายการบินตะวันออกกลาง อย่างเช่น Emirates, Qatar Airways และ Etihad Airways ซึ่งทุกวันนี้ยังให้บริการเที่ยวบินราว 50% ของจำนวนเที่ยวบินปกติ โดยนักท่องเที่ยวชาติอื่นที่เดินทางเข้าไทยผ่านสายการบินเหล่านี้มีสัดส่วนราว 8% ของผู้เดินทางเข้าไทยทั้งหมด ซึ่งนักท่องเที่ยวชาวเยอรมันมีสัดส่วนสูงสุด ตามด้วยสหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส และสหรัฐฯ ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อพิจารณาเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวยุโรป พบว่า นักท่องเที่ยวจากประเทศที่ไม่มีเส้นทางบินตรงมาไทยหรือมีเที่ยวบินค่อนข้างจำกัดจะพึ่งพาเส้นทางต่อเครื่องผ่านตะวันออกกลางค่อนข้างสูง อย่างเช่น อิตาลี และสเปน

    ทั้งนี้ในช่วง 10 วันแรกของการเกิดวิกฤตตะวันออกกลาง นักท่องเที่ยวชาวยุโรปปรับลดลงกว่า -11%YoY จากนั้นจึงทยอยฟื้นตัวดีขึ้น จากการปรับเปลี่ยนแผนการเดินทางมาใช้เที่ยวบินตรงจากยุโรปหรือเปลี่ยนเครื่องบินที่ฮับการบินอื่นจากที่หลายสายการบินได้เพิ่มเที่ยวบินมายังไทยมากขึ้น เช่น Lufthansa, British Airways และการบินไทย จึงช่วยบรรเทาผลกระทบต่อการเดินทางของนักท่องเที่ยวยุโรป และส่งผลให้นักท่องเที่ยวชาวยุโรปมาเที่ยวไทย

    ในเดือนมีนาคม 2026 ลดลง -3%YoY 2) กลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีแนวโน้มชะลอการท่องเที่ยวจากต้นทุนการเดินทางที่สูงขึ้นและประเด็นด้านความปลอดภัยอีกทั้ง นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ยังมีแนวโน้มที่จะเปลี่ยนจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวมาเป็นการเดินทางท่องเที่ยวระยะใกล้ภายในภูมิภาค/ภายในประเทศมากขึ้น เพื่อลดความเสี่ยงจากการเดินทางไกลและลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางท่องเที่ยวลง

    ปุญญภพ ตันติปิฎก นักวิเคราะห์อาวุโส ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ SCB EIC ประเมินว่า จากการวิเคราะห์โดย SCB EIC โดยข้อมูลของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และ Travel link นอกจากกลุ่มนักท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตตะวันออกกลางแล้ว ภาคท่องเที่ยวไทยยังคงต้องจับตานักท่องเที่ยวมาเลเซียที่เพิ่งเริ่มฟื้นตัว

    โดยนักท่องเที่ยวมาเลเซียเป็นนักท่องเที่ยวหลักของไทยที่มีสัดส่วนมากถึง 14% ของนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมด แต่ในปี 2025 นักท่องเที่ยวมาเลเซียปรับลดลงอย่างต่อเนื่องและลดลงรุนแรงขึ้นจากเหตุน้ำท่วมหาดใหญ่เมื่อปลายเดือนพฤศจิกายน อีกทั้ง ทางสถานกงสุลใหญ่มาเลเซียประจำจังหวัดสงขลาได้ออกคำแนะนำผู้ที่วางแผนจะเดินทางมาไทยโดยรถยนต์ให้เลื่อนการเดินทางออกไปก่อนหากไม่มีความจำเป็นเร่งด่วนจากความกังวลในสถานการณ์ขาดแคลนน้ำมันในไทย โดยในปีนี้ แม้นักท่องเที่ยวมาเลเซียจะเดินทางเข้าไทยแล้วกว่า  1 ล้านคน (ข้อมูล ณ วันที่ 5 เมษายน 2026) และลดลงกว่า -17%YoY แต่เริ่มเห็นสัญญาณบวกจากการกลับมาฟื้นตัวดีขึ้นในช่วงกลางเดือนมีนาคมหลังสิ้นสุดเทศกาลเราะมะฎอนจึงเป็นผลให้ยังต้องจับตาการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวมาเลเซียอย่างใกล้ชิด

    อย่างไรก็ดี การขยายตัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติบางตลาดอย่างนักท่องเที่ยวจีนและอินเดียยังช่วยพยุงภาคการท่องเที่ยวไทยไว้ ทำให้ผลกระทบโดยรวมไม่รุนแรงมากนัก โดยนักท่องเที่ยวจีนฟื้นตัวได้ดีตั้งแต่ช่วงกุมภาพันธ์

    รับเทศกาลตรุษจีน ซึ่งตั้งแต่ 1 มกราคม – 5 เมษายน 2026 นักท่องเที่ยวจีนเดินทางมาไทยแล้วกว่า 1.55 ล้านคน เติบโตราว 12%YoY และหลังเกิดวิกฤตตะวันออกกลางนักท่องเที่ยวจีนยังเดินทางเข้าไทยอย่างต่อเนื่องที่ 38%YoY เช่นเดียวกับนักท่องเที่ยวอินเดียที่ยังเติบโตต่อเนื่อง โดยในปีนี้นักท่องเที่ยวอินเดียเดินทางเข้าไทยแล้วกว่า 6.59 แสนคน เติบโตราว 15%YoY และในช่วงวิกฤตตะวันออกกลางยังเติบโตที่ 12%YoY อีกทั้ง ภาคการท่องเที่ยวไทยยังอาจได้อานิสงส์จากนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เปลี่ยนแผนการท่องเที่ยวจากจุดหมายปลายทางที่ต้องเดินทางผ่านพื้นที่เสี่ยงมาท่องเที่ยวในไทยแทนอีกด้วย

    จากแนวโน้มสถานการณ์นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทยข้างต้น วิกฤตตะวันออกกลางที่มีแนวโน้มยืดเยื้ออย่างน้อยราว 8 สัปดาห์จะเข้ามากดดันบรรยากาศการท่องเที่ยวไทยโดยรวมและส่งผลให้ประมาณการจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าไทยในปีนี้ปรับลดลงจากเดิมที่ 34.1 ล้านคน มาอยู่ที่ 33.2 ล้านคน ซึ่งยังคงขยายตัวเล็กน้อยราว 0.7%YoY จากการฟื้นตัวดีของนักท่องเที่ยวจีนและนักท่องเที่ยวมาเลเซีย รวมถึงการเติบโตต่อเนื่องของนักท่องเที่ยวอินเดีย ทั้งนี้หากสถานการณ์ยืดเยื้อยาวนานกว่าคาด อาจส่งผลให้นักท่องเที่ยวต่างชาติมาไทยลดลงได้อีก ซึ่งจะกระทบภาคการท่องเที่ยวไทยในวงกว้างมากขึ้น

    ขณะเดียวกัน ในด้านการใช้จ่าย นักท่องเที่ยวต่างชาติมีแนวโน้มเพิ่มความระมัดระวังการใช้จ่ายและมีโอกาสปรับลดค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยวในไทยลงจากต้นทุนการเดินทางที่ปรับสูงขึ้น โดยทั่วไป ค่าใช้จ่ายด้านการเดินทางในการเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศแต่ละทริปจะมีสัดส่วนเฉลี่ยอยู่ที่ราว 20%-30% ของค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยวทั้งหมด ดังเช่นนักท่องเที่ยวจีนที่มีสัดส่วนค่าใช้จ่ายด้านการเดินทางราว 20% จากข้อมูลของ Mastercard และ Trip.com (ช่วงไตรมาส 3 ปี 2024 ถึงไตรมาส 2 ปี 2025) ขณะที่นักท่องเที่ยวยุโรปมีสัดส่วนการใช้จ่ายด้านการเดินทางเฉลี่ยที่ 27% ตามข้อมูลของ Eurostat ดังนั้น ต้นทุนการเดินทางที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นย่อมส่งผลให้สัดส่วนการใช้จ่ายในประเทศปลายทางมีแนวโน้มลดลง ครอบคลุมทั้งค่าใช้จ่ายในส่วนของที่พัก อาหารเครื่องดื่ม การช็อปปิง รวมถึงกิจกรรมเพื่อการบันเทิงต่าง ๆ

    ผลกระทบจากวิกฤตในตะวันออกกลางและความเสี่ยงที่ธุรกิจท่องเที่ยวเผชิญ

    ธุรกิจท่องเที่ยวที่พึ่งพาตลาดนักท่องเที่ยวตะวันออกกลางและนักท่องเที่ยวยุโรปซึ่งมีแนวโน้มชะลอตัวอาจต้องเผชิญกับความเสี่ยงที่ค่อนข้างสูง ในขณะเดียวกัน ธุรกิจยังต้องเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนที่ปรับเพิ่มสูงขึ้นจากวิกฤตพลังงาน ธุรกิจโรงแรม ร้านค้าและร้านอาหารในแหล่งท่องเที่ยว

    โดยจากข้อมูลของผู้ประกอบการโรงแรมโดยเฉพาะธุรกิจที่ตั้งอยู่ในกรุงเทพฯ ภูเก็ต พัทยา พังงา กระบี่ และสมุย ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของชาวตะวันออกกลางและยุโรป พบว่า ผลกระทบในระยะสั้นยังค่อนข้างจำกัด โดยในช่วง 2 สัปดาห์แรกของวิกฤตตะวันออกกลาง การยกเลิกห้องพักเฉลี่ยอยู่ที่ราว 5%-10% จากนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ต้องเปลี่ยนแผนการเดินทางกะทันหัน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลจากการยกเลิกเที่ยวบินทำให้ไม่สามารถเดินทางเข้ามาไทยได้ แต่ในทางกลับกัน ธุรกิจโรงแรมก็ได้อานิสงส์บางส่วนจากกลุ่มนักท่องเที่ยวตกค้างที่จำเป็นต้องพำนักในไทยต่อ รวมถึงนักท่องเที่ยวในภูมิภาคเอเชียที่มีการวางแผนทริปไว้ล่วงหน้าจึงไม่ได้รับผลกระทบจากการเลื่อน/ยกเลิกเที่ยวบินในตะวันออกกลาง หรือผลกระทบจากค่าโดยสารเครื่องบินที่ปรับเพิ่มขึ้น

    นอกจากนี้ ในระยะถัดไป ยังมีความเป็นไปได้ที่นักท่องเที่ยวกลุ่มหนีภัยสงครามจะเดินทางมาไทยมากขึ้นเมื่อเที่ยวบินของสายการบินตะวันออกกลางทยอยเปิดให้บริการเพิ่มเติม ขณะที่ในด้านธุรกิจร้านค้าและร้านอาหารในแหล่งท่องเที่ยว นอกจากจะได้รับผลกระทบจากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ชะลอตัวแล้ว ยังต้องเผชิญกับภาระต้นทุนที่ปรับสูงขึ้นทั้งด้านพลังงาน การขนส่ง และวัตถุดิบ ซึ่งล้วนส่งผลกดดันผลประกอบการของธุรกิจในภาพรวม

    ธุรกิจขนส่งผู้โดยสาร มีแนวโน้มเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนน้ำมันที่ปรับสูงขึ้นซึ่งคิดเป็นสัดส่วนกว่า 30% ของต้นทุนรวม อย่างไรก็ดี ระดับผลกระทบจะแตกต่างกันในแต่ละธุรกิจ โดยสายการบินได้รับผลกระทบสูงจากต้นทุนเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว ขณะที่ความสามารถในการปรับขึ้นค่าโดยสารเพื่อชดเชยต้นทุนทำได้จำกัด ยกเว้นสายการบินที่ให้บริการในเส้นทางไทย–ยุโรปที่อาจได้รับอานิสงส์ในระยะสั้นจากอัตราค่าโดยสารที่เร่งตัว ทั้งนี้ระดับผลกระทบดังกล่าวยังขึ้นอยู่กับการทำประกันความเสี่ยงด้านราคาน้ำมันด้วย เช่นเดียวกับธุรกิจขนส่งผู้โดยสารทางบกที่ได้รับผลกระทบค่อนข้างสูง โดยเฉพาะผู้ประกอบการที่มีข้อจำกัดในการปรับขึ้นค่าโดยสารเพื่อชดเชยต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ซึ่งการออกมาตรการภาครัฐที่ช่วยลดผลกระทบจากราคาน้ำมันจะมีส่วนช่วยบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้นได้

    ธุรกิจเกี่ยวกับการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ (Medical tourism) อย่างโรงพยาบาลเอกชน โดยรายได้จากกลุ่มนักท่องเที่ยวตะวันออกกลางซึ่งเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตโดยตรงคิดเป็นราว 23% ของรายได้จากผู้ป่วยชาวต่างชาติทั้งหมดของโรงพยาบาลเอกชนในปี 2025 โดยผู้ป่วยบางส่วนอาจเลื่อนการเดินทางเข้ามารับการรักษาออกไปหากการปิดน่านฟ้าในตะวันออกกลางยังคงดำเนินต่อไป แต่ด้วยลักษณะของการรักษาพยาบาลในบางกรณีที่มีความจำเป็นเร่งด่วนต้องรีบเดินทางเข้ามารับการรักษา จึงทำให้ผลกระทบโดยรวมของธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนอาจไม่รุนแรงมากนัก

    อย่างไรก็ดี ธุรกิจด้านการท่องเที่ยวยังคงต้องติดตามสถานการณ์ในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด โดยผู้ประกอบการส่วนใหญ่ได้ปรับกลยุทธ์ไปเน้นตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ยังมีแนวโน้มขยายตัวควบคู่กับการเจาะตลาดนักท่องเที่ยวไทยมากขึ้น ขณะเดียวกัน การปรับโครงสร้างต้นทุนอย่างเหมาะสมและการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยลดแรงกดดันและบรรเทาผลกระทบจากวิกฤตตะวันออกกลางที่กำลังเกิดขึ้นได้

    หากวิกฤตในตะวันออกกลางยังยืดเยื้อและทวีความรุนแรงขึ้น มาตรการภาครัฐอย่างการกระตุ้นตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติในภูมิภาคควบคู่กับการพิจารณาออกมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศ และการสนับสนุนทางการเงินแก่ผู้ประกอบการรายเล็ก-กลางจะมีส่วนช่วยบรรเทาผลกระทบแก่ภาคธุรกิจท่องเที่ยวได้

    ในเบื้องต้นภาครัฐภายใต้ความร่วมมือกับธุรกิจท่องเที่ยวได้ให้ความช่วยเหลือนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ตกค้างอย่างต่อเนื่อง อาทิ การเสนออัตราห้องพักในระดับราคาที่เหมาะสม การขยายระยะเวลาวีซ่าเป็นกรณีพิเศษ รวมถึงการให้ความช่วยเหลืออื่น ๆ ผ่านศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยว พร้อมทั้งยังมีการติดตามและประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ หากวิกฤตในตะวันออกกลางยังยืดเยื้อ และส่งผลให้นักท่องเที่ยวต่างชาติชะลอตัวลงเพิ่มเติม

    การออกมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวเชิงรุกจะมีบทบาทสำคัญในการช่วยบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้นแก่ภาคท่องเที่ยวไทยได้ ทั้งในส่วนของมาตรการดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกที่กำลังเติบโต และยังมีโอกาสที่จะเดินทางมาไทยมากขึ้นจากความพร้อมด้านเที่ยวบินรวมถึงต้นทุนการเดินทางที่ต่ำกว่าการท่องเที่ยวระยะไกลอย่างเช่นยุโรป และการออกมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศที่จะเข้ามาช่วยเสริมรายได้ให้กับธุรกิจท่องเที่ยวในช่วงที่นักท่องเที่ยวต่างชาติชะลอตัว

    แต่ด้วยสถานการณ์ที่ธุรกิจท่องเที่ยวยังต้องเผชิญกับแนวโน้มการท่องเที่ยวในประเทศที่ลดลงจากแรงกดดันด้านต้นทุนและการขาดแคลนพลังงานภายในประเทศอยู่ในขณะนี้ ภาครัฐจำเป็นต้องพิจารณามาตรการที่สามารถช่วยแก้ปัญหาต้นทุนการเดินทางที่เพิ่มขึ้นและปริมาณน้ำมันที่เพียงพอควบคู่ไปด้วย นอกจากนี้ การสนับสนุนทางการเงินแก่ผู้ประกอบการท่องเที่ยวรายเล็กและรายกลาง ซึ่งมีความพร้อมด้านสภาพคล่องไม่สูงมากทำให้มีข้อจำกัดในการปรับตัวจะเป็นอีกกลไกสำคัญที่มีส่วนช่วยประคับประคองภาคท่องเที่ยวไทยให้ผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปได้

    – 030 

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/business/957598&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1ofTkMtUey6w0IVMqlf5d7

  • กรุงศรี คอนซูมเมอร์ กางแผนปี 69 ชู 5 กลยุทธ์ “นวัตกรรม-ขยายพันธมิตร” ตั้งเป้ายอดใช้บัตร 4.2 แสนล้านบาท

    กรุงศรี คอนซูมเมอร์ กางแผนปี 69 ชู 5 กลยุทธ์ “นวัตกรรม-ขยายพันธมิตร” ตั้งเป้ายอดใช้บัตร 4.2 แสนล้านบาท

    นายอธิศ รุจิรวัฒน์ ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านกรุงศรี คอนซูมเมอร์ เผยข้อมูลที่น่าสนใจจากปี 2568 พบว่าผู้บริโภคมีความระมัดระวังในการใช้จ่ายมากขึ้น โดยเน้นความคุ้มค่าและหันมาใช้บริการผ่อนชำระเพื่อบริหารสภาพคล่อง

    • หมวดใช้จ่ายสูงสุด: 1. ประกันภัย 2. ซูเปอร์มาร์เก็ต 3. ปั๊มน้ำมัน

    • หมวดที่เติบโตแรงที่สุด: โซเชียลมีเดีย, แอปพลิเคชัน, ตัวแทนท่องเที่ยว และแอปสั่งอาหาร (Delivery)

    303213

    เปิด 5 กลยุทธ์รุกตลาดปี 2569 มุ่งสู่ความเป็นผู้นำ

    เพื่อให้สอดรับกับความท้าทายด้านค่าครองชีพและราคาน้ำมันที่ผันผวน กรุงศรี คอนซูมเมอร์ จึงเดินหน้าด้วยแผนงานเข้มข้น ดังนี้:

    1. ยกระดับผลิตภัณฑ์หลัก: พัฒนาสิทธิประโยชน์บัตรเครดิตและสินเชื่อให้ตรงใจ เช่น การปรับโฉมบัตรกดเงินสดเฟิร์สช้อยส์

    2. ขยายระบบนิเวศพันธมิตร (Ecosystem): เพิ่มแผนผ่อนชำระให้ครอบคลุมไลฟ์สไตล์ใหม่ๆ เช่น ร้านแว่นตา, บริการสัตว์เลี้ยง และสุขภาพ

    3. นวัตกรรมการชำระเงิน: พัฒนาช่องทางออนไลน์ให้สะดวกและปลอดภัยยิ่งขึ้น

    4. พลัง “One Krungsri”: ผสานความร่วมมือในเครือ ทั้งด้านสินเชื่อส่วนบุคคล (P-Loan), นายหน้าประกันภัย และกลุ่มลูกค้า Wealth

    5. เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน: ปรับโครงสร้างเพื่อลดต้นทุนและรองรับการขยายตัวในอนาคต

    303218

    กางเป้าหมายปี 2569: เติบโตอย่างมีคุณภาพ

    ภายใต้การบริหารความเสี่ยงอย่างรัดกุม กรุงศรี คอนซูมเมอร์ ได้ตั้งเป้าหมายตัวเลขสำคัญไว้ดังนี้:

    • ยอดใช้จ่ายผ่านบัตร: 420,000 ล้านบาท (+6%)

    • ยอดสินเชื่อใหม่: 98,000 ล้านบาท (+4%)

    • ลูกค้าใหม่: 627,000 บัญชี (+9%)

    • ยอดสินเชื่อคงค้าง: 147,000 ล้านบาท (+3%)

    “เป้าหมายของเราคือการเป็นศูนย์กลางธุรกิจสินเชื่อและบัตรเครดิตที่ตอบโจทย์ลูกค้ามากที่สุด แม้ในสภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทาย เราจะยังคงดูแลลูกค้าอย่างใกล้ชิดและเติบโตไปพร้อมกัน” นายอธิศ กล่าว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/money/949335/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2pVlRt4V904gmerM36J7VQ

  • HMPRO โฮมโปร ปักหมุด “สมุย (เฉวง)” เปิดเกมรุกรับการเติบโตบนเกาะท่องเที่ยวพรีเมียม ยกระดับ “เรื่องบ้าน..ที่คิดมาให้ครบ” สู่โซลูชันเพื่อบ้านและธุรกิจของภาคใต้ – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    HMPRO โฮมโปร ปักหมุด “สมุย (เฉวง)” เปิดเกมรุกรับการเติบโตบนเกาะท่องเที่ยวพรีเมียม ยกระดับ “เรื่องบ้าน..ที่คิดมาให้ครบ” สู่โซลูชันเพื่อบ้านและธุรกิจของภาคใต้ – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    มิติหุ้น – เมื่อ สมุย’ ไม่ได้เป็นแค่จุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยว แต่กำลังก้าวเข้าสู่การเป็น “จุดหมายของการใช้ชีวิตและการลงทุน” โฮมโปรจึงเลือกปักหมุด เฉวง’ เพื่อยกระดับสโตร์ให้เป็นมากกว่าร้านค้าจำหน่ายสินค้า แต่เป็น ศูนย์กลางทุกเรื่องบ้าน เพื่อรองรับการเติบโตของตลาดท่องเที่ยวศักยภาพสูงบนเกาะ

    โฮมโปร ทุ่มงบกว่า 450 ล้านบาท เปิดสาขาใหม่ “โฮมโปร สมุย (เฉวง)” ในรูปแบบสแตนด์อโลน ชั้น ที่ “ใหญ่ขึ้น ครบขึ้น” ออกแบบมาเพื่อรองรับทั้งลูกค้าทั่วไปและลูกค้าธุรกิจ ตอบรับกำลังซื้อบนเกาะที่เติบโตต่อเนื่อง ทั้งมิติอสังหาริมทรัพย์ การท่องเที่ยว และการลงทุนที่อยู่อาศัยเชิงคุณภาพ พร้อมเชื่อมต่อกับ เมกาโฮม สุราษฎร์ธานี ตอบโจทย์ทุกความต้องการทั้งเรื่องบ้านงานช่าง แบบไร้รอยต่อ เตรียมเปิดให้บริการเต็มรูปแบบวันที่ เม.ย.69 นี้ พร้อมตั้งเป้ายอดขายกว่า 65 ล้านบาทต่อเดือน

    นายวีรพันธ์ อังสุมาลี กรรมการผู้จัดการ บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ “โฮมโปร” (HMPRO) กล่าวว่า สมุยกำลังเปลี่ยนจาก จุดหมายของการท่องเที่ยว ไปสู่ การอยู่อาศัยและการลงทุนระยะยาว’ เพิ่มมากขึ้น โฮมโปร จึงไม่ได้มองการเปิดสาขานี้ เป็นแค่การเพิ่มพื้นที่ขาย แต่เป็นการลงทุนในจังหวะที่ตลาดบนเกาะกำลังเติบโต ทั้งจากดีมานด์การอยู่อาศัย การพัฒนาโครงการ รวมไปถึงการปรับปรุงพื้นที่เพื่อรองรับการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ

    วันนี้ ดีมานด์บนเกาะสมุย กำลังเปลี่ยนจาก การจับจ่ายทั่วไป เป็นการมองหา ความครบวงจร ที่ช่วยดูแลทั้งเรื่องบ้านและธุรกิจได้จริง จากบทบาทสมุยที่กลายเป็นจุดหมายของการลงทุน ที่ดึงดูดนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ เจ้าของวิลล่าระดับลักชัวรี ผู้ประกอบการโรงแรมและรีสอร์ท รวมถึงพฤติกรรมนักท่องเที่ยวยุคใหม่ที่มองหาการพักผ่อนแบบ Private Experience และใส่ใจ Wellness Lifestyle คุณภาพชีวิตมากขึ้น

    เพราะเรื่องบ้านที่คิดมาให้ครบ โฮมโปร จึงเปิดสาขาใหม่ในรูปแบบสแตนด์อโลนบนทำเลศักยภาพย่านเฉวง ยกระดับประสบการณ์ลูกค้าให้เข้าถึงสโตร์ที่ใหญ่ขึ้น ช้อปสะดวกขึ้น และครบ จบ ทุกเรื่องบ้าน ได้มากกว่าเดิม

    ความน่าสนใจของ “โฮมโปร สมุย (เฉวง)” คือ การยกระดับบทบาทของสโตร์ให้เป็นมากกว่า ศูนย์กลางเรื่องบ้าน แต่เป็นพาร์ตเนอร์ที่ตอบโจทย์ทั้งกลุ่มลูกค้าทั่วไป และลูกค้าธุรกิจ ในสาขาเดียว ครอบคลุมตั้งแต่บ้านพักอาศัย วิลล่าปล่อยเช่า โรงแรม รีสอร์ท ออฟฟิศ ร้านค้า ไปจนถึงช่างมืออาชีพ และงานพัฒนาโครงการต่างๆ บนเกาะ นอกจากนี้ สาขาใหม่ยังถูกออกแบบให้มีความแข็งแรงด้านสินค้าและบริการเพิ่มอย่างชัดเจน นอกจากกลุ่มสินค้าเรื่องบ้านที่ครบครันขึ้นแล้ว ยังขยายไลน์สินค้ากลุ่มงานช่าง เครื่องมือช่าง และวัสดุก่อสร้าง เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้ากลุ่มธุรกิจที่มีสัดส่วนสูงบนเกาะ โดยผสานกำลังกับ “เมกาโฮม” ในการเป็นศูนย์รับออเดอร์วัสดุก่อสร้างและงานช่าง และจัดส่งผ่านเมกาโฮม สุราษฎร์ธานี อย่างไร้รอยต่อ ทำให้โฮมโปร สมุย (เฉวง) นี้ ไม่ได้ตอบโจทย์แค่สิ่งที่มีในร้าน แต่รองรับคำสั่งซื้อและงานโครงการได้ครบและคล่องตัวมากยิ่งขึ้น

    “โฮมโปร สมุย (เฉวง)” พร้อมเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ วันที่ เมษายน 2569 นี้ ภายใต้การออกแบบที่รองรับลูกค้าสมุยยุคใหม่ ทั้งพื้นที่ขนาดใหญ่ โซนสินค้าที่ทันสมัย เข้าถึงง่ายจากทำเลใจกลางเกาะ และการสื่อสาร 2 ภาษา ที่รองรับลูกค้านานาชาติ พร้อมยกระดับสู่ ศูนย์กลางทุกเรื่องบ้านแห่งใหม่ใจกลางเกาะสมุย ที่ตอบโจทย์ลูกค้าครบทั้งด้านสินค้า บริการ โซลูชันเรื่องบ้านและธุรกิจ พร้อมต้อนรับการเปิดสาขาใหม่ ด้วยแคมเปญและข้อเสนอพิเศษมากมาย

    ถึงก่อนมีสิทธิ์ก่อน เม.ย. 69 วันเดียวเท่านั้นเฉพาะสมาชิกโฮมการ์ด 200 คนแรกเท่านั้น !! ตอบคำถาม ลุ้นจับคูปองช้อปสินค้าราคาพิเศษ หรือช้อปสินค้าวันต่อวัน 9-12 เม.ย. 69 นี้ จำนวนจำกัด !!

    พลาดไม่ได้ !! กับ กิจกรรม ซ่อมฟรี เครื่องใช้ไฟฟ้า วันเท่านั้น 9-11 เม.ย. 69 นี้ ที่จะช่วยยืดอายุการใช้งานของเก่าอย่างถูกวิธี ด้วยการดูแลจากทีมช่างโฮมโปร (CHANG HomePro) พร้อมสิทธิประโยชน์คูปองส่วนลด คะแนนพิเศษ ดีลผ่อนชำระ ดีลสถาบันการเงินชั้นนำ และกิจกรรมลุ้นของพรีเมียมตลอดงาน

    • สมาชิกโฮมการ์ดใหม่ รับส่วนลด 300 บาท และช้อปวันเปิดสาขา รับคะแนน X3 !! (เฉพาะใบเสร็จแรก)
    • รับง่ายๆ คูปองลดเลย 2,000 บาท สำหรับสมาชิกโฮมการ์ดเท่านั้น ใช้เป็นส่วนลดซื้อสินค้า 20,000 บาทขึ้นไป (จำกัด สิทธิ์ / สมาชิกโฮมการ์ด / ตลอดรายการ) เฉพาะวันที่ 9 – 12 เม.. 69
    • ใบเสร็จมีค่าอย่าทิ้งรับคูปองส่วนลดท้ายใบเสร็จ มูลค่า 300 บาท เมื่อซื้อสินค้า 5,000 บาทขึ้นไป (สำหรับใช้เป็นส่วนลดซื้อสินค้า 1,000 บาทขึ้นไป)
    • สมาชิกโฮมการ์ด ช้อปครบ…รับเงินคืน! เข้าโฮมโปรวอลเล็ต รวมสูงสุด 100,000 บาท! เฉพาะวันที่ 9 – 12 เม.. 69
    • สมาชิกบัตรเครดิตโฮมโปร วีซ่า แพลทินัม รับ ต่อ ทั้งลดทันที 3% ตั้งแต่บาทแรก รับเครดิตเงินคืนสูงสุด 30,000 บาท และลดเพิ่มสูงสุดอีก 13% เมื่อแลกพอยต์เท่ายอดชำระ
    • สิทธิพิเศษสถาบันการเงินชั้นนำได้ทั้งส่วนลด+เครดิตเงินคืน+รับพอยต์ จากบัตรเครดิตกรุงศรีบัตรโฮมโปร เฟิร์สช้อยส์บัตรเครดิตธนาคารกรุงเทพ, SCB, CardX, KBank, First Choice, KTC, ttb, UOB และอื่น ๆ
    • สิทธิ์ Super Zero ผ่อนนาน ผ่อนน้อยผ่อนชำระ 0% ได้นานสูงสุดถึง 24 เดือน
    • ช้อปสะดวกไร้รอยต่อ ฟรีบริการจัดส่ง ติดตั้ง รื้อถอน ภายในวัน! (ตามเงื่อนไขที่กำหนด)

    *ใช้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนได้เต็มจำนวนตามกำหนด จะได้ไม่เสียดอกเบี้ย 16% ต่อปี / กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหวอัตราดอกเบี้ยปกติ 25% ต่อปี

    ต้อนรับหน้าร้อนนี้ ในบรรยากาศดีๆ พบกันที่ โฮมโปร สมุย (เฉวง) วันที่ เมษายน 2569 นี้ เปิดบริการทุกวัน 8.00–21.00 น. ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 077-947-280

    ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

    Web : https://www.mitihoon.com/
    Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
    Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
    Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.mitihoon.com/2026/04/08/632202/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1iTDUe-SoI3H1KRuUOEv6i

  • DPU เปิดรับสมัคร หลักสูตรมัคคุเทศก์ทั่วไป รุ่นที่ 4 ปั้นไกด์มืออาชีพสู่ตลาดท่องเที่ยว

    DPU เปิดรับสมัคร หลักสูตรมัคคุเทศก์ทั่วไป รุ่นที่ 4 ปั้นไกด์มืออาชีพสู่ตลาดท่องเที่ยว

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/press-release/140285&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3lVnVnwokLoxlvYVE0Vwdz

  • ท่องเที่ยวไทยสะดุด!! หลังตอ.กลางยืดเยื้อ ต่างชาติหดเหลือ 33.2 ล้านคน-รายได้วูบนทท.รัดเข็มขัด : อินโฟเควสท์

    ท่องเที่ยวไทยสะดุด!! หลังตอ.กลางยืดเยื้อ ต่างชาติหดเหลือ 33.2 ล้านคน-รายได้วูบนทท.รัดเข็มขัด : อินโฟเควสท์

    ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC) ระบุว่า วิกฤตในตะวันออกกลางเริ่มส่งผลต่อการเดินทางมาไทยของนักท่องเที่ยวต่างชาติชัดเจนมากขึ้น ซึ่งเป็นผลจากจำนวนเที่ยวบินที่มีแนวโน้มลดลง ต้นทุนการเดินทางที่สูงขึ้นตามราคาน้ำมันโลกที่เร่งตัว และความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวที่เปราะบางมากขึ้นทั้งจากประเด็นด้านความปลอดภัยและจากภาวะเศรษฐกิจทั่วโลกที่ชะลอตัว

    จากช่องทางการส่งผ่านข้างต้น ได้ส่งผลต่อเนื่องมาถึงแนวโน้มการเดินทางเข้ามาไทยของนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งในเชิงปริมาณและการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยว

    คาดนทท.ชะลอตัวจาก 34.1 ล้านคนเหลือ 33.2 ล้านคน

    • ในเชิงปริมาณ นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าไทยมีโอกาสชะลอตัวจากผลของวิกฤตตะวันออกกลาง ได้แก่ นักท่องเที่ยวตะวันออกกลางและอิสราเอลที่ลดลงอย่างเห็นได้ชัด นักท่องเที่ยวชาติอื่นเริ่มชะลอตัว ทั้งจาก 1) กลุ่มนักท่องเที่ยวที่ใช้บริการสายการบินตะวันออกกลาง 2) กลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีแนวโน้มชะลอการท่องเที่ยวจากต้นทุนการเดินทางที่สูงขึ้นและประเด็นด้านความปลอดภัยจากแนวโน้มสถานการณ์นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทยข้างต้น วิกฤตตะวันออกกลางที่มีแนวโน้มยืดเยื้ออย่างน้อยราว 8 สัปดาห์จะเข้ามากดดันบรรยากาศการท่องเที่ยวไทยโดยรวมและส่งผลให้ประมาณการจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าไทยในปีนี้ปรับลดลงจากเดิมที่ 34.1 ล้านคน มาอยู่ที่ 33.2 ล้านคน ซึ่งยังคงขยายตัวเล็กน้อยราว 0.7%YoY จากการฟื้นตัวดีของนักท่องเที่ยวจีนและนักท่องเที่ยวมาเลเซีย รวมถึงการเติบโตต่อเนื่องของนักท่องเที่ยวอินเดีย ทั้งนี้หากสถานการณ์ยืดเยื้อยาวนานกว่าคาด อาจส่งผลให้นักท่องเที่ยวต่างชาติมาไทยลดลงได้อีก ซึ่งจะกระทบภาคการท่องเที่ยวไทยในวงกว้างมากขึ้น
    • ในด้านการใช้จ่าย นักท่องเที่ยวต่างชาติมีแนวโน้มเพิ่มความระมัดระวังการใช้จ่ายและมีโอกาสปรับลดค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยวในไทยลงจากต้นทุนการเดินทางที่ปรับสูงขึ้น ดังนั้น ย่อมส่งผลให้สัดส่วนการใช้จ่ายในประเทศปลายทางมีแนวโน้มลดลง ครอบคลุมทั้งค่าใช้จ่ายในส่วนของที่พัก อาหารเครื่องดื่ม การช็อปปิง รวมถึงกิจกรรมเพื่อการบันเทิงต่าง ๆ

    ความเสี่ยงที่ธุรกิจท่องเที่ยวเผชิญ

    • ธุรกิจโรงแรม ร้านค้าและร้านอาหารในแหล่งท่องเที่ยว โดยจากข้อมูลของผู้ประกอบการโรงแรมโดยเฉพาะธุรกิจที่ตั้งอยู่ในกรุงเทพฯ ภูเก็ต พัทยา พังงา กระบี่ และสมุย ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของชาวตะวันออกกลางและยุโรป พบว่า ผลกระทบในระยะสั้นยังค่อนข้างจำกัด โดยในช่วง 2 สัปดาห์แรกของวิกฤตตะวันออกกลาง การยกเลิกห้องพักเฉลี่ยอยู่ที่ราว 5-10% จากนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ต้องเปลี่ยนแผนการเดินทางกะทันหัน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลจากการยกเลิกเที่ยวบินทำให้ไม่สามารถเดินทางเข้ามาไทยได้

    แต่ในทางกลับกัน ธุรกิจโรงแรมได้อานิสงส์บางส่วนจากกลุ่มนักท่องเที่ยวตกค้างที่จำเป็นต้องพำนักในไทยต่อ รวมถึงนักท่องเที่ยวในภูมิภาคเอเชียที่มีการวางแผนทริปไว้ล่วงหน้าจึงไม่ได้รับผลกระทบจากการเลื่อน/ยกเลิกเที่ยวบินในตะวันออกกลาง หรือผลกระทบจากค่าโดยสารเครื่องบินที่ปรับเพิ่มขึ้น

    นอกจากนี้ ในระยะถัดไป ยังมีความเป็นไปได้ที่นักท่องเที่ยวกลุ่มหนีภัยสงครามจะเดินทางมาไทยมากขึ้นเมื่อเที่ยวบินของสายการบินตะวันออกกลางทยอยเปิดให้บริการเพิ่มเติม ขณะที่ในด้านธุรกิจร้านค้าและร้านอาหารในแหล่งท่องเที่ยว นอกจากจะได้รับผลกระทบจากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ชะลอตัวแล้ว ยังต้องเผชิญกับภาระต้นทุนที่ปรับสูงขึ้นทั้งด้านพลังงาน การขนส่ง และวัตถุดิบ ซึ่งล้วนส่งผลกดดันผลประกอบการของธุรกิจในภาพรวม

    • ธุรกิจขนส่งผู้โดยสาร มีแนวโน้มเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนน้ำมันที่ปรับสูงขึ้นซึ่งคิดเป็นสัดส่วนกว่า 30% ของต้นทุนรวม อย่างไรก็ดี ระดับผลกระทบจะแตกต่างกันในแต่ละธุรกิจ โดยสายการบินได้รับผลกระทบสูงจากต้นทุนเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว ขณะที่ความสามารถในการปรับขึ้นค่าโดยสารเพื่อชดเชยต้นทุนทำได้จำกัด ยกเว้นสายการบินที่ให้บริการในเส้นทางไทย-ยุโรปที่อาจได้รับอานิสงส์ในระยะสั้นจากอัตราค่าโดยสารที่เร่งตัว ทั้งนี้ระดับผลกระทบดังกล่าวยังขึ้นอยู่กับการทำประกันความเสี่ยงด้านราคาน้ำมันด้วย เช่นเดียวกับธุรกิจขนส่งผู้โดยสารทางบกที่ได้รับผลกระทบค่อนข้างสูง โดยเฉพาะผู้ประกอบการที่มีข้อจำกัดในการปรับขึ้นค่าโดยสารเพื่อชดเชยต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ซึ่งการออกมาตรการภาครัฐที่ช่วยลดผลกระทบจากราคาน้ำมันจะมีส่วนช่วยบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้นได้
    • ธุรกิจเกี่ยวกับการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ (Medical tourism) อย่างโรงพยาบาลเอกชน โดยรายได้จากกลุ่มนักท่องเที่ยวตะวันออกกลางซึ่งเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตโดยตรงคิดเป็นราว 23% ของรายได้จากผู้ป่วยชาวต่างชาติทั้งหมดของโรงพยาบาลเอกชนในปี 2025 โดยผู้ป่วยบางส่วนอาจเลื่อนการเดินทางเข้ามารับการรักษาออกไปหากการปิดน่านฟ้าในตะวันออกกลางยังคงดำเนินต่อไป แต่ด้วยลักษณะของการรักษาพยาบาลในบางกรณีที่มีความจำเป็นเร่งด่วนต้องรีบเดินทางเข้ามารับการรักษา จึงทำให้ผลกระทบโดยรวมของธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนอาจไม่รุนแรงมากนัก

    อย่างไรก็ดี ธุรกิจด้านการท่องเที่ยวยังคงต้องติดตามสถานการณ์ในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด โดยผู้ประกอบการส่วนใหญ่ได้ปรับกลยุทธ์ไปเน้นตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ยังมีแนวโน้มขยายตัวควบคู่กับการเจาะตลาดนักท่องเที่ยวไทยมากขึ้น ขณะเดียวกัน การปรับโครงสร้างต้นทุนอย่างเหมาะสมและการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยลดแรงกดดันและบรรเทาผลกระทบจากวิกฤตตะวันออกกลางที่กำลังเกิดขึ้นได้

    ทั้งนี้ หากวิกฤตในตะวันออกกลางยังยืดเยื้อ และส่งผลให้นักท่องเที่ยวต่างชาติชะลอตัวลงเพิ่มเติม การออกมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวเชิงรุกจะมีบทบาทสำคัญในการช่วยบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้นแก่ภาคท่องเที่ยวไทยได้ ทั้งในส่วนของมาตรการดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกที่กำลังเติบโต และยังมีโอกาสที่จะเดินทางมาไทยมากขึ้นจากความพร้อมด้านเที่ยวบินรวมถึงต้นทุนการเดินทางที่ต่ำกว่าการท่องเที่ยวระยะไกลอย่างเช่นยุโรป และการออกมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศที่จะเข้ามาช่วยเสริมรายได้ให้กับธุรกิจท่องเที่ยวในช่วงที่นักท่องเที่ยวต่างชาติชะลอตัว แต่ด้วยสถานการณ์ที่ธุรกิจท่องเที่ยวยังต้องเผชิญกับแนวโน้มการท่องเที่ยวในประเทศที่ลดลงจากแรงกดดันด้านต้นทุนและการขาดแคลนพลังงานภายในประเทศอยู่ในขณะนี้ ภาครัฐจำเป็นต้องพิจารณามาตรการที่สามารถช่วยแก้ปัญหาต้นทุนการเดินทางที่เพิ่มขึ้นและปริมาณน้ำมันที่เพียงพอควบคู่ไปด้วย นอกจากนี้ การสนับสนุนทางการเงินแก่ผู้ประกอบการท่องเที่ยวรายเล็กและรายกลาง ซึ่งมีความพร้อมด้านสภาพคล่องไม่สูงมากทำให้มีข้อจำกัดในการปรับตัวจะเป็นอีกกลไกสำคัญที่มีส่วนช่วยประคับประคองภาคท่องเที่ยวไทยให้ผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปได้

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (08 เม.ย. 69)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2026/583825&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1UPLiA_UalXDNX1UMbLJ0c

  • นับคำในแถลง นโยบาย ‘รัฐบาลอนุทิน 2’ แต่ละประเด็นถูกพูดถึงกี่คำ

    นับคำในแถลง นโยบาย ‘รัฐบาลอนุทิน 2’ แต่ละประเด็นถูกพูดถึงกี่คำ

    เกษตร 56 คำ

    ในร่างนโยบายนี้หัวข้อ ‘เกษตร’ ถูกเน้นย้ำหลายครั้ง เพราะเป็นภาคเศรษฐกิจสำคัญของประเทศ โดยชูการทำ “เกษตรแม่นยำ เกษตรมั่นคง เกษตรยั่งยืน” มีการใช้ AI และ Big Data เพื่อเพิ่มศักยภาพ

    เศรษฐกิจ 36 คำ

    อีกคำที่ถูกเน้นย้ำคือ ‘เศรษฐกิจ’ ซึ่งรัฐบาลชุดนี้ให้ความสำคัญกับการพยุงเศรษฐกิจระยะสั้นควบคู่กับการปรับโครงสร้างระยะยาว โดยพูดถึงการแก้หนี้ครัวเรือนและลดค่าครองชีพให้ประชาชน การช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อยและ SMEs

    ท่องเที่ยว 20 คำ

    มีหลายท่อนที่มีคำว่า ‘ท่องเที่ยว’ โดยเป็นการสนับสนุนให้คนไทยท่องเที่ยวในประเทศมากขึ้น และยกระดับความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติ

    พลังงาน 14 คำ

    ประเด็นพลังงานที่ถูกเน้นหลักๆ คือ การรับมือวิกฤตราคาน้ำมันและก๊าซจากความขัดแย้งตะวันออกกลาง, การรักษาความมั่นคงทางพลังงานในประเทศ, และ การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดในระยะยาว

    การศึกษา 7 คำ

    พูดถึงประเด็นการศึกษาในคอนเซปต์ “เรียนฟรี มีงานทำ และเรียนรู้ได้ทุกที่ทุกเวลา”

    กัมพูชา 4 คำ

    เน้นแก้ไขปัญหากรณีข้อพิพาทระหว่างไทย-กัมพูชาและการปกป้อง อธิปไตยของประเทศ

    สแกมเมอร์ 4 คำ

    ยกให้ ‘สแกมเมอร์’ เป็นภัยความมั่นคงและอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเน้นการปราบปรามเครือข่ายตามแนวชายแดน

    รัฐธรรมนูญ 3 คำ

    รัฐบาลนี้จะบริหารราชการแผ่นดินให้เป็นไปตามหน้าที่ของรัฐ แนวนโยบายแห่งรัฐ และยุทธศาสตร์ชาติตามที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ไม่มีการพูดถึงรัฐธรรมนูญใหม่)

    คนละครึ่ง พลัส 2 คำ

    จะมีการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านโครงการคนละครึ่ง พลัส

    ฝุ่น PM2.5 1 คำ

    มีการพูดถึงปัญหานี้แค่ครั้งเดียวในร่างนโยบาย เน้นป้องกันและลดการเผา ในภาคการเกษตร เพื่อแก้ปัญหาฝุ่นละออง PM2.5

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.springnews.co.th/news/infographic/862887&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2uzoSJ1KHXFgGRSE_VmD7M

  • SCB EIC : วิกฤตตะวันออกกลางปะทุ ปั่นป่วนถึงภาคท่องเที่ยวไทย – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    SCB EIC : วิกฤตตะวันออกกลางปะทุ ปั่นป่วนถึงภาคท่องเที่ยวไทย – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    KEY SUMMARY

    วิกฤตตะวันออกกลางส่งผลให้การเดินทางระหว่างประเทศของโลกต้องสะดุด และกระทบต่อเนื่องถึงการเดินทางเข้าไทยของนักท่องเที่ยวต่างชาติ

    ตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา การโจมตีทางอากาศที่รุนแรงในภูมิภาคตะวันออกกลางส่งผลให้หลายประเทศประกาศปิดน่านฟ้า และเที่ยวบินในเส้นทางตะวันออกกลางถูกยกเลิกในทันที ด้วยพื้นที่ดังกล่าวเป็นศูนย์กลางการบินสำคัญของโลกมีสัดส่วนผู้โดยสารราว 10% ในปี 2025 จากข้อมูลของสมาคมการขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (International Air Transport Association : IATA)  จึงยิ่งส่งผลต่อการเดินทางระหว่างประเทศของคนทั่วโลก ซึ่งแม้สถานการณ์จะเริ่มดีขึ้นจากที่สายการบินตะวันออกกลางเริ่มทยอยเปิดให้บริการในบางเส้นทางรวมถึงไทย แต่วิกฤตดังกล่าวได้สร้างผลกระทบกับภาคการท่องเที่ยวไทยผ่าน 3 ช่องทางหลัก ได้แก่ 1. จำนวนเที่ยวบินที่เดินทางมาไทยมีโอกาสลดลงจากเที่ยวบินของหลายสายการบินที่ยังเปิดบริการในบางเส้นทางและจากความเสี่ยงในการเข้าสู่ภาวะวิกฤตการขาดแคลนน้ำมันอากาศยานในหลายประเทศ 2. ต้นทุนการเดินทางที่ปรับสูงขึ้นตามราคาน้ำมันโลกที่เร่งตัว และ 3. ความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวทั่วโลกที่เปราะบางมากขึ้นทั้งในด้านความปลอดภัยและภาวะเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มชะลอตัว

    วิกฤตตะวันออกกลางที่คาดว่าจะยืดเยื้อไปอย่างน้อย 8 สัปดาห์อาจกดดันให้นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาไทยชะลอตัวลงมาอยู่ที่ราว 33.2 ล้านคนจากประมาณการเดิมในเดือนธันวาคมที่ 34.1 ล้านคน

    แม้ว่าจำนวนผู้โดยสารต่างชาติที่เดินทางเข้าไทยโดยรวมจะทยอยฟื้นตัวดีขึ้นหลังผู้โดยสารต่างชาติทางอากาศหดตัวต่อเนื่องในช่วง 10 วันแรกของการเปิดฉากโจมตีทางอากาศ ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลจากที่สายการบินตะวันออกกลางเริ่มเปิดให้บริการในบางเส้นทางและหลายสายการบินเพิ่มเที่ยวบินตรงในเส้นทางยุโรป-เอเชีย แต่นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าไทยยังมีโอกาสชะลอตัวลงจาก 1. นักท่องเที่ยวตะวันออกกลางและอิสราเอลที่ลดลงจากจำนวนเที่ยวบินของสายการบินตะวันออกกลางที่เปิดให้บริการอย่างจำกัด โดยไทยยังพึ่งพานักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ไม่มากเพียงราว 2% ของนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมด 2. นักท่องเที่ยวชาติอื่นเริ่มชะลอตัว โดยเฉพาะกลุ่มที่ใช้บริการสายการบินตะวันออกกลางอย่าง Emirates, Qatar Airways และ Etihad Airways มีสัดส่วนราว 8% ของผู้เดินทางเข้าไทยทั้งหมด ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวชาวยุโรป โดยบางส่วนหันไปใช้เส้นทางบินตรงหรือต่อเครื่องที่ฮับอื่นแทน ขณะเดียวกัน กลุ่มนักท่องเที่ยวที่กังวลต่อต้นทุนการเดินทางที่สูงขึ้นและประเด็นด้านความปลอดภัยก็มีโอกาสปรับแผน/ยกเลิกการเดินทางท่องเที่ยวไป นอกจากนี้ ยังต้องติดตามการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวมาเลเซียที่เดินทางเข้ามาไทยทางบก ซึ่งอาจได้รับผลกระทบเพิ่มจากความกังวลในวิกฤตการขาดแคลนน้ำมันในบางพื้นที่ของไทย อย่างไรก็ดี ภาคการท่องเที่ยวไทยยังได้รับแรงหนุนจากนักท่องเที่ยวจีนที่ฟื้นตัวดีขึ้นและนักท่องเที่ยวอินเดียที่เติบโตต่อเนื่อง และอาจได้รับอานิสงส์จากนักท่องเที่ยวในภูมิภาคตะวันออกกลางที่มีโอกาสมาไทยเพื่อหลีกหนีภัยสงครามและความไม่สงบภายในประเทศอีกด้วย

    ธุรกิจท่องเที่ยวมีแนวโน้มเผชิญผลกระทบจากทั้งจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ชะลอตัวลงและต้นทุนการบริหารจัดการที่สูงขึ้น ซึ่งหากสถานการณ์ยืดเยื้อยาวนาน การออกมาตรการของภาครัฐอย่างทันท่วงทีจะมีส่วนช่วยบรรเทาผลกระทบแก่ภาคธุรกิจท่องเที่ยว

    ธุรกิจท่องเที่ยวไทยเริ่มได้รับผลกระทบชัดเจนขึ้นจากวิกฤตตะวันออกกลาง ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจโรงแรม ร้านค้า ร้านอาหาร และกิจกรรมท่องเที่ยวต่าง ๆ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่พึ่งพานักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลางและยุโรปเป็นหลักอย่างภูเก็ต พังงา กระบี่ และสมุย รวมถึงธุรกิจขนส่งนักท่องเที่ยวและธุรกิจท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ที่ได้รับผลกระทบจากข้อจำกัดด้านการเดินทางและต้นทุนค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น ทั้งนี้ภายใต้สถานการณ์ที่มีแนวโน้มยืดเยื้อ การออกมาตรการกระตุ้นนักท่องเที่ยวต่างชาติในเอเชียและแปซิฟิกที่ยังเติบโต ควบคู่กับการออกมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศจะมีส่วนช่วยเสริมรายได้ให้กับธุรกิจท่องเที่ยวในช่วงวิกฤตได้ แต่ท่ามกลางสถานการณ์ที่ธุรกิจต้องเผชิญกับแนวโน้มการท่องเที่ยวในประเทศที่อ่อนแรงลงจากแรงกดดันด้านปัญหาพลังงานภายในประเทศด้วยนั้น ภาครัฐจำเป็นต้องพิจารณามาตรการที่ช่วยบรรเทาภาระต้นทุนการเดินทางที่เพิ่มขึ้นและดูแลความเพียงพอของปริมาณน้ำมันควบคู่ไปด้วย นอกจากนี้ ภาครัฐอาจต้องพิจารณาออกมาตรการสนับสนุนทางการเงินเพิ่มเติมให้แก่ผู้ประกอบการรายเล็กและรายกลางที่มีสภาพคล่องไม่สูงมากและเป็นข้อจำกัดในการปรับตัว ซึ่งมาตรการข้างต้นดังกล่าวจะเป็นกลไกสำคัญที่เข้ามาช่วยบรรเทาผลกระทบและประคับประคองภาคธุรกิจท่องเที่ยวไทยให้ผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปได้

    ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

    Web : https://www.mitihoon.com/
    Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
    Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
    Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.mitihoon.com/2026/04/08/631392/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2Ij5_LLHreCKR8S1ZU2IdF

  • หนีร้อน เปียกให้สุด สนุกให้เต็ม อิ่มบุญอิ่มใจ กับสงกรานต์เชียงใหม่ 2569 ครบทุกรสจบในทริปเดียว

    หนีร้อน เปียกให้สุด สนุกให้เต็ม อิ่มบุญอิ่มใจ กับสงกรานต์เชียงใหม่ 2569 ครบทุกรสจบในทริปเดียว

    ร้อนจนทนไม่ไหวแล้วใช่ไหม? ปีนี้ชวนครอบครัว ออกเดินทางไปเชียงใหม่ จุดหมายปลายทางยอดฮิตของเทศกาลสงกรานต์กันดีกว่า!

    สงกรานต์เชียงใหม่ ปี 2569 จัดยาว 12 วัน (6–17 เมษายน) เรียกได้ว่าเที่ยวแบบไม่ต้องเร่งรีบ เลือกวัน เลือกไลฟ์สไตล์ได้ตามใจ ทั้งเล่นน้ำ ซึมซับความอบอุ่นแบบล้านนา และทำบุญให้ใจชุ่มชื่น อิ่มเอม

    สาดน้ำมันส์ฉ่ำ ต้องไปจุดนี้ก่อนเลย

    จุดเล่นน้ำสุดคลาสสิกที่ทุกคนต้องแวะคือ รอบคูเมืองและประตูท่าแพ ถนนยาวกว่า 5 กิโลเมตรกลายเป็นสนามเล่นน้ำสงกรานต์หลักของเมืองเชียงใหม่ตั้งแต่เช้าจนค่ำ

    รถกระบะฉีดน้ำจัดเต็ม เสียงเพลงดังกระหึ่ม เด็กๆ วิ่งหัวเราะไล่สาดน้ำกัน ผู้ใหญ่ก็ยิ้มแก้มปริ บรรยากาศเป็นกันเองสุดๆ เหมาะมากสำหรับครอบครัวที่อยากใช้เวลาด้วยกันแบบสนุกสนาน

    ไฮไลต์เด็ดที่ห้ามพลาดคือ อุโมงค์น้ำท่าแพ อุโมงค์ยาวกว่า 200 เมตร เต็มไปด้วยละอองน้ำเย็นฉ่ำ แสงสีเสียงอลังการ เดินผ่านทีเดียวรู้สึกเหมือนหลุดเข้าโลกแห่งความสุข เด็กๆ ตื่นเต้นสุดๆ ส่วนผู้ใหญ่ก็ได้ภาพสวยๆ ลงโซเชียลเพียบ

    เมื่อบ่ายคล้อย ย้ายไป ถนนห้วยแก้ว และ นิมมานเหมินท์ ต่อได้เลย บรรยากาศคึกคักด้วยคอนเสิร์ต แสงไฟสีสัน และดนตรีสุดมันส์ โดยเฉพาะซอย 7 ที่สายปาร์ตี้ต้องถูกใจ แต่ถึงยังไงก็มี โซนสงบสำหรับครอบครัว ไม่ต้องกังวลเรื่องความวุ่นวาย ใครชอบสไตล์ไหน ก็เลือกในแบบที่ถูกใจได้เลย

    เปี่ยมบุญ รีเซ็ตใจ ด้วยประเพณีล้านนางดงาม

    ที่เชียงใหม่ ความพิเศษไม่ใช่แค่การเล่นน้ำสงกรานต์ แต่ยังได้ เติมบุญ และรีเซ็ตใจผ่านการไหว้พระ ขอพร และซึมซับกับวัฒนธรรมล้านนาอันอบอุ่น

    • วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร

    หนึ่งในวัดสำคัญที่สุดของเมือง เป็นศูนย์กลางของประเพณีปี๋ใหม่เมือง ทุกวันที่ 13 เมษายน จะมีพิธีอัญเชิญพระพุทธสิหิงค์ออกสรงน้ำ ภาพผู้คนแต่งชุดพื้นเมืองถือขันน้ำเดินอย่างสงบ เป็นโมเมนต์ที่อบอุ่นและงดงามที่สุดของเทศกาล

    • วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร

    มีพิธีสืบชะตาหลวงเสริมดวงชะตา พร้อมจุดขอพร “พญายักขราช” (เรื่องงาน การเงิน) และ “พญาอมรเทพ” (เรื่องความรัก ครอบครัว) เหมาะสำหรับใครที่อยากเริ่มปีใหม่ด้วยพลังบวกเต็มเปี่ยม

    • วัดพันเตา (ปันเต้า)

    วัดเก่าแก่กว่า 500 ปี วิหารไม้สักทองงดงามแบบเชียงแสน มีพระเจ้าปันเต้าและพระเจ้าทันใจให้มาขอพร ในช่วงสงกรานต์ยังมีเจดีย์ทรายสูงกว่า 10 เมตรให้ร่วมปักตุงล้านนา

    • วัดโลกโมฬี

    ไฮไลต์คือพิธีสรงน้ำพระธาตุด้วยการชักรอกที่เป็นเอกลักษณ์ พร้อมกิจกรรมขนทรายเข้าวัด ก่อเจดีย์ทราย และเขียนคำอธิษฐานบนใบโพธิ์เงินโพธิ์ทอง อิ่มบุญ อิ่มใจจริงๆ

    • วัดพระธาตุศรีจอมทอง

    ปิดทริปด้วยความศรัทธาที่ วัดพระธาตุศรีจอมทอง (อำเภอจอมทอง) วันที่ 15 เมษายน มีประเพณีแห่ไม้ค้ำโพธิ์ ชาวบ้านร่วมแห่ไม้ค้ำที่ตกแต่งอย่างสวยงามไปค้ำต้นโพธิ์ เชื่อว่าเป็นการค้ำจุนชีวิตให้มั่นคง บรรยากาศเรียบง่ายแต่เต็มเปี่ยมด้วยพลังศรัทธา เป็นช่วงเวลาที่ทำให้เรา “ช้าลง” และสัมผัสคุณค่าของวัฒนธรรมล้านนามากขึ้น

    เติมเต็มทริปเชียงใหม่ ให้สมบูรณ์กับบางกอกแอร์เวย์ส

    จุดเริ่มต้นของการเดินทาง คือ ประสบการณ์ที่น่าประทับใจ บินสู่เชียงใหม่กับ บางกอกแอร์เวย์ส สายการบินฟูลเซอร์วิส ที่ให้บริการในแบบฉบับ ASIA’S BOUTIQUE AIRLINE

    ผู้โดยสารทุกคนจะได้รับน้ำหนักกระเป๋าฟรี 20 กก. และใช้บริการห้องรับรองผู้โดยสาร (Boutique Lounge) พร้อมของว่างและเครื่องดื่ม ทำให้ช่วงเวลารอขึ้นเครื่องกลายเป็นเวลาพักผ่อนที่ผ่อนคลายและมีสไตล์

    บนเครื่องบิน คุณจะได้ลิ้มลองอาหารที่รังสรรค์อย่างพิถีพิถันจากวัตถุดิบคุณภาพจากท้องถิ่น การบริการที่อบอุ่น และความใส่ใจในทุกรายละเอียด

    นอกจากนี้ยังมีโปรแกรมสะสมไมล์ FlyerBonus ที่มอบสิทธิประโยชน์หลากหลาย ทั้งส่วนลดเที่ยวบิน ที่พัก และข้อเสนอมากมายจากพันธมิตรชั้นนำ

    สงกรานต์เชียงใหม่ 2569

    เป็นทริปที่เติมเต็มชีวิต ครบทุกอารมณ์ ความสนุก ความอบอุ่น และความอิ่มเอมใจ ปีนี้ ถ้าอยากเริ่มต้นศักราชใหม่ให้มีความหมายมากกว่าทุกปี ลองใส่เชียงใหม่ไว้ในลิสต์ แล้วออกเดินทางไปสัมผัสด้วยตัวเองสักครั้ง รับรองว่าจะได้กลับมาพร้อมความทรงจำที่ชุ่มฉ่ำ…และหัวใจที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/travel/thailand/272764&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2tw5qkIvyM3n1KfypjZaOV