Category: ท่องเที่ยว

  • สื่อนอก ยก ‘สงกรานต์ไทย’ เวิลด์อีเว้นท์  คาดนักท่องเที่ยวต่างชาติทะลุครึ่งล้าน

    สื่อนอก ยก ‘สงกรานต์ไทย’ เวิลด์อีเว้นท์ คาดนักท่องเที่ยวต่างชาติทะลุครึ่งล้าน

    สื่อนอก ยก ‘สงกรานต์ไทย’ เวิลด์อีเว้นท์  คาดนักท่องเที่ยวต่างชาติทะลุครึ่งล้าน

    สื่อนอก ยก ‘สงกรานต์ไทย’ เวิลด์อีเว้นท์ คาดนักท่องเที่ยวต่างชาติทะลุครึ่งล้าน

    นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า บรรยากาศการเฉลิมฉลองเทศกาลสงกรานต์ปีนี้จัดได้ยิ่งใหญ่มาก สะท้อนพลังของ “สงกรานต์ไทย” ในฐานะ มรดกโลกทางวัฒนธรรม ที่ได้รับการยกย่องจาก UNESCO ที่ทุกชาติตระหนักรู้ สามารถเชื่อมโยงผู้คนจากทั่วโลกให้เข้ามามีส่วนร่วม ทั้งในมิติของวัฒนธรรม ประเพณี และความสนุกสนาน

    โดยปีนี้ มีสถานเอกอัครราชทูตต่างประเทศประจำประเทศไทย 42 แห่ง  อาทิ สหราชอาณาจักร สวิตเซอร์แลนด์ เดนมาร์ก เยอรมนี อินเดีย เบลเยียม จีน ฟิลิปปินส์ เวียดนาม ออสเตรเลีย สหรัฐอเมริกา เป็นต้น ร่วมจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์ ถ่ายทอดเสน่ห์ความเป็นไทยผ่านมุมมองที่สร้างสรรค์และร่วมสมัย

    รวมทั้ง สื่อมวลชนชั้นนำ เช่น สำนักข่าว AP  Reuters  Euronews และ Xinhua รายงานภาพบรรยากาศความหนาแน่นของผู้คนที่หลั่งไหลมาเล่นน้ำจุดต่างๆ เช่น ถนนข้าวสาร ได้รายงานเทศกาลสงกรานต์อย่างกว้างขวาง ยกให้เป็นหนึ่งในเทศกาลที่ยิ่งใหญ่และมีชีวิตชีวาที่สุดในโลก สะท้อนทั้งภาพความสนุกสนาน การผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมดั้งเดิมกับความร่วมสมัย

    ขณะที่สี่อ Newswire ในอเมริกาเหนือ กล่าวยกย่องเทศกาลสงกรานต์ไทย สู่การเป็น “World Water Festival” ในระดับสากล  จนมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของไทย 

    ทั้งนี้มีการนำเสนอมาตรการดูแลความปลอดภัยของประเทศไทย ทั้งด้านการกำกับดูแลพฤติกรรมที่เหมาะสม การป้องกันอุบัติเหตุ และการสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยสำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว 

    สื่อนอก ยก ‘สงกรานต์ไทย’ เวิลด์อีเว้นท์  คาดนักท่องเที่ยวต่างชาติทะลุครึ่งล้าน

    โดย  The Straits Times  ได้หยิบยกกฎระเบียบของสังคม  “10 กฎ” สำหรับการเล่นน้ำอย่างปลอดภัยในไทย เช่น การห้ามคุกคามทางเพศ  ห้ามป้ายแป้งโดยที่อีกฝ่ายไม่ยินยอม ห้ามใช้อาวุธปืนฉีดน้ำแรงดันสูง เป็นต้น   สะท้อนถึงมาตรฐานการจัดงานในระดับสากล

    ขณะที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้คาดการณ์ภาพรวมสถานการณ์การเดินทางท่องเที่ยวไทยในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ระหว่างวันที่ 11–15 เมษายน 2569 จะสร้างรายได้รวมมากกว่า 30,350 ล้านบาท เป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติประมาณ 500,000 คน สร้างรายได้ราว 8,100 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 6%  เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปีที่ผ่านมา

    สื่อนอก ยก ‘สงกรานต์ไทย’ เวิลด์อีเว้นท์  คาดนักท่องเที่ยวต่างชาติทะลุครึ่งล้าน

    นางสาวรัชดา กล่าวอีกว่า รัฐบาลมีความมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม พร้อมขับเคลื่อนเทศกาลสงกรานต์ให้เป็นเครื่องมือสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและสังคม โดยมุ่งเน้นการกระจายโอกาสสู่ทุกภูมิภาค เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยในเวทีโลกอย่างเต็มภาคภูมิ

    “นายกฯชื่นชมความสำเร็จของการจัดงานสงกรานต์ทุกพื้นที่ ทุกจังหวัดของไทย ซึ่งเกิดจากความร่วมมือร่วมใจของทุกภาคส่วน ภาครัฐ เอกชน ประชาชน ช่วยกันนำเสนอช่วงเวลาแห่งความสุขที่ผู้คนจากต่างแดน ต่างภาษา ได้ร่วมเฉลิมฉลองไปพร้อมกับคนไทย สะท้อนพลังของวัฒนธรรมไทยที่สามารถเชื่อมโยงรอยยิ้ม ความอบอุ่น และมิตรภาพข้ามพรมแดนได้อย่างแท้จริง”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/business/tourism/656609&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2l7wy2dFU26a1U0VAhOhsW

  • เศรษฐกิจไทย 2569 ส่อชะลอหนัก! โตต่ำ 1.4% เงินเฟ้อพุ่ง คนไทยเตรียมรับมือ

    เศรษฐกิจไทย 2569 ส่อชะลอหนัก! โตต่ำ 1.4% เงินเฟ้อพุ่ง คนไทยเตรียมรับมือ

    เศรษฐกิจไทย 2569 ส่อชะลอหนัก! โตต่ำ 1.4% เงินเฟ้อพุ่ง คนไทยเตรียมรับมือ

    เศรษฐกิจไทย 2569 ส่อชะลอหนัก! โตต่ำ 1.4% เงินเฟ้อพุ่ง เสี่ยง Stagflation จากพิษสงครามตะวันออกกลาง คนไทยต้องเตรียมรับมือให้ดี

    • เศรษฐกิจไทยปี 2569 โตต่ำเหลือราว 1.2–1.6% ขณะที่เงินเฟ้อพุ่ง เสี่ยงเข้าสู่ภาวะ Stagflation (โตช้าแต่ของแพง)
    • สงครามตะวันออกกลางดันราคาพลังงานสูง กระทบต้นทุนทั้งระบบ ทำให้ไทยซึ่งนำเข้าพลังงานมาก “เปราะบางหนัก”
    • ไทยเสี่ยง “ขาดดุลแฝดสาม” ค่าเงินบาทอ่อน เศรษฐกิจผันผวน ขณะที่รัฐต้องใช้นโยบายช่วยเฉพาะจุดมากขึ้น

    เศรษฐกิจไทย 2569 ส่อชะลอหนัก! โตต่ำ 1.4% เงินเฟ้อพุ่ง เสี่ยง Stagflation จากพิษสงครามตะวันออกกลาง คนไทยต้องเตรียมรับมือให้ดี

    เศรษฐกิจไทยปี 2569 กำลังเผชิญแรงกดดันรอบด้าน หลังศูนย์วิจัย SCB EIC ปรับลดคาดการณ์ GDP เหลือเพียง 1.4% ท่ามกลางเงินเฟ้อที่เร่งตัวแตะ 3.2% สูงเกินกรอบเป้าหมาย ธปท. สะท้อนภาพ “โตต่ำ-ของแพง” จากผลกระทบสงครามตะวันออกกลางที่ดันราคาพลังงานพุ่งและกระทบห่วงโซ่อุปทานโลกโดยตรง

    ปัจจัยเสี่ยงหลักมาจากวิกฤตพลังงานที่มีแนวโน้มยืดเยื้อ โดยราคาน้ำมันดิบอาจแกว่งตัวสูงถึง 85–120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล กดดันต้นทุนขนส่งและราคาสินค้าในประเทศ ขณะที่ไทยซึ่งพึ่งพาการนำเข้าพลังงานสูง จึงตกอยู่ในกลุ่มเปราะบาง เสี่ยงเข้าสู่ภาวะ Stagflation หรือเศรษฐกิจชะลอแต่ค่าครองชีพพุ่ง

    อีกด้านหนึ่ง ไทยยังเผชิญความเสี่ยง “ขาดดุลแฝดสาม” ทั้งดุลบัญชีเดินสะพัด ดุลเงินทุนเคลื่อนย้าย และดุลการคลัง จากภาระนำเข้าน้ำมัน เงินทุนไหลออก และมาตรการภาครัฐที่ต้องใช้งบพยุงค่าครองชีพ ซึ่งอาจกดดันค่าเงินบาทให้อ่อนค่าต่อเนื่อง

    ท่ามกลางแรงกดดันดังกล่าว นโยบายดอกเบี้ยกลายเป็นโจทย์ยาก โดยมีแนวโน้มคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 1.0% แม้เงินเฟ้อสูง เพื่อไม่ซ้ำเติมภาระหนี้ครัวเรือน แต่หากเศรษฐกิจชะลอรุนแรง อาจเห็นการลดดอกเบี้ยลงอีก ขณะที่ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) มีแนวโน้มชะลอการลดดอกเบี้ยออกไป จากแรงเงินเฟ้อโลกที่ยังไม่คลี่คลาย

    ด้าน กกร. ประเมินสอดคล้องกัน โดยปรับกรอบ GDP ไทยเหลือ 1.2–1.6% และเตือนว่าหากสงครามยืดเยื้อ อาจกระทบทั้งการส่งออก การท่องเที่ยว และกำลังซื้อในประเทศอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนผ่านสัญญาณการใช้ดีเซลที่ลดลง และจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มีแนวโน้มหายไปกว่า 1 ล้านคนในช่วงสั้น

    ขณะที่สภาพัฒน์ประเมินฉากทัศน์เศรษฐกิจไทยไว้หลายระดับ โดยกรณีเลวร้าย หากสงครามยืดเยื้อเกิน 6 เดือน เศรษฐกิจไทยอาจขยายตัวเพียง 0.2% และเงินเฟ้อพุ่งแตะ 5.8% สะท้อนความเสี่ยงเศรษฐกิจถดถอยควบคู่ค่าครองชีพสูง

    ทั้งนี้ ภาครัฐถูกแนะให้เร่งปรับนโยบายจากการกระตุ้นแบบวงกว้าง ไปสู่มาตรการ “3T” คือช่วยเฉพาะจุด ชั่วคราว และมุ่งปรับโครงสร้างเศรษฐกิจระยะยาว เพื่อรักษาเสถียรภาพการคลังในช่วงที่หนี้สาธารณะใกล้แตะเพดาน 70% ท่ามกลางความไม่แน่นอนที่ยังปกคลุมเศรษฐกิจโลกตลอดปีนี้

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.springnews.co.th/news/hot-issue/862981&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1z3dUw-q0EMNanOWhrNzxT

  • รัฐบาลปลื้มสงกรานต์ 2569 เงินสะพัดทั่วประเทศ สะท้อนเศรษฐกิจฐานรากฟื้นตัวต่อเนื่อง

    รัฐบาลปลื้มสงกรานต์ 2569 เงินสะพัดทั่วประเทศ สะท้อนเศรษฐกิจฐานรากฟื้นตัวต่อเนื่อง

    วันพุธ ที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2569, 11.04 น.

    รัฐบาลปลื้ม”สงกรานต์ 2569″ เงินสะพัดทั่วประเทศ กระจายรายได้ถึงชุมชน สะท้อนเศรษฐกิจฐานรากฟื้นตัวต่อเนื่อง

    15 เมษายน 2569 นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ภาพรวมการจัดงานเทศกาลสงกรานต์ปี 2569 ในทุกภูมิภาคของประเทศเป็นไปอย่างคึกคักต่อเนื่อง สะท้อนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจฐานรากจากการท่องเที่ยวและการใช้จ่ายภายในประเทศ โดยกิจกรรมที่จัดขึ้นในแต่ละพื้นที่สามารถสร้างรายได้หมุนเวียนให้กับประชาชน ผู้ประกอบการรายย่อย และธุรกิจท้องถิ่นได้อย่างเป็นรูปธรรม

    ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและภาคกลาง ซึ่งเป็นศูนย์กลางการจัดงานหลัก มีการจัดกิจกรรมมากกว่า 91 จุดทั่วกรุง โดยข้อมูล ณ วันที่ 12 เมษายน 2569 พบว่ามีผู้เข้าร่วมงานใน 6 สถานที่สำคัญรวมกว่า 558,561 คน โดย “สงกรานต์สยาม 2569” ที่สยามสแควร์ได้รับความนิยมสูงสุด มีผู้เข้าร่วมงาน 183,544 คน รองลงมาคือถนนสีลม และไอคอนสยาม สะท้อนการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวและการจับจ่ายใช้สอยในเขตเมือง ขณะเดียวกัน จังหวัดในภาคกลาง อาทิ สมุทรปราการและพระนครศรีอยุธยา ยังคงเน้นการสืบสานประเพณีควบคู่กับกิจกรรมสร้างสรรค์ ส่งผลให้รายได้กระจายสู่ชุมชนอย่างต่อเนื่อง

    ภาคตะวันออกมีความโดดเด่นจากการจัดงาน “วันไหล” ที่ขยายระยะเวลาเทศกาลออกไป โดยเฉพาะจังหวัดชลบุรีและเมืองพัทยา ที่มีการจัดกิจกรรมต่อเนื่องจนถึงปลายเดือนเมษายน ช่วยกระตุ้นการเดินทางและการใช้จ่ายในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ขณะที่จังหวัดระยองได้ใช้จุดเด่นด้านอัตลักษณ์ท้องถิ่นผ่านกิจกรรม “สงกรานต์ถนนทุเรียน” เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจและดึงดูดนักท่องเที่ยว

    ภาคเหนือยังคงรักษาเอกลักษณ์ “ปี๋ใหม่เมือง” อย่างเข้มแข็ง จังหวัดเชียงใหม่จัดงานอย่างต่อเนื่องตลอดช่วงวันที่ 6 – 17 เมษายน โดยมีนักท่องเที่ยวเข้าร่วมจำนวนมาก ขณะที่จังหวัดเชียงรายและพะเยาได้พัฒนาแนวทางการจัดงานให้ผสมผสานกิจกรรมร่วมสมัย รองรับนักท่องเที่ยวหลากหลายกลุ่ม และช่วยกระจายรายได้สู่พื้นที่โดยรอบ

    ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) มีบรรยากาศคึกคักตามอัตลักษณ์ท้องถิ่น โดยเฉพาะจังหวัดขอนแก่นกับ “ถนนข้าวเหนียว” ที่เป็นไฮไลต์สำคัญของภูมิภาค รวมถึงจังหวัดนครราชสีมาและอุดรธานีที่จัดกิจกรรมขนาดใหญ่รองรับนักท่องเที่ยว ส่งผลให้เกิดการหมุนเวียนของรายได้ในพื้นที่อย่างชัดเจน

    ภาคใต้ยังคงเป็นจุดหมายปลายทางสำคัญ โดยเฉพาะจังหวัดภูเก็ตที่คาดการณ์ว่าช่วงวันที่ 11 – 15 เมษายน จะมีนักท่องเที่ยวประมาณ 149,690 คน สร้างรายได้กว่า 4,083 ล้านบาท ขณะที่จังหวัดสงขลาและนครศรีธรรมราชยังคงบรรยากาศคึกคัก รองรับนักท่องเที่ยวจากทั้งในและต่างประเทศ ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจท้องถิ่นในวงกว้าง

    ส่วนภาคตะวันตกเน้นการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติและวัฒนธรรม อาทิ จังหวัดกาญจนบุรี ที่จัดกิจกรรมหลากหลาย ทั้งการแข่งขันเรือยาวและกิจกรรมเชิงประเพณี ควบคู่กับการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ เพื่อเพิ่มทางเลือกและสร้างรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่

    รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวเพิ่มเติมว่า แม้จะมีความท้าทายทางเศรษฐกิจในภาพรวม แต่การขับเคลื่อนการท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ ได้สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของประเทศไทยในการใช้ “วัฒนธรรม” เป็นเครื่องมือสร้างรายได้และกระจายโอกาสทางเศรษฐกิจไปสู่ทุกภูมิภาค

    “สงกรานต์ปีนี้ไม่ใช่แค่คึกคัก แต่คือรายได้ที่เกิดขึ้นจริงกับคนไทยในทุกพื้นที่ ตั้งแต่ผู้ประกอบการรายย่อยไปจนถึงภาคธุรกิจท้องถิ่น ถือเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจฐานรากที่เห็นผลได้อย่างชัดเจน” นางสาวลลิดา กล่าว

    – 006

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/politic/958693&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0snefmx2vfsK0rc4XUecnp

  • สงกรานต์เชียงใหม่คึกเฉพาะจุด ภาพรวมท่องเที่ยวซบเซา ต่างชาติวูบเหลือ 10% โรงแรมว่างพุ่ง 40% | เดลินิวส์

    สงกรานต์เชียงใหม่คึกเฉพาะจุด ภาพรวมท่องเที่ยวซบเซา ต่างชาติวูบเหลือ 10% โรงแรมว่างพุ่ง 40% | เดลินิวส์

    เมื่อวันที่ 15 เม.ย. นายศุภมิตร กิจจาพิพัฒน์ นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวเชียงใหม่ เปิดเผยว่า แม้ภาพตามแหล่งเล่นน้ำสำคัญ เช่น ถนนท่าแพ และบริเวณหน้าศูนย์การค้าเมญ่า ไลฟ์สไตล์ ชอปปิง เซ็นเตอร์ จะมีผู้คนหนาแน่น แต่เมื่อลงลึกในรายละเอียดพบว่า นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่กว่า 90% เป็นคนไทย โดยเฉพาะคนในพื้นที่และจังหวัดใกล้เคียง ส่วนนักท่องเที่ยวต่างชาติลดลงอย่างเห็นได้ชัด เหลือเพียงประมาณ 10% เท่านั้น

    ทั้งนี้ เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงสงกรานต์ปี 2568 พบว่าจำนวนนักท่องเที่ยวปีนี้ลดลงอย่างมาก โดยปัจจัยหลักมาจากภาวะเศรษฐกิจและค่าครองชีพที่สูงขึ้น ราคาน้ำมันที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง รวมถึงราคาตั๋วเครื่องบินที่สูงขึ้น ส่งผลให้ทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติชะลอการเดินทาง

    นายศุภมิตร ระบุว่า นักท่องเที่ยวไทยจำนวนไม่น้อยเลือกเดินทางกลับภูมิลำเนาแทนการท่องเที่ยว ขณะที่บางส่วนกังวลค่าใช้จ่าย โดยเฉพาะต้นทุนการเดินทางที่เพิ่มขึ้น ทำให้ต้องรัดเข็มขัดมากขึ้นในช่วงเทศกาล

    ส่วนตลาดต่างประเทศได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในต่างประเทศ ทำให้นักท่องเที่ยวเกิดความกังวลด้านความปลอดภัยและการเดินทาง ส่งผลให้ชะลอหรือยกเลิกแผนการเดินทางมายังประเทศไทย อีกทั้งยังมีข้อจำกัดด้านงบประมาณจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว

    สำหรับภาคธุรกิจโรงแรมพบว่า อัตราการเข้าพักลดลงเฉลี่ย 30-40% เมื่อเทียบกับปีก่อน ส่งผลให้รายได้ของผู้ประกอบการลดลงตามไปด้วย แม้บางพื้นที่จะมีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก แต่เป็นเพียงจุดกระจุกตัว ไม่ได้กระจายตัวทั่วทั้งจังหวัด

    ในส่วนของปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 นั้น นายศุภมิตร มองว่าไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวในช่วงสงกรานต์มากนัก เนื่องจากแนวโน้มสถานการณ์เริ่มคลี่คลายหลังเข้าสู่ช่วงเทศกาล

    อย่างไรก็ตาม ภาคเอกชนเสนอให้ภาครัฐเร่งออกมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยว โดยเฉพาะโครงการ “ไทยเที่ยวไทย” รวมถึงการจัดโปรโมชั่นร่วมกับสายการบิน เพื่อกระตุ้นตลาดนักท่องเที่ยวภายในประเทศ และเร่งเปิดตลาดนักท่องเที่ยวใหม่ทดแทนกลุ่มตะวันออกกลางและยุโรปที่หายไป

    ทั้งนี้ หลังเทศกาลสงกรานต์จะเข้าสู่ช่วงกรีนซีซั่น ซึ่งเดิมเป็นช่วงที่นักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลางนิยมเดินทางเข้ามาท่องเที่ยว แต่จากสถานการณ์ปัจจุบันทำให้ตลาดดังกล่าวหายไปอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ตลาดยุโรปยังคงชะลอตัวจากความกังวลด้านค่าใช้จ่ายและความปลอดภัย

    ผู้ประกอบการประเมินว่า การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวอาจต้องใช้เวลา โดยเฉพาะหากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศยังไม่คลี่คลาย รวมถึงราคาน้ำมันที่ยังอยู่ในระดับสูง ซึ่งอาจต้องใช้เวลาอีก 2-3 ปีจึงจะกลับสู่ภาวะปกติ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5782553/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3l7MeH9BiPruHV9pIcHWQ5

  • ททท. ปลื้ม ‘สงกรานต์ 2569’ คึกคักทั่วไทย นักท่องเที่ยวท่วมท้น เงินสะพัด 3 หมื่นล้าน

    ททท. ปลื้ม ‘สงกรานต์ 2569’ คึกคักทั่วไทย นักท่องเที่ยวท่วมท้น เงินสะพัด 3 หมื่นล้าน

    ‘ฐาปนีย์’ ผู้ว่าการ ‘ททท.’ ปลื้มสงกรานต์ไทย 2569 คึกคักทั่วประเทศ นักท่องเที่ยวชาวไทย-ต่างชาติเข้าร่วมงานท่วมท้น คาดสถานการณ์ท่องเที่ยวเทศกาลสงกรานต์ทั่วประเทศ สร้างรายได้รวมกว่า 30,350 ล้านบาท

    นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า ความสำเร็จของเทศกาลสงกรานต์ในปีนี้ สะท้อนให้เห็นถึงพลังของเสน่ห์ไทยที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกได้อย่างชัดเจน ความสำเร็จของการจัดงานเทศกาลสงกรานต์ในปีนี้ เกิดจากความร่วมมืออย่างเข้มแข็งระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชนในพื้นที่ ในการร่วมกันยกระดับเทศกาลสงกรานต์ไทยสู่ระดับสากล ภายใต้แนวคิดการท่องเที่ยวอย่างมีคุณค่า (Value-based Tourism) และการส่งเสริมเสน่ห์ไทย ผ่านมิติของวัฒนธรรม ประเพณี อาหาร และความคิดสร้างสรรค์

    โดย ททท. ขอขอบคุณพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชนทุกภาคส่วนที่มีส่วนร่วมในการจัดงานสงกรานต์ทั่วประเทศไทย ซึ่งมีกระแสตอบรับที่ดี มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติเข้าร่วมงานอย่างท่วมท้นในหลายพื้นที่ ไม่เพียงสร้างบรรยากาศแห่งความสุขและความประทับใจ แต่ยังช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจในทุกระดับ ทั้งในเมืองหลักและเมืองน่าเที่ยว ททท. จะเดินหน้าต่อยอดเทศกาลไทยสู่ระดับนานาชาติ ควบคู่กับการส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างมีคุณค่าและยั่งยืน เพื่อผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นจุดหมายปลายทางเทศกาลระดับโลก

    ทั้งนี้ ในส่วนของการจัดงานสงกรานต์ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร แต่ละพื้นที่ล้วนมีคนเข้าร่วมอย่างล้นหลาม ไม่ว่าจะเป็น ถนนสีลม สยามสแควร์ ถนนข้าวสาร รวมถึงงานที่ ททท. จัดทั้งสองงาน ได้แก่ Maha Songkran World Water Festival 2026 ณ สวนเบญจกิติ กรุงเทพฯ ซึ่งระหว่างวันที่ 11-13 เมษายน 2569 มีผู้เข้าร่วมงานแล้วถึง 108,640 คน  แบ่งเป็นนักท่องเที่ยวชาวไทย 56,368 คน และนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ 52,272 คน สะท้อนถึงความนิยมของเทศกาลสงกรานต์ไทยในระดับนานาชาติอย่างชัดเจน

    พร้อมกันนี้ยังสามารถสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนและผลกระทบทางเศรษฐกิจรวมกว่า 283.68 ล้านบาท ขณะที่งาน Saneh Art by Songkran Festival 2026 ณ สวนลุมพินี กรุงเทพฯ ได้สร้างกระแสในกลุ่มคนรุ่นใหม่ให้มาถ่ายรูปเช็กอินกับคาแรกเตอร์สุดฮิต โดยมีผู้เข้าร่วมชมแล้วกว่า 94,546 คน

    ททท. ปลื้ม ‘สงกรานต์ 2569’ คึกคักทั่วไทย นักท่องเที่ยวท่วมท้น เงินสะพัด 3 หมื่นล้าน

    สำหรับบรรยากาศการจัดงานสงกรานต์ทั่วประเทศไทย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ยังคงเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดนิยม โดยกิจกรรม “สงกรานต์เล่นน้ำกับช้าง” ซึ่งเป็นเอกลักษณ์โดดเด่นของพื้นที่ ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ สร้างสีสันและภาพจำที่สะท้อนอัตลักษณ์ความเป็นไทยได้อย่างชัดเจน ผสานความสนุกสนานกับเสน่ห์ทางวัฒนธรรมได้อย่างลงตัว

    ขณะที่บรรยากาศในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังคงคึกคักไม่แพ้กัน โดยหลายจังหวัดจัดกิจกรรมสงกรานต์ควบคู่กับประเพณีท้องถิ่น อาทิ พิธีสรงน้ำพระ การแห่ขบวนวัฒนธรรม รดน้ำดำหัว และกิจกรรมถนนสายเล่นน้ำ ซึ่งได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวจำนวนมาก สะท้อนเสน่ห์ของวิถีชีวิตและวัฒนธรรมที่อบอุ่น และเปี่ยมด้วยอัตลักษณ์ สร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวที่มีความหมาย (Meaningful Experience)

    ในส่วนของพื้นที่ภาคใต้ บรรยากาศการท่องเที่ยวขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะจังหวัดสงขลา ซึ่งด่านพรมแดนสะเดามีปริมาณนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย ส่งผลให้ในช่วงวันที่ 10–12 เมษายน 2569 มีผู้เดินทางผ่านด่านรวมกว่า 36,000 คน ขณะที่อัตราการเข้าพักเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 80% และคาดว่ามีนักท่องเที่ยวรวมกว่า 70,000 คน สร้างรายได้หมุนเวียนในพื้นที่กว่า 700 ล้านบาท

    นอกจากนี้การจัดกิจกรรมในพื้นที่ศักยภาพชายแดนใต้ อาทิ อำเภอเบตง จังหวัดยะลา และอำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส ผ่านการจัดงาน “สุข สนุก สงกรานต์ชายแดนใต้” และ งาน “SUNGAIKOLOK Midnight Songkran 2026” ยังได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ โดยเฉพาะตลาดมาเลเซียที่เดินทางเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง สะท้อนศักยภาพของเมืองชายแดนในการเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและความบันเทิงยามค่ำคืน

    ททท.คาดการณ์ ภาพรวมสถานการณ์การเดินทางท่องเที่ยวไทยในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ระหว่างวันที่ 11–15 เมษายน 2569 จะสร้างรายได้ทางการท่องเที่ยวทั่วประเทศรวมกว่า 30,350 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา สำหรับตลาดต่างประเทศ คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศไทยประมาณ 500,000 คน เพิ่มขึ้น 4% สร้างรายได้ราว 8,100 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% ขณะที่ตลาดในประเทศ คาดว่าจะมีผู้เยี่ยมเยือนชาวไทยจำนวน 5,963,000 คน-ครั้ง เพิ่มขึ้น 7% สร้างรายได้ทางการท่องเที่ยวประมาณ 22,250 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8%

    ททท. เชื่อมั่นว่า เทศกาลสงกรานต์จะเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย และเป็นกลไกสำคัญในการสร้างรายได้ กระจายโอกาสทางเศรษฐกิจ และเสริมสร้างภาพลักษณ์ประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางแห่งเทศกาลระดับโลก ที่พร้อมมอบประสบการณ์การท่องเที่ยวที่มีคุณค่าและยั่งยืนแก่ผู้มาเยือนจากทั่วโลก

    ททท. ปลื้ม ‘สงกรานต์ 2569’ คึกคักทั่วไทย นักท่องเที่ยวท่วมท้น เงินสะพัด 3 หมื่นล้าน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/business/1229669&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1lLy-ju6gZbY_7VzL8xAsd

  • หาดใหญ่ | ปิดจบสวยงาม “มิดไนท์สงกรานต์ 2569” สุดคึกคัก นทท. ทะลุ 5 แสนคน

    หาดใหญ่ | ปิดจบสวยงาม “มิดไนท์สงกรานต์ 2569” สุดคึกคัก นทท. ทะลุ 5 แสนคน

    วันนี้ 15 เมษายน 2569 ปิดฉากลงอย่างสวยงามและยิ่งใหญ่สำหรับเทศกาล “หาดใหญ่มิดไนท์สงกรานต์ 2569” ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 10-13 เมษายนที่ผ่านมา โดยบรรยากาศตลอด 4 วัน 4 คืน เต็มไปด้วยความคึกคักและรอยยิ้มของเหล่านักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ โดยเฉพาะจากประเทศเพื่อนบ้าน เช่น มาเลเซีย โดยจากการรวบรวมข้อมูลเบื้องต้น พบว่าตลอดระยะเวลาจัดงานมีจำนวนผู้เข้าร่วมงานทั้ง 4 วัน รวมกว่า 500,000 คน

    ความสำเร็จในครั้งนี้เกิดจากการประสานพลังของภาคีเครือข่ายที่เข้มแข็ง ซึ่งเทศบาลนครหาดใหญ่ ต้องขอขอบคุณพันธมิตรหลักที่ร่วมสนับสนุนอย่างเต็มกำลัง ได้แก่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สายการบินไทยแอร์เอเชีย (AirAsia) บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน) รวมถึงหน่วยงานความมั่นคง และผู้ประกอบการในพื้นที่ทุกภาคส่วน

    งานหาดใหญ่มิดไนท์สงกรานต์ 2569 ไม่เพียงแต่ช่วยฟื้นฟูบรรยากาศการท่องเที่ยวให้กลับมาคึกคัก แต่แสดงให้เห็นถึงหัวใจที่แข็งแกร่งของชาวหาดใหญ่และแสดงให้เห็นถึงความพร้อมและความร่วมแรงร่วมใจของชาวหาดใหญ่ในการพลิกฟื้นบรรยากาศการท่องเที่ยวให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ซึ่งช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนผู้ประกอบการ และพร้อมต้อนรับผู้มาเยือนอีกครั้ง

    ขอขอบคุณทุกรอยยิ้มที่มอบให้หาดใหญ่ แล้วพบกันใหม่ในปีหน้ากับ หาดใหญ่มิดไนท์สงกรานต์ 2570 อย่างแน่นอน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.hatyaifocus.com/news-detail/30733/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3_YD_Lk2_le_SAhB62C-g6

  • ส่องนโยบายเศรษฐกิจรัฐบาลอนุทิน เน้นหุ้นกลุ่มเศรษฐกิจพื้นฐาน ปากท้อง ฐานราก

    ส่องนโยบายเศรษฐกิจรัฐบาลอนุทิน เน้นหุ้นกลุ่มเศรษฐกิจพื้นฐาน ปากท้อง ฐานราก

    *** หากวิเคราะห์นโยบายทางเศรษฐกิจตามคำแถลงนโยบายรัฐบาลภูมิใจไทย หรือ “รัฐบาลอนุทิน 2” ที่มีต่อรัฐสภา ระหว่างวันที่ 9-10 เม.ย. 69 ซึ่งสะท้อนมุมมองของรัฐต่อการให้ความสำคัญกับความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาตร์ที่กำลังลุกลามไปทั่ว จากสงครามการค้าเศรษฐกิจที่เคยใช้เพียงตัวเลขสู้กัน จนขยายตัวเป็นสงครามจริงในหลายสมรภูมิ โดยเฉพาะความตึงเครียดในอ่าวอาหรับระหว่างอิสราเอล และ พันธมิตรอย่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ซึ่งส่งแรงสั่นสะเทือนมาถึงราคาพลังงานทั่วโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ 

    นโยบายรัฐบาลจึงไม่เพียงเป็นไปเพื่อสร้างเสถียรภาพทางการเมือง แต่ยังเป็นสัญญาณสำคัญที่สะท้อนถึงทิศทางเศรษฐกิจไทยในปี 2569 ที่เน้นการกระตุ้นจากฐานราก การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน และการยกระดับอุตสาหกรรมเป้าหมายอย่างชัดเจน ท่ามกลางความผันผวนจากเงินเฟ้อและปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ 

    ทั้งนี้จากการที่เจ๊เมาธ์นำบทวิเคราะห์จาก บล.เอเซีย พลัส บล.เคจีไอ และ บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ มาวิเคราะห์ โดยเฉพาะนโยบายที่มุ่งเน้นการแก้ปัญหาปากท้อง ควบคู่กับการสร้างโอกาสใหม่ๆ จนแบ่งกลุ่มหุ้นที่จะได้รับอานิสงส์เชิงบวกได้ ดังนี้

    กลุ่มแรก คือ กลุ่มโครงสร้างพื้นฐานและนิคมอุตสาหกรรม เพื่อรองรับโครงการลงทุนขนาดใหญ่จากเม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศ (FDI) โดยเฉพาะการสนับสนุนเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) จากการย้ายฐานการผลิตและการลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมใหม่ เช่น ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และเซมิคอนดักเตอร์ หุ้นเด่นที่ต้องจับตาคือ AMATA และ WHA ซึ่งมีความพร้อมด้านพื้นที่และระบบสาธารณูปโภค 

    ขณะที่กลุ่มรับเหมาก่อสร้างที่เชื่อมโยงกับโครงการภาครัฐ โดยเฉพาะบริษัทที่มีความสัมพันธ์อันดี และมีประวัติการรับงานในโครงการระดับบิ๊กโปรเจกต์อย่าง STECON และ INSET ซึ่งจะได้รับแรงหนุนจากการเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ

    กลุ่มที่สอง คือ กลุ่มการบริโภคและการท่องเที่ยว (Consumption & Tourism) ที่มุ่งเน้นการสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวตลอด 365 วัน และมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายในระดับฐานราก เช่น โครงการ “คนละครึ่งพลัส 2569” และการเติมเงินผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งส่งผลบวกต่อหุ้นกลุ่มค้าปลีกและอุปโภคบริโภคอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะหุ้นที่เข้าถึงผู้บริโภควงกว้างอย่าง CPALL, CPAXT และ CRC 

    นอกจากนี้ นโยบายสนับสนุนกลุ่มเกษตรและอาหารผ่านการลดต้นทุนขนส่งและยกระดับสู่ “ครัวโลก” ยังส่งผลบวกต่อหุ้นในกลุ่มอาหารอย่าง CPF และกลุ่มเครื่องดื่มอย่าง CBG และ ICHI ที่จะได้ประโยชน์จากต้นทุนโลจิสติกส์ ที่ต่ำลงจากการลดราคาน้ำมันดีเซลตามนโยบายรัฐ 

    ส่วนในภาคการท่องเที่ยว การยกระดับแหล่งท่องเที่ยวเดิมและสร้างแหล่งท่องเที่ยวใหม่ จะส่งผลดีต่อหุ้นกลุ่มโรงแรมและบริการอย่าง ERW, CENTEL และ MINT รวมถึงกลุ่มสนามบินอย่าง AOT ที่จะได้รับอานิสงส์จากปริมาณนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น

    กลุ่มที่สาม คือ กลุ่มการเงิน ดิจิทัล และ พลังงาน (Finance, Digital & Energy) ซึ่งเน้นช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง และการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ที่ส่งผลบวกต่อกลุ่มธนาคาร และกลุ่มเช่าซื้ออย่างมีนัยสำคัญ โดยธนาคารอย่าง KTB จะได้รับประโยชน์จากการเป็นกลไกหลักของรัฐบาล ขณะที่กลุ่มลีสซิ่งอย่าง MTC, TIDLOR และ SAWAD จะได้รับอานิสงส์จากสภาพคล่องที่ไหลเข้าสู่กลุ่มรากหญ้า เพราะการชำระหนี้ดีขึ้นและช่วยลดภาระการตั้งสำรองหนี้เสีย (NPL) 

    นอกจากนี้ นโยบายการเปลี่ยนผ่านสู่รัฐบาลดิจิทัล ยังเป็นโอกาสทองของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและสื่อสาร อย่าง ADVANC และ TRUE ขณะที่กลุ่มพลังงานและโรงไฟฟ้าอย่าง GULF และ GPSC ยังคงมีความแข็งแกร่งจากนโยบายความมั่นคงทางพลังงานและการสนับสนุนพลังงานสะอาด

    โดยสรุปแล้ว รายชื่อหุ้นเด่นที่เจ๊เมาธ์ ได้จากการรวบรวมข้อมูล ซึ่งคาดว่าจะได้รับผลเชิงบวกจากนโยบายรัฐบาลอนุทิน 2 ประกอบด้วย

    กลุ่มนิคมและรับเหมา: AMATA, WHA, STECON, INSET

    กลุ่มค้าปลีกและอาหาร: CPALL, CPAXT, CRC, CBG, ICHI, CPF

    กลุ่มการเงินและธนาคาร: KTB, BBL, KBANK, MTC, TIDLOR, SAWAD

    กลุ่มท่องเที่ยวและบริการ: AOT, ERW, CENTEL, MINT

    กลุ่มสื่อสารและเทคโนโลยี: ADVANC, TRUE, COM7

    กลุ่มพลังงาน: GULF, PTT, PTTEP, GPSC, TOP 

    อย่างไรก็ตาม แม้นโยบายของ “รัฐบาลอนุทิน 2” จะให้มุมมองที่เป็นบวกและส่งเสริมจิตวิทยาการลงทุนในตลาดหุ้นไทย แต่ประเด็นปัญหาที่มาจากปัจจัยเสี่ยงภายนอก ไม่ว่าจะเป็นความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ สภาวะสงครามตะวันออกกลางที่ยังไม่เห็นทางออก

    รวมไปถึงภาวะเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะเรื่องอัตราดอกเบี้ยและเงินเฟ้อ ยังคงมีอิทธิพลกดดันอยู่ตลอดเวลา ส่งผลให้กลยุทธ์หลักในการลงทุนที่ปลอดภัยที่สุดในจังหวะนี้ คือ การเน้นหุ้นกลุ่ม Domestic Play หรือหุ้นที่เน้นรายได้ภายในประเทศ ที่ได้รับประโยชน์จากนโยบายรัฐโดยตรง

    ก็อย่างที่เจ๊เมาธ์พูดมาตลอดว่า ในยามวิกฤต การรักษาความสามัคคี และการสนับสนุนธุรกิจของคนไทยด้วยกันเอง คือ หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้ประเทศก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปได้

    เพราะท้ายที่สุดแล้ว “หากคนไทยไม่ช่วยคนไทยด้วยกัน” ประเทศก็ยากที่จะรอดพ้นจากวิกฤต และถ้าประเทศไม่รอด…แล้วเราจะเหลืออะไร! 

    คอลัมน์เมาธ์ทุกอำเภอ โดย…เจ๊เมาธ์ ฐานเศรษฐกิจออนไลน์
     

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/blogs/columnist/speak-every-district/656555&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0ZHTa6lu5oZpamMY99nqnK

  • แม้น้ำมันแพง คนไทยรัดเข็มขัด สงกรานต์ 2569 คาดเงินสะพัด 1.29 แสนล้าน ‘ททท.’ ลุ้นยอดต่างชาติ หนุนรายได้โต 6%

    แม้น้ำมันแพง คนไทยรัดเข็มขัด สงกรานต์ 2569 คาดเงินสะพัด 1.29 แสนล้าน ‘ททท.’ ลุ้นยอดต่างชาติ หนุนรายได้โต 6%

    ม.หอการค้าไทย เผยเทศกาลสงกรานต์ 2569 เงินสะพัด 1.29 แสนล้าน หดตัวลง 3.7% หลังคนไทยชะลอใช้จ่าย เที่ยวต่างประเทศลดลง เน้นเที่ยวในจังหวัด เซ่นพิษน้ำมันแพง-ของแพง ‘ททท.’ หวังต่างชาติเที่ยวไทยทะลัก 5 แสนคน ดันเศรษฐกิจโตเพิ่ม 6%

    อุมากมล สุนทรสุรัติ ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงพฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภคในช่วง เทศกาลสงกรานต์ปีนี้ 2569 ว่า ส่วนใหญ่ 58.2% ไม่เล่นน้ำสงกรานต์ และ 41.8% เล่นน้ำสงกรานต์ โดย 56.6% เน้นเที่ยวในจังหวัดของตัวเอง 5.5% เที่ยวในประเทศ และ 4.2% กลับบ้านและวางแผนเที่ยว

    ส่วนเที่ยวต่างประเทศ 0.7% โดยคนที่วางแผนท่องเที่ยวในประเทศจะใช้จ่ายเฉลี่ย 8,056 บาท/คน ส่วนต่างประเทศเฉลี่ย 37,083 บาท/คน ส่วนใหญ่ท่องเที่ยวแถบเอเชีย ญี่ปุ่น จีน ฮ่องกง

    ส่วนแผนการใช้จ่าย คนส่วนใหญ่ 42.7% ตอบว่าใช้จ่ายเท่าเดิม 36.5% ตอบว่าใช้จ่ายลดลง ซึ่งเป็นอัตราที่เพิ่มขึ้นจากปีก่อน และ 20.8% ตอบว่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น

    “สาเหตุที่ใช้จ่ายลดลงเนื่องจากน้ำมันมีราคาแพง สินค้าและบริการราคาแพง ค่าครองชีพสูง ได้รับผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลาง มีหนี้เพิ่มขึ้น และต้องการฉลองแบบประหยัด”

    โดยคนส่วนใหญ่ 54.9% นำเงินเดือนออกมาใช้จ่าย รองลงมาคือเงินออม เงินจากผู้ปกครอง เงินกู้ และโบนัส

    ทั้งนี้ บรรยากาศของสงกรานต์ปีนี้คนส่วนใหญ่ 51.8% มองว่าสนุกสนานเหมือนเดิม แต่สัดส่วนคนที่มองว่าสนุกสนานลดลง มีอัตราเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากปีก่อนคือปรับจาก 4% เป็น 33% ส่วนที่ตอบว่าสนุกสนานมากขึ้นมีสัดส่วน 15.1 %

    ขณะที่ เจน Z กว่า 46.3% ไม่ไปเล่นน้ำ เจน Y 70% และเจน X 81% ภาพรวม 58.2% ส่วนคนที่ไปเล่นน้ำ 58%

    อย่างไรก็ตาม ผลการสำรวจชี้ว่าคนไทยมีปัญหาความกังวลในช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยปัญหาที่กังวลมากที่สุดคือ ราคาน้ำมันแพง มากถึง 95.1% ราคาสินค้าและบริการเพิ่มขึ้น การจราจรติดขัด และการลวนลามทางเพศ

    ด้านธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า สงกรานต์ปีนี้คนจะชะลอการใช้จ่าย รัดเข็มขัดมากขึ้น เนื่องจากน้ำมันแพง สินค้าแพง ซึ่งเป็นผลกระทบมาจากปัญหา สงครามในตะวันออกกลาง จะเห็นชัดเจนว่าคนใช้จ่ายลดลง ออกไปท่องเที่ยวน้อยลง

    ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ประเมินว่า สงกรานต์ปีนี้จะเงียบเหงากว่าปีก่อน คาดว่า จะมีเม็ดเงินสะพัดในระบบ 129,649 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อน 3.7% (YoY) ถือเป็นการลดลงครั้งแรกในรอบ 4 ปี นับจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน เนื่องจากน้ำมันแพงขึ้น

    ขณะที่ การสำรวจความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในเดือนมีนาคม ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคปรับตัวลดลงอยู่ในระดับสูงสุดในรอบ 6 เดือน นับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2568

    เนื่องจากผู้บริโภคมีความกังวลเกี่ยวกับภาวะสงครามระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน และราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยและค่าครองชีพของประชาชน

    ทั้งนี้ ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับเศรษฐกิจโดยรวม ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับโอกาสหางานทำโดยรวม และดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับรายได้ในอนาคตอยู่ที่ระดับ 45.5 49.8 และ 60.2 ตามลำดับ

    “ดัชนีทุกรายการยังอยู่ในระดับต่ำกว่าปกติ (ที่ระดับ 100) แสดงว่า ผู้บริโภคยังไม่มีความมั่นใจเกี่ยวกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ โอกาสในการหางานทำ และรายได้ในอนาคต เพราะมีความกังวลเกี่ยวกับภาวะสงคราม ราคาน้ำมันและค่าครองชีพที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งจะส่งผลกระทบให้เศรษฐกิจไทยและการจ้างงานมีโอกาสฟื้นตัวได้ช้าในอนาคต ทำให้รายได้ในอนาคตของผู้บริโภคมีความไม่แน่นอนสูง”

    อย่างไรก็ตาม ต้องจับตาดูตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติว่า จะเข้ามาเที่ยวไทยในช่วงสงกรานต์มากน้อยแค่ไหน โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจาก มาเลเซีย จีน และยุโรป

    ขณะที่ ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ภาพรวมการท่องเที่ยวช่วงเทศกาลสงกรานต์ ระหว่างวันที่ 11-15 เมษายน 2569 คาดว่าจะสร้างรายได้หมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจประมาณ 30,350 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา

    ในส่วนของตลาดต่างประเทศ คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาประมาณ 500,000 คน สร้างรายได้ราว 8,100 ล้านบาท

    ขณะที่ตลาดในประเทศมีการเดินทางของคนไทยประมาณ 5.96 ล้านคน-ครั้ง สร้างรายได้กว่า 22,250 ล้านบาท

    “เทศกาลสงกรานต์ยังคงเป็นแม่เหล็กเศรษฐกิจ สำคัญ ที่ช่วยกระตุ้นการเดินทางและสร้างรายได้ให้ประเทศ แม้ต้องเผชิญปัจจัยท้าทายจากภายนอกก็ตาม” ฐาปนีย์ กล่าว

    ABOUT THE PHOTOGRAPHER
    ฐานิส สุดโต

    บรรณาธิการภาพ ประจำสำนักข่าว THE STANDARD

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thestandard.co/songkran-2569-spending-tourism-economy/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3uyfqbJbf5MFN0aO18uWLK

  • ประจวบฯคึก! สงกรานต์เที่ยงวันถึงเที่ยงคืน นักท่องเที่ยวแน่น กระตุ้นเศรษฐกิจคึกคัก

    ประจวบฯคึก! สงกรานต์เที่ยงวันถึงเที่ยงคืน นักท่องเที่ยวแน่น กระตุ้นเศรษฐกิจคึกคัก

    ภูมิภาค

    ประจวบฯคึก! สงกรานต์เที่ยงวันถึงเที่ยงคืน นักท่องเที่ยวแน่น กระตุ้นเศรษฐกิจคึกคัก

    วันอังคาร ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2569, 13.45 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ประจวบคีรีขันธ์ วันที่ 13 เมษายน 2569 เทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์ จัดกิจกรรม “สงกรานต์เที่ยงวัน สุขสันต์ถึงเที่ยงคืน ครั้งที่ 3” บริเวณเวทีกลางหน้าสะพานสราญวิถี อำเภอเมือง บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีนักท่องเที่ยวและประชาชนเข้าร่วมจำนวนมาก

    นายกมล แก้วเทศ นายกเทศมนตรีเมืองประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานในพิธีเปิดงาน พร้อมด้วยนายสังคม แดงโชติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ คณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาล และหัวหน้าส่วนราชการเข้าร่วม

    นางรัชนีวรรณ พรมเล็ก ปลัดเทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า การจัดงานมุ่งเน้นการอนุรักษ์และสืบสานประเพณีสงกรานต์ควบคู่กับการส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยรณรงค์ให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวเล่นน้ำอย่างสุภาพ ปลอดภัย และเคารพสิทธิของผู้อื่น

    ภายในงานมีการแสดงดนตรีและกิจกรรมบันเทิงหลากหลาย อาทิ วง AG Combo วงแทมมะริน และการแสดงจากศิลปิน “คิง ก่อนบ่าย” รวมถึงกิจกรรมร่วมสนุกลุ้นรับของรางวัล เช่น ซองกันน้ำ สร้างสีสันให้กับบรรยากาศการท่องเที่ยวในช่วงค่ำคืน

    ทั้งนี้ การขยายเวลาจัดงานตั้งแต่ช่วงเที่ยงวันจนถึงเที่ยงคืน ช่วยเพิ่มศักยภาพด้านการท่องเที่ยว และกระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการในท้องถิ่น ทั้งร้านค้า ร้านอาหาร และธุรกิจบริการ ส่งผลให้เศรษฐกิจฐานรากมีความคึกคัก

    การจัดงานดังกล่าวยังช่วยยกระดับภาพลักษณ์ “เมืองสามอ่าว” ให้เป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและนันทนาการ พร้อมรองรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติให้มาสัมผัสเสน่ห์ของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ในช่วงเทศกาลสงกรานต์

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/region/472725&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3m9yU-ENuxxFEjqSvi6-o6

  • เปิดหน้าครั้งแรก! ไอซ์ อภิษฎา เผยโฉมสามี หล่อว้าวทั้งโซเชียล

    เปิดหน้าครั้งแรก! ไอซ์ อภิษฎา เผยโฉมสามี หล่อว้าวทั้งโซเชียล

    เปิดหน้าครั้งแรก! ไอซ์ อภิษฎา เผยโฉมสามี หล่อว้าวทั้งโซเชียล

    วันอังคาร ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2569, 15.52 น.

    กลายเป็นโมเมนต์ที่แฟนๆ พากันฮือฮาไม่น้อย เมื่อคุณแม่คนสวย “ไอซ์ อภิษฎา” เปิดเผยภาพครอบครัวสุดอบอุ่นระหว่างทริปท่องเที่ยว พร้อมหน้าพร้อมตา พ่อ แม่ ลูก เป็นครั้งแรกที่หลายคนได้เห็นใบหน้าของสามีแบบชัดๆ หลังจากก่อนหน้านี้เจ้าตัวเก็บเป็นเรื่องส่วนตัวมาโดยตลอด

    ทันทีที่ภาพถูกเผยแพร่ออกไปในโลกออนไลน์ ก็กลายเป็นกระแสพูดถึงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะลุคของ คุณพ่อที่มาพร้อมความหล่อ ทำเอาแฟนคลับต่างพากันชื่นชมไม่ขาดสาย หลายเสียงยังบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า สมกับที่เคยจินตนาการไว้ก่อนหน้านี้ไม่มีผิด

    ขณะเดียวกัน อีกหนึ่งไฮไลต์ที่ถูกจับตามองไม่แพ้กัน คือความน่ารักของลูกสาวอย่าง “น้องเลอา” ที่หลายคนทักเป็นเสียงเดียวกันว่าหน้าตาถอดแบบคุณพ่อมาอย่างกับแกะ ทำเอาแฟนคลับต่างยิ้มตามและเข้ามาคอมเมนต์ชื่นชมกันอย่างล้นหลาม

    ขอบคุณภาพจาก : @apitsada

    494.gif

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/entertain/958638&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1WvqMX1yivjHUb_1uQUnRB