Category: ท่องเที่ยว

  • How to เที่ยวญี่ปุ่น 2026 อัปเดตกฎใหม่ เที่ยวสนุก ไม่มีพลาด

    How to เที่ยวญี่ปุ่น 2026 อัปเดตกฎใหม่ เที่ยวสนุก ไม่มีพลาด

              ใครกำลังวางแผนเที่ยวญี่ปุ่น 2026 บอกเลยว่าทริปนี้ต้องเตรียมให้พร้อมกว่าเดิม รวม How to เที่ยวญี่ปุ่นแบบเข้าใจง่าย เที่ยวสนุก มือใหม่ก็ไปได้ มือโปรก็อัปเดตทริคใหม่ ๆ ได้ครบในที่เดียว

              เที่ยวญี่ปุ่น 2026 ต้องรู้อะไรบ้าง ? ทั้งเรื่องการเข้าประเทศ กฎใหม่ ๆ ภาษีท่องเที่ยว รวมถึงข้อควรรู้เล็ก ๆ ที่หลายคนอาจมองข้าม มีอะไรเปลี่ยนไปจากเดิมไหม และต้องเตรียมตัวยังไงให้ทริปไหลลื่น วันนี้รวม How to เที่ยวญี่ปุ่น ฉบับอ่านง่าย เข้าใจไว อัปเดตข้อมูลสำคัญแบบครบ ๆ เพื่อให้คุณวางแผนเที่ยวได้มั่นใจ สนุกได้เต็มที่ตั้งแต่ก่อนออกเดินทาง

    เที่ยวญี่ปุ่น 2026 ฉบับอัปเดต

    การเข้าประเทศญี่ปุ่น 2026

    คนไทยต้องขอวีซ่าไปญี่ปุ่น 2026 ไหม ?

              ในปี 2026 คนไทยยังคงเข้าญี่ปุ่นได้แบบ Visa-Free พักได้สูงสุด 15 วัน ต่อครั้ง ถ้าใครจะไปเที่ยวก็แค่เตรียม พาสปอร์ตที่มีอายุเหลือไม่ตำกว่า 6 เดือน, ตั๋วกลับ และหลักฐานทางการเงิน (บางครั้งอาจถูกถามที่ Immigration) 

             *** แนะนำใช้ Visit Japan Web ลงทะเบียนล่วงหน้า เพื่อรับ QR Code ผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองแบบ Digital แทนการกรอกกระดาษ จะช่วยประหยัดเวลาในสนามบินได้มาก

    เที่ยวญี่ปุ่น 2026 ฉบับอัปเดต

    JESTA คืออะไร ? ต้องสมัครเลยไหม ?

              JESTA (Japan Electronic System for Travel Authorization) คือระบบลงทะเบียนล่วงหน้าก่อนเดินทางเข้าประเทศญี่ปุ่น คล้ายกับระบบ ESTA ของสหรัฐฯ มีขึ้นเพื่อเพิ่มความปลอดภัยและคัดกรองผู้เดินทางก่อนเข้าประเทศ นักท่องเที่ยวบางประเทศที่ “ไม่ต้องขอวีซ่า” อาจต้องลงทะเบียนผ่านระบบนี้ก่อนบินไปญี่ปุ่นในอนาคต

              แล้วเราต้องสมัครเลยไหม ? ตอนนี้ยังอยู่ในช่วงเตรียมการและทยอยประกาศใช้ (คาดกันว่าจะเริ่มใช้จริงในปีงบประมาณ 2028 ของญี่ปุ่น การเดินทางปีนี้ยังใช้ระบบเดิม ไม่ต้องกังวล) เมื่อเปิดใช้งาน จะครอบคลุมนักท่องเที่ยวจาก 71 ประเทศที่ได้รับยกเว้นวีซ่า รวมถึงไทย โดขจะต้องกรอกข้อมูลออนไลน์และจ่ายค่าธรรมเนียม (คาดว่าประมาณ 1,500-3,000 เยน) ก่อนเดินทาง

              +++ ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ jestajapan.com

    Visit Japan Web คืออะไร ? ต้องสมัครไหม ?

              Visit Japan Web เป็นระบบเสริมของรัฐบาลญี่ปุ่น ให้กรอกข้อมูลเข้าประเทศและศุลกากรล่วงหน้าทางออนไลน์ ได้ QR Code สำหรับสแกนที่ด่านแทนการกรอกกระดาษ ปัจจุบันสนามบินหลัก 7 แห่งมีเกต Electronic Customs Declaration ที่ใช้ระบบ Face Recognition และ QR Code เข้าได้เลย รวดเร็วกว่าช่องปกติมาก

             +++ ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ Visit Japan Web

    ภาษีนักท่องเที่ยว 2026

    เที่ยวญี่ปุ่น 2026 ฉบับอัปเดต

    ภาษีขาออก 2026 ขึ้นราคาไหม

              ข้อมูลจากเว็บไซต์ mlit.go.jp โดย “ภาษีออกนอกประเทศ (International Tourist Tax) แจ้งว่ามีการปรับภาษีขาออก โดยจะเพิ่มขึ้นประมาณ 3 เท่า เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2026 เป็นต้นไป

    เที่ยวญี่ปุ่น 2026 ฉบับอัปเดต

    ภาพจาก : เว็บไซต์ mlit.go.jp

    • ก่อนวันที่ 1 กรกฎาคม 2026 : 1,000 เยน/คน (ประมาณ 250 บาท)

    • ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2026 : 3,000 เยน/คน (ประมาณ 750 บาท)

              ภาษีนี้จะถูกรวมอยู่ในราคาตั๋วเครื่องบินเรียบร้อยแล้ว ผู้เดินทางไม่ต้องจ่ายเพิ่มที่สนามบิน แต่ราคาตั๋วอาจสูงขึ้นตามอัตราใหม่ โดยจะมีผลกับผู้เดินทางเกือบทั้งหมด ยกเว้นเด็กอายุต่ำกว่า 2 ปี และผู้โดยสารที่เป็น Transit ภายใน 24 ชั่วโมง

    สัมภาระถือขึ้นเครื่อง 2026

             กระแสที่บอกว่า “ญี่ปุ่นออกกฎใหม่ จำกัดสัมภาระขึ้นเครื่อง 2 ชิ้น ไม่เกิน 10 กก.” นั้น จริง ๆ แล้ว ไม่ใช่กฎใหม่ของประเทศญี่ปุ่น แต่เป็นกฎมาตรฐานของ “สายการบิน” ที่ใช้กันมานานอยู่แล้ว เพียงแต่ช่วงหลังมีการตรวจเข้มงวดมากขึ้น โดยเฉพาะในไฟลต์ที่ผู้โดยสารเยอะหรือใกล้เต็มลำ

             โดยทั่วไป สายการบินหลักอย่าง Japan Airlines และ All Nippon Airways จะอนุญาตให้นำสัมภาระขึ้นเครื่องได้ 2 ชิ้น คือ กระเป๋าเดินทางขนาดเล็ก 1 ใบ และของใช้ส่วนตัว เช่น กระเป๋าถือหรือเป้ อีก 1 ใบ โดยน้ำหนักรวมต้องไม่เกิน 10 กิโลกรัม ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ใช้มานาน ไม่ได้เพิ่งประกาศใหม่แต่อย่างใด

             สิ่งที่เปลี่ยนไปจริง ๆ คือการ “ตรวจเข้มขึ้น” เจ้าหน้าที่สามารถเรียกชั่งน้ำหนักสัมภาระบริเวณหน้าเกตได้ หากพบว่าน้ำหนักเกินหรือจำนวนเกิน อาจต้องนำไปโหลดใต้เครื่องและเสียค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม ซึ่งอาจทำให้เสียเวลาและค่าใช้จ่ายโดยไม่จำเป็น

    ภาษีโรงแรม 2026 เก็บเท่าไหร่บ้าง

              ภาษีที่พักในญี่ปุ่น (Accommodation Tax) เป็นค่าธรรมเนียมที่แต่ละเมือง/จังหวัดกำหนดเอง โดยจะคิด “ต่อคน ต่อคืน” และอัตราจะขึ้นอยู่กับราคาห้องพักเป็นหลัก ซึ่งในปี 2026 มีหลายพื้นที่ที่เริ่มปรับหรือเตรียมจัดเก็บเพิ่มเติม ดังนี้

    เที่ยวญี่ปุ่น 2026 ฉบับอัปเดต

    ภาพจาก : Gil Meshulam / shutterstock.com

    • เกียวโต (เริ่มอัตราใหม่ 1 มีนาคม 2026) : ประมาณ 200-10,000 เยน/คน/คืน (ขึ้นอยู่กับราคาห้อง)

    • ฮอกไกโด : ประมาณ 100-500 เยน

    • กิฟุ / โทบะ : 200 เยน (อัตราเดียว)

    • ยูกาวาระ : ประมาณ 300-500 เยน

    • นาโงยา, คุมาโมโตะ และ มิยาซากิ : ได้รับอนุมัติให้เริ่มเก็บภาษีช่วงมิถุนายน 2026 แต่ยังไม่ประกาศอัตราอย่างเป็นทางการ

             *** โดยทั่วไป ที่พักราคาต่ำกว่า 6,000 เยน/คืน มักได้รับการยกเว้น หรือเสียในอัตราขั้นต่ำ

             *** ภาษีนี้คิดเฉพาะผู้เข้าพักค้างคืนเท่านั้น (Day trip ไม่เสีย) และส่วนใหญ่มักเรียกเก็บ ณ ที่พักโดยตรง หรือรวมอยู่ในค่าห้อง

    ช้อปปิ้ง และ Tax-Free

    ระบบ Tax-Free 2026

              ญี่ปุ่นเตรียมปรับระบบ Tax-Free Shopping ครั้งใหญ่ โดยจะเปลี่ยนจากระบบเดิมที่ “ลดภาษีทันทีตอนซื้อ” ไปเป็นระบบใหม่ที่ต้อง “จ่ายเต็มก่อน แล้วค่อยขอคืนภาษี (Refund)” หลังเดินทางออกประเทศ ซึ่งคาดว่าจะเริ่มใช้ประมาณช่วงเดือนพฤศจิกายน 2026 เป็นต้นไป

    เที่ยวญี่ปุ่น 2026 ฉบับอัปเดต

    ภาพจาก : slyellow / shutterstock.com

    เที่ยวญี่ปุ่น 2026 ฉบับอัปเดต

    ภาพจาก : เว็บไซต์ mlit.go.jp

    ระบบเดิม (ใช้ถึงตุลาคม 2026)

    • ลดภาษี 10% ทันทีที่หน้าร้าน เวลาซื้อของในร้านที่เข้าร่วม Tax-Free พนักงานจะคำนวณราคาที่ “หักภาษีแล้ว” ให้เลย 

    • แยกสินค้าเป็นของใช้สิ้นเปลือง / ของใช้ทั่วไป ระบบจะต้องแบ่งประเภทสินค้าอย่างชัดเจน เช่น ของใช้สิ้นเปลือง เช่น อาหาร ขนม เครื่องสำอาง และของใช้ทั่วไป เช่น เสื้อผ้า กระเป๋า อุปกรณ์ต่าง ๆ เพราะแต่ละประเภทมีกฎการใช้งาน Tax-Free ไม่เหมือนกัน

    • สินค้าของใช้สิ้นเปลืองต้องซีลถุงพิเศษ ห้ามเปิดใช้ก่อนออกจากประเทศ ใช้เพื่อยืนยันว่า “ซื้อเพื่อเอาออกนอกญี่ปุ่นจริง”

    • ซื้อแล้วจบ ไม่ต้องขอคืนภายหลัง ไม่ต้องไปทำเรื่อง Refund ที่สนามบิน และไม่ต้องยื่นเอกสารเพิ่ม

    เที่ยวญี่ปุ่น 2026 ฉบับอัปเดต

    ภาพจาก : awstoys / shutterstock.com

    ระบบใหม่ (เริ่มเดือนพฤศจิกายน 2026 เป็นต้นไป)

    • ต้องจ่ายราคาเต็มก่อนทุกครั้ง

    • ค่อยไปยื่นขอ Refund ที่สนามบิน

    • ยกเลิกการแบ่งประเภทสินค้า (ง่ายขึ้น)

    • ยกเลิกการซีลถุงสินค้า

    • ต้องเก็บใบเสร็จทุกใบ และยื่นขอคืนภายใน 90 วันหลังซื้อ

             *** โดยทั่วไป เงินจะคืนผ่าน บัตรเครดิต ประมาณ 1-2 สัปดาห์ และการโอนเงินระหว่างประเทศ: ประมาณ 2-4 สัปดาห์

             *** ระบบใหม่จะ “สะดวกขึ้นในเรื่องกฎสินค้า” แต่เพิ่มขั้นตอนตอนออกประเทศ ดังนั้นควรวางแผนเวลาเผื่อที่สนามบิน และเก็บใบเสร็จให้ครบทุกใบ

             *** ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ mlit.go.jp

    ใครมีสิทธิ์ได้ Tax-Free 2026 บ้าง

              สิทธิ์ Tax-Free ในญี่ปุ่นยังคงให้กับนักท่องเที่ยวที่มีสถานะตามที่กำหนด โดยหลักสำคัญคือ “ต้องเป็นผู้พำนักชั่วคราว” และมีเงื่อนไขการแสดงตัวตนชัดเจนเมื่อซื้อสินค้า

    • ต้องเป็นนักท่องเที่ยวสถานะ Temporary Visitor ผู้ที่สามารถใช้สิทธิ์ได้คือคนที่มีวีซ่าหรือสถานะ Temporary Visitor เท่านั้น เช่น นักท่องเที่ยวทั่วไป, ต้องพำนักอยู่ในญี่ปุ่นไม่เกิน 6 เดือน และใช้พาสปอร์ตเป็นหลักฐานยืนยันตัวตนตอนซื้อสินค้า

    • ต้องซื้อสินค้าจากร้าน Tax-Free ที่ร่วมรายการ สิทธิ์จะใช้ได้เฉพาะร้านค้าที่เข้าร่วมระบบ Tax-Free เท่านั้น

    • ต้องนำสินค้าออกจากญี่ปุ่นด้วยตัวเอง ตั้งแต่เดือนเมษายน 2025 เป็นต้นไป มีการปรับเงื่อนไขสำคัญคือ ไม่สามารถใช้ Tax-Free กับสินค้าที่ “ส่งไปรษณีย์ออกนอกประเทศ” ได้ และต้องพกสินค้าออกจากญี่ปุ่นด้วยตัวเองเท่านั้นจึงจะถือว่าใช้สิทธิ์ได้

              สรุปง่าย ๆ คือ Tax-Free ใช้ได้เฉพาะนักท่องเที่ยวระยะสั้น (ไม่เกิน 6 เดือน) ต้องซื้อจากร้านที่ร่วมรายการ ใช้พาสปอร์ตยืนยัน และต้องนำของออกนอกประเทศด้วยตัวเองเท่านั้น

    ราคา Dual Pricing สำหรับนักท่องเที่ยว

              ในช่วงหลัง หลายสถานที่ท่องเที่ยวในญี่ปุ่นเริ่มใช้ระบบ “Dual Pricing” หรือการตั้ง ราคาสองระดับ ระหว่างคนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่งกลายเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่นักเดินทางควรรู้ก่อนวางแผนเที่ยว โดยระบบนี้มักพบในแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม เช่น สวนสนุก, รีสอร์ตสกี, ศาลเจ้าและวัดบางแห่ง, ปราสาทหรือแหล่งประวัติศาสตร์ และสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตที่มีนักท่องเที่ยวหนาแน่น

    การเดินทางและชินคันเซ็น

    กฏกระเป๋าบนชินคันเซ็น 2026

              สำหรับเส้นทางชินคันเซ็นสายหลักของญี่ปุ่น เช่น Tokaido / Sanyo / Kyushu / Nishi-Kyushu Shinkansen มีการกำหนดกฎเรื่องกระเป๋าเดินทางชัดเจนมากขึ้น เพื่อความสะดวกและความปลอดภัยของผู้โดยสาร โดยเฉพาะกระเป๋าขนาดใหญ่ที่ต้องมีการจองที่นั่งล่วงหน้า

    เที่ยวญี่ปุ่น 2026 ฉบับอัปเดต

    ภาพจาก : Atiwat Witthayanurut / shutterstock.com

    • ขนาดกระเป๋าน้อยกว่า 160 เซนติเมตร วางในช่องเก็บของบนหัวได้เลย ไม่ต้องจอง

    • ขนาดกระเป๋า 160-250 เซนติเมตร ต้องจองที่นั่งแบบ Oversized Luggage Area ล่วงหน้า (ฟรี ถ้าจองก่อน)

    • ขนาดกระเป๋ามากกว่า 250 เซนติเมตร ห้ามนำขึ้น ใช้บริการส่งกระเป๋า (Takkyubin) แทน

             *** ถ้าขึ้นโดยไม่จองและมีกระเป๋าเกิน 160 เซนติเมตร โดนปรับ 1,000 เยน ที่นั่งแบบนี้มีจำนวนจำกัด ช่วง Cherry Blossom และ Golden Week จองหมดเร็วมาก

             *** ดูข้อมูลเพื่มเติมได้ที่เว็บไซต์ global.jr-central.co.jp

    JR Pass ยังคุ้มค่าอยู่ไหม

              ในปี 2026 ความคุ้มค่าของ JR Pass เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน หลังจากมีการปรับราคาครั้งใหญ่ก่อนหน้านี้ และมีแผนจะปรับขึ้นอีกประมาณในวันที่ 1 ตุลาคม 2026 โดยราคาปัจจุบัน (ก่อนปรับขึ้น) อยู่ที่ 7 วัน ¥50,000, 14 วัน ¥80,000 และ 21 วัน ¥100,000 และด้วยราคาที่เพิ่มขึ้น ทำให้ JR Pass ไม่ได้คุ้มสำหรับทุกแผนการเดินทางเหมือนในอดีต โดยเฉพาะทริปยอดนิยมอย่าง โตเกียว-เกียวโต-โอซาก้า ที่แม้จะมีการนั่งชินคันเซ็นไป-กลับ แต่เมื่อคำนวณรวมแล้ว มักพบว่าการซื้อตั๋วแยกเป็นเที่ยว ๆ จะมีค่าใช้จ่ายถูกกว่า

    เที่ยวญี่ปุ่น 2026 ฉบับอัปเดต

    ภาพจาก : fernando Monet / shutterstock.com

              อย่างไรก็ตาม JR Pass ยังคงคุ้มค่าในกรณีที่มีการเดินทางระยะไกลหลายเมือง และใช้งานรถไฟความเร็วสูงบ่อยครั้ง เช่น การเพิ่มเส้นทางไปยังฮิโรชิมา คานาซาวะ ฟุกุโอกะ หรือแม้แต่ฮอกไกโดในทริปเดียว ซึ่งจะช่วยเฉลี่ยค่าเดินทางต่อเที่ยวให้ถูกลงอย่างเห็นได้ชัด สำหรับผู้ที่วางแผนเที่ยวเป็นภูมิภาคเดียว ปัจจุบันยังมีตัวเลือกอย่าง Regional Pass ที่ตอบโจทย์และประหยัดมากกว่า เช่น JR Kansai Wide Pass หรือ JR Tokyo Wide Pass ซึ่งออกแบบมาให้เหมาะกับการเดินทางเฉพาะโซน

    บัตร IC (Suica/Pasmo) ยังใช้ได้ไหม

              ตั้งแต่วันที่ 14 มีนาคม 2026 JR East ได้ปรับขึ้นค่าโดยสารรถไฟในโตเกียว เช่น สาย Yamanote Line จากเดิม ¥150 เป็น ¥160 ต่อเที่ยว แม้ราคาจะขยับขึ้นเล็กน้อย แต่เมื่อเทียบกับความสะดวกและความครอบคลุมของระบบขนส่ง ก็ยังถือว่าคุ้มค่าสำหรับนักท่องเที่ยว

    เที่ยวญี่ปุ่น 2026 ฉบับอัปเดต

    ภาพจาก : Terence Toh Chin Eng / shutterstock.com

              ในส่วนของบัตรโดยสาร บัตร IC อย่าง Suica และ PASMO ยังคงใช้งานได้ตามปกติ และค่าโดยสารจะถูกกว่าการซื้อตั๋วกระดาษเล็กน้อย แนะนำให้เติมเงินติดไว้ จะช่วยให้เดินทางได้สะดวกและรวดเร็วมากขึ้น

             *** ตอนนี้สามารถเพิ่ม Suica เข้า Apple Wallet หรือ Google Pay ได้แล้ว

    เกร็ดอื่น ๆ ที่น่าสนใจ
    เที่ยวญี่ปุ่น 2026

    พาวเวอร์แบงก์ไปญี่ปุ่น 2026

              ญี่ปุ่นออกกฎใหม่เกี่ยวกับพาวเวอร์แบงก์บนเครื่องบิน (มีผล 24 เมษายน 2026) ซึ่งถือว่าเข้มงวดขึ้นอย่างชัดเจน โดยเฉพาะเรื่อง “ความปลอดภัยจากแบตเตอรี่ลิเธียม”

    เที่ยวญี่ปุ่น 2026 ฉบับอัปเดต

    • ห้ามโหลดใต้เครื่อง (Checked baggage) พาวเวอร์แบงก์ต้องใส่ในกระเป๋าถือขึ้นเครื่องเท่านั้น ห้ามใส่กระเป๋าโหลดเด็ดขาด

    • จำกัดจำนวน ไม่เกิน 2 ก้อน/คน และแต่ละก้อนต้องมีความจุไม่เกิน 160Wh

    • ห้ามใช้บนเครื่องบิน ได้แก่ ห้ามใช้พาวเวอร์แบงก์ชาร์จมือถือ, ห้ามเสียบชาร์จพาวเวอร์แบงก์กับปลั๊กบนเครื่อง

    • ต้องเก็บไว้ใกล้ตัว ไม่ควรเก็บในช่องเหนือศีรษะ เพื่อให้ตรวจสอบได้ง่ายหากเกิดปัญหา

    โดรนถ่ายภาพยังทำได้ไหม

              ในปี 2026 ญี่ปุ่นได้เดินหน้าปรับกฎหมายโดรนให้เข้มงวดขึ้น โดยเฉพาะการ ขยายพื้นที่ No-Fly Zone ครอบคลุมพื้นที่สำคัญมากขึ้น เช่น สถานที่สำคัญของรัฐและโครงสร้างพื้นฐาน, พื้นที่จัดงานหรือมีคนจำนวนมาก, เขตเมืองและย่านที่อยู่อาศัยหนาแน่น โดยมีการเสนอให้ขยายรัศมีพื้นที่ห้ามบินจากเดิมประมาณ 300 เมตร เป็นสูงสุดถึง 1 กิโลเมตรรอบสถานที่สำคัญ และในบางพื้นที่ (โดยเฉพาะเมืองใหญ่หรือแลนด์มาร์กดัง) แทบ ไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวบินโดรนเลย เนื่องจากติดข้อจำกัดด้านความปลอดภัยและกฎหมายท้องถิ่น

    เช่า Airbnb ในญี่ปุ่นยังได้ไหม มีเรื่องอะไรที่ควรระวัง

              ในปี 2026 การจองที่พักในญี่ปุ่น โดยเฉพาะแบบ Short-term Rental เช่น Airbnb ต้องระมัดระวังมากขึ้น เนื่องจากมีการบังคับใช้กฎหมายเข้มงวดขึ้นอย่างต่อเนื่อง กฎหมายหลักคือ Minpaku Law ซึ่งกำหนดให้ที่พักต้องจดทะเบียนกับภาครัฐ และสามารถปล่อยเช่าได้ไม่เกิน 180 วันต่อปี หากไม่ปฏิบัติตามถือว่าผิดกฎหมาย และมีโอกาสถูกสั่งปิดทันที

    เที่ยวญี่ปุ่น 2026 ฉบับอัปเดต

    ภาพจาก : POM POM / shutterstock.com

              ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับนักท่องเที่ยวคือ การถูกยกเลิกการจองแบบกะทันหัน หากที่พักถูกตรวจพบว่าไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ดังนั้นเพื่อความปลอดภัย แนะนำให้เลือกพักโรงแรม เกสต์เฮาส์ หรือที่พักที่มีเลขทะเบียนชัดเจน ซึ่งเป็นตัวเลือกที่มั่นใจกว่า

    ไปญี่ปุ่นยังต้องพกเงินสดอยู่ไหม

              ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ญี่ปุ่นพัฒนาระบบชำระเงินแบบ Cashless อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ เช่น โตเกียวหรือโอซาก้า ปัจจุบันร้านค้า โรงแรม และระบบขนส่งส่วนใหญ่รองรับบัตรเครดิต/เดบิต รวมถึง QR Payment อย่าง PayPay และบัตร IC อย่าง Suica ทำให้การใช้จ่ายสะดวกขึ้นมากสำหรับนักท่องเที่ยว

    เที่ยวญี่ปุ่น 2026 ฉบับอัปเดต

              อย่างไรก็ตาม “เงินสด” ยังคงมีบทบาทสำคัญ โดยเฉพาะในพื้นที่ชนบท ร้านอาหารขนาดเล็ก หรือสถานที่อย่างวัดและศาลเจ้า ที่บางแห่งยังรับเฉพาะเงินสด ดังนั้นแนะนำให้พกเงินสดติดตัวประมาณ ¥10,000-20,000 ไว้เสมอ เพื่อความสะดวกและไม่พลาดการใช้จ่ายในจุดที่ไม่รองรับระบบดิจิทัล

    ซิมการ์ด หรือ eSIM 2026 ใช้อะไรดี

              ในปี 2026 การใช้อินเทอร์เน็ตสำหรับนักท่องเที่ยวในญี่ปุ่นเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน โดย eSIM กลายเป็นตัวเลือกยอดนิยมอันดับต้น ๆ เพราะสะดวกมาก ไม่ต้องรอซื้อหรือรับของที่สนามบิน เพียงดาวน์โหลดแพ็กเกจและเปิดใช้งานก่อนเดินทาง ก็สามารถใช้งานได้ทันทีเมื่อถึงญี่ปุ่น

    เที่ยวญี่ปุ่น 2026 ฉบับอัปเดต

    • eSIM เหมาะกับสมาร์ตโฟนรุ่นใหม่ สะดวกที่สุดในตอนนี้ ราคาเริ่มต้นประมาณ $1/วันขึ้นไป และสามารถเปิดใช้งานได้ทันทีหลังตั้งค่า

    • Pocket WiFi เหมาะสำหรับการเดินทางเป็นกลุ่ม เพราะสามารถแชร์อินเทอร์เน็ตได้หลายอุปกรณ์ แต่ต้องพกเครื่องและชาร์จแบตเพิ่ม

    • SIM Card ท้องถิ่น สามารถหาซื้อได้ที่สนามบินหรือร้านสะดวกซื้อ ราคาไม่สูงมาก แต่ส่วนใหญ่เป็นแพ็กเกจเน็ตอย่างเดียว ไม่มีเบอร์โทรสำหรับโทรออก

    คำนวณค่าใช้จ่ายเที่ยวญี่ปุ่น 2026

              โดยรวมญี่ปุ่นยังคงเป็นจุดหมายที่ “เที่ยวคุ้ม” เมื่อเทียบกับหลายประเทศในยุโรป โดยเฉพาะจากค่าเงินเยนที่ยังอ่อน แต่ก็มีค่าใช้จ่ายใหม่หลายรายการที่ถูกปรับเพิ่มและควรวางแผนล่วงหน้า เช่น ภาษีออกนอกประเทศที่เพิ่มจาก ¥1,000 เป็น ¥3,000 ต่อคน (เริ่มเดือนกรกฎาคม 2026), ภาษีที่พักในเกี่ยวโต ที่ขยายเพดานสูงขึ้นตามระดับโรงแรม, รวมถึงค่าโดยสารรถไฟของ JR East อย่างสาย Yamanote Line ที่ขยับขึ้นเล็กน้อย และค่าเข้าชมปราสาทฮิเมจิที่ปรับเพิ่มสำหรับนักท่องเที่ยว

    เที่ยวญี่ปุ่น 2026 ฉบับอัปเดต

              อย่างไรก็ตาม ผลกระทบของค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นจะเห็นชัดในกรณีที่พักหรูหรือเดินทางหลายเมือง แต่สำหรับทริปทั่วไปประมาณ 7-10 วัน ค่าใช้จ่ายรวมมักเพิ่มขึ้นเพียงหลักพันบาทเท่านั้น เมื่อเทียบกับประสบการณ์ที่ได้รับแล้ว ญี่ปุ่นยังถือว่าเป็นประเทศที่เดินทางได้คุ้มค่า เพียงแค่วางแผนงบประมาณล่วงหน้า ก็สามารถเที่ยวได้อย่างสบายใจและไม่เกินงบได้

              ญี่ปุ่นปี 2026 ยังน่าเที่ยวไม่เปลี่ยน แค่รู้กฎใหม่และวางแผนให้ดี เตรียมตัวให้พร้อม แล้วออกไปเก็บทุกโมเมนต์ให้คุ้มที่สุด ทริปนี้…สนุกได้แบบไม่มีสะดุดแน่นอน ^ ^ 

    หมายเหตุ : ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงกรุณาตรวจสอบอีกครั้ง

    บทความ เที่ยวญี่ปุ่น ที่เที่ยวญี่ปุ่น เที่ยวต่างประเทศ อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

    ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก : เว็บไซต์ jestajapan.com, เว็บไซต์ Visit Japan Webเว็บไซต์ mlit.go.jpเว็บไซต์ livejapan.comเว็บไซต์ kyoto.travelเว็บไซต์ japan.travelเว็บไซต์ global.jr-central.co.jp, เว็บไซต์ japan-experience.com, เว็บไซต์ jal.co.jp, เว็บไซต์ ossportal.dips.mlit.go.jp, เว็บไซต์ mlit.go.jp, เว็บไซต์ jal.co.jp, เว็บไซต์ 

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://travel.kapook.com/view300488.html&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw29t80EGFs8Hxc-4W79-Nl_

  • รีวิวโรงแรมราคาหลักร้อย กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์

    รีวิวโรงแรมราคาหลักร้อย กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์

    TrueID

    Follow us

    TrueID Line Official

    Copyright © True Digital Group Company Limited.
    All rights reserved

    TrueID APP

    Unbox Yourself with TrueID

    ทรูไอดี โลกความสุขในทุกตัวตนของคุณ

    Download on App StoreDownload on Google Play StoreDownload on Huawei AppGallery

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://travel.trueid.net/detail/ZaV35eXg5pxJ&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3lcgyp-zpvgxlkFEpLFjWV

  • DSI สรุปสำนวนส่งพนักงานอัยการ เสนอความเห็นควรฟ้องบริษัทนอมินีต่างชาติ ตั้งเพื่อซื้อขายที่ดินในจังหวัดท่องเที่ยวภาคใต้

    DSI สรุปสำนวนส่งพนักงานอัยการ เสนอความเห็นควรฟ้องบริษัทนอมินีต่างชาติ ตั้งเพื่อซื้อขายที่ดินในจังหวัดท่องเที่ยวภาคใต้

    DSI สรุปสำนวนส่งพนักงานอัยการ เสนอความเห็นควรฟ้องบริษัทนอมินีต่างชาติ

    ตั้งเพื่อซื้อขายที่ดินในจังหวัดท่องเที่ยวภาคใต้


                วันนี้ (วันพุธที่ 22 เมษายน 2569) คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ กองคดีความมั่นคง ได้นำสำนวนการสอบสวนคดีพิเศษ พร้อมตัวผู้ต้องหา ส่งพนักงานอัยการ สำนักงานคดีพิเศษ สำนักงานอัยการสูงสุดดำเนินการพิจารณา จำนวน 2 คดี ประกอบด้วย

                1. คดีพิเศษที่ 7/2567 กรณี กล่าวหาว่า บริษัท วิลล่า อันดามัน จำกัด กับพวก รวม 31 ราย กระทำความผิดฐาน “เป็นคนต่างด้าวร่วมกันประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต เป็นคนต่างด้าวร่วมกันยินยอมให้ผู้มีสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่มิใช่คนต่างด้าวช่วยเหลือสนับสนุนในการกระทำความผิดเพื่อให้คนต่างด้าวประกอบธุรกิจโดยหลีกเลี่ยงหรือฝ่าฝืนบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้ และเป็นกรรมการรู้เห็นเป็นใจกับการกระทำความผิดของนิติบุคคล” ตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 ประกอบประมวลกฎหมาย โดยส่งสำนวนการสอบสวนคดีพร้อมผู้ต้องหา รวมจำนวน 28 ราย  และพร้อมผู้ต้องหาอีก 3 ราย ซึ่งเป็นกลุ่มบุคคลและนิติบุคคลที่มีการกระทำความผิดเกี่ยวเนื่องเกี่ยวพันกัน จึงขอแยกส่งสำนวนการสอบสวนคดีพิเศษในภายหลัง เมื่อได้รับผลการตรวจสอบประวัติผู้ต้องหาครบถ้วนแล้ว 

                2. คดีพิเศษที่ 8/2567 กรณี กล่าวหาว่า บริษัท สมุย ร็อคเก็ท จำกัด กับพวก รวม 7 ราย กระทำความผิดฐาน “เป็นคนต่างด้าวร่วมกันประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต เป็นคนต่างด้าวร่วมกันยินยอมให้ผู้มีสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่มิใช่คนต่างด้าวช่วยเหลือสนับสนุนในการกระทำความผิดเพื่อให้คนต่างด้าวประกอบธุรกิจ โดยหลีกเลี่ยงหรือฝ่าฝืนบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้ และเป็นกรรมการ รู้เห็นเป็นใจกับการกระทำความผิดของนิติบุคคล” ตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา 

                คดีดังกล่าวสืบเนื่องมาจาก กองคดีความมั่นคง มีการสืบสวนสอบสวนคดีพิเศษที่ 7/2561 กรณีมีบริษัทที่ปรึกษากฎหมายสำนักงานตั้งอยู่ในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี และจังหวัดภูเก็ต โดยมีนายมาคัส (สงวนนามสกุล) สัญชาติอังกฤษ และนายพอล (สงวนนามสกุล) สัญชาติสหรัฐอเมริกา เป็นผู้บริหาร มีพฤติการณ์จัดให้ลูกจ้าง ซึ่งเป็นคนไทยเป็นตัวแทนอำพราง ก่อตั้งบริษัท ซันนี่ ชอร์ส พร๊อพเพอร์ตี้ จำกัด แล้วนำบริษัทดังกล่าวเข้าไปถือครองหุ้นในบริษัทต่าง ๆ ในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี และจังหวัดภูเก็ต ในฐานะสัดส่วนของผู้ถือหุ้นที่เป็นสัญชาติไทย เพื่อประกอบธุรกิจการค้าที่ดินให้กับชาวต่างชาติ และเมื่อมีชาวต่างชาติเข้ามาซื้อที่ดินของบริษัทเหล่านั้นถือครองอยู่ก็จะดำเนินการจำหน่ายหรือขายหุ้นของตนเองหรือปิดบริษัทเดิม เพื่อให้ลูกค้าซึ่งเป็นชาวต่างชาติเข้ามายึดถือและครอบครองต่อไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dsi.go.th/en/Detail/a31b47d528562eeb4668b32cfa1f3637&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0UC4kVlliIgyGb5gtvtbqC

  • บวงสรวง “ปราสาทตาควาย” สดุดีทหารกล้า จ่อพัฒนาสถานที่ท่องเที่ยวประวัติศาสตร์ความมั่นคง

    บวงสรวง “ปราสาทตาควาย” สดุดีทหารกล้า จ่อพัฒนาสถานที่ท่องเที่ยวประวัติศาสตร์ความมั่นคง

    วันนี้ (22 เม.ย.2569) พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม และ น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมว.วัฒนธรรม พร้อมส่วนราชการและฝ่ายความมั่นคง ร่วมพิธีบวงสรวงปราสาทตาควาย บ้านไทยนิยมพัฒนา ต.บักได อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ รวมถึงวางพวงมาลาหน้าอนุสาวรีย์พิทักษ์ไทย เพื่อสดุดีทหารไทยที่เสียชีวิตจากการสู้รบระหว่างไทยและกัมพูชา เมื่อปี 2554 และไว้อาลัยแด่ทหารไทยที่เสียชีวิตจากการสู้รบเมื่อปี 2568

    บวงสรวง “ปราสาทตาควาย” สดุดีทหารกล้า จ่อพัฒนาสถานที่ท่องเที่ยวประวัติศาตร์ความมั่นคง

    บวงสรวง “ปราสาทตาควาย” สดุดีทหารกล้า จ่อพัฒนาสถานที่ท่องเที่ยวประวัติศาตร์ความมั่นคง

    ภายในงานมีประชาขนในพื้นที่ รวมถึงครอบครัวของทหารที่เสียชีวิตจากปฎิบัติการยึดปราสาทตาควาย และเนิน 350 มาร่วมงาน เพื่อระลึกถึงความเสียสละของทหารไทยทุกคนที่ปฎิบัติหน้าที่รักษาอธิปไตย

    บวงสรวง “ปราสาทตาควาย” สดุดีทหารกล้า จ่อพัฒนาสถานที่ท่องเที่ยวประวัติศาตร์ความมั่นคง

    บวงสรวง “ปราสาทตาควาย” สดุดีทหารกล้า จ่อพัฒนาสถานที่ท่องเที่ยวประวัติศาตร์ความมั่นคง

    รมว.กลาโหม กล่าวว่า พิธีบวงสรวงปราสาทตาควาย และสดุดีทหารหาญ จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี แต่หลังการสู้รบในห้วงที่ผ่านมา ไทยสามารถควบคุมพื้นที่ปราสาทตาควายและเนิน 350 ได้ทั้งหมด และมีการสถาปนาพื้นที่อธิปไตยของไทย

    บวงสรวง “ปราสาทตาควาย” สดุดีทหารกล้า จ่อพัฒนาสถานที่ท่องเที่ยวประวัติศาตร์ความมั่นคง

    บวงสรวง “ปราสาทตาควาย” สดุดีทหารกล้า จ่อพัฒนาสถานที่ท่องเที่ยวประวัติศาตร์ความมั่นคง

    รมว.กลาโหม กล่าวอีกว่า ขณะนี้หารือกับกระทรวงวัฒนธรรม เพื่อเตรียมบูรณะและซ่อมแซมปราสาทตาควาย ที่ได้รับความเสียหายจากการสู้รบ โดยสำรวจพื้นที่และโครงสร้างตัวปราสาทที่เสียหายเบื้องต้นแล้ว จากนั้นจะเสนองบประมาณเพื่อบูรณะซ่อมแซมในปี 2570 โดยจะเข้าดำเนินการร่วมกับฝ่ายความมั่นคง เพื่อความปลอดภัย รวมถึงการพัฒนาการท่องเที่ยว ปราสาทตาควายและเนิน 350 ให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวประวัติศาตร์ด้านความมั่นคง ซึ่งยังอยู่ระหว่างการจัดระเบียบ และกำหนดเวลาในการเปิดให้นักท่องเที่ยวขึ้นไปเที่ยวชม เพื่อความปลอดภัย

    บวงสรวง “ปราสาทตาควาย” สดุดีทหารกล้า จ่อพัฒนาสถานที่ท่องเที่ยวประวัติศาตร์ความมั่นคง

    บวงสรวง “ปราสาทตาควาย” สดุดีทหารกล้า จ่อพัฒนาสถานที่ท่องเที่ยวประวัติศาตร์ความมั่นคง

    อ่านข่าว :

    “ทรัมป์” หิวแสง? สื่อวิจารณ์ยับปั่นโซเชียล เสี่ยงพังดีลนิวเคลียร์อิหร่าน

    ศร.ขีดเส้น 15 วัน ให้ผู้เชี่ยวชาญทำความเห็นถึงศาล กรณีบัตรเลือกตั้งบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ด

    ขบวนการลักขุดทอง จุดไฟ-ยิงขู่ จนท.ไฟป่าทองผาภูมิวิกฤต ลามไปเขาแหลม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipbs.or.th/news/content/504937&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3VwdWJvhDWXyIMtTDFNCvJ

  • สุรินทร์บวงสรวง “ปราสาทตาควาย” รำลึกวีรชนชายแดน รัฐหนุนท่องเที่ยวประวัติศาสตร์

    สุรินทร์บวงสรวง “ปราสาทตาควาย” รำลึกวีรชนชายแดน รัฐหนุนท่องเที่ยวประวัติศาสตร์

    ภูมิภาค

    สุรินทร์บวงสรวง “ปราสาทตาควาย” รำลึกวีรชนชายแดน รัฐหนุนท่องเที่ยวประวัติศาสตร์

    วันพุธ ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2569, 21.12 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    จังหวัดสุรินทร์จัดพิธีบวงสรวง “ปราสาทตาควาย” และวางพวงมาลา ณ อนุสาวรีย์พิทักษ์ไทย เพื่อรำลึกถึงวีรชนผู้กล้าที่ปกป้องอธิปไตยของประเทศ พร้อมเดินหน้าส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และประวัติศาสตร์ชายแดน

    เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2569 องค์การบริหารส่วนตำบลบักได อำเภอพนมดงรัก จัดพิธีบวงสรวงบริเวณด้านหน้าปราสาทตาควาย โดยมีนายจำเริญ แหวนเพชร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ เป็นประธาน นำหัวหน้าส่วนราชการและประชาชนร่วมพิธี พร้อมการรำบวงสรวงและการแสดงสดุดีวีรชน โดยมีนางรำจากพื้นที่เข้าร่วมกว่า 400 คน

    การจัดพิธีครั้งนี้นับเป็นการฟื้นกิจกรรมอีกครั้ง หลังจากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่คลี่คลายลง โดยชุมชนได้กลับมาจัดงานตามประเพณี เพื่อแสดงความเคารพต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์และรำลึกถึงผู้เสียสละ

    ต่อมา พลโทอดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมด้วย ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ ร่วมพิธีถวายภัตตาหารเพล ทำบุญอุทิศส่วนกุศลแด่วีรชน และวางพวงมาลา ณ อนุสาวรีย์พิทักษ์ไทย ท่ามกลางทหารผ่านศึกและประชาชนจำนวนมาก รวมถึงบุคคลที่เป็นที่รู้จักในพื้นที่เข้าร่วมพิธี

    พลโทอดุลย์ ระบุว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้เพื่อรำลึกถึงวีรกรรมของทหารผู้ปฏิบัติหน้าที่ พร้อมยืนยันความพร้อมในการดูแลอธิปไตยของประเทศ และเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่ เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการเดินทางและคุณภาพชีวิตของประชาชน

    ด้านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า ปราสาทตาควายเป็นโบราณสถานสำคัญที่สะท้อนคุณค่าทางประวัติศาสตร์และศิลปกรรมของภูมิภาค รัฐบาลให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์และฟื้นฟู โดยยึดหลักความปลอดภัยควบคู่กับการรักษาคุณค่าดั้งเดิม พร้อมผลักดันให้เป็นแหล่งเรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอย่างยั่งยืน

    ภายหลังเสร็จสิ้นพิธี คณะได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม กลุ่มปราสาทตาเมือนธม บริเวณแนวชายแดนไทย–กัมพูชา เพื่อประเมินศักยภาพการพัฒนาและการอนุรักษ์ในระยะต่อไป

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/region/473560&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3BTSPqYXzcNczB-Lef721b

  • ประกาศเปิดการท่องเที่ยว อุทยานแห่งชาติเอราวัณ หลังสถานการณ์ไฟป่า-หมอกควันคลี่คลาย

    ประกาศเปิดการท่องเที่ยว อุทยานแห่งชาติเอราวัณ หลังสถานการณ์ไฟป่า-หมอกควันคลี่คลาย

    อุทยานแห่งชาติเอราวัณ ประกาศกลับมา “เปิดการท่องเที่ยวและพักแรม” แล้ว หลังสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควันคลี่คลาย จนอยู่ในระดับที่ปลอดภัยและเข้าสู่ภาวะปกติ ตั้งแต่วันที่ 22 เม.ย. เป็นต้นไป

    วันที่ 22 เมษายน 2569 นายพิพัฒน์ ฉิมพลี หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเอราวัณ เปิดเผยว่า ตามที่อุทยานแห่งชาติเอราวัณได้มีประกาศลงวันที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2569 เรื่อง ปิดการท่องเที่ยวและพักแรมในอุทยานแห่งชาติเอราวัณเป็นการชั่วคราว เนื่องจากได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควัน ซึ่งส่งผลให้มีฝุ่นละอองสะสม (PM 2.5) สูงถึง 42.9 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งเกินเกณฑ์มาตรฐานและส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน นักท่องเที่ยว และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานนั้น

    ล่าสุด อุทยานแห่งชาติเอราวัณได้ติดตามและประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พบว่าในภาพรวมสถานการณ์ไฟป่าในพื้นที่อุทยานแห่งชาติเอราวัณได้คลี่คลายลง จนอยู่ในระดับที่ปลอดภัยและเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว ทั้งนี้ เพื่อเป็นการป้องกันมิให้เกิดผลกระทบและสร้างความเสียหายต่อธุรกิจการท่องเที่ยวของประชาชนรอบพื้นที่อุทยานแห่งชาติ รวมถึงเพื่อขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจในท้องถิ่น อาศัยอำนาจตามมาตรา 25 และมาตรา 35 (4) แห่งพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 อุทยานแห่งชาติเอราวัณจึงขอประกาศเปิดการท่องเที่ยวและพักแรมในอุทยานแห่งชาติเอราวัณ ตั้งแต่วันที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2569 เป็นต้นไป

    ทั้งนี้ นักท่องเที่ยวที่สนใจเดินทางมาพักผ่อนและสัมผัสความสวยงามของน้ำตกเอราวัณ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ที่ทำการอุทยานแห่งชาติเอราวัณ โทรศัพท์ 034-574-222 หรือติดตามข้อมูลข่าวสารผ่านทางเพจเฟซบุ๊กอุทยานแห่งชาติเอราวัณ Erawan National Park ตลอด 24 ชั่วโมง

    ขอบคุณข้อมูลจาก เฟซบุ๊ก กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/local/2928228&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2L7JF_kyw5a7AdtQ7fdDvD

  • เจาะ Green Solutions for Hotels กลไกพลิกโฉมโรงแรมไทยสู่ความยั่งยืน

    เจาะ Green Solutions for Hotels กลไกพลิกโฉมโรงแรมไทยสู่ความยั่งยืน

    อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและโรงแรมของไทยกำลังก้าวเข้าสู่หัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญ เมื่อกติกาโลกและการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียวไม่ใช่เพียงทางเลือก แต่เป็น “ทางรอด” ของธุรกิจ จากข้อมูล พบว่า โรงแรมในไทยปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงกว่าค่าเฉลี่ยของโลกถึง 3-4 เท่า ทำให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ร่วมกับ กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (กรม สส.) การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และธนาคารพาณิชย์ 9 แห่ง เปิดตัวโครงการ “Financing the Transition: Green Solutions for Hotels” เพื่อขับเคลื่อนระบบนิเวศการท่องเที่ยวไทยให้ก้าวสู่มาตรฐานสากลอย่างเป็นรูปธรรม

    จากแรงกดดันสู่โอกาส ทำไมโรงแรมไทยต้องปรับตัว?

    ปัจจุบันธุรกิจโรงแรมไทยต้องเผชิญกับแรงกดดันรอบด้าน โดยเฉพาะพฤติกรรมผู้บริโภค ซึ่งผลสำรวจ พบว่า นักท่องเที่ยวทั่วโลกกว่า 84% ต้องการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ ยังมีกฎเกณฑ์ทางการค้าระหว่างประเทศ เช่น สหภาพยุโรปที่จะเริ่มบังคับใช้มาตรฐานความยั่งยืนอย่างเข้มข้นในปี 2571 ซึ่งจะกระทบต่อโรงแรมที่อยู่ในห่วงโซ่อุปทานหรือทำการตลาดผ่านแพลตฟอร์มต่างชาติ

    การปรับตัวในครั้งนี้จึงมุ่งเน้นไปที่การลดต้นทุนและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยมีแนวคิดว่า “การทำ Green คือการลดต้นทุนและทำให้แข่งได้” เนื่องจากเทคโนโลยีประหยัดพลังงานในปัจจุบันมีความพร้อมและสามารถคืนทุนได้ในตัวเอง

    เจาะ Green Solutions for Hotels กลไกพลิกโฉมโรงแรมไทยสู่ความยั่งยืน

    กลไก “Total Solution” เจาะลึก 4 ขั้นตอนสู่ความยั่งยืน

    โครงการนี้ถูกออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหา “ความไม่รู้” ของผู้ประกอบการ ผ่านแนวคิด “รู้-วัด-ลด-ยกระดับ” ซึ่งเป็นการสนับสนุนแบบครบวงจรที่มากกว่าแค่การให้สินเชื่อ

    1.รู้ : การตระหนักรู้และเทคโนโลยี สนับสนุนองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีที่เหมาะสมสำหรับโรงแรมแต่ละขนาด โดยความร่วมมือจากสมาคมบริษัทจัดการพลังงานไทย (ESCO) เพื่อให้ผู้ประกอบการเข้าใจว่าควรเริ่มปรับตัวจากจุดไหน เช่น การเปลี่ยนระบบปรับอากาศ หรือการใช้ Heat Pump

    2.วัด: การประเมินสถานะตนเอง สนับสนุนการใช้เครื่องมือ CF-Hotels ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มฟรีในการคำนวณคาร์บอนฟุตพริ้นท์ เพื่อให้โรงแรมรู้ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของตนเอง และใช้ข้อมูลนี้ในการวางแผนลดการปล่อยก๊าซหรือประกอบการขอสินเชื่อ

    3.ลด: แหล่งเงินทุนและเงื่อนไขพิเศษ ธนาคารพาณิชย์ 9 แห่ง ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่มีเงื่อนไขจูงใจ เช่น อัตราดอกเบี้ยพิเศษช่วงแรก (ประมาณ 3.5-5%) และมีกลไก “Credit Boost” จาก บสย. เพื่อช่วยค้ำประกันสินเชื่อสำหรับผู้ที่มีหลักประกันจำกัด

    4.ยกระดับ: มาตรฐานการรับรองสากล การผลักดันให้โรงแรมได้รับมาตรฐาน Green Hotel Plus โดยกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ซึ่งสอดคล้องกับมาตรฐานสากล GSTC และมาตรฐาน EDGE (Excellence in Design for Greater Efficiencies) สำหรับอาคารสีเขียวที่รับรองโดย IFC

    เงื่อนไขและจุดเด่นของแต่ละธนาคาร

    ภายใต้โครงการ “Financing the Transition: Green Solutions for Hotels” ธนาคารพาณิชย์ทั้ง 9 แห่ง ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่มีเงื่อนไขพิเศษเพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการโรงแรมในการปรับตัวสู่ความยั่งยืน 

    1.ธนาคารกรุงเทพ: นำเสนอ “สินเชื่อบัวหลวงเพื่อการเปลี่ยนผ่านสู่โรงแรมสีเขียว” เน้นสนับสนุน 3 กิจกรรมหลัก คือ การลดก๊าซเรือนกระจก (เช่น เปลี่ยนบอยเลอร์เป็นฮีทปั๊ม), การปรับตัวในพื้นที่ขาดแคลนน้ำหรือเสี่ยงภัยพิบัติ และการจัดการขยะ

    2.ธนาคารกรุงไทย: สินเชื่อ “กรุงไทยเพื่อการท่องเที่ยวและธุรกิจต่อเนื่อง Green for Hotel” ให้วงเงินสูงสุด 1.25 เท่าของราคาประเมิน ระยะเวลากู้สูงสุด 12 ปี โดยอัตราดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมจะลดหย่อนตามระดับการปรับตัว (3 ระดับ: ลงทุน, วัดค่าก๊าซ, และมีใบรับรอง)

    3.ธนาคารกรุงศรีอยุธยา: สินเชื่อธุรกิจโรงแรมเพื่อความยั่งยืน ให้อัตราดอกเบี้ยคงที่ 3.5-5% ใน 2 ปีแรก วงเงินสูงสุด 150 ล้านบาท นานสูงสุด 10 ปี พร้อมสิทธิ์ใช้แพลตฟอร์ม “SET Carbon” ฟรี 1 ปี (จำนวนจำกัด)

    4.ธนาคารกสิกรไทย: “Green Hotel Solution” ให้เงินกู้สูงสุด 100% ของมูลค่าการลงทุน ดอกเบี้ย 2 ปีแรก 3.5-5% และมีอัตราพิเศษสูงสุดถึง MLR -1.25% นาน 5 ปี สำหรับผู้ที่ใช้แพลตฟอร์มคำนวณคาร์บอนควบคู่ไปด้วย

    5.ธนาคารเกียรตินาคินภัทร: ใช้แนวคิด “ยิ่งลดคาร์บอนได้มาก ดอกเบี้ยยิ่งลดลง” โดยแบ่งระดับโรงแรมตามปริมาณการปล่อยคาร์บอนต่อตารางเมตร (Tier C ถึง A+) และมีทีมวิศวกรให้คำแนะนำเชิงลึกภายในธนาคาร

    6.ธนาคารทหารไทยธนชาต: ให้วงเงิน 100% ของโครงการ ดอกเบี้ย 2 ปีแรก 3.5-5% ครอบคลุมทั้งการปรับปรุงอาคาร, พลังงานหมุนเวียน, การจัดการน้ำ/ขยะ และสินเชื่อรถยนต์ไฟฟ้า (EV) สำหรับโรงแรม

    7.ธนาคารไทยพาณิชย์: เน้น “Total Solution” สนับสนุนทั้งการสร้างอาคารใหม่ที่มีประสิทธิภาพสูงและการปรับปรุงอาคารเดิม โดยมีสินเชื่อเชื่อมโยงเป้าหมายความยั่งยืน (SLL) ที่ให้ผลประโยชน์ตอบแทนเมื่อบรรลุเป้าหมาย GSTC หรือ Green Hotel Plus

    8.ธนาคารยูโอบี: มีความโดดเด่นที่สินเชื่อสำหรับ SMEs วงเงินไม่เกิน 5 ล้านบาท “ไม่ต้องใช้หลักประกัน” ผ่อนนาน 5 ปี และหากโรงแรมได้มาตรฐาน Green Hotel Plus จะได้รับส่วนลดดอกเบี้ยเพิ่มอีก 0.25% จากอัตราเริ่มต้น 3.5%

    9.ธนาคารไอซีบีซี (ไทย): สนับสนุนทั้ง SME และธุรกิจขนาดใหญ่ ดอกเบี้ยเริ่มต้นประมาณ 3.5-5% ใน 2 ปีแรก ระยะเวลากู้สูงสุด 10 ปี เน้นการลงทุนในระบบโซลาร์เซลล์ การบำบัดน้ำเสีย และอาคารสีเขียว

    เจาะ Green Solutions for Hotels กลไกพลิกโฉมโรงแรมไทยสู่ความยั่งยืน

    ต่อยอดโครงการ “Financing the Transition”

    โครงการนี้เป็นการขยายผลจากโครงการ “Financing the Transition” เฟสแรกที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง โดย ณ สิ้นปี 2568 ได้ปล่อยสินเชื่อไปแล้วกว่า 163,000 ล้านบาท ให้แก่ธุรกิจกว่า 700 ราย สำหรับเฟสใหม่ที่เน้นกลุ่มโรงแรมนี้ ธปท. มุ่งหวังให้เกิดผลสัมฤทธิ์ที่จับต้องได้มากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่ม SMEs ที่ยังขาดความพร้อม

    การเปลี่ยนผ่านสู่ “โรงแรมสีเขียว” ไม่จำเป็นต้องเริ่มด้วยการลงทุนมหาศาลเสมอไป แต่สามารถเริ่มจาก “Energy Efficiency” หรือการเพิ่มประสิทธิภาพพลังงานซึ่งเปรียบเสมือนพลังงานขั้นต้นที่ถูกที่สุด 

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/business/741322&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0B30VLzyJ3W0Ah41yADGaD

  • เดินหน้า “Colors of EEC” ดันการท่องเที่ยวเชิงอาหาร 3 จังหวัดภาคตะวันออก

    เดินหน้า “Colors of EEC” ดันการท่องเที่ยวเชิงอาหาร 3 จังหวัดภาคตะวันออก

    ภูมิภาค

    เดินหน้า “Colors of EEC” ดันการท่องเที่ยวเชิงอาหาร 3 จังหวัดภาคตะวันออก

    วันพุธ ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2569, 20.01 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    นางอำไพ ศักดานุกูลจิต สไลวินสกี้ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดชลบุรี เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการและคณะทำงานดำเนินโครงการส่งเสริมและประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวและบริการ กิจกรรมหลัก “สีสันอีอีซี” หรือ Colors of EEC โดยมี นายธนศร ดอกเดื่อ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดระยอง, นางปวีณวรรณ นิลกำแหง ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดฉะเชิงเทรา, นายดำรงค์เกียรติ พินิจการ รองนายกเมืองพัทยา, นางเยาวลักษณ์ เครือคำขาว ประชาสัมพันธ์จังหวัดชลบุรี, นางสาวคนึง ไข่ลือนาม วัฒนธรรมจังหวัดชลบุรี พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง วันนี้(21 เมษายน 2569) เวลา 13.30 น. ที่ห้องประชุมทัพพระยา 401 ศาลาว่าการเมืองพัทยา อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี

    การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อขับเคลื่อนกิจกรรมย่อย “เทศกาลสีสันอีอีซี เทศกาลอาหารและสินค้าชุมชน” ซึ่งมุ่งส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอาหาร หรือ Gastronomy Tourism Destination และการท่องเที่ยวโดยชุมชน ในพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออก 1 ประกอบด้วย จังหวัดฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง

    ที่ประชุมได้รับทราบคำสั่งกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออก 1 ที่แต่งตั้งคณะอนุกรรมการและคณะทำงานดำเนินโครงการดังกล่าว พร้อมรายงานความคืบหน้าในการเตรียมการจัดงาน ซึ่งเป็นการประชุมครั้งแรก จึงไม่มีการรับรองรายงานการประชุมครั้งที่ผ่านมา

    นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้ร่วมพิจารณารูปแบบการดำเนินโครงการ โดยเน้นการนำเสนออัตลักษณ์ด้านอาหารท้องถิ่น สินค้าชุมชน วัฒนธรรม และเสน่ห์ของแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ กระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยว และเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการชุมชนได้ประชาสัมพันธ์สินค้าและบริการสู่กลุ่มนักท่องเที่ยวมากยิ่งขึ้น

    โครงการ “Colors of EEC” ถือเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการยกระดับภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออก 1 ให้เป็นจุดหมายปลายทางด้านอาหารและวัฒนธรรมชุมชน เชื่อมโยงการท่องเที่ยวเมืองหลักและเมืองรอง พร้อมสนับสนุนเศรษฐกิจฐานรากให้เติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/region/473548&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1Cd8G9fO9w6wAv3Gd4QHhA

  • ก.ท่องเที่ยวฯ จ่อชง ครม.ยกเลิก “ฟรีวีซ่า 60 วัน” หวังคัดกรองนักท่องเที่ยวคุณภาพ

    ก.ท่องเที่ยวฯ จ่อชง ครม.ยกเลิก “ฟรีวีซ่า 60 วัน” หวังคัดกรองนักท่องเที่ยวคุณภาพ

    เผยแพร่:   ปรับปรุง:

    นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยถึงการแก้ปัญหานักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาพำนักในไทยแล้วสร้างปัญหาว่า กระทรวงการต่างประเทศ ฝ่ายความมั่นคงต่างๆ และกระทรวงท่องเที่ยวฯ จะมีกลไกพิจารณาในเรื่องความเหมาะสมของวีซ่า โดยจากที่ได้ทดลองใช้มาตรการฟรีวีซ่า 60 วัน มาระยะหนึ่ง ทุกภาคส่วนก็ได้มีการพูดคุยกันว่าจะปรับอย่างไรเพื่อลดปัญหาของนักท่องเที่ยวที่ไม่พึงประสงค์

    ทั้งนี้ ในเบื้องต้นได้มีการพูดคุยเรื่องการยกเลิกมาตรการผ่อนผันวีซ่า 60 วัน (ฟรีวีซ่า) ทั้งหมดทุกประเทศ โดยไม่ได้เลือกปฏิบัติกับประเทศใดประเทศหนึ่ง และให้กลับไปทบทวนและใช้เกณฑ์วีซ่าของแต่ละประเทศตามเดิม หรือนำเสนอรูปแบบวีซ่าใหม่ที่เหมาะสมกับแต่ละประเทศต่อไป ซึ่งเป็นกลไกเบื้องต้นในการคัดกรองนักท่องเที่ยว

    นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า กระทรวงการต่างประเทศ ได้มีการหารือประชุมเรียบร้อยแล้ว และคาดว่าจะนำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในเร็ว ๆ นี้ เนื่องจากเป็นมติ ครม. เดิม การจะเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขใด ๆ จึงต้องผ่านความเห็นชอบจาก ครม.

    ส่วนมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยว Quick Win ที่จะเสนอเข้าครม. จะมีวาระใดบ้างนั้น นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า รัฐบาลจะสนับสนุนการท่องเที่ยวภายในประเทศมากขึ้น ทั้งกลไกมาตรการเรื่องการยกเว้นภาษี ที่จะมาช่วยการท่องเที่ยวในประเทศมากขึ้น รวมถึงการสนับสนุนของภาครัฐในการท่องเที่ยวในประเทศมากขึ้น ทั้งนี้ เพื่อเป็นการลดผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจโลก และค่าใช้จ่ายในการเดินทางที่สูงขึ้น รวมถึงก็อาจมีการนำมาตรการส่งเสริมที่เคยประสบความสำเร็จในช่วงโควิด-19 กลับมาปรับใช้อีกก็ได้

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://sondhitalk.com/detail/9690000038089&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3WKTC2qVM4VqfD_Td2Jt2D

  • หัวหินขับเคลื่อนเมืองอารยสถาปัตย์ ยกระดับท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวล-เมืองสุขภาพ

    หัวหินขับเคลื่อนเมืองอารยสถาปัตย์ ยกระดับท่องเที่ยวเพื่อคนทั้งมวล-เมืองสุขภาพ

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/regional/news/142931&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2SFgHCqbjmBnCfhBWLLjyI