Category: ท่องเที่ยว

  • ท่องเที่ยวกัมพูชาดิ่ง นทท. ลดฮวบ 38.4% หลังเหตุปะทะชายแดน

    ท่องเที่ยวกัมพูชาดิ่ง นทท. ลดฮวบ 38.4% หลังเหตุปะทะชายแดน

    กระทรวงท่องเที่ยวกัมพูชาเผย สถิติท่องเที่ยวดิ่ง นักท่องเที่ยวลดฮวบ 38.4% ขณะที่นักท่องเที่ยวไทยลดฮวบ เดือน ส.ค. เหลือ 1.6 หมื่นคน หลังเหตุปะทะชายแดน

    สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา กระทรวงการท่องเที่ยวกัมพูชา ได้เผยแพร่รายงานสถิติด้านการท่องเที่ยวในเดือนสิงหาคม 2568 ซึ่งเป็นช่วงหลังเกิดเหตุปะทะบริเวณชายแดนระหว่างไทยและกัมพูชา

    จากข้อมูล พบว่า จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในกัมพูชาเมื่อเดือนสิงหาคม อยู่ที่ 338,351 คน ลดลงถึง 38.4% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปี 2567 ซึ่งสาเหตุหลักมาจากจำนวนนักท่องเที่ยวไทยที่หายไป

    รายการเข้มข่าวค่ำ
    ท่องเที่ยวกัมพูชาดิ่ง นทท. ลดฮวบ 38.4% หลังเหตุปะทะชายแดน

    หากพิจารณาจากนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมดที่เดินทางมายังกัมพูชาในเดือนสิงหาคม จะพบว่า ชาวจีนมีสัดส่วนมากที่สุด ด้วยจำนวน 97,456 คน เพิ่มขึ้น 30.2% เมื่อเทียบกับเดือนสิงหาคมปีก่อน

    อันดับ 2 คือ นักท่องเที่ยวเวียดนาม มาเยือนกัมพูชา 93,857 คน ลดลงจากเดือนเดียวกันของปีก่อน 15.5% ซึ่งน่าจะเกิดจากปัจจัยเรื่องกำลังในการใช้จ่ายที่ลดลง รวมถึงสถานการณ์ความไม่แน่นอนจากความขัดแย้งตามแนวชายแดน

    ส่วนนักท่องเที่ยวไทย ซึ่งเคยเป็นแหล่งรายได้หลักของภาคการท่องเที่ยวกัมพูชา สัดส่วนลดลงไปอยู่อันดับ 3 ด้วยจำนวนเพียง 16,137 คน ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่ลดลงอย่างฮวบฮาบ เทียบกับสถิติเดิม เกือบ 2 แสนคน เมื่อปีก่อน

    แน่นอนว่าปัจจัยหลักมาจากสถานการณ์ความขัดแย้งบริเวณชายแดน ส่งผลให้มีการยกเลิกเที่ยวบิน และการจองโรงแรม ซึ่งกระทบหนักต่อการท่องเที่ยว ธุรกิจบริการและค้าปลีกใกล้พื้นที่ชายแดน

    หากดูในภาพรวมการท่องเที่ยวช่วง 8 เดือนแรกของปี 2568 กัมพูชาต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติรวมกว่า 4 ล้านคน ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน 5.6%

    แต่สัดส่วนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มากที่สุดในช่วง 8 เดือนแรก ยังคงเป็นไทย อยู่ที่ 962,462 คน แต่ก็ถือว่าลดลงจาก 8 เดือนแรกของปีก่อนหน้าถึง 28%

    อันดับ 2 คือ เวียดนาม 808,471 คน และอันดับ 3 คือ จีน มีนักท่องเที่ยวมาเยือน 784,965 คน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนถึง 45.7% ซึ่งสะท้อนว่าจีนกำลังจะมีบทบาทสำคัญในการต่อชีวิตเศรษฐกิจกัมพูชา ที่พึ่งพาการท่องเที่ยวเป็นหลัก

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/news/%25E0%25B8%2595%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%259B%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25B0%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%2597%25E0%25B8%25A8/258697&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3E6mT6QvrkRTXdSTrCKwqh

  • ยิ่งใหญ่เหนือกาลเวลา ! อียิปต์เปิดสุสานฟาโรห์อเมนโฮเทปที่ 3 สู่สายตาโลกครั้งแรก

    ยิ่งใหญ่เหนือกาลเวลา ! อียิปต์เปิดสุสานฟาโรห์อเมนโฮเทปที่ 3 สู่สายตาโลกครั้งแรก

    ครั้งแรก ! อียิปต์เปิดให้ชมสุสานกษัตริย์ฟาโรห์อเมนโฮเทปที่ 3 เก่าแก่กว่า 3,000 ปี

              อียิปต์เปิดสุสานฟาโรห์อเมนโฮเทปที่ 3 อายุเก่าแก่กว่า 3,000 ปี ให้ประชาชนทั่วไปเข้าชมเป็นครั้งแรก ความยิ่งใหญ่แห่งอารยธรรมโบราณกลับมามีชีวิตอีกครั้งกลางหุบผากษัตริย์

    อียิปต์เปิดสุสานฟาโรห์อเมนโฮเทปที่ 3 อายุเก่าแก่ 3,000 ปี สู่สายตาโลกครั้งแรก

    อียิปต์เปิดสุสานฟาโรห์อเมนโฮเทปที่ 3 อายุเก่าแก่ 3,000 ปี สู่สายตาโลกครั้งแรก

              สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า นักท่องเที่ยวได้เข้าเยี่ยมชมสุสานของฟาโรห์อเมนโฮเทปที่ 3 (Amenhotep III) แห่งยุคอาณาจักรใหม่ (New Kingdom) ในหุบผากษัตริย์ (Valley of the Kings) บนฝั่งตะวันตก  (West Bank) ของเมืองลักซอร์ ประเทศอียิปต์ หลังจากเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (4 ตุลาคม 2568) กระทรวงการท่องเที่ยวและโบราณวัตถุของอียิปต์ได้เปิดสุสานดังกล่าวให้นักท่องเที่ยวเข้าชมอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรก หลังใช้เวลากว่ากว่าสองทศวรรษในการบูรณะ

    อียิปต์เปิดสุสานฟาโรห์อเมนโฮเทปที่ 3 อายุเก่าแก่ 3,000 ปี สู่สายตาโลกครั้งแรก

    อียิปต์เปิดสุสานฟาโรห์อเมนโฮเทปที่ 3 อายุเก่าแก่ 3,000 ปี สู่สายตาโลกครั้งแรก

    อียิปต์เปิดสุสานฟาโรห์อเมนโฮเทปที่ 3 อายุเก่าแก่ 3,000 ปี สู่สายตาโลกครั้งแรก

              สุสานแห่งนี้เป็นของฟาโรห์อเมนโฮเทปที่ 3 กษัตริย์ผู้ปกครองอียิปต์โบราณเมื่อกว่า 3,500 ปีก่อน ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันตกของหุบผากษัตริย์ ซึ่งเป็นสุสานหลวงอันโด่งดังของอียิปต์ หน่วยงานด้านโบราณวัตถุของอียิปต์ระบุว่า สุสานแห่งนี้ถูกค้นพบครั้งแรกในปี ค.ศ. 1799 (พ.ศ. 2342) ก่อนจะถูกปล้นทรัพย์สินไปจำนวนมาก หนึ่งในนั้นคือโลงศพหินโบราณ (sarcophagus)

    อียิปต์เปิดสุสานฟาโรห์อเมนโฮเทปที่ 3 อายุเก่าแก่ 3,000 ปี สู่สายตาโลกครั้งแรก

    อียิปต์เปิดสุสานฟาโรห์อเมนโฮเทปที่ 3 อายุเก่าแก่ 3,000 ปี สู่สายตาโลกครั้งแรก

    อียิปต์เปิดสุสานฟาโรห์อเมนโฮเทปที่ 3 อายุเก่าแก่ 3,000 ปี สู่สายตาโลกครั้งแรก

    หมายเหตุ : บันทึกภาพวันที่ 4 ตุลาคม 2568

    ข้อมูลจาก : XINHUA

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://travel.kapook.com/view295556.html&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2QvlD5mK9u2Vc4Hzm1J3xr

  • กทม. เตรียมพร้อมรับมือ 3 สถานการณ์น้ำรุกเมือง น้ำเหนือหลาก น้ำทะเลหนุน และฝนตกหนัก

    กทม. เตรียมพร้อมรับมือ 3 สถานการณ์น้ำรุกเมือง น้ำเหนือหลาก น้ำทะเลหนุน และฝนตกหนัก

    วันนี้, 14:36น.

              ความพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำเหนือ น้ำหนุน และน้ำฝนของกรุงเทพมหานครนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นำสื่อมวลชนลงเรือสำรวจการเตรียมความพร้อมบริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยา จากท่าเรือส่วนการท่องเที่ยว สำนักงานวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว สำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว ใต้สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า เขตพระนคร ตรวจชุมชนนอกแนวบริเวณชุมชนท่าวัง แนวเรียงกระสอบทรายท่าราชวรดิษฐ์ งานปรับปรุงแนวรั่วซึมบริเวณโรงเรียนราชินี เขตพระนคร งานเสริมผนังกั้นน้ำบริเวณกรมอู่ทหารเรือ เขตบางกอกใหญ่ การก่อสร้างเขื่อนแนวฟันหลอบริเวณข้างวัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร แนวเรียงกระสอบทรายแนวฟันหลอบริเวณ อู่เรือกัปตัน เขตบางกอกน้อย

     

               ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าวว่า แม้ว่าสถานการณ์ในตอนนี้แม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว กรุงเทพมหานครได้ติดตามสถานการณ์และประสานข้อมูลร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กรมชลประทาน ศูนย์อำนวยการน้ำแห่งชาติ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ อย่างต่อเนื่อง เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์น้ำ ที่อาจส่งผลให้เกิดน้ำท่วมในบางพื้นที่ของกรุงเทพมหานครได้

              ทั้งนี้ สำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร แจ้งสภาวะระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณกองบัญชาการกองทัพเรือ (กรุงเทพมหานคร) และพื้นที่ใกล้เคียงในช่วงวันที่ 9-12 ตุลาคม 2568 เป็นช่วงที่ระดับน้ำทะเลหนุนสูง ฐานน้ำทะเล ระดับ +1.18 ถึง +1.20 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง ม.(รทก.) จะส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะพื้นที่กรุงเทพมหานครบริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำตามแนวริมแม่น้ำเจ้าพระยา และแนวเขื่อนชั่วคราว หรือแนวฟันหลอ ที่ยังไม่มีแนวป้องกันน้ำท่วมถาวร ทั้งนี้ระดับน้ำดังกล่าว ยังไม่ส่งผลกระทบต่อแนวป้องกันน้ำท่วมของกรุงเทพมหานคร

              สถานการณ์ฝนในเดือนตุลาคมนี้ ช่วงวันที่ 6-8 ตุลาคม 2568 จะมีฝนตกเพิ่มขึ้น จากอิทธิพลหย่อมความกดอากาศต่ำ ที่อ่อนกำลังลงจากพายุ “แมตโม” ช่วงวันที่ 9-14 ตุลาคม 2568 มีฝนกระจาย และฝนตกหนักบางแห่ง กรุงเทพมหานครและปริมณฑล เนื่องจากร่องมรสุมจะเลื่อนลงมาพาดผ่านบริเวณดังกล่าวต้องระวังฝนตกหนัก และฝนตกสะสม โดยเฉพาะพื้นที่ท้ายเขื่อนเจ้าพระยา และลุ่มน้ำต่างๆ อาจมีระดับสูงขึ้น ช่วงวันที่ 15-20 ตุลาคม 2568 และช่วงแรก ๆ โดยภาพรวมถือว่ายังปกติถึงแม้ว่าช่วงกลางเดือนจะมีฝนตกที่ไม่ใช่พายุ ระดับแม่น้ำเจ้าพระยายังคงไม่ถึงภาวะวิกฤต  

    • วาง 2 มาตรการรับมือน้ำเหนือ-น้ำหนุน คู่ 3 มาตรการรับมือน้ำฝน

              กรุงเทพมหานครได้วางมาตรการรับมือน้ำให้กับประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ใน 2 มาตรการ เตรียมความพร้อมรับสถานการณ์น้ำเหนือ-น้ำหนุน ประกอบด้วย 1. ตรวจสอบแนวป้องกันน้ำท่วมริมแม่น้ำเจ้าพระยา และเฝ้าระวังจุดเสี่ยงน้ำท่วม 2. การเตรียมความพร้อมเจ้าหน้าที่ให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ และ 3 มาตรการพร้อมรับสถานการณ์น้ำฝน ประกอบด้วย 1. ลดระดับน้ำรองรับสถานการณ์ฝน 2. เตรียมความพร้อมระบบระบายน้ำ 3. เตรียมความพร้อมอุปกรณ์และเจ้าหน้าที่

    • แนวป้องกันน้ำท่วมริมแม่น้ำเจ้าพระยา คลองบางกอกน้อย และคลองมหาสวัสดิ์

              กรุงเทพมหานครดำเนินการตรวจสอบพร้อมติดตามความมั่นคงปลอดภัยของคันกั้นน้ำริมแม่น้ำเจ้าพระยา    ซึ่งเป็นเส้นทางหลักในการระบายน้ำจากพื้นที่เหนือกรุงเทพมหานคร ลงสู่อ่าวไทย การบริหารจัดการน้ำเหนือที่ไหลลงมา  มีผลโดยตรงต่อระดับน้ำในกรุงเทพมหานคร นอกจากนี้เมื่อเกิดน้ำทะเลหนุนสูง ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาจะสูงขึ้นด้วย เพื่อป้องกันปัญหาน้ำท่วมเนื่องจากน้ำหลากจากแม่น้ำเจ้าพระยาไหลเข้าท่วมพื้นที่ กรุงเทพมหานครจึงก่อสร้างแนวป้องกันน้ำท่วมริมแม่น้ำเจ้าพระยา คลองบางกอกน้อย คลองมหาสวัสดิ์ คลองชักพระ และคลองพระโขนง มีความยาวริมตลิ่งประมาณ 88 กิโลเมตร ซึ่งแบ่งเป็นแนวป้องกันตนเองของเอกชนหรือหน่วยงานอื่น ความยาวประมาณ 3.65 กิโลเมตร แนวฟันหลอ 4.35 กิโลเมตร และเป็นแนวป้องกันน้ำท่วมของกรุงเทพมหานคร ซึ่งก่อสร้างโดยสำนักการระบายน้ำ ความยาวประมาณ 80 กิโลเมตร มีระดับความสูงดังนี้

    – ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ช่วงสะพานพระราม 7 ถึงสะพานกรุงธนบุรี ความสูง +3.50 ม.(รทก.)

    – ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ช่วงสะพานกรุงธนบุรีถึงสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า ความสูง +3.25 ม.(รทก.)

    – ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ช่วงสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้าถึงสะพานพุทธฯ ความสูง +3.00 ม.(รทก.)

    – ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ช่วงสะพานพุทธฯ ถึงบางนา ความสูง +2.80 ม.(รทก.)

    – ริมคลองบางกอกน้อยและคลองมหาสวัสดิ์ ความสูง +3.00 ม.(รทก.)

    • เรียงกระสอบทราย เสริมเครื่องสูบน้ำ สร้างสะพานไม้ เฝ้าระวังชุมชนนอกแนวคันกันน้ำ

              กรุงเทพมหานคร โดยสำนักการระบายน้ำ ดำเนินการตรวจสอบแนวป้องกันน้ำท่วมตลอดช่วงฤดูฝนและช่วงน้ำเหนือ น้ำหนุน เฝ้าระวังจุดเสี่ยงเช่น แนวฟันหลอ ปัจจุบันได้ดำเนินการแก้ไขจุดฟันหลอแล้วเสร็จ 22 จุด (จากจำนวนทั้งหมด 32 จุด) คงเหลือแนวฟันหลอ 10 จุด ความยาว 1.18 กม. และเรียงกระสอบทรายในจุดฟันหลอที่ยังไม่แล้วเสร็จและช่องเปิดท่าเรือ (ประมาณ +2.40 ถึง +2.70 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง) เพื่อต้านทานแรงดันของมวลน้ำ การเรียงกระสอบทรายประจำปี 2568 ดำเนินการแล้วเสร็จตามแผน 75 จุด ความยาว 3,222 ม. ใช้กระสอบทรายทั้งสิ้น 198,700 ใบ ใช้ทราย 1,656 ลบ.ม. นอกจากนี้ ยังมีการใช้มาตรการเสริมเพื่อเพิ่มความมั่นใจ ได้แก่ การติดตั้งเครื่องสูบน้ำแบบเคลื่อนที่ และการเตรียมพร้อมของเครื่องจักรกลในบริเวณใกล้เคียง เพื่อสูบน้ำฝนหรือน้ำที่อาจรั่วซึมผ่านแนวป้องกันชั่วคราวออกสู่ระบบระบายน้ำหลัก พร้อมทั้งจัดชุดเจ้าหน้าที่ เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำตลอด 24 ชั่วโมง

    #กรุงเทพมหานคร

    #รับมือน้ำเหนือ

    #น้ำท่วม68

    ข่าวทั้งหมด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.js100.com/en/site/news/view/155293&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0pq4TeQGkiyAfa4DyWG5gg

  • เจ๋ง! กรุงเทพฯ อันดับ 1 เมืองที่ดีที่สุดในโลกสำหรับคน Gen Z

    เจ๋ง! กรุงเทพฯ อันดับ 1 เมืองที่ดีที่สุดในโลกสำหรับคน Gen Z

    นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย  (ททท.) เปิดเผยว่า นิตยสาร Time Out ประกาศผลสำรวจว่า กรุงเทพมหานคร ครองอันดับ 1 เมืองที่ดีที่สุดในโลก สำหรับคนรุ่น Gen Z จากเสียงของคนอายุต่ำกว่า 30 ปี กว่า 18,500 คนทั่วโลก 

    นั่นไม่ใช่เพียง “รางวัลแห่งความภาคภูมิใจ” ของคนไทย แต่คือ “สัญญาณแห่งอนาคต” ที่บอกกับโลกว่าประเทศไทยกำลังเติบโตในใจของคนรุ่นใหม่ทั่วโลก

    นี่คือช่วงเวลาที่คนรุ่นใหม่จากทุกมุมโลกมองเห็นประเทศไทย ไม่เพียงเป็นจุดหมายปลายทางของการพักผ่อน แต่คือ “พื้นที่ของการใช้ชีวิตอย่างมีความหมาย”  พื้นที่ที่พวกเขารู้สึกเป็นตัวของตัวเองได้อย่างแท้จริง

    ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์

    กรุงเทพฯ เมืองที่คนรุ่นใหม่เลือก เพราะเข้าใจ “จิตวิญญาณของอิสรภาพ”

    ผลสำรวจของ Time Out ไม่ได้เกิดจากภาพลักษณ์ที่สร้างขึ้นด้วยคำโฆษณา แต่เกิดจาก “ประสบการณ์จริง” ของคนรุ่นใหม่ที่ใช้ชีวิตอยู่ในกรุงเทพฯ
    พวกเขามองเห็นความหลากหลายที่อยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืน

    จากสตรีทฟู้ดริมทางสู่รูฟท็อปบาร์ระดับโลกจากความเก่าแก่ของวัดวาอารามสู่ความร่วมสมัยของคาเฟ่และคอนเทนต์สเปซ จากวิถีดั้งเดิมสู่จิตวิญญาณของการสร้างสรรค์

    กรุงเทพฯ คือเมืองที่ไม่ตัดสินใคร แต่เปิดรับทุกความต่างอย่างมีศิลปะและนั่นคือสิ่งที่คนรุ่นใหม่ให้คุณค่า อิสรภาพในการเป็นตัวเองโดยไม่ต้องขอโทษใคร

    Soft Power ของไทย คือพลังที่ “ไม่ต้องสร้างเพิ่ม” แต่ “ต้องสื่อสารให้โลกเห็น”

    อันดับ 1 ครั้งนี้ยืนยันว่า “เสน่ห์ของไทย” ไม่ได้เกิดจากสิ่งใหม่ที่เราพยายามสร้างขึ้น แต่เกิดจากสิ่งที่เรามีอยู่แล้ว รอยยิ้ม วัฒนธรรม ความมีน้ำใจ ความคิดสร้างสรรค์ และการใช้ชีวิตอย่างมีสมดุล

    สิ่งเหล่านี้คือ Soft Power ที่ฝังอยู่ใน DNA ของคนไทย
    หน้าที่ของ ททท. จึงไม่ใช่การสร้างสิ่งใหม่เพื่อแข่งขัน แต่คือการ “ถอดรหัสสิ่งที่เป็นไทย” แล้วสื่อสารออกไปในแบบที่คนรุ่นใหม่ทั่วโลกเข้าใจและอยากเข้ามามีส่วนร่วม

    เรากำลังผลักดันแนวทาง Value-Based Tourism จากการขายจำนวน มาสู่การขายคุณค่า จากการท่องเที่ยวเพื่อพักผ่อน มาสู่การท่องเที่ยวเพื่อเติบโต ทั้งทางจิตใจและทางประสบการณ์ชีวิต

    กรุงเทพฯ ในฐานะ “เมืองต้นแบบของ Future Tourism”

    กรุงเทพฯ ไม่เพียงเป็นเมืองหลวงของประเทศไทย แต่กำลังกลายเป็น “ต้นแบบของการท่องเที่ยวแห่งอนาคต” ที่ผสาน เทคโนโลยี + วัฒนธรรม + ความคิดสร้างสรรค์ อย่างสมดุล ไม่ว่าจะเป็นการเกิดขึ้นของคาเฟ่และอาร์ตสเปซของคนรุ่นใหม่ ชุมชนเมืองที่ปรับตัวสู่ Creative Neighborhood
    หรือ Startup สายท่องเที่ยวที่เชื่อมโลกดิจิทัลเข้ากับการเดินทางอย่างยั่งยืน

    สิ่งเหล่านี้คือ “ภาพใหม่ของกรุงเทพฯ” ที่เราในฐานะ ททท. ภูมิใจนำเสนอ เมืองที่เติบโตจากคนในท้องถิ่น และเป็นแรงบันดาลใจให้คนทั่วโลก และการท่องเที่ยวแห่งอนาคต ต้องเติบโตไปพร้อมกับความยั่งยืน

    ความสำเร็จของกรุงเทพฯ ในการเป็นเมืองที่ Gen Z รัก คือจุดเริ่มต้นของบทใหม่ของ “Sustainable Destination”
    เรามุ่งสร้างประสบการณ์ที่ “ดีต่อใจนักเดินทาง” และ “ดีต่อโลกของเรา”

    ททท. กำลังผลักดันโครงการ Green Tourism, Creative Economy และ Local Empowerment เพื่อให้การเติบโตของการท่องเที่ยวไทยเป็นการเติบโตที่ยั่งยืนจริง ไม่ใช่แค่ทางเศรษฐกิจ แต่ในเชิงคุณค่าและจิตวิญญาณของสังคม

    เพราะสำหรับคนรุ่นใหม่ “การท่องเที่ยว” ไม่ได้หมายถึงการเดินทางไกล แต่หมายถึง การค้นพบตัวเองในสถานที่ที่มีความหมาย และประเทศไทยคือหนึ่งในสถานที่นั้น

    กรุงเทพฯ คือ “เมืองแห่งความเชื่อมั่น” ของคนรุ่นใหม่ทั่วโลก

    สำหรับ ททท. การที่กรุงเทพฯ ได้รับการจัดอันดับเป็นเมืองที่ดีที่สุดในโลกสำหรับ Gen Z คือสัญญาณที่ชัดเจนที่สุดว่า ประเทศไทยกำลังได้รับความเชื่อมั่นใหม่ในระดับโลก

    เรากำลังถูกมองไม่ใช่แค่เมืองท่องเที่ยว แต่เป็น “ศูนย์กลางของความคิดสร้างสรรค์ ความหลากหลาย และความสุขแบบไทย”

    นี่คือความสำเร็จที่เกิดจากพลังของทุกภาคส่วน จากคนในท้องถิ่นที่สร้างสรรค์ประสบการณ์ใหม่ๆ นักท่องเที่ยวที่มาเปิดใจสัมผัส ไปจนถึงภาครัฐและเอกชนที่ร่วมกันผลักดันให้การท่องเที่ยวไทยเป็นพลังบวกของประเทศ

    กรุงเทพฯ อาจได้อันดับ 1 ในปีนี้ แต่ภารกิจของเราไม่ได้จบที่เรตติ้ง

    ภารกิจของ ททท. คือการรักษา “ความเป็นไทย” ไว้อย่างงดงาม และผลักดันให้โลกได้สัมผัสถึงคุณค่านั้นด้วยหัวใจ

    เพราะท้ายที่สุด“สิ่งที่ทำให้กรุงเทพฯ เป็นที่หนึ่งของโลก ไม่ใช่แสงสีเสียงหรือเทคโนโลยีใด แต่คือ ความเป็นมนุษย์ของคนไทย ที่ทำให้ทุกคนรู้สึกว่า บ้านของฉันอยู่ตรงนี้”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/business/tourism/640783&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1mXL7ni0yf_JkY7aezKMVu

  • วัฒนธรรม จ.แม่ฮ่องสอน พัฒนาเส้นทางการท่องเที่ยวกลุ่มชาติพันธุ์ชุมชนในพื้นที่

    วัฒนธรรม จ.แม่ฮ่องสอน พัฒนาเส้นทางการท่องเที่ยวกลุ่มชาติพันธุ์ชุมชนในพื้นที่

    วัฒนธรรมจังหวัดแม่ฮ่องสอน พัฒนาเส้นทางการท่องเที่ยวกลุ่มชาติพันธุ์ชุมชนในพื้นที่ เส้นทางที่ 2 พื้นที่อำเภอเมือง อำเภอขุนยวม และ อำเภอแม่ลาน้อย ส่งเสริมการท่องเที่ยวของชุมชนในสื่อโซเชียลต่างๆ ให้แพร่หลาย เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ

    วันที่ 6 ตุลาคม 2568 นางสาวกมลลักษณ์ บุญซื่อ วัฒนธรรมจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้เปิดเผยว่า สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดแม่ฮ่องสอน นำนักท่องเที่ยวทั้งหัวหน้าส่วนราชการ นักประชาสัมพันธ์ สื่อมวลชน และ อินฟลูเอนเซอร์ร่วมโครงการ ส่งเสริมพัฒนาประเพณี ฟื้นฟู อนุรักษ์วัฒนธรรม เพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนจังหวัดแม่ฮ่องสอน กิจกรรมหลักพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมจังหวัดแม่ฮ่องสอน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 เพื่ออนุรักษ์ประเพณีวัฒนธรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนยลวิถีชาติพันธุ์ในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ในการพัฒนาเส้นทางการท่องเที่ยวกลุ่มชาติพันธุ์ชุมชนในพื้นที่ เส้นทางที่ 2 ที่อำเภอเมือง อำเภอขุนยวม และ อำเภอแม่ลาน้อย ภายใต้กิจกรรม แม่ฮ่องสอน ยลวิถีดินแดนชาติพันธุ์ ระหว่างวันที่ 28-30 กันยายน 2568 โดยมีกิจกรรมที่น่าสนใจประกอบด้วย

    วันที่ 28 กันยายน 2568 ช่วงเช้า นางสาวกมลลักษณ์ บุญซื่อ วัฒนธรรมจังหวัดแม่ฮ่องสอน นำเที่ยวชม และศึกษาวัฒนธรรม ประเพณีวิถีชีวิต ตามเส้นทางท่องเที่ยว>> วัดพระธาตุดอยกองมู วัดพระนอน ศูนย์ไทใหญ่ศึกษา วัดจองคำ-วัดจองกลาง พิพิธภัณฑ์มีชีวิต ร้านเฮ็ดก้อเหลียว และศูนย์การเรียนรู้ กฟผ.ผาบ่อง

    วันที่ 29 กันยายน 2568 ช่วงเช้า ณ หมู่บ้านผาบ่อง ต.ผาบ่อง อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน นายอมร ศรีตระกูล กำนันตำบลผาบ่อง นำนักท่องเที่ยว สื่อมวลชน และอินฟลูเอ็นเซอร์ เดินทางท่องเที่ยว ศึกษาข้อมูล วัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิต ตามเส้นทางท่องเที่ยว>> ชมนิทรรศการมีชีวิต ณ กาดซ่อกจ่า การทอผ้ากะเหรี่ยง การสานกุ๊บไต การต้องลายปานซอย การตัดตุงใส้หมู และ ชมการแสดงท้องถิ่น รำไต รำกลองมองเซิง รำก้าปั่นก๋อง และก้าลาย

    วันที่ 30 กันยายน 2568 ณ หมู่บ้านละอูบ ต.ห้วยห้อม อ.แม่ลาน้อย จ.แม่ฮ่องสอน นายณัฐพงษ์ ไผ่พันธุ์พฤกษ์ ผู้ใหญ่บ้านละอูบ นำนักท่องเที่ยว สื่อมวลชน และอินฟลูเอ็นเซอร์ เดินทางท่องเที่ยว ศึกษาข้อมูล วัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิต ตามเส้นทางท่องเที่ยว>> สักการะพระพุทธรูปองค์ใหญ่ ณ จุดชมวิวบ้านละอูบ ชมนาขั้นบันได ณ ถนนลอยฟ้า ชมการแสดงของชาติพันธุ์ลเวือะ การรำดาบ ชิมอาหารท้องถิ่น โต๊ะสะเบื๊อก พักผ่อนอย่างอบอุ่นที่โฮมสเตย์ของชุมชน ชิมกาแฟสดบ้านรสชาติเยี่ยมของบ้านละอูบ เลือกซื้อผลิตภันฑ์ชุมชน ผ้าทอลเวือะ และสินค้า OTOP ชื่อดัง คือเครื่องเงินบ้านละอูบ
    วันเดียวกันในช่วงบ่าย ณ หมู่บ้านต่อแพ ต.แม่เงา อ.ขุนยวม นายบุญสม เมืองนำโชค ประธานสภาวัฒนธรรมอำเภอขุนยวม นำนักท่องเที่ยว สื่อมวลชน และอินฟลูเอ็นเซอร์ เดินทางท่องเที่ยว ศึกษาข้อมูล วัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิต ตามเส้นทางท่องเที่ยว>> วัดต่อแพ ชมนิทรรศการมีชีวิต การต้องลายปานซอย การสานกุ๊บไต การทำจองพารา เลือกซื้อเลือกชมผลิตภัณฑ์ชุมชน จักสาน ถ่านชาโคว์ จานจากใบไม้ การเลี้ยงไข่ผำ และ การประดิษฐ์ตุ๊กตาไทใหญ่ ทำปีกนกกิ่งกะหร่า ชุดส่างลอง และปานกุมส่างลอง

    นางสาวกมลลักษณ์ บุญซื่อ วัฒนธรรมจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้กล่าวว่า “ การจัดกิจกรรม การท่องเที่ยวชุมชนยลวิถีชาติพันธุ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อให้ผู้เข้ากิจกรรมได้สัมผัสวิถีชีวิตของกลุ่มชาติพันธุ์จากการจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวของชุมชนและนำเสนออัตลักษณ์ที่โดดเด่น และร่วมประชาสัมพันธ์นำเสนอส่งเสริมการท่องเที่ยวของชุมชนในสื่อโซเชียลต่างๆ ให้แพร่หลายดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติต่อไป.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.chiangmainews.co.th/news/3788102/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3723ZScUA7wjqww8fbNker

  • สัญญาณฟื้น!! Golden Week จีนเที่ยวไทยพุ่งแตะ 1 แสนคน กลับมาครองแชมป์สัปดาห์นี้ : อินโฟเควสท์

    สัญญาณฟื้น!! Golden Week จีนเที่ยวไทยพุ่งแตะ 1 แสนคน กลับมาครองแชมป์สัปดาห์นี้ : อินโฟเควสท์

    น.ส.นัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยสถานการณ์ท่องเที่ยวไทยในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา (29 ก.ย.-5 ต.ค.) นักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาเพิ่มขึ้นจำนวนมาก จากการเข้าสู่การเดินทางท่องเที่ยวในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว (High season) และการมีวันหยุดต่อเนื่องในหลายประเทศ อาทิ วันชาติจีน เทศกาลชูซ๊อกในเกาหลีใต้ และวันคานธีชยัยตีในอินเดีย โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวจีนที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวเป็นอันดับที่ 1 และเดินทางเข้ามาแตะระดับ 1 แสนคน

    ทั้งนี้ ส่งผลให้ภาพรวมในสัปดาห์ที่ผ่านมา มีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งสิ้น 604,598 คน เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้า 85,141 คน หรือ 16.39% คิดเป็นจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทยเฉลี่ยวันละ 86,371 คน โดย 5 อันดับแรกของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ได้แก่ จีน 132,021 คน มาเลเซีย 69,815 คน อินเดีย 53,117 คน เกาหลีใต้ 44,321 คน และรัสเซีย 27,908 คน

    “นักท่องเที่ยวชาวเกาหลีใต้ จีน รัสเซีย และอินเดีย มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้า 77.02% 67.02% 32.52% และ 14.63% ตามลำดับ ขณะที่นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย มีการปรับตัวลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้า 16.76%” น.ส.นัทรียา ระบุ

    *ยอดนทท.สะสมกว่า 24 ล้านคน

    ยอดนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติสะสมตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-5 ต.ค. 68 ทั้งสิ้น 24,574,177 คน สร้างรายได้จากการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติแล้วประมาณ 1,135,250 ล้านบาท

    จำนวนนักท่องเที่ยวสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ มาเลเซีย 3,534,028 คน จีน 3,512,253 คน อินเดีย 1,810,837 คน รัสเซีย 1,293,594 คน และเกาหลีใต้ 1,174,537 คน

    สำหรับสถานการณ์ท่องเที่ยวในสัปดาห์นี้ (6-12 ต.ค.) คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาทรงตัว โดยมีปัจจัยส่งเสริมการเดินทาง ได้แก่ การเดินทางในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว (High season) ของนักท่องเที่ยวกลุ่มตลาดระยะไกล (Long haul) การมีมาตรการ Ease of traveling ของรัฐบาลที่ช่วยเพิ่มการอำนวยความสะดวกในการเดินทางสู่ไทย การยกเว้นบัตรตม.6 รวมถึงการกระตุ้น และส่งเสริมให้สายการบินเพิ่มจำนวนเที่ยวบินมากยิ่งขึ้น

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (07 ต.ค. 68)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2025/535289&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0eyWuIOjn0hft4UNaa3teZ

  • ตำรวจท่องเที่ยวเมืองลิง เคร่งครัดตามนโยบาย ผบช.ทท. ในการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของตำรวจของประชาชน

    ตำรวจท่องเที่ยวเมืองลิง เคร่งครัดตามนโยบาย ผบช.ทท. ในการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของตำรวจของประชาชน

    ตำรวจท่องเที่ยวจังหวัดลพบุรี ภายใต้การนำของ พล.ต.ต.ดนุ กล่ำสุ่ม ผบก.ทท.1 กำชับผู้ใต้บังคับบัญชาให้เคร่งครัดปฏิบัติตามนโยบาย ผบ.ตร. และ ผบช.ทท.1

    พ.ต.ท.พัฒนพงศ์ ศิริเจริญนำ สวญ.ส.ทท.2 กก.2 บก.ทท.1 ได้กำชับการปฏิบัติหน้าที่ของสายตรวจตำรวจท่องเที่ยวลพบุรีให้เคร่งครัดปฏิบัติหน้าที่และให้ช่วยเหลือประชาชนและนักท่องเที่ยวตามนโยบายของผู้บังคับบัญชา

    วันนี้ 7 ต.ค.68 เวลา 10.00 น. ร.ต.ต.กาญจน์ปณิธ จันทรพงศ์ธร รอง สว.(ป.) ส.ทท.2 กก.2 บก.ทท.1 ปฏิบัติหน้าที่
    ร้อยเวรฯ ได้นำสายตรวจออกตรวจตราป้องกันเหตุในแหล่งท่องเที่ยวภายใน อ.เมืองจว.ลพบุรี ตามปกติ ผ่านมาที่บริเวณศาลพระกาฬได้พบเห็นรถจักรยานยนต์เฉี่ยวชนกับรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ได้รับบาดเจ็บ จึงได้เข้าทำการช่วยเหลือและหยุดอำนวยการจราจรเพื่อป้องกันอุบัติเหตุซ้ำซ้อนประสานกู้ภัยปฐมพยาบาลเบื้องต้น และได้ช่วยแจ้งเหตุให้ทางพนักงานสอบสวน สภ.เมืองลพบุรี ทราบ เพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thaitabloid.com/archives/247428&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw26c-TMEwql7oxDFDzrz_-0

  • ทน.ภูเก็ต จัดพิธีไหว้พระจันทร์ ประจำปี ร่วมรักษาประเพณีท้องถิ่นอันดีงามของพี่น้องชาวจีน

    ทน.ภูเก็ต จัดพิธีไหว้พระจันทร์ ประจำปี ร่วมรักษาประเพณีท้องถิ่นอันดีงามของพี่น้องชาวจีน

    Phuket TV – PHUKET XTRA: VIDEO: Phuket Town Stabbing Suspect Surrenders, Influencer’s Pet Lion Mauls 2 || Oct 6

    Phuket TV – PHUKET XTRA: VIDEO: Phuket Town Stabbing Suspect Surrenders, Influencer’s Pet Lion Mauls 2 || Oct 6

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.khaophuket.com/%25E0%25B8%2597%25E0%25B8%2599-%25E0%25B8%25A0%25E0%25B8%25B9%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%2581%25E0%25B9%2587%25E0%25B8%2595-%25E0%25B8%2588%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%2594%25E0%25B8%259E%25E0%25B8%25B4%25E0%25B8%2598%25E0%25B8%25B5%25E0%25B9%2584%25E0%25B8%25AB%25E0%25B8%25A7%25E0%25B9%2589%25E0%25B8%259E%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25B0%25E0%25B8%2588%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%2597%25E0%25B8%25A3%25E0%25B9%258C-%25E0%25B8%259B%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25B0%25E0%25B8%2588%25E0%25B8%25B3%25E0%25B8%259B%25E0%25B8%25B5-%25E0%25B8%25A3%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%25A7%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25A9%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%259B%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25B0%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%259E%25E0%25B8%2593%25E0%25B8%25B5%25E0%25B8%2597%25E0%25B9%2589%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%2596%25E0%25B8%25B4%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%2594%25E0%25B8%25B5%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%2582%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%259E-13565.php&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3GRPYoKO5sV_mTudDxLw6L

  • “รมว.สุชาติ” ร่วมหารือภาคธุรกิจท่องเที่ยวและเครือข่ายอนุรักษ์เขาใหญ่ เร่งสร้างความร่วมมือแก้ปัญหาสัตว์ป่าออกนอกพื้นที่อย่างเป็นระบบ

    “รมว.สุชาติ” ร่วมหารือภาคธุรกิจท่องเที่ยวและเครือข่ายอนุรักษ์เขาใหญ่ เร่งสร้างความร่วมมือแก้ปัญหาสัตว์ป่าออกนอกพื้นที่อย่างเป็นระบบ

    วันที่ 5 ตุลาคม 2568 ที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้พบปะพูดคุยกับกลุ่มเครือข่ายผู้ประกอบการท่องเที่ยวเขาใหญ่และกลุ่มอนุรักษ์สัตว์ป่าและสิ่งแวดล้อมเขาใหญ่ นำโดย คุณพันชนะ วัฒนเสถียร นายกสมาคมการท่องเที่ยวเขาใหญ่ และรองประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดนครราชสีมา หารือถึงแนวทางการสร้างความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาสัตว์ป่าออกนอกพื้นที่ร่วมกันอย่างเป็นระบบระหว่างภาครัฐ ธุรกิจเอกชนด้านการท่องเที่ยว และกลุ่มอนุรักษ์ในพื้นที่เขาใหญ่ รวมถึงการจัดระบบสวัสดิการและการเยียวยาให้กับจิตอาสาที่เข้ามาช่วยปฏิบัติงานและชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบอย่างเพียงพอและรวดเร็ว และการเร่งสื่อสารสร้างความเข้าใจกับนักท่องเที่ยวที่เข้ามาในพื้นที่เขาใหญ่ให้มีความรู้ความเข้าใจและการปฏิบัติตัวที่ถูกต้องเมื่อพบสัตว์ป่าออกนอกพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็น ช้าง ลิง กระทิง หมี เพื่อให้เกิดความปลอดภัยทั้งต่อตัวนักท่องเที่ยวเองและสัตว์ป่า

    นายสุชาติ กล่าวว่า จากการหารือร่วมกัน ได้มอบหมายให้อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช นำข้อห่วงกังวลจากกลุ่มเครือข่ายทั้งจากภาคธุรกิจการท่องเที่ยวและกลุ่มอนุรักษ์ในพื้นที่ ไปกำหนดเป็นแนวทางร่วมกับแนวทางการให้ความช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากกรณีสัตว์ป่าออกนอกพื้นที่ที่ได้มีการปรับปรุงพัฒนามาแล้วในระดับหนึ่งให้มีความเหมาะสมมากยิ่งขึ้น เพื่อช่วยลดความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบให้ได้มากที่สุด ในส่วนของจิตอาสาที่เข้าช่วยการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ไม่ว่าจะเป็นการช่วยผลักดันช้างกลับเข้าพื้นที่ป่า หรือการทำงานร่วมกันกับเจ้าหน้าที่รัฐในด้านต่าง ๆ ก็ได้ให้ทางกรมอุทยานฯ รวมถึงทางอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ พิจารณาระเบียบกฎเกณฑ์ที่มีอยู่มาพัฒนาปรับปรุงเป็นแนวทางที่เหมาะสมยิ่งขึ้น เพื่อส่งเสริมสนับสนุนเครือข่ายการทำงานร่วมกันระหว่างรัฐ เอกชน และประชาชน ซึ่งเป็นเรื่องที่ดี ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เนื่องจากการดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสัตว์ป่าในระดับพื้นที่ อาศัยเพียงเจ้าหน้าที่รัฐอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ จำเป็นต้องได้รับความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนในพื้นที่เป็นสำคัญ การสร้างเครือข่ายความร่วมมือเพื่อให้เกิดการทำงานร่วมกับทุกภาคส่วนในแต่ละพื้นที่จะเป็นส่วนช่วยให้การบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมถึงการแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสัตว์ป่าเกิดผลสำเร็จได้มากยิ่งขึ้น

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/public-relations-news/874157/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0tJ_gzDhrhMYW80YO4gW_G

  • ‘เอกนิติ’ ดัน 3 มาตรการหนุนท่องเที่ยว ลดภาษีเที่ยวเมืองรอง เร่งจัดประชุมสัมนา

    ‘เอกนิติ’ ดัน 3 มาตรการหนุนท่องเที่ยว ลดภาษีเที่ยวเมืองรอง เร่งจัดประชุมสัมนา

    เศรษฐกิจ

    07 ต.ค. 2025 เวลา 9:29 น.

    ’เอกนิติ‘ ดัน 3 มาตรการกระตุ้นท่องเที่ยว เตรียมคลอดมาตรการลดภาษีเที่ยวเมืองรอง เร่งราชการ -รัฐวิสาหกิจ จัดสัมนาภายในม.ค.69 ดันเงินหมื่นล้านลงระบบเศรษฐกิจ

    วันนี้ (7.ต.ค.) นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ เปิดเผยในรายการเจาะลึกทั่วไทย อินไซด์ไทยแลนด์ ว่ารัฐบาลเตรียมจะออกมาตรการทางภาษี และมาตรการเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยว โดยมีแนวคิดหลักในการดำเนินมาตรการคือ “กระตุ้นสั้น ได้ผลยาว กระจายตัว” โดยในส่วนของการสนับสนุนการท่องเที่ยวได้เตรียมมาตรการไว้ 3 มาตรการ คือ 

    1.มาตรการทางภาษีลดหย่อนภาษีจะให้สำหรับ ผู้ที่อยู่ในระบบภาษี และสามารถนำมาหาหักค่าลดหย่อนได้ โดยมาตรการนี้จะให้สิทธิ์สำหรับ ผู้ที่จะท่องเที่ยวเมืองรองอย่างเดียว เพื่อให้เงินกระจายตัวไปสู่เมืองรอง และช่วยผู้ประกอบการท่องเที่ยวที่อยู่ในจังหวัดเหล่านี้ 

    2. การเร่งรัดจัดอบรมสัมมนาของภาครัฐ โดยจะมีการเสนอให้เปลี่ยนแนวทางการจัดอบรมสัมมนาของหน่วยงานราชการและวิสาหกิจให้เร็วขึ้น เพราะโดยปกติแล้ว หน่วยงานราชการมักจะจัดอบรมในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีงบประมาณ คือช่วงกรกฎาคม-กันยายน ดังนั้นต้องมีการ “เลื่อนมาข้างหน้า” หรือ “Front Load” โดยเสนอขอความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้จัดอบรมสัมมนาเหล่านี้ ภายในเดือนมกราคมปี 2569 

    นายเอกนิติ กล่าวว่า เม็ดเงินรวมจากการจัดอบรมสัมมนาของส่วนราชการและวิสาหกิจที่ตรวจสอบแล้วมีจำนวน รวมกันเกือบหมื่นล้านบาท หากสามารถเร่งรัดได้จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้อย่างมาก 

    “ผมไปดูตัวเลขแล้ว เม็ดเงินในส่วนนี้มีรวมกันกว่า 10,000 ล้านบาทโดยในส่วนราชการ มีประมาณ 3,600 ล้านบาท รัฐวิสาหกิจอีก 3,000 กว่าล้านบาท ตัวเลขนี้ยังไม่นับรวมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น การใช้เงินส่วนนี้จะช่วยฟื้นฟูการท่องเที่ยวได้อย่างดีเนื่องจากบางหน่วยงานราชการมีขนาดใหญ่มาก เมืองรองอาจจะรองรับไม่ไหว จึงให้ใช้ได้ทั้ง เมืองหลักและเมืองรองในการรับมาตรการนี้ แต่มีเงื่อนไขว่า หากจะไปอบรมในเมืองหลัก ”เช่น จังหวัดใหญ่ที่มีโรงแรมใหญ่ ต้องพ่วงเมืองรองไปด้วย เพื่อให้เงินกระจายตัว“

    และ 3.มาตรการภาษีสำหรับการปรับปรุงโรงแรมที่พัก หรือ Renovation (การพัฒนาโรงแรมให้ดีขึ้น) ซึ่งจะให้สามารถ หักภาษี ได้ โดยพิจารณาถึงวินัยทางการคลัง อาจให้หักที่ 1.5 เท่า หรือ 2 เท่า โดยการพัฒนาศักยภาพโรงแรม จะได้ผลยาวคือการให้พัฒนาศักยภาพของโรงแรม  เนื่องจากที่ผ่านมาบางโรงแรมในเมืองรองอาจไม่น่าพัก ทำให้คนขับผ่านไป การปรับปรุงนี้รวมถึงการติดตั้งแอร์ หรือสิ่งที่ทำให้โรงแรมดูน่าอยู่มากขึ้น เป็นต้น  

    นอกจากนี้ ยังมีการพูดคุยกับ ธนาคารออมสิน เพื่อให้เข้ามาช่วยสนับสนุนสินเชื่อให้ ผู้ประกอบการโรงแรมเพื่อดำเนินมาตรการในเรื่องนี้ด้วย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/business/economic/1202022&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3qypUYUny-rUF_LXvmvX8e