Category: ท่องเที่ยว

  • โกลเบล็ก เล็ง SET ผันผวนรับพิษสงครามค้า-ชัตดาวน์สหรัฐ จับตา Quick Big Win-ชี้เป้า 6 หุ้นเด่นท่องเที่ยวน่าช้อป : อินโฟเควสท์

    โกลเบล็ก เล็ง SET ผันผวนรับพิษสงครามค้า-ชัตดาวน์สหรัฐ จับตา Quick Big Win-ชี้เป้า 6 หุ้นเด่นท่องเที่ยวน่าช้อป : อินโฟเควสท์

    บล. โกลเบล็ก (GBS) ประเมินดัชนี SET สัปดาห์นี้เคลื่อนไหวในกรอบ 1,250-1,320 จุด ท่ามกลางแรงกดดันความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐ-จีน ประกอบกับเศรษฐกิจส่อชะลอตัวจากการปิดหน่วยงานรัฐบาลกลาง จับตามารตการกระตุ้นเศรษฐกิจทั้งนโยบายพลังงาน “Quick Big Win” การขนส่งทางราง และมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยว แนะกลยุทธ์ช้อป 6 หุ้นเด่น MINT, ERW, CENTEL, AWC, BA, AAV

    นางสาววิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ GBS กล่าวว่า ดัชนี SET ในสัปดาห์นี้เคลื่อนไหวผันผวนท่ามกลางความกังวลต่อสถานการณ์ความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐและจีน หลังจากโฆษกกระทรวงพาณิชย์ของจีนระบุว่ามาตรการควบคุมการส่งออกแร่หายากของจีนชอบด้วยกฎหมายและสอดคล้องกับกฎระเบียบของจีน วัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาระบบการควบคุมการส่งออกให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เป็นปัจจัยกดดันบรรยากาศการลงทุนอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ราคาน้ำมันดิบ WTI ลดลงอย่างต่อเนื่องยังส่งผลลบต่อหุ้นในกลุ่มพลังงานอีกด้วย

    ด้านเศรษฐกิจสหรัฐฯ เสี่ยงชะลอตัวจากการปิดหน่วยงานรัฐบาลกลางต่อเนื่อง เจ้าหน้าที่กระทรวงการคลังสหรัฐฯ เปิดเผยว่า Government Shutdown ซึ่งดำเนินต่อเนื่องเข้าสู่สัปดาห์ที่สองอาจสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจสูงถึงสัปดาห์ละ 15,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยสถานการณ์ที่ยืดเยื้อเริ่มส่งผลกระทบต่อความแข็งแกร่งและประสิทธิภาพของเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในด้านการลงทุนและความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจ

    ในขณะเดียวกัน สหรัฐฯ ได้เปิดเผยดัชนีภาคการผลิตในภูมิภาคมิด-แอตแลนติกปรับลงรุนแรงถึง 36 จุด สู่ระดับ -12.8 ในเดือนตุลาคม ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ระดับ +9.5 โดยดัชนีที่มีค่าเป็นลบสะท้อนถึงภาวะหดตัวของภาคการผลิตในภูมิภาคดังกล่าว ซึ่งได้รับผลกระทบจากการจ้างงานที่ชะลอตัวลงอย่างชัดเจน

    อย่างไรก็ตาม ปัจจัยในประเทศยังคงมีบทบาทสำคัญในการพยุงดัชนี โดยล่าสุด ผู้จัดการสำนักงานบริหารกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน (ส.กทอ.) ยืนยันความพร้อมในการเดินหน้าตามนโยบาย Quick Big Win ของกระทรวงพลังงานและรัฐบาล โดยจะจัดสรรงบประมาณปี 2568 เพื่อสนับสนุนโครงการอนุรักษ์พลังงาน โดยเน้นพื้นที่ห่างไกลที่ยังไม่มีไฟฟ้าเข้าถึง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในชุมชนทุรกันดาร

    ขณะเดียวกัน ที่ประชุมวุฒิสภาได้มีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติการขนส่งทางราง คาดว่าจะมีผลบังคับใช้ในปี 2569 โดยมีเป้าหมายเพื่อยกระดับระบบโลจิสติกส์ของประเทศให้มีประสิทธิภาพและยั่งยืนมากยิ่งขึ้น

    ด้านสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้ปรับปรุงหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับกองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน (Thai ESG) โดยขยายประเภททรัพย์สินที่สามารถลงทุนได้ ให้ครอบคลุมถึงหน่วยลงทุนของทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REITs) และกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (Infra Funds) ที่มีความโดดเด่นด้านความยั่งยืน เพื่อเพิ่มทางเลือกการลงทุนที่สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนในระยะยาว

    สำหรับปัจจัยในประเทศที่อาจจะส่งผลต่อการลงทุน อาทิ วันที่ 14-21 ต.ค. หุ้นกลุ่มธนาคารส่งงบการเงินงวดไตรมาส 3/68, สัปดาห์ที่ 4 ส.อ.ท. แถลงยอดผลิตและส่งออกรถยนต์รถจักรยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์, กระทรวงพาณิชย์ แถลงภาวะการค้าระหว่างประเทศ, สัปดาห์ที่ 5 สศค. รายงานภาวะเศรษฐกิจการคลัง, ภาวะเศรษฐกิจภูมิภาค, ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาค, สศอ. แถลงดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรมและ วันที่ 31 ต.ค. ธปท. รายงานภาวะเศรษฐกิจและการเงินไทย

    ส่วนปัจจัยต่างประเทศ อาทิ วันที่ 21 ต.ค. สหรัฐ รายงานยอดขายของห้างสรรพสินค้าในสหรัฐฯ,22 ต.ค. ญี่ปุ่น รายงานยอดนำเข้า ยอดส่งออก และดุลการค้าเดือนก.ย.,สหรัฐ รายงานสต็อกน้ำมันรายสัปดาห์, 23 ต.ค. สหรัฐ รายงานดัชนีกิจกรรมทางเศรษฐกิจทั่วประเทศเดือนก.ย. และยอดขายบ้านมือสองเดือนก.ย., 28-29 ต.ค. ประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ครั้งที่ 7/68

    นายวัชเรนทร์ จงยรรยง ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย GBS แนะนำกลยุทธ์การลงทุนในหุ้นที่ได้ประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยว ได้แก่ MINT, ERW, CENTEL, AWC, BA, AAV โดยในสัปดาห์นี้จับตาการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) จะพิจารณา 4 มาตรการใหญ่กระตุ้นกำลังซื้อเพิ่มการเดินทางเมืองรอง ครอบคลุมสิทธิลดหย่อนภาษี คาดว่าจะช่วยเพิ่ม GDP ปี 2568 ราว 0.05-0.06% สร้างเม็ดเงินหมุนเวียนหลายหมื่นล้านบาท

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (20 ต.ค. 68)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2025/538709&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0Ca6Do94GF76cJKyp1nouf

  • เมืองจินเฉิงฟื้นฟูหมู่บ้านโบราณ สู่ต้นแบบการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพแนวใหม่ของจีน

    เมืองจินเฉิงฟื้นฟูหมู่บ้านโบราณ สู่ต้นแบบการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพแนวใหม่ของจีน

    ข่าวประชาสัมพันธ์ โดย ThaiPR.net

    สำนักวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวเทศบาลเมืองจินเฉิง

    ในช่วงวันหยุดยาวเนื่องในวันชาติและเทศกาลไหว้พระจันทร์เมื่อช่วงต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา เมืองจินเฉิงได้ยกระดับหมู่บ้านและปราสาทโบราณที่มีอยู่ทั่วเมือง ให้เป็นเสาหลักในการกระตุ้นการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมผ่านกิจกรรมสร้างสรรค์หลากหลายมิติ โดยสำนักวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวเทศบาลเมืองจินเฉิงระบุว่า กิจกรรมดังกล่าวประกอบด้วย “การท่องเที่ยวสีแดง” (Red Tourism) หรือการตามรอยประวัติศาสตร์พรรคคอมมิวนิสต์จีนอย่างลึกซึ้ง กิจกรรมสนุกสนานสำหรับทุกเพศทุกวัย การอนุรักษ์มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม และนิทรรศการในพิพิธภัณฑ์ที่นำเสนอด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล กิจกรรมเหล่านี้ไม่เพียงแต่ช่วยส่งเสริมตลาดการท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลเท่านั้น แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของเมืองจินเฉิงในการพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพผ่านการผสมผสานวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวเข้าด้วยกัน โดยวัฒนธรรมช่วยกำหนดประสบการณ์การท่องเที่ยว ขณะที่การท่องเที่ยวก็ช่วยส่งเสริมวัฒนธรรมให้มีชีวิตชีวา

    สำนักวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวเทศบาลเมืองจินเฉิงระบุว่า ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เมืองจินเฉิงได้ต่อยอดมรดกทางประวัติศาสตร์อันล้ำค่าและทรัพยากรของหมู่บ้านโบราณอันเป็นเอกลักษณ์ จนสามารถพัฒนาหมู่บ้านชนบทให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวอันงดงาม ปัจจุบัน หมู่บ้าน 18 แห่งทั่วเมืองจินเฉิงได้รับการยกระดับเป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับ A นับเป็นจุดหมายปลายทางอันโดดเด่นที่ผสมผสานเสน่ห์ทางวัฒนธรรม ความมีชีวิตชีวาของท้องถิ่น และแนวคิดการดูแลสุขภาพเข้าด้วยกันอย่างกลมกลืน

    ยกตัวอย่างเช่น “หมู่บ้านหวงเฉิงทั้งห้า” ในอำเภอเป่ยหลิว ที่บูรณาการทรัพยากรหลักอย่างวังขุนนางและเมืองโบราณกั่วอวี่ จนเกิดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่หลากหลาย ครอบคลุมถึงแหล่งท่องเที่ยวระดับ 5A และ 4A โรงแรมระดับไฮเอนด์ โรงแรมบูติก และศูนย์ส่งเสริมสุขภาพองค์รวมไท่เยว่ ซึ่งสร้างงานให้กับชาวบ้านในท้องถิ่นกว่า 3,000 คน นับเป็นตัวอย่างของการพัฒนาเชิงบูรณาการที่เชื่อมโยงการอนุรักษ์วัฒนธรรม การฟื้นฟูภาคอุตสาหกรรม และการเพิ่มพูนรายได้ของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม อีกหนึ่งตัวอย่างคือ หมู่บ้านอวี่ฉือ ในอำเภอฉินสุ่ย ซึ่งนำชื่อเสียงด้านวรรณกรรมของนักเขียนคนดัง จ้าว ซูหลี่ (Zhao Shuli) มาผสานกับทรัพยากรทางธรรมชาติ เพื่อพัฒนาหมู่บ้านให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพที่เชื่อมโยงประสบการณ์ทางวัฒนธรรมเข้ากับแนวคิดการดูแลสุขภาพได้อย่างลงตัว ขณะเดียวกัน หมู่บ้านเหลียงหู่ ในอำเภอเกาผิง ซึ่งมีสถาปัตยกรรมโบราณสมัยราชวงศ์หมิงและชิงที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี และยังอุดมไปด้วยมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม ก็ได้ส่งเสริมการบูรณาการแนวคิด “หมู่บ้านโบราณ + สุขภาพ + การเรียนรู้เชิงประสบการณ์” อย่างเต็มรูปแบบ นอกจากนี้ หมู่บ้านซู่จวง ซึ่งได้รับการขนานนามว่า “เมืองแห่งงานแต่งงาน” ได้มีการฟื้นฟูพื้นที่ลานบ้านแบบโบราณขึ้นมาใหม่ เพื่อสร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวที่เน้นประเพณีแต่งงาน จนกลายเป็นหนึ่งในไฮไลต์สำคัญของโครงการ “ร้อยหมู่บ้าน ร้อยลานบ้าน”

    ความพยายามในการฟื้นฟูหมู่บ้านเหล่านี้ ไม่เพียงแต่นำชีวิตใหม่มาสู่มรดกทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์เท่านั้น หากยังวางรากฐานการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและสุขภาพรูปแบบใหม่ ด้วยแนวทางการพัฒนาที่แตกต่างและเหมาะสมกับบริบทของแต่ละหมู่บ้าน ผสานเข้ากับการเรียนรู้วัฒนธรรมอย่างลึกซึ้ง การพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติ และแนวคิดการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม นำเสนอ “โมเดลจินเฉิง” อันเป็นต้นแบบที่สร้างแรงบันดาลใจในการฟื้นฟูหมู่บ้านดั้งเดิมอย่างยั่งยืน

    ที่มา: สำนักวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวเทศบาลเมืองจินเฉิง

    ข่าวประชาสัมพันธ์ โดย ThaiPR.net

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/news/2025-IR9J0PR7M18ILFE995WF9WMC8OGM0IDM&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1w4sYmKMUxxsC6u7DOtbxI

  • ลุ้นบิ๊กอีเวนต์ท่องเที่ยว กระตุกเศรษฐกิจไปต่อ!! | เดลินิวส์

    ลุ้นบิ๊กอีเวนต์ท่องเที่ยว กระตุกเศรษฐกิจไปต่อ!! | เดลินิวส์

    เป้าหมายนี้ถือว่า… เป็นเป้าหมายที่ท้าทาย แม้ว่าจะเป็นอัตราที่ลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน ทั้งในส่วนของจำนวนนักท่องเที่ยว และรายได้จากนักท่องเที่ยว ก็ตาม

    ท่ามกลางสารพัดปัญหา โดยเฉพาะปัญหาในเรื่องของความปลอดภัย ที่ถือเป็นปัญหาใหญ่และเป็นปัญหาแรก ๆ ในการตัดสินใจเดินทางของนักท่องเที่ยวทั่วโลก

    แม้ที่ผ่านมาหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้พยายามเดินหน้าเร่งสร้างความเชื่อมั่น ในสารพัดด้าน เพื่อเรียกให้นักท่องเที่ยวกลับคืนมา โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีน ที่อย่างน้อยต้องดึงกลับมาให้ได้อย่างน้อย 2 ล้านคน

    ด้วยสภาพทางเศรษฐกิจทุกวันนี้ การจะหวังให้นักท่องเที่ยวกลับมาเหมือนเดิม ก็ถือเป็นเรื่องยาก แต่ก็ไม่ไกลเดินเอื้อม ล่าสุดตั้งแต่วันที่ 1ม.ค.-5 ต.ค.68 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทยรวมแล้วกว่า 24.57 ล้านคน สร้างรายได้รวมกว่า 1.13 ล้านล้านบาท

    ในจำนวนนี้ นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย มาไทย มากที่สุด ถึง 3,534,028 คน รองลงมาคือ จีน 3,512,253 คน อินเดีย 1,810,837 คน รัสเซีย 1,293,594 คน และเกาหลีใต้ 1,174,537 คน

    มีการคาดการณ์กันว่า ในปี 2568 นี้ นักท่องเที่ยวต่างชาติจะเดินทางเที่ยวไทยประมาณ 33.4 ล้านคน ลดลง 6% โดยสร้างรายได้ 1.51 ล้านล้านบาท ลดลง 5% ส่วนนักท่องเที่ยวไทย เดินทางเที่ยวไทย จำนวน 204.57 ล้านคน-ครั้ง เพิ่มขึ้น 2% สร้างรายได้กว่า 1.15 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 2%

    แม้ตัวเลขรายได้ทั้งหมดยังไม่กลับมาตามเป้าหมายที่ต้องการให้ได้กว่า 3 ล้านล้านบาท แต่ก็ไม่ใช่เรื่องยาก หากเศรษฐกิจโลกดีขึ้น รวมถึงการเพิ่มเสน่ห์ให้เมืองไทยในทุกทาง เชื่อเถอะเป้าหมายนี้ไม่ไกลแน่นอน

    อย่าลืมว่า ประเทศไทย เป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกต้องการเดินทางมาสัมผัส ด้วยมนต์เสน่ห์ที่มีอยู่อย่างมากมาย แถมยังเติมเสน่ห์ปลายปีที่เป็นฤดูกาลท่องเที่ยวหรือไฮซีซั่น ด้วยอีกหลายหลายกิจกรรม

    อย่างที่กำลังเกิดขึ้นในเวลานี้ คืองาน “อะเมซิ่ง ไทยแลนด์ แกรนด์ ดิวาลี เฟสติวัล 2025” เทศกาลแห่งแสงสี สานสัมพันธ์สองวัฒนธรรมระหว่างไทย-อินเดีย ตลอดเดือน ต.ค. ที่คลองโอ่งอ่าง และย่านพาหุรัด

    เทศกาลดีลาวี หรือเทศกาลแห่งแสงไป ซึ่งเป็นเทศกาลสำคัญของชาวฮินดูทั่วโลก ที่มีการเฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่เพื่อเป็นการต้อนรับปีใหม่ฮินดูและระลึกถึงชัยชนะของแสงสว่างเหนือความมืดมิด

    ความคาดหวังของกิจกรรมนี้ ก็เชื่อว่า จะมีนักท่องเที่ยวมาร่วมงานไม่น้อยกว่า 1 แสนคน สร้างเงินสะพัดไม่น้อยกว่า 200 ล้านบาท ถือเป็นการต่อยอดความสำเร็จของการดึงดูดนักท่องเที่ยวอินเดีย ที่เวลานี้มียอดเดินทางเข้าไทยแล้วกว่า 1.81 ล้านคน

    นอกจากนี้ยังมีงาน “มหาลอยกระทง เวิลด์ อีเวนต์ 2025” ในเดือน พ.ย. ที่มุ่งยกระดับงานเทศกาลลอยกระทงให้เป็น“มหาลอยกระทง”ให้เป็นงานทรัพย์สินทางปัญญาของประเทศไทยกันทีเดียว

    โดยเฉพาะที่สุโขทัย และพระนครศรีอยุธยา ที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือททท. กำหนดจัดงานกันอย่างยิ่งใหญ่ เบื้องต้นก็คาดการณ์ว่าจะมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมไม่น้อยกว่า 4.5 แสนคน กระตุ้นเศรษฐกิจและก่อให้เกิดรายได้หมุนเวียนไม่น้อยกว่า 800 ล้านบาท

    อีกงานคือ“วิจิตร เจ้าพระยา 2025”มหาปรากฏการณ์แสดงแสงสีเสียงครั้งยิ่งใหญ่ ที่ในปีนี้ได้มีการขยายเวลาจัดงานจากเดิม 30 วัน เป็น 45 วัน ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย.-15 ธ.ค. 2568 เวลา 18.00-22.00 น. คาดการณ์ว่าจะมีนักท่องเที่ยวเข้าร่วมไม่น้อยกว่า 1.5 ล้านคน เกิดรายได้หมุนเวียนช่วงจัดงานไม่น้อยกว่า 500 ล้านบาท

    นอกจากนี้ยังมีงาน“อะเมซิ่ง ไทยแลนด์ มาราธอน 2025”การแข่งขันวิ่งมาราธอนส่งเสริมการท่องเที่ยวระดับโลก จัดเป็นปีที่ 8 กำหนดจัดวันที่ 30 พ.ย. ที่ ถนนพญาไท หน้าเอ็มบีเคเซ็นเตอร์ และสนามหลวง กรุงเทพฯ

    งานนี้คาดการณ์ว่า จะมีผู้เข้าร่วมการแข่งขันไม่น้อยกว่า 36,000 คน แบ่งเป็นชาวไทยจำนวน 28,000 คน และชาวต่างชาติรวมถึงชาวต่างชาติที่พำนักอาศัยในไทย อีกจำนวน 8,000 คน เชื่อว่าก่อให้เกิดเงินหมุนเวียนทางเศรษฐกิจจากการท่องเที่ยวไม่น้อยกว่า 894 ล้านบาท

    อีกไฮไลต์สำคัญคืองาน“อะเมซิ่ง ไทยแลนด์ เคานต์ดาวน์ 2025”เพื่อตอกย้ำการเป็นจุดหมายปลายทางแห่งการเคานต์ดาวน์ระดับโลก ที่ททท.จะสนับสนุนการจัดงานเกือบทุกพื้นที่ทั่วไปทย แต่ที่เป็นแม่งานหลัก จะมีที่ เชียงใหม่ และพะเยา ที่คาดว่าจะมีคนเข้าร่วมงาน 1.5 แสนคน

    นอกจากกิจกรรมไฮไลต์เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว ฟากรัฐบาลก็งัด มาตรการภาษีออกมาร่วมด้วยช่วยกันเพื่อกระตุ้นนักท่องเที่ยวในประเทศ และยังช่วยสร้างบรรยากาศในช่วงปลายปีให้คึกคักมากยิ่งขึ้น

    ปฎิเสธไม่ได้ว่า การท่องเที่ยวถือเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์กระตุ้นเศรษฐกิจที่สำคัญ หากกระตุ้นในจังหวะที่ใช่ ใช้มาตรการที่ชอบ ก็ได้แต่หวังว่าในปลายปีนี้ประชาชนคนไทยจะเดินทางท่องเที่ยวได้อย่างมีความสุข!

    ……………………………………….
    คอลัมน์ : เศรษฐกิจจานร้อน
    โดย “ช่อชมพู”

    อ่านบทความทั้งหมดคลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/articles/5219037/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2TUVEeo-XPTQiVxC44eDTG

  • เปิด 10 อันดับสนามบินวิวที่สวยที่สุดในโลก ประจำปี 2025

    เปิด 10 อันดับสนามบินวิวที่สวยที่สุดในโลก ประจำปี 2025

    ท่องเที่ยว

    19 ต.ค. 2025 เวลา 16:00 น.

    ทีมสำรวจได้ศึกษาเชิงลึก ในช่วงเวลาที่เครื่องบินลงจอด เพื่อพิจารณาว่า สนามบินใดได้ดึงดูดผู้โดยสารอย่างแท้จริง จนได้อันดับสนามบินที่มีวิวสวยงามที่สุดในโลก ปี 2025

    ในช่วงเวลาเครื่องบินเตรียมลดระดับความสูงสู่ สนามบิน หลายคนเคยสัมผัสบรรยากาศ จ้องมองวิวทิวทัศน์ด้านนอก จมูกแทบแตะกับกระจกหน้าต่างเครื่องบิน ช่างน่าอัศจรรย์ราวกับต้องมนต์ท่าอากาศยานนั้นๆ เปรียบเสมือนด่านหน้าที่แสดงทัศนียภาพอันงดงาม สร้างความประทับใจให้นักเดินทางอย่างยิ่ง

    รายงานการศึกษาจาก AllClear ซึ่งเป็นกลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านประกันภัยการเดินทางได้สำรวจและติดตามผล เพื่อประเมินในช่วงเวลาเครื่องบินลงจอดที่สนามบินนั้นๆว่า ได้ดึงดูดความสนใจผู้โดยสารเร็วที่สุด และคงความสนใจไว้ได้นานที่สุดอย่างไร ก็เพื่อแสดงผลลัพธ์สำหรับคุณวางแผนจองตั๋วเครื่องบิน เพื่อการเดินทางสุดพิเศษ

    การศึกษาของ AllClear ไม่ได้มุ่งเน้นแค่ภาพสนามบินสวยเท่านั้น ทีมงานยังได้ศึกษาระบบติดตาม Eyes Tracking เพื่อพิจารณาว่า เมื่อเครื่องบินลงจอดสนามบินไหนได้ดึงดูดผู้โดยสารอย่างแท้จริง

    โดยแต่ละสนามบินได้รับคะแนนดึงดูดสายตา จากหลักเกณฑ์การประเมิน 2 ประการ ได้แก่ ประการแรกทิวทัศน์ดึงดูดความสนใจผู้โดยสารได้เร็วแค่ไหน และประการที่สอง ตรึงสายตาผู้โดยสารได้นานแค่ไหน

    การศึกษาได้เปลี่ยนคำชื่นชมจากแต่ละบุคคล มาเป็นตัวชี้วัดที่แสดงผลจัดอันดับสนามบินที่มีวิวสวยที่สุดในโลก ประจำปี 2025

    1.สนามบินลอร์ดโฮว์ไอส์แลนด์ ออสเตรเลีย ได้  85 คะแนน

    เปิด 10 อันดับสนามบินวิวที่สวยที่สุดในโลก ประจำปี 2025

    ท่าอากาศยานเกาะลอร์ดโฮว์ (LDH) อันห่างไกลของออสเตรเลีย เป็นท่าอากาศยานมรดกโลกขององค์การยูเนสโก ไน่าด้สร้างความน่าตื่นตาตื่นใจ เมื่อเครื่องบินร่อนลงสู่รันเวย์แคบๆ ที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางผืนน้ำสีฟ้าคราม และภูเขาเขียวขจี

    ท่าอากาศยานแห่งนี้แสดงให้เห็นถึงความหลากหลายทางชีวภาพอันน่าทึ่งของเกาะ พร้อมทัศนียภาพของแนวปะการัง ยอดภูเขาไฟ และป่าทึบ ผู้โดยสารมักพบเห็นนกหายากและสัตว์ทะเลในช่วงเวลาสุดท้ายก่อนลงจอด ทำให้การลงจอดครั้งนี้ไม่ใช่แค่การลงจอดเท่านั้น แต่ยังเป็นทัวร์ชมสัตว์ป่าจากมุมสูงอีกด้วย

    2. สนามบินควีนส์ทาวน์ นิวซีแลนด์ ได้ 79 คะแนน

    เปิด 10 อันดับสนามบินวิวที่สวยที่สุดในโลก ประจำปี 2025 ควีนส์ทาวน์ (ZQN) เมืองหลวงแห่งการผจญภัยของนิวซีแลนด์ ต้อนรับผู้มาเยือนด้วยการลงจอดที่สมกับกิจกรรมกระตุ้นอะดรีนาลีน ขณะที่เครื่องบินบินผ่านเทือกเขาแอลป์ตอนใต้ ผู้โดยสารจะได้เห็นยอดเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะเปิดทางสู่ผืนน้ำใสดุจคริสตัลของทะเลสาบวาคาติปู

    ภูมิประเทศอันน่าทึ่งนี้ทำให้นักบินต้องบินขึ้นลงอย่างแม่นยำ ในฤดูใบไม้ร่วง เนินเขาโดยรอบจะเปล่งประกายสีทองอร่ามและสีแดงเข้ม สร้างสรรค์ปรากฏการณ์ตามฤดูกาลที่ยิ่งตอกย้ำประสบการณ์อันน่าตื่นตะลึง

    3. สนามบินมาเดรา โปรตุเกส ได้ 77 คะแนน

    เปิด 10 อันดับสนามบินวิวที่สวยที่สุดในโลก ประจำปี 2025

    ท่าอากาศยานมาเดรา (FNC) ซึ่งเป็นความมหัศจรรย์ทางวิศวกรรมมาบรรจบกับความงามตามธรรมชาติ รันเวย์ที่สร้างบางส่วนบนเสาสูงเหนือมหาสมุทรแอตแลนติก สร้างภาพลวงตาให้เหมือนกำลังลงจอดบนน้ำ เครื่องบินที่กำลังบินเข้ามาต้องลัดเลาะผ่านหน้าผาสูงตระหง่านและภูมิประเทศภูเขาไฟ ก่อนจะลงจอดบนรันเวย์ที่ลอยน้ำได้

    4. สนามบินพิตกิน เคาน์ตี้ ของสหรัฐ ได้ 77 คะแนน

    เปิด 10 อันดับสนามบินวิวที่สวยที่สุดในโลก ประจำปี 2025 สนามบินพิตกินเคาน์ตี (ASE) ในรัฐโคโลราโด เทียบเท่ากับสนามบินมาเดรา (FNC) ให้บริการเมืองแอสเพน จุดหมายปลายทางสกีสุดหรู การบินขึ้นลงนี้ต้องอาศัยนักบินที่สามารถบินลัดเลาะไปตามภูเขาที่สูงกว่า 14,000 ฟุต เกิดสิ่งที่นักบินเรียกว่า “แชมเปญแห่งการบินขึ้นลง” อันแสนพิเศษและน่าตื่นเต้น

    การลงจอดในช่วงฤดูหนาวจะเผยให้เห็นยอดเขาที่ปกคลุมไปด้วยหิมะบริสุทธิ์ ขณะที่ฤดูร้อนจะเผยให้เห็นหุบเขาเขียวขจีที่ประดับประดาไปด้วยดอกไม้ป่า

    5. สนามบินรีโอเดจาเนโร-ซานโตส ดูมองต์  บราซิล ได้ 76 คะแนน

    เปิด 10 อันดับสนามบินวิวที่สวยที่สุดในโลก ประจำปี 2025

    สนามบินริโอเดจาเนโร-ซานโตส ดูมองต์ (SDU) ซึ่งเป็นสนามบินใจกลางเมืองริโอ เดอ จาเนโร มอบประสบการณ์การลงจอดที่สะท้อนถึงแก่นแท้ความมีชีวิตชีวาของบราซิล ผู้โดยสารจะได้ชื่นชมรูปปั้นพระเยซูคริสต์ผู้ไถ่บาปอันโด่งดัง ภูเขาชูการ์โลฟ และอ่าวกวานาบาราอันกว้างใหญ่ ขณะที่เครื่องบินกำลังลงจอดในเส้นทางสุดท้าย รันเวย์ที่ดูเหมือนยื่นลงไปในน้ำโดยตรง ก่อนมีแสงสะท้อนจากผิวน้ำสร้างความน่าตื่นตาตื่นใจ

    6. สนามบินลอนดอนซิตี้ สหราชอาณาจักร ได้ 76 คะแนน

    เปิด 10 อันดับสนามบินวิวที่สวยที่สุดในโลก ประจำปี 2025

    สนามบินลอนดอนซิตี้ (LCY) ไกับด้คะแนนเท่ากับริโอ มอบทัศนียภาพเมืองอันน่าตื่นตาตื่นใจ หาเปรียบไม่ได้ เส้นทางขึ้นลงที่สูงชันเหนือย่านการเงินของลอนดอน มอบทัศนียภาพจากมุมสูงของสถานที่สำคัญทางสถาปัตยกรรมอย่างเดอะชาร์ด สะพานทาวเวอร์บริดจ์ และแม่น้ำเทมส์ที่คดเคี้ยว ทำเลที่ตั้งของสนามบินใกล้กับคานารีวาร์ฟ ให้ความรู้สึกราวกับกำลังล่องลอยอยู่ระหว่างตึกระฟ้า

    7. สนามบินอินส์บรุค ออสเตรีย ได้ 74 คะแนน

    เปิด 10 อันดับสนามบินวิวที่สวยที่สุดในโลก ประจำปี 2025

    ท่าอากาศยานอินส์บรุค (INN) ของออสเตรีย แสดงทัศนียภาพอันงดงามของเทือกเขาแอลป์แก่ผู้โดยสาร เส้นทางบินผ่านหุบเขาแคบๆ ที่โอบล้อมด้วยภูเขาสูงตระหง่าน ซึ่งต้องเลี้ยวอย่างแม่นยำหลายครั้งก่อนจะเข้าสู่รันเวย์

    8. สนามบินพาโร ภูฏาน ได้ 72 คะแนน

    เปิด 10 อันดับสนามบินวิวที่สวยที่สุดในโลก ประจำปี 2025

    สนามบินพาโร (PBH) ของภูฏาน ซึ่งตั้งอยู่ในเทือกเขาหิมาลัย นักบินจำเป็นต้องมีทักษะการบินที่ยอดเยี่ยม และมอบรางวัลให้กับผู้โดยสารด้วยทิวทัศน์อันงดงามที่หาที่เปรียบไม่ได้ การเดินทางนี้จำเป็นต้องบินผ่านภูเขาสูง 18,000 ฟุต และลงสู่พื้นหุบเขาอย่างรวดเร็ว สถาปัตยกรรมแบบภูฏานดั้งเดิม เผยให้เห็นมรดกทางวัฒนธรรมของประเทศ

    9. สนามบิน ฮวนโช เอ. อิเราส์กิน แคริบเบียน เนเธอร์แลนด์ ได้ 69 คะแนน

    เปิด 10 อันดับสนามบินวิวที่สวยที่สุดในโลก ประจำปี 2025 ท่าอากาศยานฮวนโช เอ. อิเราส์กิน (SAB) บนเกาะซาบาในทะเลแคริบเบียน เป็นที่ตั้งของรันเวย์พาณิชย์ที่สั้นที่สุดแห่งหนึ่งของโลก มอบประสบการณ์การลงจอดที่ทั้งสวยงามและน่าตื่นเต้นไม่แพ้กัน ขณะที่เครื่องบินกำลังเข้าใกล้รันเวย์เล็กๆ ที่ตั้งอยู่บนหน้าผา ผู้โดยสารจะได้เห็นภูมิประเทศภูเขาไฟอันน่าตื่นตา ที่เหมือนกับพุ่งลงสู่ผืนน้ำสีฟ้าคราม

    10. สนามบินนานาชาติ แดเนียล เค. อิโนเอ ของสหรัฐ ได้ 68 คะแนน

    เปิด 10 อันดับสนามบินวิวที่สวยที่สุดในโลก ประจำปี 2025 ท่าอากาศยานนานาชาติแดเนียล เค. อิโนอุเย (HNL) ซึ่งเป็นประตูสู่นานาชาติของโฮโนลูลู ติดอันดับท็อปเท็นด้วยการต้อนรับแบบฮาวายแท้ๆ ท่าอากาศยานแห่งนี้มอบทัศนียภาพอันกว้างไกลของหาดไวกิกิ ปล่องภูเขาไฟไดมอนด์เฮด และเทือกเขาโคโอเลาอันเขียวชอุ่ม เที่ยวบินส่วนใหญ่บินเหนือน้ำ ทำให้เกิดการเปลี่ยนผ่านจากมหาสมุทรสีครามสุดลูกหูลูกตาไปสู่หมู่เกาะสีเขียวขจีอันน่าตื่นตาตื่นใจ

    อ้างอิง Aviation2z 

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/lifestyle/travel/1203753&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0d-Inq5by8nBu5vCfSPyr-

  • นทท.ไทย-เทศ เชื่อมั่นเกาะกูด จองห้องพัก80%เป็นสัญญานดี

    นทท.ไทย-เทศ เชื่อมั่นเกาะกูด จองห้องพัก80%เป็นสัญญานดี

    วันจันทร์ ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

    Tag :

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางสาวพิชยา ธชัยอดิทรัพย์ เจ้าของโรงแรมเกาะกูดพาราไดซ์ และนายกสมาคมโรงแรมและรีสอร์ทจังหวัดตราด เปิดเผยว่า สถานการณ์สู้รบระหว่างไทยกับกัมพูชาทำให้ความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศลดลง และเกรงว่าจะเกิดอันตรายในการเดินทางมามายังพื้นที่ชายแดน ซึ่งโรงแรมและรีสอร์ทในอำเภอคลองใหญ่ได้รับผลกระทบมาก รวมทั้งแหล่งท่องเที่ยวในหมู่เกาะช้าง รวมทั้งเกาะหมากและเกาะกูด เฉพาะนักท่องเที่ยวในเครือสหราชอาณาจักรเตือนชาวอังกฤษไม่ควรเดินทางมาที่อำเภอเกาะช้าง จากปัญหานี้ ทำให้ทางสมาคมฯได้หารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเรื่องการแก้ปัญกาในเรื่องนี้ ซึ่งทางททท.ตราดและการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และภาคเอกชนทั้งสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยและหอการค้าตราดรวมทั้งสภาหอการค้าไทยรวมทั้งสื่อมวลชนในพื้นที่ได้ร่วมกันสร้างภาพลักษณ์ในด้านการท่องเที่ยวจนทำให้ภาพความเชื่อมั่นกลับคืนมา แม้ไม่ทั้งหมด แต่นักท่องเที่ยวต่างชาติเริ่มเข้าใจและหันมาจองห้องพักในช่วงปลายปี 2568-ต้นปี 2569 ที่มียอดเพิ่มขึ้นแล้วระดับ 80-90% ซี่งห้องพักในอำเภอเกาะกูด ที่มีทั้งในเกาะกูดและเกาะหมากกลับมาได้ยอดสั่งจองเพิ่มขึ้นแล้ว ซึ่งเป็นเรื่องที่ดี

    “แต่สิ่งที่น่าห่วงก็คือ แหล่งท่องเที่ยวในอำเภอคลองใหญ่ที่วันนี้ไม่มีนักท่องเที่ยวทั้งในไทยและต่างชาติไม่เดินทางมาเหมือนเดิม เพราะต่างชาติที่เคยเดินทางจากจ.เกาะกง กัมพูชาเข้ามาจ.ตราดไม่ได้ จากปัญหานี้ ทางรัฐบาบควรจะเข้ามาเยี่ยวยาและหาทางช่วยเหลือ เพราะผู้ประกอบการกระทบมาก“นายกสมาคมโรงแรมและรีสอร์ทจังหวัดตราดกล่าว 

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/local/922079&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0YDDoLjL25UNFVt5NJT7Cd

  • (50 ปีสัมพันธ์ไทย-จีน) เชฟซินเจียงถ่ายทอดอัตลักษณ์ซินเจียงผ่านรสชาติอาหารต้นตำรับ | TOPNEWS

    (50 ปีสัมพันธ์ไทย-จีน) เชฟซินเจียงถ่ายทอดอัตลักษณ์ซินเจียงผ่านรสชาติอาหารต้นตำรับ | TOPNEWS

    • เผยแพร่ : 19/10/2025 20:46

    เชฟชื่อดังที่ตลาดนานาชาติซินเจียง แหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมในเมืองอุรุมชี เขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ใช้เวลากว่า 30 ปี เพื่อฝึกฝนและพัฒนาฝีมือ จนกลายเป็นหัวหน้าเชฟที่รังสรรค์อาหารซินเจียงต้นตำรับให้ผู้มาเยือนจากทั่วทุกมุมโลกได้สัมผัส

    เหมา ชูเผิง (Mao Shupeng) เชฟประจำร้าน อวันตี บาร์บีคิว ยังคงทำครัวไม่หยุดแม้ยามค่ำคืน เสียงฉ่าของเตาย่างและกลิ่นหอมอบอวลชวนให้นึกถึงรสชาติอาหารซินเจียงต้นตำรับ เขาบอกว่า เชฟทีมนี้รวมผู้ปรุงอาหารจากทั่วประเทศ โดยเฉพาะจากกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ ในซินเจียง แต่ละคนสามารถทำเมนูเอกลักษณ์ของบ้านเกิดตนเองได้อย่างโดดเด่น
    .
    เขากล่าวด้วยว่า อาหารซินเจียงมีความหลากหลาย ทั้งในแต่ละพื้นที่และแต่ละกลุ่มชาติพันธุ์ เช่น เมนูเนื้อตุ๋นเนื้อแกะย่าง และของว่างต่างๆ ทุกจานล้วนสะท้อนอัตลักษณ์ของซินเจียง ซึ่งที่นี่นำเสนออาหารของแต่ละภูมิภาคและกลุ่มชาติพันธุ์อย่างเต็มรูปแบบ พร้อมกลิ่นอายวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์
    .
    เพื่อเผยแพร่ “จิตวิญญาณของซินเจียง” สู่สายตาชาวโลก Mao Shupeng มีปรัชญาการทำอาหารผสาน “ความเปิดกว้าง” และ “ความคิดสร้างสรรค์” เพื่อให้ทั้งคนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวได้สัมผัสเสน่ห์แห่งอาหารซินเจียงอย่างเต็มที่ โดยนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกที่มาเยือนซินเจียง ส่วนใหญ่จะแวะที่ตลาดนานาชาติซินเจียงเป็นแห่งแรก
    .
    รูปแบบการเสิร์ฟอาหารในซินเจียงสะท้อน “ความโอบอ้อมอารีและน้ำใจไมตรี” ของผู้คนในท้องถิ่น เหมากล่าวว่า ซินเจียงมีธรรมเนียมการเสิร์ฟอาหารในปริมาณมาก แม้แต่จานหรือถ้วยก็มีขนาดใหญ่ คำกล่าวที่ว่า ‘ดื่มจากแก้วใหญ่ ทานจากจานใหญ่’ สะท้อนถึงความอบอุ่นและการต้อนรับอย่างจริงใจที่มอบให้แก่แขกและมิตรสหายที่มาเยือน
    .
    คลิปจาก China Media Group

    website

    SOCAIL 16-9 copy

    “สถานทูตเกาหลีใต้” สวนปาก “ไอซ์ รักชนก” ปั่นซ้ำข่าว 7 นักการเมืองไทย โยงสแกมเมอร์ ย้ำนี่คือ Fake news

    “กรมอุตุฯ” เตือน 32 จังหวัด รับมือฝนถล่มหนัก ภาคใต้เจอฝน 70%

    ชาวภูเก็ตร่วมใจทอดกฐินสามัคคี วัดม่าหนิก ยอดกว่า 3 ล้าน

    ผู้ว่าฯ เมืองคอน นำภาคีบวงสรวงพระนารายณ์ทรงสุบรรณ

    คอหวยส่องเลขหางประทัด – ยอดเงินทอดกฐิน “ พ่อแก่พันล้าน “

    (50 ปีสัมพันธ์ไทย-จีน) จีนเสร็จสิ้นภารกิจสำรวจมหาสมุทรอาร์กติกครั้งที่ 15

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1362208&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2kkWhCzIYKKwzqaxyLhvsR

  • พบทุ่นระเบิดเพิ่ม 6 ทุ่นทั้งในพื้นที่บ้านหนองหญ้าแก้ว และบ้านหนองจาน

    พบทุ่นระเบิดเพิ่ม 6 ทุ่นทั้งในพื้นที่บ้านหนองหญ้าแก้ว และบ้านหนองจาน

    เมื่อวันที่ 19 ต.ค.68 กองทัพภาคที่ 1 โดยศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 1 ได้รับรายงานจาก กกล.บูรพา ได้ปฏิบัติการเก็บกู้ทุ่นระเบิดร่วมกับ ศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ (ศทช.) ได้รายงานการตรวจพบทุ่นระเบิด บ้านหนองหญ้าแก้ว ซึ่งเป็นภารกิจการตรวจสอบเพิ่มเติมเพื่อให้ครอบคลุมพื้นที่จะเตรียมส่งมอบให้ประชาชน

    โดยชุดตรวจค้น ตรวจพบทุ่นระเบิดสังหารบุคคล จำนวน 2 ทุ่น เป็นทุ่นระเบิดสังหารบุคคลชนิดระเบิดอยู่กับที่ PMN จำนวน 1 ทุ่น และชนิดสะเก็ดระเบิด POMZ-2 จำนวน 1 ทุ่น สภาพพร้อมทำงาน สรุปการปฏิบัติภารกิจ ตั้งแต่ 10 ตค. – ปัจจุบัน  ตรวจพบทุ่นระเบิดสังหารบุคคล รวม 11 ทุ่น (PMN จำนวน 7 ทุ่น, MN79 จำนวน 1 ทุ่น และ POMZ-2 จำนวน 3 ทุ่น )

    นอกจากนี้ ได้รับรายงานการตรวจพบทุ่นระเบิดในพื้นที่ บ้านหนองจาน ซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการสำรวจพื้นทีไม่ปลอดภัยต้องสงสัยวันแรก บริเวณหลักเขต ที่ 47-48

    โดยชุดตรวจค้นตรวจพบทุ่นระเบิดสังหารบุคคล จำนวน 4 ทุ่น ได้แก่ทุ่นระเบิดสังหารบุคคลชนิดระเบิดอยู่กับที่ PMD 6M จำนวน 1 ทุ่น (สภาพชนวนชำรุด), ทุ่นระเบิดสังหารบุคคล ชนิดสะเก็ดระเบิด PMNจำนวน 3 ทุ่น สภาพพร้อมทำงาน

    ทั้งนี้ ชุดเก็บกู้ระเบิด ได้ทำการเก็บกู้ทุ่นระเบิด 3 ทุ่น และยังอยู่ระหว่างการวางแผนเก็บกู้ระเบิด  1 ทุ่น เนื่องจากตำแหน่งที่พบทุ่น อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ยากลำบากต่อการเก็บกู้ จำเป็นต้องใช้ชุดเก็บกู้ที่มีความชำนาญและต้องใช้ความระมัดระวังอย่างสูง

    โดย กกล.บูรพา ได้กำหนดเขตพื้นที่เสี่ยงอันตรายป้องกันมิให้ประชาชนเข้าในพื้นที่ เพื่อสร้างพื้นที่ความปลอดภัยให้ประชาชนในพื้นที่ สามารถดำเนินชีวิตได้อย่างปกติและมีพื้นที่ทำกินในอธิปไตยของไทยอย่างยั่งยืน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://fm91bkk.com/newsarticle/59411&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3c0Aixp9Y-_L6dGfDzIx3j

  • ปลุกกระแสเจ้าบ้านที่ดี

    ปลุกกระแสเจ้าบ้านที่ดี

    ล่าสุด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้เปิดฉากการเป็น “เจ้าบ้านที่ดี ปลุกพลังท่องเที่ยวไทย สู่อนาคตยั่งยืน” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นเวทีสำคัญให้ผู้ที่สนใจและบุคลากรในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวได้ร่วมพัฒนาศักยภาพ เรียนรู้ แลกเปลี่ยน และเสริมทักษะแบบครบวงจร เพื่อยกระดับมาตรฐานการบริการ และสร้างระบบนิเวศการท่องเที่ยวให้แข็งแกร่งสู่ความยั่งยืน

    นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. ได้กล่าวเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการปรับตัวของผู้ให้บริการด้านการท่องเที่ยว ในยุคที่พฤติกรรมและความคาดหวังของนักท่องเที่ยวเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว โดยปัจจุบันนักท่องเที่ยวให้ความสำคัญกับ คุณภาพ มาตรฐานการบริการ ความปลอดภัย ความใส่ใจสิ่งแวดล้อม และความรับผิดชอบต่อสังคม ควบคู่ไปกับวิถีชีวิตในยุคดิจิทัล ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ล้วนมีบทบาทสำคัญต่อการตัดสินใจเดินทาง การก้าวสู่การบริหารจัดการในยุคดิจิทัลจึงถือเป็นหัวใจสำคัญในการเสริมสร้างความเชื่อมั่นและสร้างความประทับใจแก่นักท่องเที่ยว เพื่อยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวคุณภาพระดับโลกอย่างยั่งยืน

    โครงการ “เจ้าบ้านที่ดี” จึงถูกจัดขึ้นเพื่อเป็นเวทีให้ผู้ประกอบการ พนักงานโรงแรม ผู้ให้บริการ และผู้ที่อยู่ในแวดวงการท่องเที่ยว ได้มาร่วมเรียนรู้ แลกเปลี่ยน และเสริมทักษะแบบครบวงจร โดยมุ่งเน้นการพัฒนาศักยภาพของ “คนท่องเที่ยวไทย” เพื่อยกระดับและสร้างระบบนิเวศการท่องเที่ยวให้แข็งแกร่ง อีกทั้งยังสนับสนุนการประยุกต์ใช้ เทคโนโลยีและนวัตกรรม ทั้งด้านบริการ การสื่อสาร และความปลอดภัย ให้สอดรับกับบริบท Digital Economy ควบคู่กับการสร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านข้อมูลและการบริหารจัดการการท่องเที่ยวที่สมดุลระหว่าง Demand และ Supply เพื่อมุ่งสู่การท่องเที่ยวที่รับผิดชอบ

    ขณะเดียวกันยังเตรียมความพร้อมผู้ประกอบการและชุมชนในการรองรับช่วงไฮซีซัน เพื่อยกระดับความเชื่อมั่นและภาพลักษณ์ของประเทศไทยในฐานะ “เจ้าบ้านที่ยิ้มได้อย่างมีมาตรฐาน” เพื่อพัฒนาทักษะ 6 มิติสำคัญ ได้แก่ การพัฒนาจิตใจเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพงานบริการ, การพัฒนาการสื่อสารและเข้าใจวัฒนธรรมนักท่องเที่ยว, การพัฒนาบุคลิกภาพ, การเรียนรู้เครื่องมือเพื่อเสริมสร้างการรับมือกับความไม่ปลอดภัยและแก้ปัญหาวิกฤต, สู่การพัฒนาเป็นบุคคลต้นแบบที่สร้างการเปลี่ยนแปลงด้านการท่องเที่ยว หรือ Local Hero และการมีส่วนร่วมในการสร้างแรงบันดาลใจแก่ผู้ให้บริการท่องเที่ยว เพื่อเป็น “เจ้าบ้านที่ดี” ต้อนรับนักท่องเที่ยว

    ดังนั้น เพื่อการเป็นจุดหมายปลายทางสำหรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ททท.แสดงความเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่า โครงการ “เจ้าบ้านที่ดี ปลุกพลังท่องเที่ยว สู่อนาคตยั่งยืน” จะเป็นกลไกสำคัญในการเสริมสร้างศักยภาพบุคลากรและผู้เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ให้พร้อมปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลง และยกระดับมาตรฐานบริการสู่ระดับสากล เพราะการเป็น “เจ้าบ้านที่ดี” ไม่ได้จำกัดแค่การต้อนรับเท่านั้น แต่ยังหมายถึงการสร้างคุณค่าให้กับการท่องเที่ยวไทยได้อย่างยั่งยืน.

    กัลยา ยืนยง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/columnist-people/881498/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3YcfAGaDr9-q2dAVdc-EzW

  • นายกเบียร์ ลุยจัดระเบียบหาดจอมเทียน คืนความปลอดภัย นทท.

    นายกเบียร์ ลุยจัดระเบียบหาดจอมเทียน คืนความปลอดภัย นทท.

    นายกเบียร์ ลุยจัดระเบียบหาดจอมเทียน คืนความปลอดภัย นทท.

    19 ตุลาคม 2568 นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ หรือนายกเบียร์ นายกเมืองพัทยา พร้อมด้วย ตำรวจพัทยา เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง , เจ้าหน้าที่เทศกิจเมืองพัทยา ได้สนธิกำลังลงพื้นที่ปฏิบัติการตรวจสอบและกวาดล้างยาเสพติดและคนเร่ร่อน จัดระเบียบชายหาดจอมเทียนอย่างเข้มข้น เพื่อคืนความสงบเรียบร้อยและสร้างความเชื่อมั่นให้กับเมืองท่องเที่ยว บริเวณชายหาดจอมเทียน จ.ชลบุรี

    ผลการตรวจค้นพบ กลุ่มชายหญิงเร่ร่อนมั่วสุม อยู่ตามแนวชายหาดรวมทั้งสิ้น 16 ราย โดยแบ่งเป็นผู้เสพ 13 ราย ส่งบำบัดที่อำเภอบางละมุง และผู้ครอบครองยาเสพติด 2 ราย ส่งดำเนินคดี ส่วนต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง 1 ราย มีการดำเนินคดีและส่งกลับ

    นายกเบียร์ ลุยจัดระเบียบหาดจอมเทียน คืนความปลอดภัย นทท.

    นายปรเมศวร์ นายกเมืองพัทยา เผยว่า เมืองพัทยาให้ความสำคัญกับการดูแลความปลอดภัยในพื้นที่สาธารณะ โดยเฉพาะบริเวณชายหาดซึ่งเป็นจุดท่องเที่ยวสำคัญ การปฏิบัติการครั้งนี้เป็นความร่วมมือของหลายหน่วยงานเพื่อคืนความสงบเรียบร้อย

    นายกเบียร์ ลุยจัดระเบียบหาดจอมเทียน คืนความปลอดภัย นทท.

    เจ้าหน้าที่ได้ทำการบันทึกข้อมูล และนำตัวผู้ที่ถูกควบคุมทั้งหมดส่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินการคัดกรอง บำบัด และสอบสวนขยายผล ตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป ยืนยันว่าเมืองพัทยาจะเดินหน้าจัดระเบียบและตรวจตราพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ “พัทยา” เป็นเมืองท่องเที่ยวที่ปลอดภัย สะอาด และน่าอยู่สำหรับทุกคน

    นายกเบียร์ ลุยจัดระเบียบหาดจอมเทียน คืนความปลอดภัย นทท.

    เรื่องนี้ได้รับแจ้งจากผู้ประกอบการว่ามีกลุ่มคนมามั่วสุมพี้ยาและออกมารบกวนนักท่องเที่ยวจึงเป็นที่มาของการบูรณาการในวันนี้  พบกลุ่มดังกล่าวมีประมาณ 20 คน มีอาการเหมือนคนไม่ได้นอน ตำรวจก็พาไปที่โรงพักตรวจปัสสาวะ ถ้าใครมีสารยาเสพติดก็ดำเนินการ

    นายกเบียร์ ลุยจัดระเบียบหาดจอมเทียน คืนความปลอดภัย นทท.

    ส่วนคนเร่ร่อน ทาง พม.ก็จะดำเนินการเอาตัวไปฝึกอาชีพต่อไป เรื่องนี้เกิดบริเวณใกล้กับชายหาดจอมเทียนไม่เกิน 20 เมตร คิดว่าเป็นเรื่องซีเรียส ที่เราต้องจริงจังในการดูแล เดี๋ยวตนจะไปประสานงานกับฝ่ายคุมอาคารเนื่องจากตรงนี้เป็นพื้นที่ข้อพิพาทจนทิ้งร้างและเกิดการมั่วสุม วันนี้พบยาเสพติดแต่ยังไม่รู้ว่าใครเป็นเจ้าของ และก็จะดำเนินการต่อไป

    นายกเบียร์ ลุยจัดระเบียบหาดจอมเทียน คืนความปลอดภัย นทท. นายกเบียร์ ลุยจัดระเบียบหาดจอมเทียน คืนความปลอดภัย นทท.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.nationtv.tv/news/region/378968283&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0ec3bP686tLG6NhIDoPQ9L

  • ภูกระดึงฮิต! ปลายฝนต้นหนาว 18 องศาฯ นักท่องเที่ยวแน่น ยอดทะลุพัน | เดลินิวส์

    ภูกระดึงฮิต! ปลายฝนต้นหนาว 18 องศาฯ นักท่องเที่ยวแน่น ยอดทะลุพัน | เดลินิวส์

    เมื่อวันที่ 19 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สภาพอากาศบริเวณในจังหวัดเลย ทั่วไปมีอากาศเย็นในช่วงเช้า และมีหมอกหนา โดยเฉพาะบริเวณเทือกเขา ทำให้ในหลายพื้นที่โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวตามยอดภู ในช่วงวันหยุดเสาร์ อาทิตย์ ต่างมีนักท่องเที่ยวมาท่องเที่ยวเพื่อมาสัมผัสหนาว ในช่วงปลายฝนต้นหนาว และต่างก็ไม่ผิดหวังกับอากาศเย็นในยามเช้า โดยเฉพาะอุทยานแห่งชาติภูกระดึง ซึ่งยังคงเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตตลอดกาลของหนุ่มสาว เพื่อไปสัมผัสอากาศหนาว และธรรมชาติสวยๆ บนยอดภู

    นายภูวนัย มูลแวง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูกระดึง เผยว่า เช้าวันนี้อุณหภูมิบนยอดภู 18.0 องศาเซลเซียส มีหมอกลงจัดต่างไม่ผิดหวังกับบรรยากาศในช่วงปลายฝนต้นหนาว อุทยานแห่งชาติภูกระดึง มักจะเกิดทะเลหมอกขึ้น ตามจุดเดินไปผานกแอ่น จุดชมพระอาทิตย์ดวงโตๆ ส่องแสงเป็นสีส้มในยามเช้า นักท่องเที่ยวขึ้นไปพักค้างแรมบนยอดเขารวม 480 คน ลงทะเบียนขึ้นวันนี้ 660 คน ทำให้มียอดนักท่องเที่ยวสะสมรวมทั้งสิ้น 1,140 คน

    ซึ่งกิจกรรมยอดฮิตส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้นบนภูกระดึง นักท่องเที่ยวขึ้นมาชมธรรมชาติ จนเหมือนกลายเป็นธรรมเนียมปฏิบัติในช่วงเช้าจะเดินออกจากที่พัก เพื่อรับแสงแรงของวันใหม่ชมพระอาทิตย์ขึ้นที่ผานกแอ่น ในช่วงเย็นชมพระอาทิตย์ตกดินที่ผาหล่มสัก แต่ที่ขาดไม่ได้คือ ชื่นชมความสวยงามของใบเมเปิล แม้ช่วงนี้ยังไม่เปลี่ยนสีที่น้ำตกถ้ำใหญ่ และกิจกรรมในช่วงกลางวันชมจุดท่องเที่ยวอื่นๆ อย่าง ลานพระศรีนครินทร์, สระอโนดาต, ผาเหยียบเมฆ, ผาแดง, ผาหล่มสัก, ผานาน้อย, ผาจำศีล, ผาหมากดูก และน้ำตกต่างๆ

    ซึ่งแต่ละจุดในช่วงนี้กำลังสวยมาก หลังธรรมชาติพักปิดภูมา 4 เดือน ประกอบกับช่วงปลายฝนต้นหนาว ทำให้บนภูกระดึงเขียวชอุ่มดอกไม้กำลังชูช่อรับนักท่องเที่ยว และหนาวในปีนี้ทางอุทยานฯ มีความพร้อมทุกด้านเพื่อรองรับนักท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นที่พัก อาคารบ้านพัก สถานที่ สนามเพื่อกางเต็นท์ และจัดเต็นท์ไว้บริการ ร้านค้า ร้านอาหาร สินค้าที่ระลึก สินค้าเพื่อป้องกันความหนาวเย็นชนิดต่างๆ ตลอดจนห้องอาบน้ำ ห้องสุขา ที่บริการกดน้ำดื่ม และด้านความปลอดภัยมีจนท.ประจำแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ รวมถึงมีหน่วยพยาบาล คอยบริการและให้คำแนะนำ จึงขอให้นักท่องเที่ยวมั่นใจในการบริการของ อุทยานแห่งชาติภูกระดึง ส่วนจำนวนนักท่องเที่ยวยังคงจำกัดไว้ที่ 3,500 คนต่อวัน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5218029/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1ETvoUJVl_smpimgKhQJns