Category: ท่องเที่ยว

  • ทุ่งปอเทือง ม.เกษตรฯ กำแพงแสน เหลืองอร่ามเต็มทุ่ง เช็กอินใกล้กรุง

    ทุ่งปอเทือง ม.เกษตรฯ กำแพงแสน เหลืองอร่ามเต็มทุ่ง เช็กอินใกล้กรุง

              ทุ่งปอเทือง ม.เกษตรฯ กำแพงแสน ชวนเช็กอินทุ่งปอเทืองสีเหลืองสดใส สวยสะดุดตาต้องแวะ ใครมองหาทริปใกล้กรุง บรรยากาศดี ๆ เห็นทีต้องมาหน่อยแล้ว

              ช่วงนี้ใครที่เดินทางมาชมชมพูพันธุ์ทิพย์ ม.เกษตรฯ กำแพงแสน ที่กำลังออกดอกสวยสุด ๆ แล้ว และถ้าใครได้รูปสวยแล้วแต่ยังไม่รับกลับบ้าน เรามีอีกพิกัดทุ่งดอกไม้สวยของที่นี่ให้ได้แวะชม กับทุ่งปอเทือง ม.เกษตร กำแพงแสน บอกเลยว่าสวยไม่แพ้กัน คนที่กำลังมองหาทริปสั้น ๆ ใกล้กรุงเทพฯ แบบได้ฟีลธรรมชาติเต็ม ๆ

    ทุ่งปอเทือง ม.เกษตรฯ กำแพงแสน

    ทุ่งปอเทือง ม.เกษตรฯ กำแพงแสน

    ภาพจาก : เฟซบุ๊ก มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน

    ทุ่งปอเทือง ม.เกษตรฯ กำแพงแสน อยู่ตรงไหน

              ทุ่งปอเทือง ม.เกษตร กำแพงแสน แห่งนี้ตั้งอยู่ข้างอุโมงค์ยูคาลิปตัส บริเวณศูนย์การเรียนรู้นวัตกรรมเกษตร (พิกัด : ทุ่งปอเทือง ม.เกษตร กำแพงแสน)

    ทุ่งปอเทือง ม.เกษตรฯ กำแพงแสน

    ภาพจาก : เฟซบุ๊ก มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน

    ทุ่งปอเทือง ม.เกษตรฯ กำแพงแสน มีอะไรดี

               ต้องบอกว่าทุ่งปอเทือง ม.เกษตร กำแพงแสน ที่นี่ไม่ได้มีแค่ต้นไม้ดอกไม้ธรรมด แต่คือ “ทะเลสีเหลือง” สุดลูกหูลูกตาบนพื้นที่หลายสิบไร่ ด้วยความที่เป็นพื้นที่วิจัยและสาธิตทางเกษตรกรรม ทำให้ต้นปอเทืองที่นี่เติบโตอย่างสมบูรณ์ ต้นสูงท่วมหัว ดอกแน่นสะพรั่ง ให้ฟีลสบาย ๆ โล่ง โปร่ง ลมพัดเอื่อย ๆ เดินเล่นได้เพลิน ๆ

    ทุ่งปอเทือง ม.เกษตรฯ กำแพงแสน

    ภาพจาก : เฟซบุ๊ก มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน

    ทุ่งปอเทือง ม.เกษตรฯ กำแพงแสน

    ภาพจาก : เฟซบุ๊ก มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน

    ทุ่งปอเทือง ม.เกษตรฯ กำแพงแสน เที่ยวช่วงไหนดี

              ช่วงที่ดอกบานเต็มทุ่งจะสวยเป็นพิเศษ โดยเฉพาะตอนเช้าและเย็น แสงนุ่ม ๆ ถ่ายรูปขึ้นสุด ๆ แนะนำเช็กช่วงบานก่อนเดินทาง จะได้ไม่พลาดช็อตสวย ๆ ซึ่ง ณ วันที่ 23 กุมภาพันธ์ ดอกปอเทืองกกำลังออกดอกสวยงาม โดยจะบานอย่างนี้ไปประมาณ 50-60 ก่อนที่จะไถกลบต่อไป

    ทุ่งปอเทือง ม.เกษตรฯ กำแพงแสน

    ภาพจาก : เฟซบุ๊ก มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน

    ทุ่งปอเทือง ม.เกษตรฯ กำแพงแสน

    ภาพจาก : เฟซบุ๊ก มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน

    ทุ่งปอเทือง ม.เกษตรฯ กำแพงแสน ข้อแนะนำ

              ใครที่เดินทางมาเที่ยวชมทุ่งปอเทือง ม.เกษตร กำแพงแสน แนะนำว่าให้พกร่ม หมวก มาด้วย เพราะช่วงนี้อากาศค่อนข้างร้อน และอย่าดึง รั้ง และหักกิ่งต้นปอเทือง เพราะกิ่งค่อนข้างเปราะและหักง่ายมาก ๆ ไว้เก็บความสวยงามให้ส่งต่อให้คนอื่น ๆ ได้มาเชยชมด้วย

    ทุ่งปอเทือง ม.เกษตรฯ กำแพงแสน

    ภาพจาก : เฟซบุ๊ก มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน

              ถ้าอยากเติมสีเหลืองสดใสให้วันธรรมดา ลองแวะมาที่ทุ่งปอเทือง ม.เกษตรฯ กำแพงแสน ทริปสั้น ๆ ใกล้กรุงเทพฯ ที่ได้ทั้งพักผ่อนและรูปสวยกลับบ้าน ^ ^ 

    หมายเหตุ : ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงกรุณาตรวจสอบอีกครั้ง

    บทความ ที่เที่ยวสวนดอกไม้ ที่เที่ยวนครปฐม อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://travel.kapook.com/view298976.html&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw00x8UiiEuUkghFEGXtEPij

  • โรงแรม-ห้าง ในตำนาน “อินทรา ประตูน้ำ” จ่อปรับโฉมใหญ่ หลัง DTP เช่ายาว 20 ปี

    โรงแรม-ห้าง ในตำนาน “อินทรา ประตูน้ำ” จ่อปรับโฉมใหญ่ หลัง DTP เช่ายาว 20 ปี

    DTP ในเครือ DTGO ขยับเกมลงทุนครั้งใหญ่ เช่าสิทธิ์บริหาร โรงแรมอินทรา รีเจนท์ และ ศูนย์การค้าอินทรา สแควร์ ใจกลางประตูน้ำ ระยะเวลา 20 ปี เริ่ม 1 มกราคม 2569 ปั้นสินทรัพย์ระดับตำนานให้สร้าง “รายได้ประจำ” (Recurring Income) ระยะยาว

    มั่นใจท่องเที่ยวไทยโตต่อ

    หรรสา สุสายัณห์ ประธานกรรมการ บริษัท ดีทีจีโอ พรอสเพอร์รัส จำกัด (DTP) ประเมินว่า ภาพรวมตลาดท่องเที่ยวไทยยังเป็นขาขึ้น คาดนักท่องเที่ยวต่างชาติปี 2569 อยู่ที่ 35.5 ล้านคน และจะเพิ่มเป็น 37.5 ล้านคนในปี 2570 และ 39.0 ล้านคนในปี 2571

    แรงหนุนมาจาก

    • การท่องเที่ยวโลกขยายตัว
    • จำนวนเที่ยวบินเข้าไทยเพิ่มขึ้น
    • มาตรการรัฐกระตุ้นท่องเที่ยว
    • จุดแข็งด้าน “ความคุ้มค่า” และทรัพยากรท่องเที่ยว

    ขณะเดียวกัน กรุงเทพฯ ยังครองอันดับ 1 เมืองน่าท่องเที่ยวของโลก จากรายงาน Top 100 City Destinations Index ของ Euromonitor International เมื่อเดือนธันวาคม 2568

    สำหรับ DTP นี่คือจังหวะเข้าถือ “สินทรัพย์ทำเลทอง” ที่มีทั้งประวัติศาสตร์ ฐานลูกค้าต่างชาติ (อเมริกา ยุโรป เอเชีย) และศักยภาพต่อยอดเชิงมูลค่าในอนาคต

    โรงแรมอินทรา รีเจนท์
    โรงแรมอินทรา รีเจนท์

    อินทรา รีเจนท์ จากตำนาน 50 ปี สู่เกมรีแบรนด์เชิงกลยุทธ์

    สำหรับการเข้าลงทุนใน โรงแรมอินทรา รีเจนท์ ซึ่งถือเป็นแลนด์มาร์กยุคบุกเบิกประตูน้ำ (เปิดครั้งแรกปี 2514) DTP เตรียม “ยกเครื่องเชิงกลยุทธ์” อาทิ

    • ปรับภาพลักษณ์
    • เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน
    • บริหารกระแสเงินสดอย่างรอบคอบ
    • ใช้ Customer Insight และทดสอบแพ็กเกจตลาดก่อนขยาย

    ปัจจุบันโรงแรมมีห้องพักราว 200 ห้อง อัตราเช่า (Occupancy Rate) เฉลี่ย 70–80% “เตรียมขยายเพิ่มอีกเท่าตัวเป็น 400 ห้อง“ บนทำเลบนถนนราชปรารภ ใกล้ Airport Rail Link สถานีราชปรารภ และย่านค้าส่งประตูน้ำ

    DPT ตั้งเป้าให้ โรงแรมอินทราฯ เป็นผู้นำโรงแรมระดับ 4 ดาวในโซนนี้

    ทั้งหมดคือ กลไกเพิ่ม Asset Utilization และเสริมความต่อเนื่องของกระแสเงินสดในอนาคต

    โรงแรมอินทรา รีเจนท์

    ยกเครื่อง “อินทรา สแควร์”

    อีกขาในสมการนี้ คือ ศูนย์การค้าอินทรา สแควร์ พื้นที่รวม 26,900 ตารางเมตร มีร้านค้ากว่า 300 ร้าน

    เบื้องต้น DTP เตรียมอัปเกรดพื้นที่รีเทลและศูนย์อาหาร พร้อมจับมือพันธมิตรใหม่ เพื่อให้สอดรับพฤติกรรม  ผู้บริโภคยุคใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติสายช้อป อาทิ อินเดีย เอเชียใต้ ตะวันออกกลาง อาเซียน

    สำหรับ โครงสร้างรายได้หลักเป็นค่าเช่ารายเดือนจากร้านค้ากว่า 300 ร้าน ทั้งแฟชั่นค้าส่ง ร้านอาหารอินเดียและฮาลาล Modern Trade และบริการต่าง ๆ

    โมเดลนี้ทำให้โครงการมีรายได้ประจำที่มั่นคง และช่วยบาลานซ์ความเสี่ยงร่วมกับรายได้จากโรงแรม

    อินทรา สแควร์

    อย่างไรก็ดี ความแข็งแรงของอินทรา คือ “การมีโครงสร้างรายได้สองขา” ได้แก่ โรงแรม + รีเทล ในพื้นที่เดียวกัน

    โมเดลดังกล่าวช่วยหลายด้าน เช่น

    • กระจายความเสี่ยง
    • เสริมเสถียรภาพกระแสเงินสด
    • สร้าง Long-Term Yield

    ขณะที่ ดีลครั้งนี้ยังต่อยอดพอร์ตฯ โรงแรมของ DTP ที่ปัจจุบันถือครองโรงแรมในอังกฤษ 17 แห่ง รวม 3,383 ห้อง Occupancy 80.7% และมีรายได้ครึ่งปีแรก 2568 รวม 3,146 ล้านบาท

    ดังนั้น การเข้าบริหารอินทราครั้งนี้ จึงไม่ใช่แค่การเช่าสิทธิ์ 20 ปี แต่คือการยกระดับแลนด์มาร์กยุค 70s สินทรัพย์ Prime Area กรุงเทพฯ ให้กลายเป็นเครื่องจักรสร้างรายได้ระยะยาวอย่างมีโครงสร้าง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://positioningmag.com/1560783&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0zO5QHAtY17RaKKNYo5emS

  • เม็กซิโกเดือด! สั่งล็อกดาวน์ “เปอร์โต วัลลาร์ตา” ด่วน! หลังกองทัพปลิดชีพเจ้าพ่อ

    เม็กซิโกเดือด! สั่งล็อกดาวน์ “เปอร์โต วัลลาร์ตา” ด่วน! หลังกองทัพปลิดชีพเจ้าพ่อ

    เม็กซิโกเดือด! สั่งล็อกดาวน์

    เม็กซิโกเดือด! สั่งล็อกดาวน์ “เปอร์โต วัลลาร์ตา” ด่วน! หลังกองทัพปลิดชีพเจ้าพ่อ

    คมจบให้เกิดอะไรขึ้นที่เม็กซิโก! ล่าสุด สหรัฐฯ และแคนาดาประกาศคำสั่ง “Shelter in Place” สั่งนักท่องเที่ยวใน “เปอร์โต วัลลาร์ตา” และรัฐฮาลิสโก หลบในที่พักด่วน หลังเกิดเหตุจลาจลทั่วเมืองจากการที่กองทัพเม็กซิโกวิสามัญ “เอล เมนโช” ผู้นำกลุ่มคาร์เทล CJNG ผู้ทรงอิทธิพลที่สุด ขณะที่กลุ่มติดอาวุธตอบโต้ด้วยการเผารถ-ปิดถนน-กราดยิงสนามบิน ทำการบินเป็นอัมพาต!

    เม็กซิโกเดือด! สั่งล็อกดาวน์

    สถานการณ์ในประเทศเม็กซิโกทวีความรุนแรงขึ้นทันทีในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจากกองทัพเม็กซิโกเปิดปฏิบัติการสายฟ้าแลบในเมืองทาพัลพา (Tapalpa) รัฐฮาลิสโก (Jalisco) จนนำไปสู่การปะทะกันอย่างรุนแรง ผลที่ตามมาคือการเสียชีวิตของ “เนเมสิโอ รูเบน โอเซเกรา เซอร์วันเทส” หรือที่รู้จักกันในนาม “เอล เมนโช” (El Mencho) หัวหน้ากลุ่มคาร์เทลรุ่นใหม่ฮาลิสโก (CJNG) ซึ่งเป็นกลุ่มอาชญากรที่โหดเหี้ยมและมีอิทธิพลที่สุดกลุ่มหนึ่งของโลก

    เม็กซิโกเดือด! สั่งล็อกดาวน์

    หลังข่าวการเสียชีวิตของ “เอล เมนโช” แพร่สะพัด สมาชิกกลุ่มคาร์เทลได้ออกมาตอบโต้อย่างบ้าคลั่งด้วยการทำ “Narco-blockades” หรือการนำรถบัสและรถยนต์มาเผากลางถนนเพื่อปิดกั้นเส้นทางจราจรในหลายรัฐ รวมถึงเมืองท่องเที่ยวชื่อดังอย่าง “เปอร์โต วัลลาร์ตา” (Puerto Vallarta) มีรายงานเสียงปืนดังสนั่นในหลายจุด รวมถึงความพยายามบุกยึดสนามบินในกวาดาลาฮารา (Guadalajara) จนสร้างความตื่นตระหนกแก่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติอย่างหนัก

    เม็กซิโกเดือด! สั่งล็อกดาวน์

    กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ และแคนาดา ได้ออกประกาศเตือนระดับสูงสุด สั่งให้พลเมืองของตนที่อยู่ในพื้นที่รัฐฮาลิสโกและเปอร์โต วัลลาร์ตา “Shelter in Place” หรือกักตัวอยู่แต่ภายในที่พักและโรงแรม ห้ามออกไปภายนอกโดยเด็ดขาด เนื่องจากสถานการณ์ยังไม่นิ่งและเสี่ยงต่อการถูกลูกหลงจากการปะทะ ขณะที่สนามบินนานาชาติเปอร์โต วัลลาร์ตา (PVR) ต้องระงับการให้บริการชั่วคราว สายการบินยักษ์ใหญ่อย่าง Air Canada และ WestJet ประกาศยกเลิกเที่ยวบินทั้งหมด ทำให้นักท่องเที่ยวจำนวนมากติดค้างอยู่ภายในรีสอร์ทโดยมีกำลังทหารและตำรวจติดอาวุธหนักเข้าควบคุมสถานการณ์รอบเมือง

    เม็กซิโกเดือด! สั่งล็อกดาวน์

    ผู้ว่าการรัฐฮาลิสโกได้ประกาศยกระดับความมั่นคงเป็น “ระดับสีแดง” (Code Red) พร้อมสั่งระงับการให้บริการรถสาธารณะและแอปพลิเคชันเรียกรถทั้งหมด เพื่อความปลอดภัยและเปิดทางให้เจ้าหน้าที่รัฐเข้าควบคุมพื้นที่ ยืนยันจะปราบปรามกลุ่มอิทธิพลมืดให้สิ้นซากแม้จะมีการโต้ตอบด้วยความรุนแรงก็ตาม

    เม็กซิโกเดือด! สั่งล็อกดาวน์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.komchadluek.net/news/foreign/613766&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2GW_9y7k34zUZVef4ggUNJ

  • “พิพัฒน์” เผยเดินหน้าสร้างดิสนีย์แลนด์ในไทย ดึงท่องเที่ยว

    “พิพัฒน์” เผยเดินหน้าสร้างดิสนีย์แลนด์ในไทย ดึงท่องเที่ยว

    อย่างไรก็ดี นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ยืนยันว่าไม่มีกาสิโน ในส่วนของ entertainment เราไม่จำเป็นต้องมีกาสิโน เราก็สามารถดึงนักท่องเที่ยวมาได้ ผมให้สัมภาษณ์มาโดยตลอดว่า ตรงนี้ไม่มีคำว่ากาสิโนเด็ดขาด

    “ขอตอกกลับไปสู่อาจารย์บางท่านที่ไม่ทันได้ฟัง ก็มามั่วใส่ผม กล่าวหาว่าผมจะเอาเรื่องกาสิโนมา ขอฝากไปที่อาจารย์นะครับ ท่านสอนนิสิตนักศึกษาไปแล้ว ก็ควรจะมีจิตสำนึกที่ดี อันนี้ขอตอบโต้แบบแรงๆ”

    แผนการพัฒนาพื้นที่ใน EEC

    นายพิพัฒน์ กล่าวอีกว่า การจัดสรรพื้นที่ทีมงานของ EEC มาหารือ ปรากฏว่าเขาได้สำรองที่ไว้ทั้งหมดประมาณ 15,000 ไร่ จึงไปว่าขอใช้พื้นที่สำหรับในส่วนของกีฬาและของสวนสนุกประมาณ 5,000 ไร่ พื้นที่สีเขียว (Green Area) ใน 15,000 ไร่ ถือเป็นพื้นที่กรีนแอเรีย จะไม่มีส่วนของโรงงานอุตสาหกรรมมาอยู่ในบริเวณตรงนั้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของโรงพยาบาล ในเรื่องของ medical มาเป็นศูนย์รวมเป็นองค์ประกอบใน  EEC ที่จะเป็นการดึงนักท่องเที่ยวเข้ามา

    มูลค่าการลงทุน

    นายพิพัฒน์ กล่าวต่อว่า ในเรื่องของกีฬา เรื่องของสวนสนุก มูลค่าการลงทุน คาดการณ์ว่าโครงการกีฬาและสวนสนุกจะใช้เงินลงทุนประมาณ 300,000 – 350,000 ล้านบาท และเมื่อรวมกับโครงการพื้นฐานเดิมอาจสูงถึง 600,000 – 700,000 ล้านบาท จะช่วยสร้างงานมหาศาล

    การเมืองและการจัดตั้งรัฐบาล

    นายพิพัฒน์ ระบุว่า วันนี้พรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล เรามีการแถลงข่าวร่วมกับพรรคเพื่อไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และมีการแถลงข่าวร่วมกับพรรคเล็กๆ ต่างๆ

    “จะมีการเสนอ นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป ต้องรอให้ กกต. รับรองผลของการเลือกตั้งในวันที่ 8 ก.พ.69 ที่ผ่านมา ขณะที่เรารวบรวมได้ 300 เสียง ถือว่ามีเสถียรภาพ เพราะเราเกินกว่าครึ่งหนึ่งไปถึง 50 เสียง

    เมื่อถามว่า ปิดรับพรรคกล้าธรรมแล้วหรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า อยู่ที่กรรมการบริหารพรรคและหัวหน้าพรรคเป็นผู้ตอบคำถามนี้

    เมื่อถามถึงมีการร้องเรียนให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า เรื่องการเลือกตั้งจะเป็นโมฆะหรือไม่โมฆะ เป็นหน้าที่ของส่วนต่างๆ ไม่ว่าผู้ตรวจการแผ่นดิน ศาลปกครอง หรือศาลรัฐธรรมนูญ เป็นเรื่องของ กกต. ตนไม่สามารถที่จะไปวิเคราะห์หรือวิจารณ์ได้

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.nationtv.tv/news/politics/378973913&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw01I20Vxu8DBcR7Gqz6RKB2

  • เอกชน “ภูเก็ต” เสนอ “รัฐบาลใหม่” ปลดล็อค 3 ข้อให้ภูเก็ตไปต่ออีกไกล!

    เอกชน “ภูเก็ต” เสนอ “รัฐบาลใหม่” ปลดล็อค 3 ข้อให้ภูเก็ตไปต่ออีกไกล!

    นายภูมิกิตต์ รักแต่งาม ประธานมูลนิธิพัฒนาการท่องเที่ยวยั่งยืนและตัวแทนภาคเอกชนจังหวัดภูเก็ต สะท้อนมุมมองต่อรัฐบาลใหม่ที่กำลังอยู่ในระหว่างการจัดตั้ง เน้นย้ำถึงการเร่ง 4 ประเด็นที่รัฐบาลต้องปลดล็อค ซึ่งจะช่วยให้ “ภูเก็ต” สามารถไปต่อได้ไกลกว่าเดิม

    การก่อสร้างศูนย์ประชุมนานาชาติ

    นายภูมิกิตต์ระบุว่า คือ เรื่องที่สำคัญเป็นอันดับแรก ที่จะทำให้ภูเก็ตไปต่อได้ ภูเก็ตจำเป็นต้องมีสถานที่จัดงานระดับโลกเพื่อรองรับกลุ่ม MICE และงานสัมนาระดับโลกต่างๆ เพื่อดึงดูดเม็ดเงินที่มีอยู่มหาศาล

    อย่างไรก็ตาม เมื่อสอบถามถึงความคืบหน้าในปัจจุบัน นายภูมิกิตต์กล่าวว่า “ยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ เลย” ซึ่งถือเป็นประเด็นที่น่ากังวลสำหรับภาคเอกชน

    ทั้งนี้ สมาคมผู้ประกอบการนำเที่ยวภูเก็ต เคยระบุไว้ในคราวรัฐบาลของอดีตนายกเศรษฐา ทวีสินว่า ภูเก็ตเผชิญสภาวะขาดแคลนสถานที่จัดงานในระดับศูนย์ประชุมนานาชาติ ซึ่งแยกตัวเป็นเอกเทศจากส่วนของโรงแรมมานานกว่า 20 ปี โดยมีความต้องการศูนย์ประชุมขนาดอย่างน้อย 10,000 ตารางเมตร ที่รองรับคนได้กว่า 5,000 คน เพื่อดึงดูดงานแสดงสินค้าและงานประชุมวิชาการระดับโลก

    จากการที่ โพสต์ทูเดย์ รวบรวมข้อมูล พบว่าโครงการศูนย์ประชุมนานาชาติใน “ภูเก็ต” เป็นโครงการที่เคยเกิดขึ้นและต้องล้มพับไปแล้วหลายครั้ง

    ครั้งแรกเกิดขึ้นในปี 2553 ยุครัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ซึ่งเคยอนุมัติให้จัดตั้งศูนย์ประชุมและนิทรรศการนานาชาติภูเก็ต บนที่ดินราชพัสดุ 150 ไร่ ณ หาดไม้ขาว อำเภอถลาง โดยจัดสรรงบประมาณ 2,600 ล้านบาท ภายใต้แผน “ไทยเข้มแข็ง (Thai Khem Khaeng)” เพื่อออกแบบและก่อสร้างศูนย์ประชุมฯ ขนาดใหญ่ เพื่อรองรับกิจกรรมระดับนานาชาติ

    อย่างไรก็ตามพบข้อท้วงติงจากหลายหน่วยงานและยุติโครงการไปในยุคของรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

    ต่อมาโครงการก่อสร้างศูนย์ประชุมฯ ถูกรื้ออีกครั้งในสมัยของ รัฐบาลประยุทธ์ จันทร์โอชา แต่มีการเปลี่ยนสถานที่ และมีความคิดจะเปลี่ยนจากศูนย์ประชุมนานาชาติ เป็น ศูนย์สุขภาพนานาชาติ

    ในยุคของรัฐบาลเศรษฐา ต่อเนื่องถึงนางสาวแพทองธาร โครงการได้ถูกผนวกเข้าเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ และมีการอนุมัติงบประมาณวงเงินกว่า 5,000 ล้านบาท เพื่อเดินหน้าก่อสร้างศูนย์สุขภาพนานาชาติอย่างเต็มรูปแบบแทนจากที่เป็นศูนย์ประชุมนานาชาติอย่างเดียว

    ทั้งนี้ นายภูมิกิตต์ยืนยันว่า อยากให้โครงการมีความคืบหน้ารวดเร็ว เนื่องจากภูเก็ตพยายามที่จะเสนอตัวจัดงาน Specialized Expo 2028 ในธีม “Longevity” ซึ่งเท่ากับว่าต้องก่อสร้างให้เสร็จทันการจัดงาน

    นายภูมิกิตต์ รักแต่งาม

    การเร่งรัดโครงสร้างพื้นฐานที่ค้างท่อ

    นายภูมิกิตต์ ระบุว่าปัญหาโครงสร้างพื้นฐานก็เป็นสิ่งที่ค้างคามานานและต้องได้รับการลงมือทำทันที โดยเน้นย้ำว่า “รอไม่ได้แล้ว” ซึ่งมีประเด็นหลักที่ต้องจัดการคือ ปัญหาการจราจร ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญต่อคุณภาพชีวิตและการเดินทางท่องเที่ยว รวมไปถึงโครงการอุโมงค์ต่างๆ ที่ยังค้างท่ออยู่ ควรจะต้องได้รับการอนุมัติและดำเนินการให้เสร็จสิ้นทั้งหมด

    การผลักดันให้ภูเก็ตเป็น เขตเศรษฐกิจพิเศษ

    โดยเป็นข้อเสนอเพื่อการเติบโตในระยะยาว ทั้งนี้ นายภูมิกิตต์มองว่า เขตเศรษฐกิจพิเศษจะสามารถทำให้เกิดการปลดล็อกข้อจำกัดด้านงบประมาณ

    หากเปรียบเทียบเป็น “นักวิ่งมาราธอน” ภูเก็ตเหมือนลูกที่วิ่งมาราธอนเก่ง แต่การจะวิ่งระยะ 42 กิโลเมตรให้ไหว ต้องได้รับ “อาหาร” ซึ่งก็คืองบประมาณและทรัพยากรที่แตกต่างและมากกว่า นักวิ่งระยะ 10 หรือ 21 กิโลเมตร หากอาหารไม่ถึง นักวิ่งก็จะหมดแรงและไปต่อไม่ได้

    เพราะฉะนั้นการเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษจะช่วยให้ภูเก็ตได้รับการจัดสรรงบประมาณที่เหมาะสมกับศักยภาพในการสร้างรายได้ให้กับประเทศ

    …..

    เอกชน “ภูเก็ต” เสนอ “รัฐบาลใหม่” ปลดล็อค 3 ข้อให้ภูเก็ตไปต่ออีกไกล!

    นอกจากนี้ นายภูมิกิตต์ ยังสะท้อนว่ารัฐบาลควรให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวเท่ากับภาคการส่งออก อุตสาหกรรม หรือเกษตรกรรม

    “ผมมองว่า การท่องเที่ยวเป็นเครื่องยนต์หลักของประเทศ แต่ไม่ค่อยมีใครมาดูเรื่องนี้จริงจังเท่าไหร่”

    โดยมองว่าปัจจุบันรัฐบาลมักจะหวังผลจากการท่องเที่ยวมาก แต่กลับดูแลและจัดการอุปสรรคน้อยเกินไป อีกทั้งไม่สามารถอาศัย “ของเดิม” แล้วหวังผลมากขึ้นได้  จึงต้องการให้รัฐบาลใหม่เข้ามาดูแลการพัฒนาการท่องเที่ยวในแต่ละส่วนอย่างจริงจังเพิ่มขึ้น  คำว่าลงไปดูแต่ละส่วน เช่น ส่วนการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน การท่องเที่ยวแบบ Wellness ว่าแต่ละส่วนนั้นเจอกับปัญหาอะไร เป็นต้น

    ทั้งนี้ นายภูมิกิตต์กล่าวว่า สำหรับไตรมาส 1 ปี 2569 ภูเก็ตมีรายได้จากการท่องเที่ยวในระดับ “ดีมาก” แต่ภาพรวมในช่วงที่เหลือของปียังไม่สามารถรับปากได้ว่าตัวเลขจะดีต่อเนื่องหรือไม่ และค่อนข้างมีความกังวล เนื่องจากปัจจัยเรื่องค่าเงินยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญ

    โดยเฉพาะในไตรมาส 2 และ 3 ที่จะเป็นฤดูของนักท่องเที่ยวจาก “ออสเตรเลีย” เนื่องจากค่าเงินบาทแข็งค่าเมื่อเทียบกับคู่แข่งอย่างอินโดนีเซีย (บาหลี)

    นอกจากนี้ยังมีอุปสรรคเรื่องเที่ยวบินตรง ที่ปัจจุบันสายการบินไทย (TG) ไม่ได้บินตรงจากออสเตรเลียเข้าภูเก็ต แต่เปลี่ยนไปบินเข้ากรุงเทพฯ ทั้งหมด.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/smart-life/738402&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2z7ApN-VazXOQmUoIX_jvc

  • ปปท.ลุยพังงา! หาทางออก ‘สระว่ายน้ำร้าง 30 ปี’ หลังชาวบ้านร้องอาคารพัง-ไร้คนดูแล

    ปปท.ลุยพังงา! หาทางออก ‘สระว่ายน้ำร้าง 30 ปี’ หลังชาวบ้านร้องอาคารพัง-ไร้คนดูแล

    วันจันทร์ ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 12.59 น.

    ปปท.เขต 8 ลุยพังงา! หาทางออก ‘สระว่ายน้ำร้าง 30 ปี’ หลังชาวบ้านร้องอาคารพัง-ไร้คนดูแล พบโครงสร้างแตกร้าวเห็นเหล็กเส้น

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสุภาพ ศิริ ผู้อำนวยการ ปปท. เขต 8 นำทีมหน่วยงานภาคีเครือข่าย อาทิ ป.ป.ช., กอ.รมน., สำนักงานคลังจังหวัด, โยธาธิการและผังเมือง และท้องถิ่น ลงพื้นที่สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดพังงา ต.นบปริง เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีอาคารสระว่ายน้ำถูกปล่อยทิ้งร้างและใช้งานไม่ได้ตามที่ประชาชนร้องเรียน

    จากการตรวจสอบเบื้องต้น นางพิศมัย วงศ์แก้ว ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดพังงา ระบุว่า สระว่ายน้ำขนาด 25 x 50 เมตรแห่งนี้ ก่อสร้างโดยกรมพลศึกษาตั้งแต่ปี 2537 และโอนให้สำนักงานฯ ดูแลในปี 2545 แม้ที่ผ่านมาจะมีการซ่อมแซมเล็กน้อยและใช้จัดการแข่งขันถึงปี 2566 แต่ล่าสุดผลสำรวจจากโยธาธิการจังหวัดเมื่อต้นปี 2569 ยืนยันว่า โครงสร้างคอนกรีตแตกร้าวจนเห็นเหล็กเสริมที่เป็นสนิม ซึ่งเสี่ยงต่อการรับน้ำหนักและเป็นอันตรายต่อผู้ใช้งาน จึงสั่งงดใช้พื้นที่ทันที

    เจ้าหน้าที่ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ปัญหาหลักคือการขาดบุคลากรเนื่องจากเจ้าหน้าที่ดูแลสระได้เกษียณอายุราชการทั้งหมด และเมื่อของบประมาณซ่อมแซมไปยังกระทรวงต้นสังกัดกลับไม่ได้รับสนับสนุนเท่าที่ควร ต่างจากการของบจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวที่ได้รับงบประมาณง่ายกว่า ทำให้สถานกีฬาถูกละเลย

    ทั้งนี้ นายสุภาพ ศิริ ผอ.ปปท. เขต 8 ได้สรุปมติที่ประชุมเพื่อหาทางออกไว้ 2 แนวทาง ดังนี้ 1.ให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดแจ้งความประสงค์อย่างเป็นทางการอีกครั้ง เพื่อรับโอนพื้นที่ไปก่อสร้าง “ศูนย์พัฒนากีฬาจังหวัดพังงา” ตามที่เคยเสนอไว้ในปี 2562 และ 2.หากไม่โอนให้ท้องถิ่น กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาจะต้องจัดสรรงบประมาณซ่อมแซมใหญ่และจัดหาบุคลากรเข้ามาบริหารจัดการ เพื่อให้ประชาชนได้ใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่าสูงสุด

    ///////////////////-026

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/local/948667&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2PCHZ26mq9EOOPIiou4FEd

  • ผู้ว่าฯ สมุทรสงคราม เป็นประธานเปิดการประชุมการพัฒนาพื้นที่ท่องเที่ยวชุมชนสร้างสรรค์ อาหารปลอดภัย

    ผู้ว่าฯ สมุทรสงคราม เป็นประธานเปิดการประชุมการพัฒนาพื้นที่ท่องเที่ยวชุมชนสร้างสรรค์ อาหารปลอดภัย

    ผู้ว่าฯ สมุทรสงคราม เป็นประธานเปิดการประชุมการพัฒนาพื้นที่ท่องเที่ยวชุมชนสร้างสรรค์ อาหารปลอดภัย


    23/02/2569 | 52 |

    วันนี้ (23 ก.พ. 2569) เวลา 09.30 น. ที่บ้านสวนทรายทองรีสอร์ท ตำบลกระดังงา อำเภอบางคนที จังหวัดสมุทรสงคราม นายชยชัย แสงอินทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม เป็นประธานเปิดการประชุมการพัฒนาพื้นที่ท่องเที่ยวชุมชนสร้างสรรค์ อาหารปลอดภัย นางสาวอุษา เทียนทอง ประธานสมัชชาสุขภาพจังหวัดสมุทรสงคราม กล่าวรายงานการจัดประชุมครั้งนี้เป็นการสานต่อเวทีคณะกรรมการและภาคีสมัชชาสุขภาพจังหวัด ได้ร่วมกำหนดทิศทางการยกระดับการท่องเที่ยวชุมชนของจังหวัดสมุทรสงคราม บนพื้นฐาน “ความมั่นคงทางอาหาร” และการสร้างสรรค์อาหารจากทุนของชุมมชน ไม่ว่าจะเป็นทรัพยากรธรรมชาติ ภูมิปัญญาท้องถิ่น วิถีชีวิต วัฒนธรรม และเรื่องเล่าของแต่ละพื้นที่ โดยคัดเลือกแกนนำในพื้นที่นำร่อง 14 พื้นที่ ใน 3 อำเภอ ของจังหวัดสมุทรสงคราม กว่า 100 คน ที่มีทุนและศักยภาพที่แตกต่างกัน ล้านมีรากฐานด้านอาหาร วิถีชุมชน และการท่องเที่ยวที่สามารถต่อยอดได้ ร่วมรับรู้แนวทางการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวชุมชน เพื่อสร้างระบบเศรษฐกิจฐานรากที่เข็มแข็ง สร้างสุขภาวะของประชาชน และเปิดพื้นที่ให้ชุมชนเป็นเจ้าของการพัฒนาอย่างแท้จริง มีนายปริพล ทัดแก้ว นายอำเภอบางคนที, นางกัลยา เขียวเปลื้อง ประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม และภาคีเครือข่ายสมัชชาสุขภาพจังหวัดสมุทรสงคราม ร่วมพิธี

    สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสมุทรสงคราม : ภาพ – ข่าว

    https://thainews.prd.go.th/thainews/news/view/1813197/?bid=1


    image รูปภาพ


    Line


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://samutsongkhram.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/478945&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw24uoU4j90HQZwEkeuIPhYd

  • “

    “นายกฯ อนุทิน พร้อมคู่สมรส” นุ่งโจงห่มสไบ เปิดงาน “พระนครคีรี – เมืองเพชร” ครั้งที่ 39 ประจำปี 2569 พร้อมชื่นชม เป็นมรดกวัฒนธรรมและอัตลักษณ์เมืองเพชรที่น่าภาคภูมิใจ ช่วยขับเคลื่อนและส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ สร้างรายได้


    23/02/2569 | 63 |

    “นายกฯ อนุทิน พร้อมคู่สมรส” นุ่งโจงห่มสไบ เปิดงาน “พระนครคีรี – เมืองเพชร” ครั้งที่ 39 ประจำปี 2569 พร้อมชื่นชม เป็นมรดกวัฒนธรรมและอัตลักษณ์เมืองเพชรที่น่าภาคภูมิใจ ช่วยขับเคลื่อนและส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ สร้างรายได้

    “นายกฯ อนุทิน พร้อมคู่สมรส” นุ่งโจงห่มสไบ เปิดงาน “พระนครคีรี – เมืองเพชร” ครั้งที่ 39 ประจำปี 2569 พร้อมชื่นชม เป็นมรดกวัฒนธรรมและอัตลักษณ์เมืองเพชรที่น่าภาคภูมิใจ ช่วยขับเคลื่อนและส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ สร้างรายได้ให้กับประชาชน

    วันที่ 21 ก.พ. 69 เวลา 17.30 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานพิธีเปิดงาน “พระนครคีรี – เมืองเพชร” ครั้งที่ 39 ประจำปี 2569 ภายใต้แนวคิด “วิมานฟ้าพระนครคีรี อัญมณีแห่งสยาม” ณ บริเวณอุทยานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระนครคีรี และเวทีกลาง อำเภอเมืองเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี โดยมี น.ส.ธนนนท์ นิรามิษ ประธานกรรมการคู่สมรสคณะรัฐมนตรีและที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สมาคมแม่บ้านมหาดไทย นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ร้อยตำรวจโท ภพชนก ชลานุเคราะห์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี คณะรัฐมนตรี คณะผู้บริหารกระทรวงมหาดไทย หัวหน้าส่วนราชการจังหวัดเพชรบุรี ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น คณะกรรมการผู้จัดงานฯ ประชาชนและนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศจำนวนมากร่วมในงานอย่างคึกคัก

    โอกาสนี้ นายอนุทิน พร้อมด้วย น.ส.ธนนนท์ นำคณะสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จากนั้น รับชมการแสดงพิธีเปิดชุด “ตามรอยเสด็จเพชรบุรี สมเด็จพระพันปี ชาวเพชรบุรีน้อมรำลึก” โดย มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี และรับชมการจุดพลุเฉลิมฉลอง 1,350 นัด ก่อนเดินเยี่ยมชมนิทรรศการโครงการพระราชดำริฯ และเยี่ยมชมผลิตภัณฑ์ OTOP

    นายอนุทิน กล่าวว่า วันนี้ได้มาพบพี่น้องชาวเพชรบุรีด้วยความตื่นเต้นและดีใจ และเชื่อว่าทุกท่านก็คงไม่ผิดหวังที่ได้มาเห็นความสวยงามของจังหวัดเพชรบุรีมองไปด้านซ้ายมือเห็น “เขาวัง” ที่มีความสวยงามมากเลย ยิ่งมีการประดับไฟยิ่งมีคงามสวยงามอลังการ ทั้งยังได้มีความใกล้ชิดกับชาวเพชรบุรี ได้เห็นรอยยิ้มการทักทายได้รับการต้อนรับเราสามารถรู้สึกได้ งานวันนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่เทศกาลประจำปีที่ยิ่งใหญ่เท่านั้น แต่เป็นการสะท้อนถึงประวัติศาสตร์อันทรงคุณค่า วัฒนธรรมและอัตลักษณ์ที่งดงามของเมืองเพชรบุรี ถือเป็นวัฒนธรรมที่สืบสานมาจากรุ่นสู่รุ่น

    จังหวัดเพชรบุรีเป็นจังหวัดสู่ภาคใต้ที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ มีความรุ่งเรืองมายาวนาน มีชื่อเสียงด้านอาหารถิ่นรสเลิศ มาแล้วต้องลืมคำว่าเบาหวาน โดยเฉพาะ “ขนมเมืองเพชร” ซึ่งขณะนี้ผู้ประกอบการอาหารในประเทศไทยให้ความสำคัญและห่วงใยกับสุขภาพของประชาชน ได้มีมาตรการลดความหวานลดน้ำตาลลงไป แต่ก็ยังคงความหอมความอร่อยอยู่ ตนจึงเชื่อว่าเพชรบุรีจะยังเป็นจังหวัดที่มีชื่อเสียงในเรื่องของอาหารถิ่นรสเลิศ UNESCO และองค์การที่เกี่ยวข้องในระดับสหประชาชาติ ได้ยกให้จังหวัดเพชรบุรีเป็นเมืองสร้างสรรค์ด้านอาหาร ถือได้ว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีครบ ไม่ว่าจะเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติที่ล้ำค่าอย่าง “ผืนป่าแก่งกระจาน” แหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมประวัติศาสตร์และวิถีชีวิตของคนในท้องถิ่นที่มีความงดงามเป็นอย่างยิ่ง” นายอนุทิน กล่าว

    นายอนุทิน กล่าวเพิ่มเติมว่า การจัดงานนี้จึงมีคุณค่าอย่างยิ่ง ไม่เพียงแค่พวกเราชาวเพชรบุรี แต่พี่น้องชาวไทยทั่วประเทศและนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศนะให้ความสนใจในการมาเที่ยวเพชรบุรีในช่วงนี้ซึ่งก็จะมีการเสริมสร้างรายได้ยกระดับคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชน และยังเป็นเวทีแห่งการอนุรักษ์และสืบสานมรดกท้องถิ่นด้วยความภาคภูมิใจ ตลอดจนเป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดีที่มีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างพร้อมเพรียง ในโอกาสนี้ ขอขอบพระคุณทุกภาคส่วนในจังหวัดเพชรบุรีที่ได้ร่วมกันจัดงานครั้งนี้อย่างยิ่งใหญ่สมพระเกียรติและเป็นที่ภาคภูมิใจของพี่น้องประชาชน ขอบคุณชาวเมืองเพชร ที่ร่วมกันสร้างบรรยากาศโดยการแต่งกายด้วยชุดไทยอย่างงดงามเป็นที่น่าชื่นชม ขอให้การจัดงานครั้งนี้พบแต่ความสำเร็จเป็นอย่างดี เป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนและส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับจังหวัดและเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับพื้นที่อื่น ๆ ในการพัฒนากิจกรรมเพื่อการท่องเที่ยวต่อไป

    นายอนุทิน กล่าวในช่วงท้ายว่า ช่วงนี้ประเทศไทยมีจำนวนนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศพากันหลั่งไหลเข้ามาในประเทศไทย เพราะเขามีความมั่นใจในประเทศของเรา เขาเชื่อว่ามาที่นี่มีความปลอดภัย ได้รับการต้อนรับที่ดีจากประชาชนคนไทย ได้พบกับสิ่งที่เขาต้องการ บ้านเรามีทั้งน้ำแม่น้ำ ทะเล ภูเขา อาหารที่อร่อย และมีคนท้องถิ่นที่มีจิตใจงดงาม สิ่งเหล่านี้คือการที่ทำให้นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกพากันหลั่งไหลเข้ามาเที่ยวในประเทศไทย ดังนั้นในฐานะรัฐบาลขอให้คำมั่นสัญญากับพี่น้องประชาชนว่าพวกเราจะทำอย่างสุดความสามารถที่จะนำความผาสุก ความอยู่ดีกินดี ความมั่นคงความปลอดภัย มอบให้กับพี่น้องประชาชนชาวไทยที่เคารพรักทุกคน

    ด้าน ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี กล่าวว่า พระนครคีรี (เขาวัง) เป็นวังที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2402 ซึ่งเป็นวังแห่งแรกที่สร้างขึ้นบนภูเขา จึงเป็นพระบรมราชานุสรณ์ที่ทรงคุณค่าในพระราชวงศ์จักรีและเป็นมรดกทางศิลปวัฒนธรรมที่สำคัญของประเทศ จังหวัดเพชรบุรีจึงได้ร่วมกันจัดงานเฉลิมฉลององพระนครทีวีอย่างต่อเนื่อง สำหรับในปีนี้เป็นครั้งที่ 39 กำหนดจัดในระหว่างวันที่ 20 กุมภาพันธ์ ถึงวันที่ 1 มีนาคม 2569 จำนวน 10 วัน 10 คืน มีวัตถุประสงค์เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและพระราชกรณียกิจของสถาบันพระมหากษัตริย์ที่มีต่อปวงชนชาวไทยและชาวเพชรบุรีอีกทั้งยังเป็นการเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และยังเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจของจังหวัดเพชรบุรีให้ประชาชนมีรายได้เพิ่มขึ้นและส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดเพชรบุรี

    ข้อมูลจาก https://www.thaigov.go.th/th/news/161767


    image รูปภาพ

    image


    Line


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/39/iid/478933&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1qr5_rzhzACKRijeclM3JI

  • เปิดเหตุสลด รถนักท่องเที่ยวตกทะเลสาบที่ลึกที่สุดในโลก สังเวย 8 ชีวิต ทริปมรณะ

    เปิดเหตุสลด รถนักท่องเที่ยวตกทะเลสาบที่ลึกที่สุดในโลก สังเวย 8 ชีวิต ทริปมรณะ

     
              เปิดเหตุสลด รถนักท่องเที่ยวชาวจีนทะลุน้ำแข็ง ตกทะเลสาบที่ลึกที่สุดในโลก สังเวย 8 ชีวิต โศกนาฏกรรมทริปมรณะ

    รถตกทะเลสาบ

              วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักข่าวเอพี รายงานเหตุโศกนาฏกรรมสลด รถบัสของนักท่องเที่ยวชาวจีนประสบอุบัติเหตุตกลงไปในรอยแยกน้ำแข็ง บริเวณทะเลสาบไบคาล ประเทศรัสเซีย ซึ่งเป็นทะเลสาบที่ลึกที่สุดในโลก ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 8 ราย 

              เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา รถบัสคันหนึ่งซึ่งบรรทุกนักท่องเที่ยวสัญชาติจีน ได้ขับข้ามทะเลสาบที่แข็งตัว กระทั่งเมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุ รถได้ตกลงไปในรอยแยกน้ำแข็งที่มีความกว้าง 3 เมตร ก่อนที่รถจะจมลงสู่ก้นทะเลสาบ ซึ่งในบริเวณดังกล่าวมีความลึกราว 18 เมตร 

              ทางเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยเข้าปฏิบัติการดำน้ำเพื่อค้นหาและช่วยเหลือ โดยใช้อุปกรณ์กล้องใต้น้ำ ทั้งนี้พบว่า มีชาวจีนรายหนึ่งสามารถหลบหนีออกมาจากรถบัสคันที่ประสบเหตุได้ จากนั้นในเวลาต่อมา เจ้าหน้าที่ได้กู้ร่างผู้เสียชีวิตขึ้นมาจากใต้น้ำ 8 ราย ระบุว่าเป็นนักท่องเที่ยวชาวจีน 7 ราย และคนขับรถชาวรัสเซีย 1 ราย โดยหนึ่งในนั้นเป็นเด็กอายุ 14 ปี  

              สำนักงานอัยการประจำภูมิภาคอีร์คุตสค์ได้ดำเนินการสอบสวนเหตุการณ์ดังกล่าว โดยเบื้องต้นทาง สำนักงานการท่องเที่ยวท้องถิ่น ระบุว่า รถบัสนักท่องเที่ยวคันดังกล่าวดำเนินการโดยผู้ประกอบการที่ไม่ได้จดทะเบียน 

              อิกอร์ โคบเซฟ ผู้ว่าราชการภูมิภาคอีร์คุตสค์ ได้กล่าวแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้สูญเสีย พร้อมทั้งเรียกร้องให้นักท่องเที่ยวใช้บริการเฉพาะบริษัททัวร์ที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น “ผมขอเตือนอีกครั้งว่า การออกไปบนผิวน้ำแข็งของทะเลสาบไบคาลนั้น ไม่เพียงแค่ถูกห้ามในขณะนี้ แต่ยังเป็นอันตรายถึงชีวิต” 

              ด้านเซอร์เกย์ ลาฟรอฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย ได้ส่งข้อความแสดงความเสียใจไปยังประเทศจีน ผ่านแถลงการณ์ออนไลน์ ระบุว่า “ทางการรัสเซียกำลังดำเนินการสอบสวนอย่างเต็มที่” พร้อมทั้งเชื่อมั่นว่า อุบัติเหตุครั้งนี้ จะไม่ส่งผลกระทบในทางลบต่อการท่องเที่ยวระหว่างสองประเทศ

              ทะเลสาบไบคาล (Lake Baikal) อยู่บริเวณตอนใต้ของไซบีเรีย ประเทศรัสเซีย เป็นทะเลสาบน้ำจืดที่ลึกที่สุดในโลก จุดที่มีความลึกที่สุดลึกถึง 1,640 เมตร ถือเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของรัสเซีย โดยในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา  มีจำนวนนักท่องเที่ยวชาวจีนเดินทางไปเที่ยวรัสเซียเพิ่มขึ้นมาก หลังจากเริ่มใช้มาตรการยกเว้นวีซ่าระหว่างสองประเทศ  

              อย่างไรก็ดี ทะเลสาบดังกล่าวมักจะกลายเป็นน้ำแข็งในช่วงฤดูหนาวจัด และเคยเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงหลายครั้งในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เมื่อช่วงปลายเดือนมกราคม มีนักท่องเที่ยวชาวจีน 1 ราย เสียชีวิต หลังจากรถที่เขานั่งมาพลิกคว่ำบนผิวน้ำแข็งของทะเลสาบ 

    ขอบคุณข้อมูลจาก AP, BBC, The Straits Times

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://hilight.kapook.com/view/252160&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw01IKi7tRhx-tUZwTBpchHU

  • DTP มั่นใจตลาดท่องเที่ยวไทยโตต่อเนื่อง เดินหน้าลงทุนทรัพย์สินศักยภาพสูง เช่าสิทธิ์บริหารโรงแรมและศูนย์การค้าอินทรา ประตูน้ำ – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    DTP มั่นใจตลาดท่องเที่ยวไทยโตต่อเนื่อง เดินหน้าลงทุนทรัพย์สินศักยภาพสูง เช่าสิทธิ์บริหารโรงแรมและศูนย์การค้าอินทรา ประตูน้ำ – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    มิติหุ้น – บริษัท ดีทีจีโอ พรอสเพอร์รัส จำกัด (DTP) ในเครือบริษัท ดีทีจีโอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (DTGO) เชื่อมั่นตลาดท่องเที่ยวไทยโตต่อเนื่อง ลงทุนเช่าสิทธิ์บริหารโรงแรมอินทรา รีเจนท์ และศูนย์การค้าอินทรา สแควร์อย่างเป็นทางการเป็นระยะเวลา 20 ปี เริ่มตั้งแต่ 1 มกราคม 2569 เดินหน้าต่อยอดโครงการมิกซ์ยูสระดับตำนานใจกลางย่านประตูน้ำสู่การพัฒนาเชิงกลยุทธ์ที่มุ่งสร้างเสถียรภาพของรายได้ (Recurring Income) และการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

    นายหรรสา สุสายัณห์ ประธานกรรมการ บริษัท ดีทีจีโอ พรอสเพอร์รัส จำกัด (DTP) เปิดเผยว่า “DTP มั่นใจการเติบโตของตลาดท่องเที่ยวว่ามีโอกาสฟื้นตัวเชิงบวก จากความพร้อมในหลายด้านส่งเสริมศักยภาพท่องเที่ยวของประเทศไทย คาดว่านักท่องเที่ยวต่างชาติจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง  35.5 ล้านคนในปี 2569 และปรับเพิ่มขึ้นเป็น 37.5 และ 39.0 ล้านคน ในปี 2570 และ 2571 ตามลำดับ โดยมีปัจจัยส่งเสริมจากการท่องเที่ยวโลกขยายตัว จำนวนเที่ยวบินระหว่างประเทศมาไทยเพิ่มขึ้น มาตรภาครัฐกระตุ้นการท่องเที่ยว และ ไทยยังคงมีจุดแข็งด้านความสามารถในการแข่งขันด้านราคาและทรัพยากรด้านการท่องเที่ยวที่ดึงดูดความสนใจของนักท่องเที่ยวทั่วโลก กรุงเทพมหานครยังเป็นเมืองน่าท่องเที่ยวอันดับหนึ่งของโลก ในรายงานของ Euromonitor International ที่สำรวจดัชนี เมืองท่องเที่ยว 100 อันดับแรกที่เผยแพร่ในเดือนธันวาคม 2568 (Top 100 City Destinations Index)

    บริษัทฯ เชื่อมั่นว่า การเข้าไปลงทุนเช่าสิทธิ์บริหารในโรงแรมอินทรา รีเจนท์ และอินทรา สแควร์ ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่มีศักยภาพสูงจากทั้งทำเล ประวัติการดำเนินงาน และฐานลูกค้าต่างชาติไม่ว่าจะเป็นอเมริกา ยุโรป และเอเชีย เติบโตอย่างชัดเจน เรามองโครงการนี้ในฐานะ Asset Platform ที่สามารถสร้างรายได้ประจำหรือ Recurring Income ได้อย่างต่อเนื่อง จะมาพร้อมกับโอกาสในการเพิ่มมูลค่าในอนาคต”

    โรงแรมอินทรา รีเจนท์ เปิดดำเนินการครั้งแรกในปี พ.ศ. 2514 และถือเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กยุคบุกเบิกของย่านประตูน้ำโดดเด่นด้วยแนวคิด “Thai Timeless Concept” ที่สะท้อนเอกลักษณ์ศิลปะไทยผ่านงานไม้สักทองและแรงบันดาลใจจากวรรณคดีรามเกียรติ์ ตลอดเวลากว่า 50 ปี โรงแรมเคยต้อนรับบุคคลสำคัญระดับโลก อาทิ Muhammad Ali และ Pelé สะท้อนภาพลักษณ์ความเป็นสถานที่จัดงานและที่พักระดับสากล

    ภายใต้การเช่าสิทธิ์การบริหารของ DTP โรงแรมจะได้รับการวางกลยุทธ์ปรับภาพลักษณ์และเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน โดยเน้นการลงทุนควบคู่กับการบริหารกระแสเงินสดอย่างรอบคอบ เพื่อมอบประสบการณ์อันมีเอกลักษณ์แก่ผู้เข้าพัก และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้สินทรัพย์ (Asset Utilization) ปัจจุบันโรงแรมมีอัตราการเข้าพักเฉลี่ย 70–80% จากจำนวนห้องพักประมาณ 200 ห้อง และมีแผนเปิดห้องพักเพิ่มเติมอีกเท่าตัว รวมเป็น 400 ห้อง ภายในกลางปี 2568 ซึ่งคาดว่าจะช่วยเสริมศักยภาพรายได้และเพิ่มความต่อเนื่องของกระแสเงินสดในอนาคต

    ด้วยทำเลเชิงยุทธศาสตร์บนถนนราชปรารภ ใกล้ Airport Rail Link สถานีราชปรารภ และแหล่งค้าส่ง–ค้าปลีกสำคัญเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายในชื่อ  “ย่านประตูน้ำ”  โรงแรมตั้งเป้าเป็นผู้นำระดับ 4 ดาวในย่านนี้ แข่งขันกับโรงแรมชั้นนำที่ตั้งอยู่ในทำเลเดียวกัน โดยชูจุดแข็งด้านขนาดห้องพักที่กว้างขวาง  และความคุ้มค่าในการใช้งาน นอกจากนี้ยังมีห้องจัดเลี้ยงถึง 6 ห้อง รวมถึงศาลาไทยริมสระน้ำที่เป็นจุดเด่นของโรงแรม

    ทั้งนี้ในส่วนของการปรับปรุง โรงแรมได้มีการทำ Customer Insight และ การเทสต์ตลาด อาทิ การเทสต์แพกเกจต่าง ๆ เพื่อดูผลลัพธ์จากลูกค้าและนำมาปรับปรุงแก้ไขให้สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างดีที่สุดและมีความคุ้มค่าอย่างที่สุด

    ทางด้านศูนย์การค้า อินทรา สแควร์ ซึ่งมีพื้นที่ใช้งานกว่า 26,900 ตารางเมตร และร้านค้ากว่า 300 ร้านค้า DTP มีแผนพัฒนาพื้นที่รีเทลและศูนย์อาหาร โดยอยู่ระหว่างเตรียมความร่วมมือกับพันธมิตรด้านรีเทล เพื่อบริหารจัดการพื้นที่ให้ตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวเชิงช้อปปิ้งจากอินเดีย เอเชียใต้ ตะวันออกกลาง และอาเซียน ซึ่งเป็นฐานลูกค้าหลักของโครงการ

    ปัจจุบัน อินทรา สแควร์ มีรายได้จากค่าเช่าพื้นที่ร้านค้าในระดับที่มั่นคงและต่อเนื่อง สะท้อนศักยภาพของโครงการในฐานะแหล่งสร้างรายได้ประจำ (Recurring Income) จากฐานผู้เช่ากว่า 300 ร้านค้า ครอบคลุมทั้งกลุ่มแฟชั่นค้าส่ง ร้านอาหารอินเดียและฮาลาล ร้านค้า Modern Trade และบริการอำนวยความสะดวกต่าง ๆ โครงสร้างรายได้ลักษณะค่าเช่ารายเดือนดังกล่าวช่วยเสริมเสถียรภาพของกระแสเงินสด และสร้างสมดุลร่วมกับรายได้จากธุรกิจโรงแรมภายในโครงการเดียวกัน ทำให้โครงการมีความแข็งแกร่งในเชิงโครงสร้างรายได้ระยะยาว

    “ความแข็งแกร่งของโครงการนี้อยู่ที่โครงสร้างรายได้ที่หลากหลาย ทั้งจากธุรกิจโรงแรมและรีเทลในพื้นที่เดียวกัน ในรูปแบบมิกซ์ยูส ซึ่งเป็นแห่งแรกๆ ที่เปิดตัวในยุคเริ่มต้น และยังเติบโตมาจนถึงปัจจุบัน  ช่วยกระจายความเสี่ยงและเสริมเสถียรภาพของกระแสเงินสด เรามุ่งสร้างผลตอบแทนระยะยาว (Long-Term Yield) ผ่านการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ และการพัฒนาสินทรัพย์อย่างต่อเนื่อง การเข้าบริหารครั้งนี้สะท้อนวิสัยทัศน์ของ DTP ในการพัฒนาและยกระดับสินทรัพย์ศักยภาพในทำเล Prime Area ของกรุงเทพฯ ให้เป็นโครงการที่มีความแข็งแกร่งทั้งในมิติของรายได้ ความสามารถในการแข่งขัน และศักยภาพการเติบโตในระยะยาว ” นายหรรสากล่าวปิดท้าย

    การเช่าสิทธิ์บริหารโรงแรมและศูนย์การค้า อินทราฯ เป็นเวลากว่า 20 ปี ทำให้ DTP เพิ่มการรับรู้รายได้เชิงบวก จากปัจจุบัน เป็นเจ้าของโรงแรม ในประเทศอังกฤษจำนวน 17 แห่ง ซึ่งตั้งอยู่ทั่วประเทศอังกฤษและมีห้องพัก รวมกันประมาณ 3,383 ห้อง มีอัตราการเข้าพักเพิ่มขึ้นที่มีสัดส่วน (Occupancy) 80.7%  และสร้างรายได้ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2568 รวม 3,146 ล้านบาท

    ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

    Web : https://www.mitihoon.com/
    Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
    Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
    Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.mitihoon.com/2026/02/23/619167/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3gT63pnfvFjDFdRho-NqT2