Category: ท่องเที่ยว

  • ที่พักประจวบคีรีขันธ์ ในเมือง ใกล้แหล่งท่องเที่ยว ราคาดี ปี 2026

    ที่พักประจวบคีรีขันธ์ ในเมือง ใกล้แหล่งท่องเที่ยว ราคาดี ปี 2026

    Home / PR NEWS / ที่พักประจวบคีรีขันธ์ ในเมือง ใกล้แหล่งท่องเที่ยว ราคาดี ปี 2026

    ใครกำลังมองหาที่พักประจวบคีรีขันธ์ติดทะเล ที่พักใกล้ถนนคนเดินประจวบห้ามพลาด มัดรวมมาให้เลือกถึง 5 สไตล์ 5 ที่พักประจวบใกล้แหล่งท่องเที่ยว เดินทางสะดวก อัปเดตปี 2569 ตั้งแต่บูติกโฮเทลไปจนถึงที่พักราคาประหยัด บรรยากาศดี จะมากับแฟน ครอบครัว หรือแท็กทีมมากับเพื่อนก็ลงตัว พร้อมให้คุณไปเดินเล่นถนนคนเดินยามเย็นได้แบบใกล้แค่เอื้อม

    แหล่งท่องเที่ยวประจวบคีรีขันธ์ยอดฮิต

    ประจวบคีรีขันธ์มีแหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตที่หลากหลายตั้งแต่หัวหินลงไปถึงบางสะพาน พิกัดที่เที่ยวประจวบแนะนำ ได้แก่
    • อ่าวมะนาว หาดโค้งสวยน้ำใสในกองบิน 5 บรรยากาศเงียบสงบ เหมาะกับการพักผ่อนและแวะให้อาหารค่างแว่นสุดน่ารัก
    • ชายหาดหัวหิน ทะเลสุดคลาสสิกที่ห้ามพลาดกิจกรรมขี่ม้าเลียบหาด พร้อมเช็กอินคาเฟ่สวย ๆ หลากหลายสไตล์
    • สะพานสราญวิถี & ถนนคนเดิน แลนด์มาร์กสะพานแดงจุดชมวิวทะเลที่สวยที่สุด พร้อมเดินชิมของอร่อยที่ถนนคนเดินทุกเย็นวันศุกร์-เสาร์
    • เขาช่องกระจก พิชิตบันได 396 ขั้นสู่ยอดเขาใจกลางเมือง เพื่อสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์และชมวิวเมืองสามอ่าวแบบพาโนรามา
    • หาดเขาตะเกียบ หาดกว้างบรรยากาศดีที่รวมวิถีประมง ร้านอาหารทะเลสด ๆ และจุดไหว้พระชมวิวบนเขาไว้ในที่เดียว

    แนะนำ 5 ที่พักประจวบ ราคาดี บรรยากาศเยี่ยม

    ที่พักประจวบที่เดินทางสะดวกและใกล้แหล่งท่องเที่ยว จะช่วยให้ทริปปี 2569 สมบูรณ์แบบที่สุด ไม่ว่าจะเป็นโรงแรมในเมืองประจวบ ที่พักประจวบติดถนนเพชรเกษม หรือที่พักริมทะเลประจวบคีรีขันธ์ ก็พร้อมให้คุณเอนกายชาร์จพลังได้อย่างเต็มที่

    1. Seapine Beach Golf & Resort Hua Hin (ซีไพน์บีชกอล์ฟแอนด์รีสอร์ทหัวหิน)

    Seapine Beach Golf & Resort Hua Hin (ซีไพน์บีชกอล์ฟแอนด์รีสอร์ทหัวหิน) รีสอร์ทติดทะเลบรรยากาศสุดเอ็กซ์คลูซีฟ มีสนามกอล์ฟระดับมาตรฐานและสระว่ายน้ำกลางแจ้งขนาดใหญ่ให้พักผ่อนได้อย่างเต็มที่ ห้องพักกว้างขวางมองเห็นวิวทะเลพาโนรามา เหมาะสำหรับครอบครัว หรือกลุ่มเพื่อนที่มองหาความสงบและกิจกรรมสันทนาการที่ครบครันในที่เดียว

    2. Baan Kang Mung Hua Hin On The Beach (บ้านกางมุ้ง หัวหิน ออน เดอะ บีช)

    ที่พักประจวบติดทะเลสไตล์บ้านไม้สีขาวสุดอบอุ่นริมหาดเขาตะเกียบ ให้ความรู้สึกเหมือนมาพักบ้านพักตากอากาศส่วนตัว สิ่งอำนวยความสะดวกเน้นความเรียบง่ายแต่คลาสสิก สามารถเดินลงหาดได้ทันที เหมาะมากสำหรับครอบครัวที่ต้องการความเป็นกันเองในราคาที่สบายกระเป๋า

    3. Best Western Plus Carapace Hotel Hua Hin (โรงแรม เบสท์ เวสเทิร์น พลัส คาราเพซ หัวหิน)

    โรงแรม 4 ดาวดีไซน์โมเดิร์นที่มาพร้อมสวนน้ำและเครื่องเล่นสุดสนุกสนาน มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันทั้งฟิตเนสและคิดส์คลับ ห้องพักทันสมัยจัดเต็มด้วยเทคโนโลยีใหม่ ๆ เป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าสำหรับคนที่มองหาโรงแรมประจวบติดชายหาดในบรรยากาศทันสมัยและสนุกสนาน

    4. Addera Residence Hua Hin (แอดเดอร่า เรสซิเด้นซ์ หัวหิน)

    ที่พักสไตล์เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ราคาประหยัดที่สะอาดและปลอดภัย ให้บริการห้องพักขนาดใหญ่พร้อมครัวขนาดเล็กและระเบียงส่วนตัว ตอบโจทย์กลุ่มเพื่อนที่ต้องการความเป็นส่วนตัวและเดินทางไปแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ ได้ง่าย อยู่ใกล้ตลาดและร้านอาหารมากมาย

    5. The Palayana Resort & Villas Hua Hin (เดอะ ปาลายานา รีสอร์ท แอนด์ วิลล่า หัวหิน)

    รีสอร์ทหรูระดับ 5 ดาวที่มอบความเป็นส่วนตัวขั้นสุดด้วยพูลวิลล่าท่ามกลางสวนเขียวขจีริมชายหาดส่วนตัว มีบริการบัตเลอร์ดูแลอย่างใกล้ชิดและกิจกรรมพายคายัคหรือโยคะริมหาด เหมาะสำหรับครอบครัวที่ต้องการพักผ่อนแบบ Luxury

    เดินทางไปประจวบคีรีขันธ์ยังไงดี

    การเดินทางไปประจวบคีรีขันธ์สะดวกสบายและมีทางเลือกที่หลากหลาย ไม่ว่าคุณจะเน้นความรวดเร็วหรืออยากนั่งชมวิวข้างทางชิล ๆ ก็เลือกได้ตามสไตล์การท่องเที่ยว ดังนี้
    • รถยนต์ส่วนตัว ขับสะดวกผ่านถนนพระราม 2 เข้าสู่ถนนเพชรเกษม ใช้เวลาเพียง 3-4 ชั่วโมง แวะเที่ยวได้ตลอดทาง
    • รถไฟรางคู่หรือรถไฟด่วนพิเศษ ประหยัดเวลา พร้อมชมวิวสถานีรถไฟสุดคลาสสิก เลือกลงได้ทั้งสถานีหัวหินและประจวบฯ
    • รถตู้และมินิบัส ขึ้นได้ที่สายใต้ใหม่หรือหมอชิต 2 ออกเดินทางทุกชั่วโมง ส่งถึงตัวเมืองรวดเร็วในราคาสบายกระเป๋า
    • เครื่องบิน บินตรงลงสนามบินหัวหินแล้วต่อรถรับจ้างหรือเช่ารถเข้าเมืองประจวบฯ ได้ทันใจ เหมาะสำหรับคนเน้นความสะดวกและประหยัดเวลา

    จองที่พักประจวบกับแอป Traveloka ดียังไง

    จองที่พักเมืองประจวบคีรีขันธ์ให้คุ้มค่าและมั่นใจต้องแอป Traveloka ที่รวมดีลและโปรโมชันสมาชิกพร้อมระบบชำระเงินที่ปลอดภัย เพียงค้นหาก็เลือกที่พักได้ทุกสไตล์ตามงบประมาณ พร้อมตัวช่วยตัดสินใจจากรีวิวจริง จองง่ายไม่กี่ขั้นตอนก็ได้ราคาประหยัด แถมอุ่นใจด้วยฟีเจอร์การันตีเช็กอิน หากพบปัญหาพร้อมหาที่พักใหม่หรือคืนเงินทันที สะดวกและคุ้มค่าที่สุด

    จองที่พักประจวบง่าย ๆ ให้แอป Traveloka ดูแล ครบจบในแอปเดียว

    การจองที่พักประจวบคีรีขันธ์จะกลายเป็นเรื่องง่ายเมื่อใช้แอป Traveloka ที่รวบรวมที่พักหลากหลายสไตล์มาไว้ในที่เดียว ทั้งโรงแรมหรู 5 ดาว รีสอร์ทริมทะเล โฮเทลดี ไปจนถึงที่พักราคาประหยัด สะอาดและปลอดภัย ตอบโจทย์ทุกกลุ่มไม่ว่าจะมากับครอบครัว กลุ่มเพื่อน หรือสายเที่ยวคนเดียว

    แอป Traveloka ช่วยให้การวางแผนจองที่พักประจวบได้อย่างราบรื่น เพียงแค่ค้นหา เปรียบเทียบราคา และอ่านรีวิวจริงจากผู้เข้าพัก ก็เลือกที่พักที่โดนใจได้ในราคาที่ดีที่สุด มีดีลพิเศษและส่วนลดเพิ่มเติมอีกมากมาย ขั้นตอนการจองง่ายและรวดเร็ว รองรับการชำระเงินที่หลากหลายและปลอดภัย ให้การเดินทางท่องเที่ยวประจวบคีรีขันธ์เต็มไปด้วยความสะดวกสบาย คุ้มค่า และไร้ความกังวล

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://mthai.com/news/pr/407506.html&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0WmDxzj2rM959nokF3HR3B

  • เกาะบาหลีป่วน ฝนตกหนักน้ำท่วมฉับพลัน เร่งอพยพนักท่องเที่ยว

    เกาะบาหลีป่วน ฝนตกหนักน้ำท่วมฉับพลัน เร่งอพยพนักท่องเที่ยว

    เกาะบาหลี แหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของประเทศอินโดนีเซียน้ำท่วมอ่วม หลังเผชิญฝนตกหนักต่อเนื่องหลายวัน บางพื้นที่ระดับน้ำสูงเกิน 1.5 เมตร เร่งอพยพทั้งชาวบ้านและนักท่องเที่ยวจำนวนมาก

    เจ้าหน้าที่เปิดเผยว่า บริเวณย่านเทวีศรี ในเขตกูตา บนเกาะบาหลีได้รับผลกระทบหนัก หลังระดับน้ำเพิ่มสูงอย่างรวดเร็ว ทำให้ประชาชนจำนวนหนึ่งติดอยู่ภายในบ้านพัก ขณะที่ทีมค้นหาและกู้ภัยบาหลีเร่งลงพื้นที่ช่วยเหลือ โดยใช้ต้องเรือยางอพยพผู้ประสบภัยออกจากพื้นที่เสี่ยง

    รายงานระบุว่า มีผู้ได้รับการอพยพอย่างน้อย 12 คน รวมถึงผู้หญิง เด็ก และผู้ที่ติดอยู่ภายในรถยนต์ซึ่งไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้จากระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น

    นอกจากกูตาแล้ว พื้นที่ท่องเที่ยวยอดนิยมอื่น ๆ ของบาหลี ต่างได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมเช่นกัน โรงแรม เกสต์เฮาส์ และวิลล่าหลายแห่งมีน้ำไหลเข้าท่วม ทำให้นักท่องเที่ยวจำนวนมากต้องย้ายไปยังที่พักที่ปลอดภัยกว่า

    โดยฝนที่ตกหนักยังเพิ่มความเสี่ยงต่อดินถล่มและน้ำหลากฉับพลันในบางพื้นที่ สร้างความกังวลต่อภาคการท่องเที่ยวของเกาะบาหลี ซึ่งกำลังอยู่ในช่วงฟื้นตัว 

    ล่าสุดทางการท้องถิ่นเตือนประชาชนและนักท่องเที่ยวให้ติดตามประกาศพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด และหลีกเลี่ยงพื้นที่ลุ่มต่ำหรือบริเวณใกล้ลำคลองในช่วงที่ยังมีฝนตกต่อเนื่อง.

    ที่มา : Channelnewsasia

    คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ บาหลี

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/foreign/2916366&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw19RPOXSh-Dgr3HI_IFIY-y

  • เชียงราย ยกระดับเฝ้าระวัง 4 ลำน้ำสายหลัก หลังพบ ‘สารหนู’ ในกลุ่มตัวอย่าง ผวจ.สั่งเร่งตรวจซ้ำ-ตั้งศูนย์ประสานงานด่วน ย้ำอย่าตระหนกกระทบท่องเที่ยว | TOPNEWS

    เชียงราย ยกระดับเฝ้าระวัง 4 ลำน้ำสายหลัก หลังพบ ‘สารหนู’ ในกลุ่มตัวอย่าง ผวจ.สั่งเร่งตรวจซ้ำ-ตั้งศูนย์ประสานงานด่วน ย้ำอย่าตระหนกกระทบท่องเที่ยว | TOPNEWS

    ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย นำทีมถกเครียดติดตามคุณภาพน้ำ แม่น้ำกก-สาย-รวก-โขง หลังผลวิจัยเบื้องต้นพบสารหนูในตัวอย่างบางส่วนเกินมาตรฐาน สั่งคุมเข้มเก็บตัวอย่างซ้ำยืนยันผลภายใน 14 วัน พร้อมเตรียมตั้งศูนย์ประสานงานและห้องแล็บในพื้นที่เพื่อรายงานผลที่แม่นยำ ป้องกันผลกระทบเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว

    เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ห้องประชุมธรรมลังกา ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดเชียงราย นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบคุณภาพแม่น้ำกก แม่น้ำสาย แม่น้ำรวก และแม่น้ำโขง ครั้งที่ 2/2569 โดยมี นายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วยตัวแทนจากมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเชียงราย สาธารณสุขจังหวัดเชียงราย ประมงจังหวัดเชียงราย และตัวแทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง

    ในที่ประชุมมีการรายงานผลการศึกษาวิจัยเบื้องต้นในช่วงหลังสถานการณ์น้ำท่วม ซึ่งจากการเก็บตัวอย่างจากกลุ่มตัวอย่าง 10 ราย ในพื้นที่เป้าหมาย พบค่าสารหนู (Arsenic) สูงสุดประมาณ 1.947 mg/kg ซึ่งมีบางเคสที่คาดว่าสูงเกินค่ามาตรฐานสากล โดยกลุ่มเสี่ยงหลักคือเกษตรกรและผู้ที่สัมผัสน้ำมานานกว่า 10 ปี รวมถึงกลุ่มเปราะบางอย่างเด็กและผู้สูงอายุที่มีอาการผิวหนังผิดปกติและอาการชา

    อย่างไรก็ตาม ทีมวิจัยระบุว่าข้อมูลดังกล่าวยังมีความไม่แน่นอนเนื่องจากขนาดตัวอย่างที่ยังน้อย และพบปัจจัยรบกวนสำคัญ คือมีการพ่นสารกำจัดศัตรูพืชในพื้นที่ภายใน 24 ชั่วโมงก่อนการเก็บตัวอย่าง ซึ่งอาจส่งผลต่อความแม่นยำของค่าที่ตรวจพบ ขณะที่ผลตรวจน้ำดิบโดยภาพรวมของหน่วยงานภาครัฐในบางจุดยังคงอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน

    นายชูชีพ พงษ์ไชย ผวจ.เชียงราย ได้สั่งการในที่ประชุมให้ดำเนินยุทธศาสตร์เชิงรุก เพื่อสร้างความกระจ่างและป้องกันผลกระทบในวงกว้าง ดังนี้ 1.การยืนยันผล (Priority สูง) ให้ทีมวิจัย มฟล. ร่วมกับกรมควบคุมมลพิษ เร่งเก็บตัวอย่างซ้ำทั้งในสิ่งแวดล้อม (น้ำ/ตะกอน) และตัวอย่างชีวภาพ (ปัสสาวะ/เส้นผม) โดยต้องทำตามมาตรฐาน SOP อย่างเคร่งครัด และรายงานผลเบื้องต้นภายใน 2 สัปดาห์ 2.จัดตั้งศูนย์ประสานงาน มอบหมายให้สำนักงานจังหวัดนำทีมตั้งศูนย์กลางข้อมูล เพื่อเชื่อมโยงการทำงานระหว่างแล็บและหน่วยงานปกครอง ลดความซ้ำซ้อน 3.ยกระดับห้องปฏิบัติการ ผลักดันให้ ม.แม่ฟ้าหลวง และศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ เป็นแล็บอ้างอิงหลักในพื้นที่ เพื่อความรวดเร็วในการวิเคราะห์สารโลหะหนักไม่ต้องรอส่งส่วนกลาง 4.ระบบเฝ้าระวังทางคลินิก ให้โรงพยาบาลในเครือข่ายเก็บตัวอย่างจากกลุ่มเสี่ยงและนักเรียนในพื้นที่ใกล้เคียงเพื่อประเมินผลกระทบต่อสุขภาพในระยะสั้นและระยะยาว

    ประเด็นสำคัญที่ที่ประชุมให้ความกังวลคือ “ผลกระทบต่อการท่องเที่ยวและภาพลักษณ์จังหวัด” ผวจ.เชียงราย จึงสั่งการให้สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัด จัดทำสื่อสื่อสาร 2 รูปแบบ คือข้อมูลเชิงวิชาการสำหรับผู้เชี่ยวชาญ และอินโฟกราฟิก/แอนิเมชันที่เข้าใจง่ายสำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว โดยเน้นการให้คำแนะนำในการปฏิบัติตัวที่ถูกต้อง

    “เราต้องพูดความจริงบนพื้นฐานของวิทยาศาสตร์ สิ่งไหนที่ยังไม่ชัดเจนอย่าเพิ่งสรุปจนกว่าจะมีผลยืนยันจากแล็บอ้างอิง เพื่อไม่ให้ประชาชนตื่นตระหนกจนเกินไป และไม่ให้กระทบต่อภาคธุรกิจการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงราย” นายชูชีพ กล่าว

    สำหรับแผนการดำเนินงานในระยะยาว จังหวัดเตรียมทำ “แผนที่ความเสี่ยง” (Risk Map) เพื่อระบุต้นตอของสารหนูว่ามาจากภาคเกษตรกรรม เหมืองแร่ หรือเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ โดยจะมีการติดตามผลอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาอย่างน้อย 3 ปี เพื่อศึกษาการสะสมในห่วงโซ่อาหาร

    ทั้งนี้ คณะกรรมการฯ จะมีการประชุมติดตามความคืบหน้าอีกครั้งภายใน 2 สัปดาห์ เพื่อพิจารณาผลการตรวจซ้ำและอนุมัติงบประมาณในการขับเคลื่อนศูนย์ประสานงานต่อไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1499300&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1SVDFfhIPvltxbiyqDddDY

  • ปลัดท่องเที่ยวฯ ชูธงปี 69 ปั้นไทยสู่จุดหมาย

    ปลัดท่องเที่ยวฯ ชูธงปี 69 ปั้นไทยสู่จุดหมาย

    ปลัดท่องเที่ยวฯ ชูธงปี 69 ปั้นไทยสู่จุดหมาย “Luxury Wellness & Sustainable Tourism”


    25/02/2569 | 71 |

    ปลัดท่องเที่ยวฯ ชูธงปี 69 ปั้นไทยสู่จุดหมาย “Luxury Wellness & Sustainable Tourism”

    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 14.30 น. ณ โรงแรมชาเทรียม แกรนด์ กรุงเทพ นางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้ให้เกียรติบรรยายพิเศษหัวข้อ “Tourism Momentum Blueprint: แผนที่ข้อมูลสู่กลยุทธ์อสังหาฯ ไทย” เปิดเผยวิสัยทัศน์ “Vision 2026 Sustainable Tourism” มุ่งยกระดับประเทศไทยสู่จุดหมายปลายทางระดับ Luxury ที่เน้นคุณค่าและความยั่งยืน โดยชูการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness Tourism) เป็นกลยุทธ์หลักในการดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มกำลังซื้อสูงจากทั่วโลก

    หัวใจสำคัญคือการปรับภาพลักษณ์ไทยสู่การเป็น “บ้านหลังที่สอง” สำหรับกลุ่มตลาดคุณภาพ โดยเน้นการพำนักระยะยาว (Long Stay) เพื่อสร้างประสบการณ์พักผ่อนระดับพรีเมียมควบคู่กับการดูแลสุขภาพอย่างยั่งยืน ซึ่งนอกจากจะช่วยเพิ่มรายได้ต่อหัวและกระตุ้นรายได้ภาคอสังหาริมทรัพย์แล้ว ยังเป็นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจการท่องเที่ยวที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตในระยะยาวอย่างแท้จริง โดยมีสิทธิประโยชน์อย่าง Thailand Privilege และความร่วมมือกับบริษัท ไทยจัดการลองสเตย์ จำกัด เป็นกลไกสำคัญในการอำนวยความสะดวก ซึ่งข้อมูลชี้ให้เห็นว่าค่าใช้จ่ายด้านที่พักครองสัดส่วนสูงสุดถึง 37.7% หรือประมาณ 5.3 แสนล้านบาท สะท้อนให้เห็นว่าการดึงนักท่องเที่ยวให้อยู่นานขึ้นและใช้จ่ายสูงขึ้น จะเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างมูลค่าใหม่ให้กับเศรษฐกิจไทยและขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองท่องเที่ยวแห่งอนาคตอย่างยั่งยืน

    ข้อมูลจาก https://www.thaigov.go.th/th/news/161845


    image รูปภาพ

    image


    Line


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/33/iid/479857&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2taK5ViST0LgeqX1rTcoi0

  • ปลัดท่องเที่ยวฯ ลุยอยุธยา! ติวเข้ม 8 จังหวัดภาคกลางตอนบน ชูยุทธศาสตร์

    ปลัดท่องเที่ยวฯ ลุยอยุธยา! ติวเข้ม 8 จังหวัดภาคกลางตอนบน ชูยุทธศาสตร์

    ปลัดท่องเที่ยวฯ ลุยอยุธยา! ติวเข้ม 8 จังหวัดภาคกลางตอนบน ชูยุทธศาสตร์ “เที่ยวยั่งยืน-สร้างแกรนด์อีเวนต์” ปลุกกระแสพักค้างคืน


    25/02/2569 | 71 |

    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 นางสาวนัทรียา ทวีวงศ์  ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานการประชุมกำหนดทิศทางการดำเนินงานปี 2569 ของกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนบน ณ สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยมีนางสาววนิดา พันธ์สอาด รองปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, นายเศกสันฐ์ ง้าวสุวรรณ์  ผู้ช่วยปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมด้วยผู้บริหารจากส่วนกลาง และท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดกลุ่มภาคกลางตอนบนเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง
    ในโอกาสนี้ ปลัดกระทรวงฯ ได้มอบนโยบายเร่งด่วนเพื่อพลิกโฉมการท่องเที่ยว ที่มุ่งเน้น “การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน” และสั่งลุยสร้าง “อีเวนต์ประจำจังหวัด” เพื่อแก้ไขปัญหานักท่องเที่ยวไม่พักค้างคืน 
    ปลัดกระทรวงฯ เน้นย้ำให้สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัด (ทกจ.) ทำงานเชิงนโยบายและวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อสร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม  โดยให้ดึงอัตลักษณ์ที่โดดเด่นของแต่ละพื้นที่มาเป็นจุดขายหลัก ดังนี้:
    อยุธยา: จัดระเบียบเมืองประวัติศาสตร์ให้สะอาดปลอดภัย และดันกระแสการท่องเที่ยวสายมู 
    ปทุมธานี: ชูจุดขายด้าน Sport Tourism และการท่องเที่ยวเชิงนันทนาการ 
    ลพบุรี: ต่อยอดการท่องเที่ยวเมืองทหาร และร่วมมือกับเกษตรพัฒนาเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ 
    ชัยนาท: ดึงดูดการพักค้างด้วยแกรนด์อีเวนต์โดรนและพลุที่เขื่อนเจ้าพระยา 
    นนทบุรี: ผลักดันเมือง MICE City และรักษาอัตลักษณ์วัฒนธรรมมอญเกาะเกร็ด 
    สระบุรี: ยกระดับเมืองแคมป์ปิ้งธรรมชาติและกิจกรรมวิ่งเชื่อมโยง CCC 
    อ่างทอง: สร้างภาพจำผ่านแกรนด์อีเวนต์และการบริหารจัดการเส้นทางศรัทธาวัดม่วง
    สิงห์บุรี: ชูเทศกาลกินปลาเป็น DNA ของจังหวัดควบคู่เส้นทางไหว้พระ 
    นอกจากนี้ ปลัดฯ ยังได้สั่งการให้บรรจุแผนด้านกีฬาเข้าเป็นส่วนหนึ่งของแผนจังหวัด  พร้อมย้ำให้ ทกจ. เป็นแกนกลางในการประสานงาน สร้างสมดุลกับภาคการเมืองท้องถิ่น และทำงานบูรณาการร่วมกับเครือข่าย เพื่อสร้างประโยชน์สูงสุดและยกระดับศักยภาพการท่องเที่ยวในพื้นที่

    “ภาคกลางตอนบนมีศักยภาพสูง ทั้งประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ธรรมชาติ และกีฬา หากทุกจังหวัดสร้างอีเวนต์ที่มีเอกลักษณ์ และบริหารจัดการอย่างยั่งยืน จะสามารถเปลี่ยนเมืองทางผ่านให้เป็นเมืองพักค้าง และสร้างรายได้หมุนเวียนในพื้นที่อย่างแท้จริง” ปลัดกระทรวงฯ กล่าว

    การประชุมครั้งนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการยกระดับบทบาทจังหวัดภาคกลางตอนบน ให้ก้าวสู่การเป็นพื้นที่ต้นแบบด้านการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน พร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจท้องถิ่นให้เติบโตอย่างสมดุลและมั่นคง

    ข้อมูลจาก https://www.thaigov.go.th/th/news/161846


    image รูปภาพ

    image


    Line


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/33/iid/479858&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3rQM_wlFlQyAmeyeb-0Xf9

  • ซัมเมอร์นี้! การรถไฟฯ ชวนเที่ยว จัดเต็ม 7 ทริปเด็ด ตลอดเดือนมีนาคม-เมษายน 69

    ซัมเมอร์นี้! การรถไฟฯ ชวนเที่ยว จัดเต็ม 7 ทริปเด็ด ตลอดเดือนมีนาคม-เมษายน 69

    เตรียมแพ็คกระเป๋า! การรถไฟฯ ชวนสัมผัสประสบการณ์ท่องเที่ยวเหนือระดับ รับฤดูร้อน 2569 กับขบวนรถไฟสุดเอ็กซ์คลูซีฟ จัดเต็ม 7 ทริปเด็ด ตลอดเดือนมีนาคม-เมษายนนี้

    ซัมเมอร์นี้ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เชิญชวนนักเดินทางร่วมเปิดประสบการณ์ท่องเที่ยวทางรถไฟ รับฤดูร้อน ปี 2569 ไปกับ 2 ขบวนรถนำเที่ยวยอดฮิต SRT Royal Blossom และ KIHA 183 ที่จะทำให้การเดินทางของคุณเต็มไปด้วยความทรงจำสุดประทับใจ ตลอดเดือนมีนาคมและเมษายนนี้

    สัมผัสความหรูหรา แบบไปเช้าเย็นกลับ กับขบวนรถ SRT Royal Blossom

    เปิดประสบการณ์การเดินทางแบบเหนือระดับ (VIP) ไปกับขบวนรถไฟหรูที่ออกแบบมาเพื่อการพักผ่อนอย่างแท้จริง โดดเด่นด้วยกระจกโค้ง 180 องศา ให้คุณเพลิดเพลินกับวิวทิวทัศน์แบบพาโนรามาตลอดสองข้างทาง พร้อมบริการแบบจัดเต็ม ทั้งอาหาร เครื่องดื่ม รถบัสปรับอากาศนำเที่ยว ประกันอุบัติเหตุ และของที่ระลึกสุดพิเศษ โดยมี 3 เส้นทาง 9 ทริปให้เลือก ดังนี้

    • เที่ยวหัวหิน…ขบวนรถไฟสายโรแมนติก : สัมผัสเสน่ห์ทะเลงามและฟ้าใส เดินทางวันที่ 7, 8 และ 15 มีนาคม 2569 ราคาท่านละ 2,499 บาท (สำหรับผู้ที่ต้องการความเป็นส่วนตัว มีบริการห้อง VVIP ราคา 15,999 บาท นั่งได้ 4-6 ท่าน)
    • เที่ยวลพบุรี…ตามรอยสมเด็จพระนารายณ์ : ชมทางคู่ลอยฟ้าและสัมผัสวิถีบ้านสวนขวัญ เดินทางวันที่ 21, 22, 28 และ 29 มีนาคม 2569 ราคาท่านละ 2,299 บาท (บริการห้อง VVIP ราคา 15,999 บาท นั่งได้ 4-6 ท่าน)
    • เที่ยวอยุธยา…นั่งรถไฟหรูหรา ชมวัดโบราณ : พร้อมกิจกรรมล่องเรือชิมอาหารระดับมิชลิน เดินทางวันที่ 25 และ 26 เมษายน 2569 ราคาท่านละ 2,399 บาท (บริการห้อง VVIP ราคา 15,999 บาท นั่งได้ 4-6 ท่าน)

    คลาสสิก อบอุ่น สไตล์ญี่ปุ่น 2 วัน 1 คืน กับขบวนรถ KIHA 183

    สำหรับผู้ที่หลงใหลในกลิ่นอายความดั้งเดิม ขบวนรถไฟญี่ปุ่นแท้ KIHA 183 พร้อมมอบความรู้สึกอบอุ่นและเป็นกันเองในรูปแบบทริปค้างคืน จ่ายราคาเดียวคุ้มค่า ครอบคลุมทั้งบริการอาหารครบทุกมื้อ โปรแกรมนำเที่ยว รถบัสปรับอากาศ ประกันอุบัติเหตุ และที่พัก มีให้เลือก 4 เส้นทาง ดังนี้

    • ทะเลใสแสมสาร @จุกเสม็ด จังหวัดชลบุรี : เดินทางวันที่ 14 – 15 มีนาคม 2569 ราคาท่านละ 4,499 บาท
    • ชวนนั่ง KIHA183 ชมวิวเที่ยวอุทยานเขาสามร้อยยอด @ประจวบคีรีขันธ์ : เดินทางวันที่ 28 – 29 มีนาคม 2569 ราคาท่านละ 4,499 บาท
    • เที่ยวงานแก่งคอยย้อนรอยสงครามโลก ครั้งที่ 2 @แก่งคอย จังหวัดสระบุรี : เดินทางวันที่ 4 – 5 เมษายน 2569 ราคาท่านละ 4,299 บาท
    • ย้อนรอยสยามงามล้ำ เที่ยวตลาดริมน้ำ @ราชบุรี : เดินทางวันที่ 25 – 26 เมษายน 2569 ราคาท่านละ 4,299 บาท

    ซัมเมอร์นี้! การรถไฟฯ ชวนเที่ยว จัดเต็ม 7 ทริปเด็ด ตลอดเดือนมีนาคม-เมษายน 69

    นายเมธาพัฒน์ สุนทรวราภาส ผู้อำนวยการศูนย์ประชาสัมพันธ์ การรถไฟฯ กล่าวย้ำว่า ทริปเหล่านี้ไม่เพียงแต่มอบความสุขในช่วงเทศกาลท่องเที่ยวของครอบครัวเท่านั้น แต่ยังเกิดจากความร่วมมือกับพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อช่วยกระจายรายได้และสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจของชุมชนอย่างยั่งยืนอีกด้วย

    • เริ่มจำหน่ายตั๋ว : วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 ตั้งแต่เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป (พร้อมกันทั่วประเทศ)
    • ช่องทางการจอง : สถานีรถไฟทั่วประเทศ หรือระบบออนไลน์ D-Ticket 
    • สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม : โทรสายด่วน 1690 (ตลอด 24 ชั่วโมง), เว็บไซต์ www.railway.co.th หรือแฟนเพจทีมพีอาร์การรถไฟแห่งประเทศไทย

    ดาวน์โหลดรายละเอียดโปรแกรมท่องเที่ยวเพิ่มเติมได้ที่นี่!

    โปรแกรมนำเที่ยว SRT Royal Blossom ประจำเดือนมีนาคม – เมษายน 2569

    โปรแกรมท่องเที่ยว  KIHA 183 ประจำเดือนมีนาคม – เมษายน 2569

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/news/news-update/1222727&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw266b1c0jNgXCyVrpaKb0zW

  • นครศรีธรรมราชจัดใหญ่! มหกรรมดนตรี “ของดีท่าศาลา” รวมศิลปินดัง กระตุ้นท่องเที่ยว

    นครศรีธรรมราชจัดใหญ่! มหกรรมดนตรี “ของดีท่าศาลา” รวมศิลปินดัง กระตุ้นท่องเที่ยว

    ภูมิภาค

    นครศรีธรรมราชจัดใหญ่! มหกรรมดนตรี “ของดีท่าศาลา” รวมศิลปินดัง กระตุ้นท่องเที่ยว

    วันพุธ ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 17.41 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    วันที่ ( 24 ก.พ. 69) ที่ลานกิจกรรม ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลนครศรีธรรมราช นางวจิราพร อมาตยกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นประธานในการแถลงข่าวการจัดงานมหกรรมดนตรีของดีท่าศาลา โดยมีนายณัฐรินทร์ วงศ์ภิรพัทธ์ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัด นายมนตรี มานะต่อ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานนครศรีธรรมราช นายประสงค์ จันทร์หยู นายอำเภอท่าศาลา นายอัครเดช ยุติธรรม นายกสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวิถีชุมชน และอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และ พ.ต.อ. จักรวรรดิ บุญทวีกุลสวัสดิ์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครศรีธรรมราช ร่วมยืนยันถึงความพร้อมในการจัดงาน

    “มหกรรมดนตรี ของดีท่าศาลา” เป็นความร่วมมือระหว่างจังหวัดนครศรีธรรมราช โดยสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัด ร่วมกับเทศบาลเมืองท่าขึ้น และอำเภอท่าศาลา ที่ได้กำหนดจัดขึ้นเพื่อเชื่อมโยงดนตรี ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก และการท่องเที่ยวเข้าด้วยกัน และเป็นการพัฒนาเมืองน่าเที่ยวที่สามารถสร้างคุณค่าให้กับพื้นที่ได้อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งการจัดงานครั้งนี้ไม่เพียงสร้างความสุขและความประทับใจให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยว แต่ยังช่วยกระตุ้นให้เกิดการเดินทาง การใช้จ่าย และการพักค้างคืนในพื้นที่อำเภอท่าศาลาและพื้นที่ใกล้เคียง ส่งผลให้เกิดรายได้หมุนเวียนในชุมชน และเสริมความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจฐานรากของ จังหวัด รวมถึงสร้างการรับรู้้ถึงสินค้าของดีอำเภอท่าศาลา ผ่านงานมหกรรมดนตรี ของดี ท่าศาลา โดยงานครั้งนี้จะมีกิจกรรมต่างๆ มากมาย ฟรีคอนเสิร์ต ที่มีศิลปินระดับประเทศ ศิลปินท้องถิ่นและร้านค้า ร้านอาหารมากมาย โดยวันศุกร์ที่ 13 มีนาคม 2569 พบกับ มินตรา อินทิรา, เบนซ์ พริกไทย, บ่าววี, วุฒิ ป่าบอน วันเสาร์ที่ 14 มีนาคม 2569 พบกับ หนุ่ม กะลา, getsunova, แทมมะรีน และวงกลม จะมาร่วมสร้างความสุขเติมเต็มอารมณ์ และทำให้ค่ำคืนเต็มไปด้วยรอยยิ้มและความทรงจำดีๆ

    นอกจากนี้ ยังมีการแสดงจาก วง 629 Band เพื่อเพิ่มสีสันของงานแสดง การแสดงนางเอกหนังลุง จากวิทยาลัยนาฏศิลปพัทลุง มีการเปิดพื้นที่ให้เยาวชน ได้แสดงความสามารถด้านดนตรีผ่านกระบวนการสมัครและคัดเลือก โดยการส่งคลิปวิดีโอเพื่อเข้าร่วมการออดิชัน ก่อนจะคัดเลือกวงที่มีความสามารถโดดเด่นให้ได้ขึ้นแสดงบนเวทีจริงภายในงาน มีการจัดโซนของดีท่าศาลา นำอาหารอร่อยขึ้นชื่อของอำเภอท่าศาลาและพื้นที่ใกล้เคียง พร้อม Food Truck หลากหลายสไตล์มากถึง 80 ร้าน ที่มาร่วมสร้างสีสันและความคึกคัก ตลอดงาน ชิมเพลิน เดินสนุก พร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อยและกลุ่มวิสาหกิจชุมชน สร้างรายได้หมุนเวียนในพื้นที พิเศษสำหรับ 50 ท่านแรก ที่ลงทะเบียนในงานแต่ละวัน รับรางวัลทันที 

    การจัดงานในครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญในการยกระดับภาพลักษณ์ของจังหวัดนครศรีธรรมราช ให้เป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยว และเป็นกลไกในการกระตุ้น การเดินทางของนักท่องเที่ยวหลากหลายกลุ่ม ทั้งนักท่องเที่ยวทั่วไป กลุ่มครอบครัว กลุ่มคนรุ่นใหม่ และนักท่องเที่ยวที่แสวงหาประสบการณ์เชิงวัฒนธรรม โดยมุ่งสร้างแรงจูงใจ ให้นักท่องเที่ยวเข้ามาสัมผัสพื้นที่จริง ขยายระยะเวลาการพักค้างคืน และเชื่อมโยงการท่อง เที่ยวจากเมืองหลักสู่พื้นที่ท่องเที่ยวรองเพื่อให้เกิดการกระจายรายได้สู่ชุมชนอย่างทั่วถึง กระตุ้นเศรษฐกิจภายในท้องถิ่นให้เกิดการหมุนเวียนอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน โดยการจัดงานจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 13-14 มีนาคม 2569 ณ แกรนด์ แคนยอนท่าขึ้น อำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/region/467285&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2SLyAIC-3f_CQd9NY8KTSo

  • ศึกแข่งขันวัวเทียมเกวียน ปี 2569 ชูอัตลักษณ์ท้องถิ่น กระตุ้นเศรษฐกิจ-ท่องเที่ยว

    ศึกแข่งขันวัวเทียมเกวียน ปี 2569 ชูอัตลักษณ์ท้องถิ่น กระตุ้นเศรษฐกิจ-ท่องเที่ยว

    จ.เพชรบุรี แถลงเตรียมจัดศึก “แข่งขันวัวเทียมเกวียน ปี 2569 และบ้านลาด 109 ปี” ชูอัตลักษณ์ท้องถิ่น ให้เป็นที่รู้จัก กระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว

    ที่ว่าการอำเภอบ้านลาดหลังใหม่ จังหวัดเพชรบุรี ร้อยตำรวจโท ภพชนก ชลานุเคราะห์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี เป็นประธานในการแถลงข่าวการเตรียมความพร้อมการจัดงานประเพณีครั้งยิ่งใหญ่ของจังหวัด “การแข่งขันวัวเทียมเกวียน ประจำปี 2569 และบ้านลาด 109 ปี วิถีแห่งประเพณี” พร้อมด้วยผู้แทนจากภาคส่วนต่างๆ ที่มาร่วมแสดงความพร้อมอย่างคึกคัก ประกอบด้วย นางณัฐฐินีย์ คงบูชาเกียรติ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดเพชรบุรี, จ.อ.อภิชาติ แก้วโกศล ว่าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเพชรบุรี เขต 3, นายปรีชา อนันต์วรนาถ นายอำเภอบ้านลาด, นางปณิดาภา สวนแก้ว ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเพชรบุรี, นางดวงใจ คุ้มสอาด ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานเพชรบุรี และ นายประสงค์ หอมนาน นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ท่าเสน สื่อมวลชน และประชาชนในพื้นที่ เพื่อสืบสานตำนานวิถีชีวิตและส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดเพชรบุรี ซึ่งงานดังกล่าวจะจัดขึ้นอย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 27 – 31 มีนาคม 2569 ณ ที่ว่าการอำเภอบ้านลาด(หลังใหม่) ตำบลถ้ำรงค์ อำเภอบ้านลาด จังหวัดเพชรบุรี

    ร้อยตำรวจโท ภพชนก ชลานุเคราะห์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงานว่า อำเภอบ้านลาดเป็นพื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์ ประชากรส่วนใหญ่ผูกพันกับอาชีพเกษตรกรรม ทำนา ทำไร่ ทำน้ำตาลโตนด และเลี้ยงวัว วิถีชีวิตของคนบ้านลาดมีความสงบเรียบง่าย ตรงไปตรงมา และมีอัตลักษณ์ทางศิลปวัฒนธรรมที่ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นศิลปะบ้านทรงไทย อาหารพื้นถิ่นอย่างแกงหัวตาล แกงหลอก รวมถึงเอกลักษณ์ของสำเนียงเสียงเหน่อภาษาบ้านลาดที่เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย และเพื่อเป็นการส่งเสริม สนับสนุน ให้มีการนำภูมิปัญญาท้องถิ่น มาสร้างคุณค่าทางสังคมและเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ ทางอำเภอบ้านลาด องค์การบริหารส่วนจังหวัดเพชรบุรี องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ และชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้าน จึงได้ร่วมกันจัดงานนี้ขึ้น เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว สร้างรายได้ให้กับชุมชน สร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจฐานราก ตลอดจนอนุรักษ์และสืบทอดมรดกทางศิลปวัฒนธรรมประเพณีของอำเภอบ้านลาดให้เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ

    นายปรีชา อนันต์วรนาถ นายอำเภอบ้านลาด กล่าวเพิ่มเติมถึงความพร้อมในการจัดงานว่า ปีนี้ถือเป็นปีที่พิเศษยิ่งที่อำเภอบ้านลาดครบรอบ 109 ปี ทางอำเภอได้บูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วน ทั้งส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และพี่น้องประชาชนในพื้นที่ เพื่อเตรียมความพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวอย่างเต็มที่ ทั้งในเรื่องของสถานที่จัดการแข่งขัน ระบบรักษาความปลอดภัย และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เราพร้อมและยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะนำเสนอของดีและวิถีชีวิตที่น่าภาคภูมิใจของชาวบ้านลาดให้ทุกคนได้มาสัมผัสด้วยตัวเอง

    สำหรับการจัดงานการแข่งขันวัวเทียมเกวียนปีนี้ กำหนดจัดขึ้น ณ ทุ่งถ้ำรงค์ บริเวณที่ว่าการอำเภอบ้านลาดหลังใหม่ ตำบลถ้ำรงค์ อำเภอบ้านลาด กิจกรรมภายในงาน ชมการแข่งขันวัวเทียมเกวียนความเร็วที่น่าตื่นตาตื่นใจ วัวเทียมเกวียนจิ๋ว วัวเทียมไถ การแข่งขันวัววิ่งลู่ การประกวดวัวเทียมไถสวยงาม และสนุกสนานกับการละเล่นกีฬาวัวลาน

    นอกจากนี้ภายในงานยังมีการแสดงนิทรรศการของดี วิถีบ้านลาด และกิจกรรมลานวัฒนธรรมที่สะท้อนถึง เรื่องราว วิถีชีวิต วัฒนธรรมที่เป็นอัตลักษณ์ และภูมิปัญญาท้องถิ่นของชาวอำเภอบ้านลาด อาทิการแข่งขันเฉาะตาล กินลูกตาล การประกวดทะลายตาล การแข่งขันจับหมูด้วยมือเปล่า และการสาธิตล้มวัวด้วยมือเปล่า

    ชมการแสดงดนตรีพื้นบ้านจังหวัดเพชรบุรี การแสดงดนตรีสดจากหลากหลายศิลปิน และการจำหน่ายอาหารและของดีบ้านลาด ของดีเพชรบุรี ที่นำเสนออาหารพื้นบ้านและผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นหลากหลาย เพื่อให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสกับเสน่ห์ของอำเภอบ้านลาด เพชรบุรี

    นักท่องเที่ยวและผู้สนใจทุก สามารถมาร่วมย้อนสู่ความงามตามวิถีแห่งท้องถิ่นเมืองเพชรบุรี ในงาน “การแข่งขันวัวเทียมเกวียน ประจำปี 2569 และบ้านลาด 109 ปี” ณ บริเวณที่ว่าการอำเภอบ้านลาดหลังใหม่ ระหว่างวันที่ 27 – 31 มีนาคม 2569 

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/local/localbusiness/2916395&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0tyriaMTM_tqmSWl90pzoC

  • ชมรมไทยบริการ ทท.ภาคเหนือ จับมือสำนักงานการท่องเที่ยวสวิตเซอร์แลนด์ เชื่อมเส้นทาง 4 ฤดู  | เดลินิวส์

    ชมรมไทยบริการ ทท.ภาคเหนือ จับมือสำนักงานการท่องเที่ยวสวิตเซอร์แลนด์ เชื่อมเส้นทาง 4 ฤดู  | เดลินิวส์

    เมื่อวันที่ 24 ก.พ. นางสาวกันชกา สุวณิชย์ ประธานชมรมไทยบริการท่องเที่ยวภาคเหนือ กล่าวว่า สำหรับนักท่องเที่ยวไทยแล้ว สวิตเชอร์แลนด์เป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวชั้นนำที่โดดเด่น ในเรื่องของภูมิทัศน์ที่งดงามความมีมิตรไมตรี และประสบการณ์การเดินทางที่หลากหลายสำหรับทุกฤดูกาล สำนักงานการท่องเที่ยวสวิตเซอร์แลนด์ยังคงยืนยันความมุ่งมั่นในการสร้างการมีส่วนร่วม และแรงบันดาลใจให้กับนักท่องเที่ยวจากประเทศไทยผ่านโครงการต่างๆ ครั้งนี้ได้เริ่มสานสัมพันธ์ประเทศไทยและสวิตเซอร์แลนด์ ด้วยการใช้กลยุทธ์ Travel Better ตอกย้ำความมุ่งมั่น เพื่อผลักดันการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

    ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ คือ ประเทศในฝันที่อยากพาทุกคนไปท่องเที่ยวด้วย ได้เปลี่ยนบรรยากาศจาก เชียงใหม่ ไปสูดอากาศสุดสะอาด สัมผัสสายน้ำสีเทอร์ควอยซ์ นั่งจิบกาแฟริมทะเลสาบที่สวยดั่งเทพนิยาย การเดินทางสะดวกสบาย ปิดท้ายเดินเที่ยวเมืองเก่าที่สุดแสนโรแมนติกด้วยกัน

    นอกจากนี้ สวิตเซอร์แลนด์ยังเป็นจุดหมายปลายทางที่ครองใจนักท่องเที่ยวชาวไทย จากการที่อินฟลูเอนเซอร์ได้แชร์ ประสบการณ์ท่องเที่ยวที่ประทับใจ อย่างเช่น แบงค์ (Instagram: @bankpyt) และ ผิง (Instagram: @phingpit) อินฟลูเอนเซอร์ชาวเชียงใหม่ เมื่อไม่นานมานี้ทั้งสองท่านได้เลือกประเทศสวิตเซอร์แลนด์สำหรับท่องเที่ยวในช่วงฤดูใบไม้ร่วง (autumn) ซึ่งเป็นอีกฤดูกาลหนึ่งที่สวยและยังเป็น hidden season ที่นักท่องเที่ยวสายถ่ายภาพจะหลงรัก สวิตเซอร์แลนด์ มากขึ้น ทั้งสองได้ถ่ายภาพ pre-wedding พร้อมติด hashtag#sayYesinSwitzerland คอนเทนต์เหล่านี้ล้วนสร้างแรงบันดาลใจ ชวนให้นักท่องเที่ยวชาวไทยปักหมุด เพื่อออกเดินทาง ไปสัมผัสความโรแมนติกและเสน่ห์ของสวิตเซอร์แลนด์ด้วยตัวเอง

    นายบาทิสท์ พิเล ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวสวิตเซอร์แลนด์ ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า เรามั่นใจว่าประเทศไทยเป็นตลาดที่เติบโตอย่างมั่นคง และเป็นตลาดที่สำคัญ สำหรับการท่องเที่ยวประเทศสวิตเซอร์แลนด์อีกทั้ง เราจะเดินหน้านำเสนอสินค้า และบริการทางการ ท่องเที่ยวใหม่ ๆ รวมถึงจุดหมายปลายทางที่ยังไม่เป็นที่รู้จักมากนักให้แก่นักท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง

    สำนักงานการท่องเที่ยวสวิตเซอร์แลนด์เล็งเห็นแนวโน้มการเติบโตที่มั่นคงในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เนื่องจากตลาดการ ท่องเที่ยวของภูมิภาคนี้มีเสถียรภาพ แม้จะมีความท้าทายจากปัจจัยท้องถิ่น โดยในปี 2568 พบอัตราการหดตัว 10%เมื่อเทียบกับปี 2567 อย่างไรก็ตาม ตลาดไทยยังคงเป็นตลาดที่แข็งแกร่ง และเดิบโตที่สุดในเอเชียเมื่อปี 2562 ทั้งนี้สวิตเซอร์แลนด์ยังสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวจากประเทศไทยได้อย่างต่อเนื่อง ด้วยเพราะชื่อเลียง ด้านความปลอดภัยความสะอาด และระบบขนส่งสาธารณะที่มีประสิทธิภาพ ทำให้เป็นจุดหมายปลายทางที่น่าสนใจสำหรับครอบครัวและนักท่องเที่ยวที่เดินทางคนเดียว จากผลสำรวจล่าสุดโดย Tourism Monitor Swizerand (TMS) เปิดเผยว่าปัจจับหลัก ที่ทำให้นักท่องเที่ยวจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อยากเดินทางมายังสวิตเซอร์แลนด์ได้แก่ ธรรมชาติที่สวยงาม (16%และทิวทัศน์ที่กว้างใหญ่ (14%)

    ด้านนางสาวธันย์ชนก น่วมมะโน ผู้จัดการการตลาดสำนักงานการท่องเที่ยวสวิตเซอร์แลนด์ ประจำประเทศไทย ระบุว่า กลยุทธ์ในปี 2026 จะเน้นการสร้างความเชื่อมั่นผ่านแบรนด์ “Swisstainable” ซึ่งสวิตเซอร์แลนด์เป็นผู้นำระดับโลก โดยมุ่งเน้น 5 เสาหลัก คือ การเที่ยวได้ทุกฤดูกาล, การกระจายตัวสู่แหล่งท่องเที่ยวใหม่, การพักแรมที่นานขึ้น, การใช้พลังงานสะอาดในการเดินทาง และการเข้าถึงวัฒนธรรมท้องถิ่น ทั้งนี้ การจัดงานที่เชียงใหม่ถือเป็นการกระชับความสัมพันธ์กับตัวแทนจำหน่ายในพื้นที่ (TTAA Northern Chapter) และสื่อมวลชน เพื่ออัพเดตข้อมูลการเดินทางใหม่ ๆ เช่น ระบบ ChocoPass และเส้นทางรถไฟ Grand Train Tour ที่เป็นไฮไลท์สำคัญในปี 2026 เพื่อตอบรับความต้องการของนักท่องเที่ยวกลุ่มครอบครัวและกลุ่มคนทำงานยุคใหม่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5634145/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1Bsqagw60qZItsbbeKPsNu

  • เกาหลีใต้คลอดมาตรการกระตุ้นท่องเที่ยว คลายวีซ่า-ดันสนามบินภูมิภาค : อินโฟเควสท์

    เกาหลีใต้คลอดมาตรการกระตุ้นท่องเที่ยว คลายวีซ่า-ดันสนามบินภูมิภาค : อินโฟเควสท์

    เกาหลีใต้ออกมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวขาเข้า ครอบคลุมการผ่อนคลายกฎวีซ่าและเพิ่มจุดผ่านแดนที่สนามบินภูมิภาค หวังลดการกระจุกตัวในเมืองหลวงและกระจายรายได้สู่นอกเมือง

    การประกาศมาตรการดังกล่าวมีขึ้นในระหว่างการประชุมยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวระดับชาติที่ทำเนียบประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ซึ่งมีปธน.อี แจ-มยอง นั่งเป็นประธาน พร้อมเจ้าหน้าที่จากหลายกระทรวงเข้าร่วม

    ภายใต้มาตรการใหม่นี้ รัฐบาลเตรียมผ่อนปรนขั้นตอนวีซ่าและการตรวจคนเข้าเมืองให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น โดยจะเพิ่มอินโดนีเซียเข้าสู่โครงการยกเว้นวีซ่าสำหรับนักท่องเที่ยวแบบหมู่คณะตั้งแต่ 3 คนขึ้นไป รวมถึงเตรียมออกวีซ่าแบบเข้าออกหลายครั้งอายุ 5 ปี ให้กับนักท่องเที่ยวจากจีน และประเทศในอาเซียนที่เคยเดินทางเข้าเกาหลีใต้มาก่อน รวมถึงวีซ่า 10 ปี สำหรับผู้เดินทางจากเมืองหลักของจีนและเวียดนาม

    ขณะเดียวกัน ระบบตรวจคนเข้าเมืองอัตโนมัติจะขยายจาก 18 ประเทศในปัจจุบัน เช่น ญี่ปุ่น สิงคโปร์ และออสเตรเลีย ไปยังกลุ่มประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป (EU) เพื่อลดขั้นตอนและเวลาในการผ่านแดน

    นอกจากนี้ รัฐบาลจะเพิ่มเที่ยวบินระหว่างประเทศตรงสู่สนามบินภูมิภาค พร้อมกำหนดสิทธิ์การบินระหว่างประเทศบางส่วนให้สนามบินท้องถิ่นโดยเฉพาะ เพื่อลดการกระจุกตัวของนักท่องเที่ยวในกรุงโซลและพื้นที่โดยรอบ อีกทั้งเตรียมลดค่าธรรมเนียมสนามบินและให้เงินสนับสนุนเพื่อจูงใจสายการบินเปิดเส้นทางใหม่

    ทั้งนี้ ทางการคาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวเรือสำราญต่างชาติจะเพิ่มเป็นราว 1.7 ล้านคนในปีนี้ รัฐบาลจึงเตรียมขยายด่านตรวจคนเข้าเมืองและระบบรักษาความปลอดภัยที่ท่าเรือ พร้อมเพิ่มช่องตรวจแบบเร่งด่วนสำหรับเรือสำราญ เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวขาเข้าที่เพิ่มขึ้น

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (25 ก.พ. 69)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2026/572004&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw09UH_3xwAOKCNwXous7-h8