Category: ท่องเที่ยว

  • พาตะลุยกิน เที่ยวกรุงเทพฯ 1 วัน 2026 ที่เที่ยวไปเช้าเย็นกลับ

    พาตะลุยกิน เที่ยวกรุงเทพฯ 1 วัน 2026 ที่เที่ยวไปเช้าเย็นกลับ

    TrueID

    Follow us

    TrueID Line Official

    Copyright © True Digital Group Company Limited.
    All rights reserved

    TrueID APP

    Unbox Yourself with TrueID

    ทรูไอดี โลกความสุขในทุกตัวตนของคุณ

    Download on App StoreDownload on Google Play StoreDownload on Huawei AppGallery

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://travel.trueid.net/detail/jM8b7PxpqOwo&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0FILd48VCc4wbAW1M-HBA1

  • ‘ม.เกษมบัณฑิต’ เดินหน้าพัฒนา-ยกระดับ การท่องเที่ยวชุมชนริมคลองประเวศฝั่งเหนือ | เดลินิวส์

    ‘ม.เกษมบัณฑิต’ เดินหน้าพัฒนา-ยกระดับ การท่องเที่ยวชุมชนริมคลองประเวศฝั่งเหนือ | เดลินิวส์

    ดร.เสนีย์ สุวรรณดี รองอธิการบดีฝ่ายวางแผนและพัฒนา มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต กล่าวว่า ตามที่มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิตภายได้มีบันทึกความร่วมมือทางวิชาการกับธนาคารออมสินเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้นักศึกษาเข้าไปมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนการพัฒนาและยกระดับผลิตภัณฑ์ชุมชนตามโครงการออมสินยุวพัฒน์รักษ์ถิ่นนั้น สำหรับในปี 2569 ศูนย์นวัตกรรมการพัฒนาทุนมนุษย์ในฐานะผู้ประสานงานพร้อมด้วยนักศึกษาและอาจารย์โดยการสนับสนุนของธนาคารออมสิน ได้เข้าไปมีส่วนร่วมด้วยการนำองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมผสมผสานกับภูมิปัญญาท้องถิ่นเพื่อการพัฒนาและยกระดับผลิตภัณฑ์ชุมชนร่วมกับชุมชนริมคลองประเวศฝั่งเหนือ เขตประเวศ กรุงเทพฯ

    ดร.เสนีย์ กล่าวต่อไปว่า สำหรับการเข้าไปมีส่วนร่วมในการพัฒนาและยกระดับเศรษฐกิจฐานรากของชุมชนริมคลองประเวศฝั่งเหนือนั้น เนื่องจากชุมชนดังกล่าวมีภูมิทัศน์และผลิตภัณฑ์ที่สามารถนำไปสู่การสร้างรายได้และแข่งขันในท้องตลาดได้เป็นอย่างดีโดยเฉพาะในด้านการท่องเที่ยวชุมชน ซึ่งถือว่าเป็นหนึ่งในมิติที่เป็นจุดแข็งและสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มด้วยการดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติให้เข้าไปสัมผัสกับวิถีชุมชนที่มีความพร้อม ทั้งทางด้านธรรมชาติและอัตลักษณ์ที่หาได้ยากและที่สำคัญโครงการออมสินยุวพัฒน์รักษ์ถิ่นก็เป็นโครงการที่มีส่วนในการบ่มเพาะและปั้นวิศวกรทางสังคมควบคู่กันไปด้วย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5759338/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0NRvhFnnpCC4d09C5m9Puw

  • รวมพิกัดเล่นน้ำสงกรานต์ 2569 (ภาคกลาง)

    รวมพิกัดเล่นน้ำสงกรานต์ 2569 (ภาคกลาง)

    TrueID

    Follow us

    TrueID Line Official

    Copyright © True Digital Group Company Limited.
    All rights reserved

    TrueID APP

    Unbox Yourself with TrueID

    ทรูไอดี โลกความสุขในทุกตัวตนของคุณ

    Download on App StoreDownload on Google Play StoreDownload on Huawei AppGallery

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://travel.trueid.net/detail/4R8jVEdxDjx0&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3L2CuMYpQGskx8vbZwRg9Z

  • ทูตอินเดีย พบนายกฯ สานต่อความร่วมมือการลงทุน – ท่องเที่ยว พร้อมหารือมาตรการพลังงาน รับมือสถานการณ์ ตอ.กลาง

    ทูตอินเดีย พบนายกฯ สานต่อความร่วมมือการลงทุน – ท่องเที่ยว พร้อมหารือมาตรการพลังงาน รับมือสถานการณ์ ตอ.กลาง

    ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 7 เม.ย. – นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ให้การต้อนรับนายนาเคศ สิงห์ (H.E. Mr. Nagesh Singh) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอินเดียประจำประเทศไทย ในโอกาสเข้าเยี่ยมคารวะเพื่ออำลาในโอกาสพ้นหน้าที่ ยืนยันรัฐบาลพร้อมสนับสนุนการดำเนินงานของเอกอัครราชทูตอินเดียฯ คนใหม่ เพื่อสานต่อความสัมพันธ์และสนับสนุนความร่วมมือระหว่างทั้งสองประเทศให้ใกล้ชิดยิ่งขึ้น

    ทั้งสองฝ่ายได้หารือในประเด็นการค้า-การลงทุน และการท่องเที่ยว โดยเห็นพ้องผลักดันมูลค่าการค้าระหว่างกัน และขยายความร่วมมือสู่สาขาใหม่ ๆ มากขึ้น รวมทั้งพิจารณาปรับปรุงข้อตกลงด้านการบินระหว่างกัน เพื่อรองรับชาวอินเดียที่มีแนวโน้มเดินทางมาไทยมากขึ้น

    พร้อมกันนี้ได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นและแนวทางการบริหารจัดการพลังงานในช่วงสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยนายกฯ เน้นย้ำว่า สถานการณ์ยังคงสามารถบริหารจัดการได้ รัฐบาลได้ดำเนินการอย่างเต็มที่ในการจัดหาแหล่งน้ำมันสำรอง และออกมาตรการต่าง ๆ รวมถึงการส่งเสริมการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thaitabloid.com/archives/288437&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2iqXC6b9D9i4vczOxXjY30

  • วว. จับมือกรมการท่องเที่ยว เชิญชวนผู้ประกอบการร่วมสมัคร โครงการตรวจประเมินรับรองมาตรฐานกิจกรรมเพื่อการท่องเที่ยว ฟรี!

    วว. จับมือกรมการท่องเที่ยว เชิญชวนผู้ประกอบการร่วมสมัคร โครงการตรวจประเมินรับรองมาตรฐานกิจกรรมเพื่อการท่องเที่ยว ฟรี!

    วว. จับมือกรมการท่องเที่ยว เชิญชวนผู้ประกอบการร่วมสมัคร โครงการตรวจประเมินรับรองมาตรฐานกิจกรรมเพื่อการท่องเที่ยว ฟรี!

    กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย สำนักรับรองระบบคุณภาพ (สรร.) สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย(วว.) ร่วมกับ กรมการท่องเที่ยว เชิญผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวเข้าร่วมสมัคร โครงการตรวจประเมินเพื่อการรับรองมาตรฐานกิจกรรมเพื่อการท่องเที่ยว ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย เปิดรับสมัครตั้งแต่บัดนี้ถึงวันที่ 30 เมษายน 2569 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ โทร. 0 2577 9052, 098 899 0914 (คุณจิราวรรณ,คุณกิตติวรรณ)

    อนึ่ง สำนักรับรองระบบคุณภาพ วว. (Office of Certification Body : OCB) มีฐานะเป็นหน่วยรับรอง (Certification Body) ที่มีมาตรฐานการทำงานเป็นไปตามหลักเกณฑ์สากลเป็นที่ยอมรับทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยได้รับการรับรองระบบงานมาตรฐาน ISO/IEC 17021-1 : 2015 จากสำนักงานคณะกรรมการการมาตรฐานแห่งชาติ (สก.) สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) และได้รับการรับรองระบบงานมาตรฐาน ISO/IEC 17021-1 : 2015 และ ISO/TS 22003 : 2013 จากสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) ได้รับการขึ้นบัญชีหน่วยรับรอง / หน่วยตรวจสอบกับหน่วยงานภาครัฐ ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กรมวิชาการเกษตร และกรมปศุสัตว์ โดย สรร. ให้บริการด้านการตรวจประเมินและให้การรับรองระบบมาตรฐานสากล ได้แก่ ISO 9001, ISO 14001, ISO 45001, ISO 22000, GMP/GHPs (Codex), HACCP ให้บริการฝึกอบรมในรูปแบบ In-house Training และ Public Training เพื่อให้ความรู้เรื่องระบบคุณภาพและมาตรฐานสากลต่างๆ พร้อมใบประกาศนียบัตรจาก วว.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thailandplus.tv/archives/1010398&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1siVZ8B_WKrwbsF80UAS-u

  • กมธ.กฎหมาย วุฒิสภา ลงพื้นที่ภูเก็ต ลุยแก้ปัญหา “นอมินี-ธุรกิจต่างชาติผิดกฎหมาย” ยกระดับความปลอดภัยการท่องเที่ยว

    กมธ.กฎหมาย วุฒิสภา ลงพื้นที่ภูเก็ต ลุยแก้ปัญหา “นอมินี-ธุรกิจต่างชาติผิดกฎหมาย” ยกระดับความปลอดภัยการท่องเที่ยว

    การเมือง

    กมธ.กฎหมาย วุฒิสภา ลงพื้นที่ภูเก็ต ลุยแก้ปัญหา “นอมินี-ธุรกิจต่างชาติผิดกฎหมาย” ยกระดับความปลอดภัยการท่องเที่ยว

    วันอังคาร ที่ 07 เมษายน พ.ศ. 2569, 12.31 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ณ จังหวัดภูเก็ต พล.ต.ท.บุญจันทร์ นวลสาย ประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย และการยุติธรรม วุฒิสภา นำคณะสมาชิกวุฒิสภา อาทิ นายสากล ภูลศิริกุล, นายกิติศักดิ์ หมื่นศรี, พล.ต.ท.วันไชย เอกพรพิชญ์ และพล.ต.ต.อังกูร คล้ายคลึง พร้อมคณะที่ปรึกษาและนักวิชาการ เดินทางศึกษาดูงานเพื่อติดตามสถานการณ์ด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมในพื้นที่ โดยมี นายธีระพงศ์ ช่วยชู รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต (ด้านเศรษฐกิจ) พร้อมผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การต้อนรับ

    ในการประชุมร่วมกับหน่วยงานต่างๆ อาทิ สำนักงานจัดหางาน, พาณิชย์จังหวัด, ที่ดินจังหวัด, ตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) และสมาคมที่พักบูติกภูเก็ต ทางคณะกรรมาธิการฯ ได้มุ่งเน้นการแลกเปลี่ยนข้อมูลใน 2 ประเด็นวิกฤต ได้แก่:ปัญหาธุรกิจนอมินีและแรงงานผิดกฎหมาย: ติดตามสถานการณ์คนต่างด้าวที่เข้ามาประกอบธุรกิจโดยใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง (Nominee) รวมถึงปัญหาแรงงานแฝงที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในท้องถิ่น มาตรการดูแลความปลอดภัยนักท่องเที่ยว: วางแนวทางป้องกันอุบัติเหตุและอาชญากรรม เพื่อรักษาภาพลักษณ์เมืองท่องเที่ยวระดับโลก

    พล.ต.ท.บุญจันทร์ นวลสาย และคณะกรรมาธิการฯ ได้ให้ข้อเสนอแนะสำคัญแก่จังหวัดภูเก็ต โดยย้ำให้มีการ “บูรณาการข้อมูลร่วมกัน” ระหว่างหน่วยงานอย่างจริงจัง โดยเฉพาะการตรวจสอบความผิดปกติในการจดทะเบียนบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด เพื่อป้องกันไม่ให้คนไทยถูกจ้างมาเป็นนอมินีในธุรกิจท่องเที่ยว

    นอกจากนี้ ยังเน้นย้ำถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการจราจร มาตรการรักษาความปลอดภัยนักท่องเที่ยวที่ต้องครอบคลุม และการกวาดล้างปัญหายาเสพติดอย่างเด็ดขาด เตรียมนำข้อมูลเข้าสภาฯ ขับเคลื่อนนโยบายระดับประเทศ

    ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการฯ จะรวบรวมข้อมูล ปัญหา และอุปสรรคที่พบจากการลงพื้นที่ครั้งนี้ ไปพิจารณาศึกษาตามอำนาจหน้าที่ เพื่อจัดทำรายงานและข้อเสนอแนะต่อวุฒิสภา นำไปสู่การสนับสนุนการทำงานของภาครัฐและแก้ไขปัญหาในเชิงนโยบายที่เป็นรูปธรรมต่อไป
     

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/politic/471895&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0nz9m3XlMEr0xQnM3aUcY9

  • &

    &

    สุวัจน์ ลิปตพัลลภ เป็นประธานเปิดการแข่งขันขี่ม้าโปโลการกุศลรายการ “อินเตอร์คอนติเนนตัล – บี.กริม บีช โปโล 2026″ อย่างยิ่งใหญ่ ณ ชายหาดหน้า InterContinental Hua Hin Resort ท่ามกลางบรรยากาศคึกคักจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ สร้างสีสันให้หัวหินในฐานะเมืองท่องเที่ยวระดับโลก

    การแข่งขัน Princess Pa’s Cup InterContinental – B.Grimm Beach Polo Hua Hin จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 15 นับเป็นหนึ่งในอีเวนต์กีฬาชายหาดที่โดดเด่นที่สุดของประเทศไทย และเป็นรายการเดียวในเอเชียที่จัดการแข่งขันโปโลบนชายหาด โดยเกิดจากความร่วมมือระหว่าง บี.กริม กลุ่มบริษัทพราว โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล หัวหิน รีสอร์ท และบลูพอร์ต หัวหิน ในการสร้างกิจกรรมระดับนานาชาติที่ผสานกีฬา ไลฟ์สไตล์ และการท่องเที่ยวเข้าด้วยกันอย่างลงตัว

    สุวัจน์ ลิปตพัลลภ กล่าวว่า การจัดการแข่งขันบีชโปโลถือเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของหัวหิน โดยสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพจากทั่วโลก และสร้างรายได้หมุนเวียนให้กับภาคธุรกิจในพื้นที่ ทั้งโรงแรม ร้านอาหาร และผู้ประกอบการท้องถิ่น

    “หัวหินมีศักยภาพครบถ้วน ทั้งด้านสถานที่ โครงสร้างพื้นฐาน และการบริการระดับสากล การจัดอีเวนต์กีฬาระดับโลกเช่นนี้ จะช่วยผลักดันให้หัวหินก้าวสู่การเป็น International Sport Destination อย่างแท้จริง”

    ทั้งนี้ ภายในงานยังได้รับเกียรติจาก ดร. ฮาราลด์ ลิงค์ ประธานกลุ่มบริษัทบี.กริม และนายสิทธิชัย สวัสดิ์แสน ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เข้าร่วมงาน เพื่อร่วมสนับสนุนและผลักดันการจัดกิจกรรมระดับนานาชาติในพื้นที่อีกด้วย

    การแข่งขันในปีนี้มีทีมเข้าร่วมจากประเทศไทย เบลเยียม อังกฤษ และสหรัฐอเมริกา สะท้อนถึงความเป็นเวทีระดับนานาชาติที่ได้รับความสนใจจากนักกีฬาทั่วโลก ขณะเดียวกัน ภายในงานยังเต็มไปด้วยกิจกรรมไลฟ์สไตล์ตลอดทั้งวัน อาทิ แฟชั่นโชว์บนหลังม้า ขบวนพาเหรดริมชายหาด รวมถึงโซนอาหารและเครื่องดื่มที่สร้างประสบการณ์ความบันเทิงครบวงจร

    นอกเหนือจากการแข่งขันกีฬา งานดังกล่าวยังจัดขึ้นเพื่อการกุศล โดยรายได้ส่วนหนึ่งจะนำไปสนับสนุน “โครงการกำลังใจ” ในพระดำริของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทราเทพยวดี ซึ่งมุ่งพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ต้องขังผ่านการฝึกอาชีพ และเตรียมความพร้อมในการกลับคืนสู่สังคม

    การจัดงานในครั้งนี้จึงสะท้อนถึงบทบาทของหัวหินที่ก้าวข้ามจากเมืองตากอากาศ สู่การเป็น Sports & Lifestyle Destination ระดับนานาชาติ ที่สามารถผสานกีฬา การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจเข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์ พร้อมขับเคลื่อนการท่องเที่ยวไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน และยกระดับภาพลักษณ์ของประเทศในเวทีโลก

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.newswit.com/th/iepsl5jrb16fgb6ytv5hup412gvdjdw9&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1JtpuahwOhPvIQm01ggT_K

  • ‘กล้าธรรม’ ไม่ออมมือ! ทำหน้าที่ฝ่ายค้านเต็มที่

    ‘กล้าธรรม’ ไม่ออมมือ! ทำหน้าที่ฝ่ายค้านเต็มที่

    อรรถกร ศิริลัทธิยากร สส.ฉะเชิงเทรา พรรคกล้าธรรม ยืนยันว่า การอภิปรายนโยบายรัฐบาลของพรรคกล้าธรรมไม่มีการออมมือ โดยเตรียมประเด็นในการทวงถามนโยบายของพรรครัฐบาลที่ได้หาเสียงเอาไว้กับประชาชน ทั้งพรรคภูมิใจไทย และพรรคเพื่อไทย ที่เคยประกาศเอาไว้ในช่วงหาเสียง โดยจะประเมินว่านโยบายที่นายกรัฐมนตรีและ ครม. ร่วมกันจัดทำและเสนอต่อรัฐสภาจะสามารถนำไปปฏิบัติจริงได้มากน้อยแค่ไหน

    อรรถกร กล่าวด้วยว่า หลังจากนี้จะไปหารือภายในพรรคกล้าธรรมอีกครั้งหนึ่ง ในการจัดสรรผู้อภิปราย ซึ่งพรรคกล้าธรรมได้เวลาอภิปราย 3.30-4.00 ชั่วโมง โดยไปวางประเด็นไว้ทั้งเรื่องของวิกฤติพลังงาน ภาคการท่องเที่ยว การเกษตร-การศึกษา และภาคสังคมในการดูแลผู้สูงอายุ ยืนยันว่าพรรคกล้าธรรมทำหน้าที่ฝ่ายค้านอย่างเต็มที่ ไม่มีออมมือ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/politics/attakorn-7apr2026&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1DR32xQQ6mucOZJqKKmske

  • ต่างชาติเที่ยวไทยวีคล่าสุดชะลอ 9.6% นทท.มาเลย์กังวลข่าวน้ำมัน ฉุดยอดเดินทางวูบเกือบ 40% : อินโฟเควสท์

    ต่างชาติเที่ยวไทยวีคล่าสุดชะลอ 9.6% นทท.มาเลย์กังวลข่าวน้ำมัน ฉุดยอดเดินทางวูบเกือบ 40% : อินโฟเควสท์

    น.ส.นัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า สถานการณ์ท่องเที่ยวในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา (30 มี.ค.-5 เม.ย. 69) นักท่องเที่ยวชะลอตัวด้านการเดินทาง โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวกลุ่มตลาดระยะใกล้ (Short haul) อาทิ มาเลเซีย ที่เดินทางเข้ามาลดลง จากผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของข่าวสารการไม่มีน้ำมันจำหน่ายในสถานีบริการของไทย ซึ่งส่งผลให้ทัวร์บัสจากมาเลเซีย ยกเลิกมาท่องเที่ยวไทย แต่นักท่องเที่ยวตลาดมาเลเซีย ยังคงเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวเป็นอันดับที่ 2 และท่องเที่ยวสะสม แตะระดับ 1 ล้านคนแล้วในสัปดาห์ที่ผ่านมา

    ทั้งนี้ ส่งผลให้ภาพรวมในสัปดาห์ที่ผ่านมา มีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งสิ้น 569,593 คน ลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้า 60,509 คน หรือ 9.60% คิดเป็นจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทยเฉลี่ยวันละ 81,370 คน โดย 5 อันดับแรก ของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ได้แก่ จีน 84,940 คน มาเลเซีย 55,989 คน อินเดีย 45,589 คน รัสเซีย 41,504 คน และสหราชอาณาจักร 30,620 คน

    “นักท่องเที่ยวสหราชอาณาจักร ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้า 3.16% ขณะที่นักท่องเที่ยวมาเลเซีย รัสเซีย จีน และอินเดีย ปรับตัวลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้า 39.59% 9.67% 6.23% และ 4.38% ตามลำดับ” น.ส.นัทรียา ระบุ

    สำหรับสถานการณ์ท่องเที่ยวในสัปดาห์นี้ (6-12 เม.ย. 69) คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาเพิ่มขึ้น จากปัจจัยส่งเสริมการเดินทาง ได้แก่ การมีกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ การมีมาตรการกระตุ้นนักท่องเที่ยวจีน การมีมาตรการส่งเสริมภาพลักษณ์ด้านความปลอดภัย Trusted Thailand การมีมาตรการ Ease of traveling ของรัฐบาลที่ช่วยเพิ่มการอำนวยความสะดวกในการเดินทางสู่ไทย การยกเว้นบัตรตม.6 รวมถึงส่งเสริมให้สายการบินเพิ่มจำนวนเที่ยวบินมากยิ่งขึ้น

    ส่วนภาพรวมการท่องเที่ยว ประเทศไทยมีจำนวนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติสะสม ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-5 เม.ย. 69 ทั้งสิ้น 9,744,179 คน สร้างรายได้จากการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติแล้ว ประมาณ 474,400 ล้านบาท โดยจำนวนนักท่องเที่ยวสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ จีน 1,553,273 คน มาเลเซีย 1,003,112 คน รัสเซีย 755,928 คน อินเดีย 659,605 คน และเกาหลีใต้ 423,323 คน

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (07 เม.ย. 69)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/news/2026-IRF60IQ1GZJJIXWIUS3UKGJFRH8YAQ4N&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0CHkLHONfyKkJhZei-j_BS

  • ส่องโอกาสไทยท่ามกลางวิกฤตโลก “พชร” มั่นใจห่วงโซ่การผลิตแปซิฟิก-ระบบขนส่งไฟฟ้า ทางรอดสำคัญยุคพลังงานแพง

    ส่องโอกาสไทยท่ามกลางวิกฤตโลก “พชร” มั่นใจห่วงโซ่การผลิตแปซิฟิก-ระบบขนส่งไฟฟ้า ทางรอดสำคัญยุคพลังงานแพง

    ส่องโอกาสไทยท่ามกลางวิกฤตโลก

    ส่องโอกาสไทยท่ามกลางวิกฤตโลก “พชร” มั่นใจห่วงโซ่การผลิตแปซิฟิก-ระบบขนส่งไฟฟ้า ทางรอดสำคัญยุคพลังงานแพง

    วันนี้ 7 เมษายน 2569 นายพชร นริพทะพันธุ์ กรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ถึงสถานการณ์วิกฤตพลังงานในขณะนี้ ว่า ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องได้กลายเป็นปัจจัยหลักที่ผลักดันให้เงินเฟ้อพุ่งสูงขึ้น ส่งผลกระทบโดยตรงต่อค่าครองชีพของประชาชนและทำให้เศรษฐกิจเกิดการหดตัว

    อย่างไรก็ตาม ในวิกฤตดังกล่าวยังมีข้อดีในเชิงเสถียรภาพการเงิน คือ “ค่าเงินบาทที่ยังคงแข็งค่า” ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยประคองเศรษฐกิจ เนื่องจากประเทศไทยต้องใช้เงินสกุลดอลลาร์สหรัฐในการนำเข้าน้ำมัน หากค่าเงินบาทอ่อนตัวลงในช่วงนี้ จะยิ่งซ้ำเติมให้ราคาต้นทุนน้ำมันนำเข้าและภาระค่าครองชีพดีดตัวสูงขึ้นกว่าที่เป็นอยู่

    เตือนระวัง Stagflation ระยะสั้น-หนี้ครัวเรือนฉุดกำลังซื้อ

    นายพชร วิเคราะห์ต่อว่า ผลกระทบในไตรมาสที่ 1 และ 2 ของปีนี้ จะปรากฏให้เห็นชัดเจนผ่านภาคการท่องเที่ยวและความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่เริ่มอ่อนตัวลง แม้ราคาพลังงานโดยตรงอาจดูเหมือนมีสัดส่วนไม่มากในชีวิตประจำวัน แต่ในความเป็นจริงพลังงานคือต้นทุนหลักของ “ห่วงโซ่ภาคการผลิตและขนส่ง” เมื่อต้นทุนเหล่านี้ขยับขึ้นย่อมส่งผลกระทบเป็นโดมิโน่

    “เมื่อต้นทุนการผลิตพุ่งสูงขึ้น ผสมโรงกับภาวะหนี้ครัวเรือนของไทยที่อยู่ในระดับสูง จะกลายเป็นแรงกดดันมหาศาลต่อความสามารถในการใช้จ่ายของประชาชน ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะ Stagflation หรือภาวะที่เศรษฐกิจชะลอตัวแต่เงินเฟ้อสูงในระยะสั้นได้”

    นายพชร นริพทะพันธุ์

    พลิกเกมสู้ด้วย Go Green – ยึดหัวหาดห่วงโซ่แปซิฟิก

    ท่ามกลางเมฆหมอกทางเศรษฐกิจ นายพชร มองเห็นสัญญาณบวกจากการปรับตัวของภาคอุตสาหกรรมไทย โดยเฉพาะกลุ่มที่กำลังเปลี่ยนผ่านสู่ “ระบบขนส่งไฟฟ้า” (EV) และระบบขนส่งมวลชนสมัยใหม่ ซึ่งกลุ่มที่ขยับตัวสู่แนวทาง Go Green ได้เร็ว จะมีความสามารถในการควบคุมต้นทุนการดำเนินงานได้ดีกว่าคู่แข่ง และกลายเป็นแต้มต่อสำคัญในเวทีโลก

    นอกจากนี้ ยังเห็นโอกาสจากการขยายตัวของภาคส่งออกและการปรับเปลี่ยนโครงสร้างห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ในฝั่งแปซิฟิกที่มีความตื่นตัวมากขึ้น ซึ่งประเทศไทยยังคงสถานะการเป็น “ข้อต่อสำคัญ” ในห่วงโซ่อุปทานโลก

    ทางรอด: มายด์เซท-ความเสียสละ-สามัคคี

    นายพชร ทิ้งท้ายว่า วิกฤตครั้งนี้เป็นปัญหาระดับโลกที่ทุกประเทศเผชิญร่วมกัน ไม่มีใครได้เปรียบเสียเปรียบอย่างเบ็ดเสร็จ สินค้าอุปโภคบริโภคและปัจจัยพื้นฐานยังคงมีความสำคัญสูงสุด

    “หากประเทศไทยวางตำแหน่งยุทธศาสตร์ให้ดี มีมายด์เซทที่เป็นบวก พร้อมด้วยความร่วมมือและความเสียสละของทุกภาคส่วนเพื่อส่วนรวม จะเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยสร้างโอกาสใหม่ๆ และผลักดันให้ประเทศไทยก้าวข้ามวิกฤตพลังงานครั้งนี้ไปได้อย่างแข็งแกร่ง” นายพชร กล่าวสรุป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/general-news/655921&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2v8OF0VOpGYEL5tZX4aViN