Category: เศรษฐกิจ

  • สุวัจน์ แจกทานทิ้งกระจาด ย้ำต้องมีรัฐบาลใหม่ฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจ

    สุวัจน์ แจกทานทิ้งกระจาด ย้ำต้องมีรัฐบาลใหม่ฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจ

    สุวัจน์ แจกทานทิ้งกระจาด ย้ำต้องมีรัฐบาลใหม่ฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจ

    สุวัจน์ ลิปตพัลลภ นำแจกทานทิ้งกระจาด พี่น้องชาวโคราช พร้อมหนุนพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ย้ำต้องรีบมีรัฐบาลใหม่ ฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจช่วยเหลือประชาชนโดยเร็ว

    วันที่ 30 สิงหาคม 2568 ที่วิหารเซ็งหงั่มตั่ง มูลนิธิพุทธรรมฮุก 31 นครราชสีมา ถนนพายพาส อ.เมือง จ.นครราชสีมา นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีซิโกว แจกทานทิ้งกระจาด ประจำปี 2568 ของมูลธินิพุทธธรรมฮุก 31 นครราชสีมา 

    โดยมีผู้ร่วมพิธีประกอบด้วย นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล นายกเทศมนตรีนครนครราชสีมา นายประเสริฐ บุญชัยสุข ประธานที่ปรึกษากิตติมศักดิ์,นางเข็มทอง เรืองกฤตยา ประธานกิตติคุณมูลนิธิ, นายสุวัฒน์ จึงวิวัฒนากร ประธานกิตติคุณมูลนิธิ และนายประวิทย์ อัศวินชัย ประธานมูลนิธิพุทธธรรมฮุก 31 นครราชสีมา พร้อมกันนี้ได้มีประชาชนจากทุกสารทิศ เดินทางมารับแจกทานทิ้งกระจาดกว่า 4,000 คน

    สุวัจน์ แจกทานทิ้งกระจาด ย้ำต้องมีรัฐบาลใหม่ฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจ

    นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ กล่าวว่าวันนี้ เราต้องมีความรักความสามัคคี มีความเสียสละ เป็นกําลังใจ เพื่อให้เราฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจไปได้ อย่างวันนี้ที่โคราช มูลนิธิพุทธธรรม 31 ได้จัดงานซิโกว ในการทําบุญอุทิศส่วนกุศลให้กับดวงวิญญาณผู้ไร้ญาติ และจัดงานแจกทานทิ้งกระจาดให้กับพี่น้องประชาชนชาวโคราชที่ยากจน ซึ่งปีนี้มากัน 4,000 กว่าคน ผู้มีจิตกุศลก็ร่วมกันบริจาคข้าวสารอาหารแห้ง ทํากันเป็นประจําทุกปี อยากให้พวกเราได้มีกําลังใจในการที่จะต่อสู้กับปัญหาเศรษฐกิจต่างๆให้ลุล่วงต่อไป ต้องขอบคุณมูลนิธิองค์กรการกุศลที่จังหวัดนครราชสีมา ที่ได้ร่วมกันแสดงออกถึงน้ําใจ “คนโคราชรักจริงไม่ทิ้งกัน”

    สุวัจน์ แจกทานทิ้งกระจาด ย้ำต้องมีรัฐบาลใหม่ฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจ

    นายสุวัจน์ กล่าวต่อว่าช่วงนี้สถานการณ์ทางการเมืองต้องมีการเลือกนายกรัฐมนตรี เพราะว่าผลของคําวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญนั้น ท่านนายกรัฐมนตรีพ้นจากตําแหน่ง คณะมนตรีก็ต้องพ้นไปทั้งคณะครม.ชุดนี้ ขณะนี้ก็เป็นเพียงรัฐบาลรักษาการ 

    ฉะนั้น ต้องว่ากันตามครรลองของกฎหมายของรัฐธรรมนูญ คือ จะต้องมีการเลือกนายกรัฐมนตรีท่านใหม่ จัดตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ มีรัฐบาลชุดใหม่ แล้วต้องแถลงนโยบายกันใหม่ ซึ่งต้องมีกระบวนการที่ใช้เวลาระยะหนึ่งที่จะเห็นภาพของรัฐบาลใหม่ ภาพของนโยบายใหม่ในช่วงระยะเวลาที่เหลือของสภา

    ดังนั้นมาตรการอะไร นโยบายอะไรที่เป็นเรื่องการช่วยเหลือพี่น้องประชาชน มาตรการทางเศรษฐกิจก็คงจะต้องขึ้นอยู่กับการจัดตั้งรัฐบาลกับนโยบายของรัฐบาลชุดใหม่ด้วย

    ทั้งนี้ พรรคชาติพัฒนาได้มีมติร่วมกับพรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรค ในการสนับสนุนให้พรรคเพื่อไทยเป็นแกนนําในการเดินหน้าเพื่อจัดตั้งรัฐบาลต่อไป ส่วนโครงสร้างของรัฐบาลใหม่ภายใต้ แกนนําพรรคเพื่อไทยนั้น ใครจะเป็นนายกรัฐมนตรี หรือจะมีพรรคการเมือง อื่นเป็นองค์ประกอบอย่างไร หรือจะมีเงื่อนไขอย่างไรนั้น มอบให้พรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล

    “ตอนนี้ เราต้องการรัฐบาลใหม่ภายใต้รัฐธรรมนูญ เพื่อเข้ามาทำงานและแก้ไขปัญหาของประชาชนให้ได้โดยเร็วที่สุด” นายสุวัจน์ กล่าว 

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/politics/729625&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3MX5dkfDb518frmc88Xj8-

  • อย. บุกพื้นที่นำร่องเขตสุขภาพที่ 7 สนับสนุนนโยบายรัฐบาล ปั้น Product hub ชูเศรษฐกิจ อนุญาตวันเดียว

    อย. บุกพื้นที่นำร่องเขตสุขภาพที่ 7 สนับสนุนนโยบายรัฐบาล ปั้น Product hub ชูเศรษฐกิจ อนุญาตวันเดียว

    สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) บุกพื้นที่ยุทธศาสตร์เมืองเศรษฐกิจโซนอีสานตอนบน หวังกระตุ้นเศรษฐกิจ พัฒนาอุตสาหกรรมสมุนไพร เพื่อสร้างโอกาสใหม่ให้ชุมชน โดยบูรณาการความร่วมมือจากเกษตรกร ภาคการศึกษา และภาคธุรกิจ ในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น

    เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2568 อย. ได้รับเกียรติจากนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น (นายแพทย์อภิชัย ลิมานนท์) ผู้บูรณาการความร่วมมือภาคีเครือข่ายในพื้นที่ อาทิ ภาคเอกชนที่มีศักยภาพในการลงทุนและพัฒนามาตรฐาน มหาวิทยาลัยขอนแก่นซึ่งเป็นแหล่งองค์ความรู้และการวิจัย เพื่อร่วมพัฒนามาตรฐานผลิตภัณฑ์และสถานที่ผลิตสมุนไพรให้มีคุณภาพ โดยมุ่งเน้นการส่งเสริมกลุ่มเกษตรกร กลุ่มวิสาหกิจชุมชน และกลุ่มผู้ประกอบการรายย่อยในพื้นที่จังหวัดขอนแก่นให้สามารถแปรรูปสมุนไพรได้อย่างมีประสิทธิภาพ
    รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (นายแพทย์วิทิต สฤษฎีชัยกุล) กล่าวว่า สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เห็นความสำคัญของจังหวัดขอนแก่น ซึ่งเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่ขานรับนโยบายรัฐบาล และกำลังพัฒนาสู่การเป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ (Wellness Hub and Medical Vally) โดยอุตสาหกรรมการผลิตผลิตภัณฑ์สมุนไพร ถือเป็นส่วนหนึ่งที่มีบทบาทสำคัญในการพัฒนายุทธศาสตร์ของจังหวัดขอนแก่น การจัดกิจกรรมในครั้งนี้เพื่อเป็นตัวอย่างความสำเร็จของการลดระยะเวลาการพิจารณา ส่งเสริมเศรษฐกิจเชิงรุก ให้ประเทศไทยเป็น ศูนย์กลางผลิตภัณฑ์สุขภาพที่เป็นเลิศ (Product Hub) ด้านสมุนไพร ตามนโยบายรัฐบาลและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (นายสมศักดิ์ เทพสุทิน)

    รองเลขาธิการฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า การลงพื้นที่ในครั้งนี้ ช่วยสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับข้อกำหนดของ อย. และมาตรการช่วยเหลือวิสาหกิจ ให้ทุกภาคส่วนซึ่งเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการร่วมเดินหน้าขับเคลื่อนประเทศไทย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thailandplus.tv/archives/953010&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3F1HvjFm_p42EEiha-0grU

  • ชายแดนอรัญฯระอุ! กกล.บูรพา ‘จับเขมร38ชีวิต’ ลอบเข้าไทย-อ้างหนีวิกฤตเศรษฐกิจ

    ชายแดนอรัญฯระอุ! กกล.บูรพา ‘จับเขมร38ชีวิต’ ลอบเข้าไทย-อ้างหนีวิกฤตเศรษฐกิจ

    วันเสาร์ ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 13.43 น.

    ชายแดนอรัญฯระอุ! กกล.บูรพา จับแรงงานกัมพูชาลอบเข้าไทย 38 คน อ้างหนีวิกฤตเศรษฐกิจ

    วันที่ 30 สิงหาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.อ.ชัยณรงค์ กาสี ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจอรัญประเทศ ได้สั่งการให้กำลังพลร่วมกับกองพันทหารม้าที่ 30 เข้าปิดล้อมจับกุมแรงงานต่างด้าวชาวกัมพูชาที่ลักลอบข้ามแดนโดยผิดกฎหมาย บริเวณไร่อ้อยท้ายหมู่บ้านโนนขี้เหล็ก ต.ผ่านศึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว

    การจับกุมในครั้งนี้สามารถควบคุมตัวแรงงานชาวกัมพูชาได้ถึง 38 คน แบ่งเป็นชาย 20 คน หญิง 17 คน และเด็กหญิง 1 คน ซึ่งทั้งหมดไม่มีหนังสือเดินทางหรือเอกสารอนุญาตทำงานในประเทศไทย

    จากการซักถามเบื้องต้น แรงงานทั้งหมดให้การว่า เดินทางมาจากกัมพูชาเพื่อมาหางานทำในประเทศไทย เนื่องจากประสบปัญหาความอดอยาก ขาดรายได้ และไม่ได้รับการเหลียวแลจากรัฐบาลในประเทศของตนเอง

    เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมเปิดเผยว่า เหตุการณ์ในครั้งนี้เป็นเครื่องยืนยันถึงวิกฤตเศรษฐกิจที่คุกคามประชาชนชาวกัมพูชาอย่างรุนแรง และเป็นเรื่องที่รัฐบาลกัมพูชาต้องเร่งให้ความสำคัญ เพราะประชาชนกำลังหนีตายจากความอดอยากจนต้องดิ้นรนลักลอบเข้าไทยเป็นรายวัน จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวทั้งหมดส่งให้พนักงานสอบสวน สภ.คลองน้ำใส เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ///-026

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/local/910755&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3AuWs4naEUdcjp24WEFo5m

  • ศาลอุทธรณ์สหรัฐฯ ตัดสินภาษีนำเข้าของทรัมป์ผิดกฎหมาย

    ศาลอุทธรณ์สหรัฐฯ ตัดสินภาษีนำเข้าของทรัมป์ผิดกฎหมาย

    ศาลอุทธรณ์แห่งสหรัฐอเมริกาวินิจฉัยเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาว่า ภาษีนำเข้าทั่วโลกของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ซึ่งส่งผลกระทบต่อการค้าโลกนั้นผิดกฎหมาย แต่ยอมให้บังคับใช้ต่อไปชั่วคราว เพื่อให้เวลาทรัมป์นำคดีขึ้นสู่ศาลสูงสุด

    คำตัดสิน 7-4 เสียงดังกล่าวยืนยันการวินิจฉัยของศาลชั้นต้นที่พบว่า ทรัมป์ได้ทำเกินขอบเขตอำนาจในการใช้อำนาจฉุกเฉินทางเศรษฐกิจเพื่อกำหนดภาษีนำเข้าในวงกว้าง อย่างไรก็ตาม ผู้พิพากษายอมให้ภาษีดังกล่าวคงอยู่จนถึงกลางเดือนตุลาคม

    ผลกระทบต่อนโยบายการค้าของทรัมป์

    การตัดสินครั้งนี้ถือเป็นการโจมตีต่อประธานาธิบดี ซึ่งได้ใช้ภาษีนำเข้าเป็นเครื่องมือนโยบายเศรษฐกิจอย่างกว้างขวาง นอกจากนี้ยังอาจทำให้เกิดข้อสงสัยเกี่ยวกับข้อตกลงที่ทรัมป์ทำไว้กับคู่ค้าสำคัญ เช่น สหภาพยุโรป

    ทรัมป์แสดงความไม่พอใจต่อคำตัดสินดังกล่าวเมื่อวันศุกร์ โดยโพสต์บนแพลตฟอร์ม Truth Social ว่า ศาลอุทธรณ์กล่าวอย่างไม่ถูกต้องว่าภาษีนำเข้าควรถูกยกเลิก แต่พวกเขารู้ว่าสหรัฐอเมริกาจะชนะในท้ายที่สุด เขาเสริมว่าจะต่อสู้กลับด้วยความช่วยเหลือจากศาลสูงสุดแห่งสหรัฐอเมริกา

    การใช้อำนาจฉุกเฉินทางเศรษฐกิจ

    นับตั้งแต่กลับเข้าสู่ตำแหน่งประธานาธิบดีในเดือนมกราคม ทรัมป์ได้อ้างอิงกฎหมายอำนาจฉุกเฉินเศรษฐกิจระหว่างประเทศ (IEEPA) เพื่อกำหนดภาษีนำเข้าแบบตอบโต้ ต่อคู่ค้าของสหรัฐเกือบทั้งหมด โดยกำหนดอัตราพื้นฐาน 10 เปอร์เซ็นต์ และอัตราที่สูงขึ้นสำหรับหลายสิบประเทศ

    นอกจากนี้ ทรัมป์ยังใช้อำนาจคล้ายกันในการกำหนดภาษีนำเข้าแยกต่างหากที่กระทบต่อเม็กซิโก แคนาดา และจีน เนื่องจากการไหลเข้าของยาเสพติดร้ายแรงสู่สหรัฐอเมริกา

    รายละเอียดคำตัดสิน

    คำตัดสินเมื่อวันศุกร์ระบุว่า กฎหมายให้อำนาจที่สำคัญแก่ประธานาธิบดีในการดำเนินการหลายประการเพื่อตอบสนองต่อการประกาศภาวะฉุกเฉินแห่งชาติ แต่ไม่มีการกระทำใดที่ระบุอย่างชัดเจนถึงอำนาจในการกำหนดภาษีนำเข้า หรือภาษีอากร หรืออำนาจในการจัดเก็บภาษี

    ศาลการค้าระหว่างประเทศแห่งสหรัฐอเมริกาได้ตัดสินในเดือนพฤษภาคมว่า ทรัมป์ได้ทำเกินขอบเขตอำนาจในการกำหนดภาษีนำเข้าทั่วโลก หากภาษีเหล่านี้ถูกตัดสินว่าผิดกฎหมายในท้ายที่สุด บริษัทต่างๆ อาจสามารถเรียกร้องเงินคืนได้

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/world/us-appeals-court-trump-global-tariffs-illegal&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1WNCLgOFtpP_m3dR3WUd3-

  • “ทีเส็บ” ดัน “ระยอง” สู่มหานครไมซ์ จุดประกายเศรษฐกิจอีอีซี – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    “ทีเส็บ” ดัน “ระยอง” สู่มหานครไมซ์ จุดประกายเศรษฐกิจอีอีซี – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    มิติหุ้น – สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ (TCEB) เดินหน้าขยายโครงการ “EEC MICETROPOLIS” จากพัทยาสู่จังหวัดระยอง เปิดตัวงาน EEC MICE FAM Trip 2025 ภายใต้แนวคิด “EEC MAXIMICE THE FUTURE: เปิดศักยภาพไมซ์ ก้าวสู่อนาคตไปกับอีอีซี” ตอกย้ำบทบาทการยกระดับเศรษฐกิจท้องถิ่นและดึงดูดการลงทุนใหม่สู่พื้นที่ยุทธศาสตร์ภาคตะวันออก

    อุตสาหกรรมไมซ์: กลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

    ดร.ศุภวรรณ ตีระรัตน์ ผู้อำนวยการทีเส็บ เปิดเผยว่า อุตสาหกรรมไมซ์ (MICE) เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ที่รัฐบาลวางเป้าเป็นศูนย์กลางด้านการผลิต การลงทุน และโลจิสติกส์ของภูมิภาค ทีเส็บจึงสานต่อนโยบาย “ไมซ์เพื่อเศรษฐกิจ” ผลักดัน EEC จากจุดหมาย Value for Money ไปสู่ High Value-Added MICE Destination

    5 มิติประสบการณ์ “MAXIMICE”

    MAXIMICE OPPORTUNITIES – เปิดประตูสู่โอกาสการลงทุนและเจรจาธุรกิจ ในงาน EEC Expo 2025 ที่เชื่อมโยงอุตสาหกรรมเป้าหมายและเมกะโปรเจกต์แห่งอนาคต

    MAXIMICE COMMUNITIES – ผสานอัตลักษณ์ท้องถิ่นและความยั่งยืน อาทิ การเยี่ยมชมวิสาหกิจชุมชนผู้เลี้ยงชันโรง และเมนูสร้างสรรค์ “เกสรซ่อนกาย” จากโครงการ MICE Coffee Break

    MAXIMICE EXPERIENCES – Taste of Rayong – สัมผัสเสน่ห์อาหารพื้นถิ่นที่ยกระดับสู่ Fine Dining พร้อมดินเนอร์ที่คาเฟ่ชิโน–โปรตุกีสเก่าแก่ หลานเอก คอฟฟี่เฮ้าส์

    MAXIMICE THE VALUE – เยี่ยมชม Miracle of Natural สวนดอกไม้เมืองหนาวโดย PTT LNG ต้นแบบการใช้ทรัพยากรตามแนวคิด BCG Economy

    MAXIMICE EXPERIENCES OF WELLNESS – รีเซ็ตกายใจด้วย Sound Bath ที่ Hotel Fuse ระยอง ชูภาพลักษณ์เมืองไมซ์ที่ใส่ใจสุขภาพ

    ระยอง จุดหมายไมซ์ระดับโลก

    ดร.ศุภวรรณ ย้ำว่า ระยองเป็นจังหวัดที่ผสานทั้งภูมิประเทศ วัฒนธรรม และอุตสาหกรรมอนาคต พร้อมรองรับการจัดงานไมซ์ทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการประชุม นิทรรศการ เมกะอีเวนท์ หรือกิจกรรมทางธุรกิจระดับนานาชาติ ระยองจะไม่หยุดอยู่แค่ฐานการผลิตและการลงทุน แต่จะก้าวขึ้นเป็น มหานครไมซ์ระดับโลก ที่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและกระจายรายได้สู่ท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.mitihoon.com/2025/08/30/573991/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0EhMPWJn-_Y0f3Y0ni2XDg

  • “พิชัย” มั่นใจเรื่องศก. ยังเดินต่อ แม้นายกฯ หลุดตำแหน่ง – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    “พิชัย” มั่นใจเรื่องศก. ยังเดินต่อ แม้นายกฯ หลุดตำแหน่ง – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    “พิชัย” มั่นใจเรื่องศก. ยังเดินต่อ แม้นายกฯ หลุดตำแหน่ง

    มิติหุ้น – นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า หลัง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร เกิดอุบัติเหตุทางการเมือง หลุดจากตำแหน่งนายกฯ เชื่อว่าสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ ทุกอย่างน่าจะแก้ไขได้

    ส่วนการจะต้องเร่งสร้างความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจอะไรหรือไม่ รมว.คลัง ระบุว่า ทุกอย่างเราตอบได้ในเรื่องเศรษฐกิจ เพราะใครรับผิดชอบในเรื่องไหน ยังคงต้องดูแลอยู่ตามเดิม

    ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

    Web : https://www.mitihoon.com/
    Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
    Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
    Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.mitihoon.com/2025/08/30/574008/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3OZLpLyysIympl9gHF2qlN

  • ‘ยานยนต์-น้ำมัน-ยาง’ ฉุดดัชนี MPI สะท้อนความเปราะบางเศรษฐกิจไทย 68

    ‘ยานยนต์-น้ำมัน-ยาง’ ฉุดดัชนี MPI สะท้อนความเปราะบางเศรษฐกิจไทย 68

    ดาวรุ่งแซงดาวร่วง! สศอ. ชี้หม้อแปลง-เหล็ก-อิเล็กทรอนิกส์ฉลุย สวนทางยานยนต์-น้ำมัน-ยางร่วงแรง ฉุด MPI ก.ค. หดตัว สะท้อนความเปราะบางเศรษฐกิจไทย 2568

    • ช่วงเวลาที่เหลือของปี 68 ยังมีปัจจัยบวกจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ การค้าระหว่างประเทศของไทยกับคู่ค้าหลักยังมีทิศทางเติบโตอย่างต่อเนื่อง การผ่อนคลายนโยบายการเงินด้วยการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 
    • ทิศทางบวกจากผลการเจรจาภาษี Reciprocal Tariff กับสหรัฐฯ โดยไทยได้อัตราภาษีต่ำกว่า หรืออยู่ในระดับใกล้เคียงกับประเทศคู่แข่งในภูมิภาค ทำให้ไทยยังคงสามารถรักษาความสามารถในการแข่งขันได้
    • อุตสาหกรรมหลักที่ส่งผลบวกต่อดัชนีผลผลิตเดือนก.ค. 68 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ได้แก่ 1.มอเตอร์ เครื่องกำเนิดไฟฟ้า หม้อแปลงไฟฟ้า และอุปกรณ์ควบคุม 2. ชิ้นส่วนและแผ่นวงจรอิเล็กทรอนิกส์ 3. เหล็กและเหล็กกล้าขั้นมูลฐาน
    • อุตสาหกรรมหลักที่ส่งผลลบต่อดัชนีผลผลิตเดือนก.ค. 68 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ได้แก่ 1. ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการกลั่นปิโตรเลียม 2. ยานยนต์ 3. ผลิตภัณฑ์ยางอื่นๆ

    สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เผย ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) เดือนกรกฎาคม 2568 อยู่ที่ระดับ 93.34 หดตัวร้อยละ 3.98 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน รับแรงกดดันจากการผลิตรถยนต์หดตัว ปัญหาหนี้ครัวเรือนยังอยู่ในระดับสูง รวมถึงผู้บริโภคมีความระมัดระวังในการใช้จ่ายมากขึ้น ส่งผลกระทบต่อยอดขายสินค้าในภาคอุตสาหกรรม 

    นายภาสกร ชัยรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เปิดเผยว่า ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) เดือนกรกฎาคม 2568 อยู่ที่ 93.34% หดตัว 3.98% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่อัตราการใช้กำลังการผลิตอยู่ที่ 57.37% ซึ่งเป็นผลมาจากการผลิตรถยนต์กลับมาหดตัวอีกครั้ง โดยเฉพาะรถยนต์นั่งขนาดใหญ่ รถยนต์ไฮบริดไม่เกิน 1,800 ซีซี และรถยนต์นั่งขนาดเล็ก เนื่องจากมีผู้ผลิตรายใหญ่หยุดการผลิตชั่วคราวเพื่อย้ายโรงงาน

    ประกอบกับผู้ผลิตบางรายปรับลดปริมาณการผลิตรถยนต์สันดาปลงตามคำสั่งซื้อ และอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญ คือ โรงกลั่นน้ำมันขนาดใหญ่ 1 ราย หยุดซ่อมบำรุงครั้งใหญ่ตามแผนประจำปี นอกจากนี้ ผู้ประกอบการมีการนำสินค้าในสต็อก (Inventory) ออกมาขาย เนื่องจากดูท่าทีผลของการเจรจาภาษีสินค้านำเข้าจากสหรัฐฯ และปัญหาหนี้ครัวเรือนที่ยังคงอยู่ในระดับสูง

    รวมถึงหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ของสินเชื่ออุปโภคบริโภค สินเชื่อที่อยู่อาศัย บัตรเครดิตยังคงปรับเพิ่มขึ้น ทำให้สถาบันการเงินเข้มงวดการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น ขณะเดียวกัน ผู้บริโภคก็มีความระมัดระวังในการใช้จ่ายมากขึ้น ส่งผลกระทบต่อยอดขายสินค้าภาคอุตสาหกรรม รวมถึงความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมปรับตัวลดลง อีกทั้ง นักท่องเที่ยวจากต่างประเทศชะลอตัว ส่งผลต่ออุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง เช่น อาหารแช่แข็ง ไส้กรอก กระเป๋าเดินทาง รองเท้ากีฬา และเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ เป็นต้น

    สำหรับระบบการเตือนภัยด้านเศรษฐกิจอุตสาหกรรมภาพรวมของไทย เดือนสิงหาคม 2568 “ส่งสัญญาณเฝ้าระวัง” โดยปัจจัยในประเทศส่งสัญญาณชะลอตัว จากผลของกำลังซื้อในประเทศที่ยังไม่ฟื้นตัว รวมทั้งความเชื่อมั่น ด้านคำสั่งซื้อที่ลดลงจากความกังวลต่อผลกระทบมาตรการภาษีสหรัฐฯ ด้านปัจจัยต่างประเทศภาพรวมส่งสัญญาณเฝ้าระวังเช่นกัน จากการนำเข้าในบางประเทศหดตัวลง และดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมขั้นสุดท้ายหดตัวลงตามอุปสงค์ที่ลดลง

    อย่างไรก็ตาม ดัชนี MPI ไตรมาส 2 ปี 2568 ขยายตัว 0.53% ด้าน GDP อุตสาหกรรม ขยายตัวร้อยละ 1.70 และ 7 เดือนแรก ปี 2568 ดัชนี MPI หดตัว 0.70% โดย สศอ. ได้ประมาณการ ดัชนี MPI ปี 2568 ขยายตัว 0 – 0.5% ด้าน GDP อุตสาหกรรม ขยายตัว 0.5 – 1.5% จากประมาณการเดิมที่คาดว่าดัชนี MPI ปี 2568 ขยาย 0 – 1% และ GDP อุตสาหกรรม ขยายตัว 0.5 – 1.5% 

    ทั้งนี้ สศอ. ได้ประมาณการดัชนี MPI ปี 2568 ขยายตัว 0 – 0.5% ด้าน GDP อุตสาหกรรม ขยายตัว 0.5 – 1.5% ถึงแม้จะมีปัจจัยกดดันมาจากความไม่แน่นอนของนโยบายด้านเศรษฐกิจและมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ความสามารถในการแข่งขันที่ชะลอตัวลง ปัญหาหนี้ครัวเรือนและการบริโภคที่ยังไม่ฟื้นตัว และภาคการท่องเที่ยวมีทิศทางชะลอตัวต่อเนื่อง

    แต่ในช่วงระยะเวลาที่เหลือของปี 2568 ยังมีปัจจัยบวกจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ การค้าระหว่างประเทศของไทยกับคู่ค้าหลักยังมีทิศทางเติบโตอย่างต่อเนื่อง การผ่อนคลายนโยบายการเงินด้วยการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย และทิศทางบวกจากผลการเจรจาภาษี Reciprocal Tariff กับสหรัฐฯ โดยไทยได้อัตราภาษีต่ำกว่า หรืออยู่ในระดับใกล้เคียงกับประเทศคู่แข่งในภูมิภาค ทำให้ไทยยังคงสามารถรักษาความสามารถในการแข่งขันได้

    สำหรับอุตสาหกรรมหลักที่ส่งผลบวกต่อดัชนีผลผลิตเดือนกรกฎาคม 2568 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ได้แก่ 

    1.มอเตอร์ เครื่องกำเนิดไฟฟ้า หม้อแปลงไฟฟ้า และอุปกรณ์ควบคุม ขยายตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 54.69% จากหม้อแปลงไฟฟ้าเป็นหลัก เนื่องจากการเร่งผลิตและส่งมอบตามสัญญาจ้างทั้งในประเทศ และต่างประเทศ

    2. ชิ้นส่วนและแผ่นวงจรอิเล็กทรอนิกส์ ขยายตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 8.43% จาก PCBA เป็นหลัก จากการเร่งผลิตและส่งออกไปสหรัฐอเมริกาก่อนนโยบายขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ จะมีผลบังคับใช้ ประกอบกับการเติบโตของตลาด AI และมีการลงทุนในโครงการ Data Center ส่งผลให้มีการใช้ PCBA เพิ่มขึ้น

    3. เหล็กและเหล็กกล้าขั้นมูลฐาน ขยายตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 7.72% จากท่อเหล็กกล้าที่เร่งผลิตและส่งมอบตามคำสั่งซื้อที่ได้รับจากสหรัฐอเมริกา และเหล็กแผ่นเคลือบสังกะสีที่ผลิตเพื่อส่งมอบให้ผู้ผลิตรถยนต์ในประเทศ

    สำหรับอุตสาหกรรมหลักที่ส่งผลลบต่อดัชนีผลผลิตเดือนกรกฎาคม 2568 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ได้แก่ 

    1. ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการกลั่นปิโตรเลียม หดตัวลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 18.43% จากน้ำมันดีเซล น้ำมันเครื่องบิน และน้ำมันเบนซิน 91 เป็นหลัก เนื่องจากผู้ผลิตบางรายหยุดผลิตชั่วคราวเพื่อซ่อมบำรุงครั้งใหญ่

    2. ยานยนต์ หดตัวลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 7.66% จากรถบรรทุกปิคอัพ รถยนต์นั่งขนาดใหญ่ รถยนต์ไฮบริดไม่เกิน 1800 ซีซี และรถยนต์นั่งขนาดเล็ก จากการหยุดผลิตชั่วคราวเพื่อย้ายโรงงานของผู้ผลิตบางราย ประกอบกับมีผู้ผลิตบางรายปรับลดปริมาณการผลิตลง ตามคำสั่งซื้อที่ลดลงมาก 

    3. ผลิตภัณฑ์ยางอื่นๆ หดตัวลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 6.51% จากยางแท่งตามคำสั่งซื้อของลูกค้าจีนลดลง และถุงมือยางทางการแพทย์ซึ่งมีผู้ผลิตบางรายหยุดผลิตชั่วคราว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/business/economic/1196332&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3ut3t_-zmBT7PIVvs_IEPZ

  • ขสมก. ปรับเส้นทางสาย 3-31 เพิ่มช่วงสถานีรถไฟฟ้าสีลม อำนวยความสะดวก พร้อมเชื่อมโยงการเดินทาง เริ่ม 1 ก.ย. 68

    ขสมก. ปรับเส้นทางสาย 3-31 เพิ่มช่วงสถานีรถไฟฟ้าสีลม อำนวยความสะดวก พร้อมเชื่อมโยงการเดินทาง เริ่ม 1 ก.ย. 68

    ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2568 เป็นต้นไป ขสมก. จะปรับเส้นทางเพิ่มช่วง สาย 3 – 31 เมกาบางนา – สถานีรถไฟฟ้าสีลม รองรับความต้องการเดินทางของประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และจังหวัดสมุทรปราการ

    นายกิตติกานต์ จอมดวง จารุวรพลกุล ผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ เปิดเผยว่าการปรับเส้นทางสาย 3 – 31 ในครั้งนี้ จะเป็นการเพิ่มช่วงเส้นทางออกไปจนถึงสถานีรถไฟฟ้าสีลม อันเป็นจุดสำคัญในการเชื่อมต่อการเดินทาง และช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทางเข้าสู่ย่านธุรกิจใจกลางกรุงเทพฯ รวมทั้ง ยังช่วยรองรับผู้โดยสารจากจังหวัดสมุทรปราการที่ต้องการเดินทางเข้าสู่กรุงเทพฯ ได้อย่างสะดวก และปลอดภัย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินการตามนโยบายของกระทรวงคมนาคมที่มุ่งเน้นการยกระดับคุณภาพระบบขนส่งสาธารณะ เพื่อให้ประชาชนมีทางเลือกการเดินทางที่สะดวก รวดเร็ว และเข้าถึงได้ง่าย

    โดยสาย 3 – 31 เมกาบางนา – สถานีรถไฟฟ้าสีลม มีเส้นทางการเดินรถ ดังนี้ เริ่มต้นจาก อู่เมกาบางนา มุ่งหน้าเข้าสู่ถนนบางนา – ตราด ผ่านถนนศรีนครินทร์ ถนนเทพารักษ์ ถนนสุขุมวิท และถนนปู่เจ้าสมิงพราย ขึ้นสะพานภูมิพล เข้าสู่ถนนพระราม 3 ถนนนราธิวาสราชนครินทร์ ถนนสาทรเหนือ ถนนพระรามที่ 4 เข้าถนนสีลม และสุดเส้นทางที่สถานีรถไฟฟ้าสีลม รวมระยะทางประมาณ 33 กิโลเมตร ให้บริการในเวลา 05.00 -22.00 น. เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2568 เป็นต้นไป โดยเส้นทางดังกล่าวครอบคลุมพื้นที่สำคัญ อาทิ ย่านบางนา สำโรง ศรีนครินทร์ สะพานภูมิพล ถนนพระราม 3 และย่านธุรกิจสาทร ทั้งนี้ สาย 3 – 31 เมกาบางนา – บางบอน ยังให้บริการตามเดิมควบคู่กันไป

    ขสมก. พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง ภายใต้มาตรฐานความปลอดภัย และคุณภาพที่ดียิ่งขึ้น ซึ่งประชาชนสามารถสอบถามเส้นทางเพิ่มเติมได้ที่ BMTA Contact Center โทร. 1348 เฟซบุ๊กแฟนเพจ “ขสมก. พร้อมบวก” และ www.bmta.co.th

    539412584_1189371389899887_3168145059852324256_n.jpg

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://voicetv.co.th/read/c-lyEYK7l&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0_TFp-nLLG4ahWOHG3bu6t

  • “พิชัย” เชื่อยังแก้เศรษฐกิจได้ หลัง”แพทองธาร” พ้นตำแหน่ง

    “พิชัย” เชื่อยังแก้เศรษฐกิจได้ หลัง”แพทองธาร” พ้นตำแหน่ง

    ข่าว

    “พิชัย” เชื่อยังแก้เศรษฐกิจได้ หลัง”แพทองธาร” พ้นตำแหน่ง

    30 สิงหาคม 2025 – 10:35

    Featured Image

    “พิชัย” เชื่อเศรษฐกิจแก้ไขได้ หลัง”แพทองธาร” พ้นตำแหน่ง ชี้ใครรับผิดชอบก็ยังอยู่ มั่นใจเจรจาสหรัฐฯ ไม่สะดุด

    นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ จะมีผลกระทบหรือไม่ หลัง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร เกิดอุบัติเหตุทางการเมือง ว่า ตนว่าทุกอย่างก็น่าจะแก้ไขได้ในเรื่องเศรษฐกิจ ใครรับผิดชอบก็ยังต้องดูแลอยู่

    ส่วนจะต้องเร่งสร้างความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจอะไรหรือไม่ รมว.คลัง ระบุว่า ทุกอย่างตอบได้ในเรื่องเศรษฐกิจ เราใครรับผิดชอบก็ยังต้องดูแลอยู่

    ส่วนจะทำให้การเจรจาภาษีและการค้า กับสหรัฐอเมริกาสะดุดหรือไม่ นายพิชัย ยืนยันว่า ไม่สะดุด

    ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

    Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

    Twitter : https://twitter.com/innnews

    Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

    TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

    LINE Official Account : @innnews

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.innnews.co.th/news/news_926627/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2Dyz7Ax2iff9ba0m47yjSQ

  • ีรวานี: อิหร่านยังคงพร้อมสำหรับการเจรจาอย่างเป็นธรรมกับไตรภาคียุโรปเกี่ยวกับข้อตกลงนิวเคลียร์

    ีรวานี: อิหร่านยังคงพร้อมสำหรับการเจรจาอย่างเป็นธรรมกับไตรภาคียุโรปเกี่ยวกับข้อตกลงนิวเคลียร์

    อีรวานี: อิหร่านยังคงพร้อมสำหรับการเจรจาอย่างเป็นธรรมกับไตรภาคียุโรปเกี่ยวกับข้อตกลงนิวเคลียร์

    เอกอัครราชทูตอิหร่านประจำสหประชาชาติ:
    🔹การกระทำของสามประเทศยุโรปในการใช้กลไก Snapback เป็นการบิดเบือนความจริง ที่ให้รางวัลแก่ผู้ละเมิด แต่กลับลงโทษเหยื่อ
    🔹อิหร่านยังคงพร้อมสำหรับการเจรจาอย่างเป็นธรรมกับไตรภาคียุโรปเกี่ยวกับข้อตกลงนิวเคลียร์
    🔹การตัดสินใจของไตรภาคีในการรื้อฟื้นมาตรการคว่ำบาตร จะบ่อนทำลายความร่วมมือของอิหร่านกับทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) และก่อให้เกิดความตึงเครียดที่ไม่จำเป็นและยั่วยุ
    🔹อิหร่านสนับสนุนร่างมติของรัสเซียและจีนเกี่ยวกับการขยายเชิงเทคนิคของมติ 2231 เกี่ยวกับข้อตกลงนิวเคลียร์