Category: วัฒนธรรม

  • CGM48 รุ่นที่ 4 ปล่อยซิงเกิลเดบิวต์ “สิ้นสุดทางแพ้” ทุ่มสุดตัวไล่ตามความฝัน

    CGM48 รุ่นที่ 4 ปล่อยซิงเกิลเดบิวต์ “สิ้นสุดทางแพ้” ทุ่มสุดตัวไล่ตามความฝัน

    CGM48 รุ่นที่ 4 เปิดตัวปุ๊บก็ทำเอาแฟนๆ ฮือฮากันทันที สำหรับ CGM48” รุ่นที่ 4 เด็กสาวทั้งหมด 7 คนผู้มีความฝัน จากค่าย iAM ซึ่งล่าสุดในงานมหกรรมรวมพลคนชอบญี่ปุ่น “NIPPON HAKU BANGKOK 2025” เมื่อวันที่ 30 สิงหาคมที่ผ่านมา ก็ได้เปิดตัวโชว์ความสดใสอย่างเต็มเปี่ยม ใส่สุดพลังกับการแสดงครั้งแรกในเพลงเดบิวต์ “สิ้นสุดทางแพ้” นำทีมโดย เซ็นเตอร์ (นิชา) ณัฏฐณิชา สุภาพงษ์ พร้อมด้วยสมาชิก (เอลฟ์) อนัญญา กุศลครอง, (หงษ์หยก) หงษ์หยก ควรประดิษฐ์, (ปลายฟ้า) กวินตรา คีรีสัตยกุล, (สตางค์ปอนด์) เมธัสสินี อ่าวตระกูล, (ชีเน่) ปวริศา สิงห์เพ็ชร, และ(วาเลนไทน์) รัญชนา คีรีสัตยกุล โดยมีแฟนๆ มาส่งกำลังใจ และส่งเสียงเชียร์กันอย่างมากมาย พร้อมปักเมนกันไปเรียบร้อย

    สิ้นสุดทางแพ้ – Hetaretachi yo (อ่านว่า เฮตาเระทาจิ โย) แปลเป็นภาษาไทยได้ว่า เหล่าพวกคนขี้แพ้ เป็นเพลงที่เล่าถึงสิ่งที่ผู้คนต่างปรามาสเด็กสาวกลุ่มนี้ว่า แน่ใจหรอว่าจะทำสิ่งต่าง ๆ ได้ดี แต่ด้วยแรงกดดันต่าง ๆ มันก็ทำให้พวกที่ถูกเรียกว่าคนขี้แพ้จะลุกขึ้นสู้ขึ้นมาอีกครั้ง และในเวอร์ชั่นภาษาไทย ก็เป็นการสื่อถึงการเปลี่ยนผ่านยุคสมัยใหม่ ที่ CGM48 จะยังคงอยู่ต่อไปได้ หลังจากที่ CGM48 รุ่นที่ 1 จะจบการศึกษาเช่นกัน

    (นิชา) เซ็นเตอร์ “ถึงรุ่นพี่ CGM48 รุ่นที่ 1 ที่จบการศึกษาไปแล้ว นิชา ขอบคุณทุกคนเลยนะคะที่เข้ามาเป็น CGM48 สร้างวงมาอย่างดีเลยถึงจะรู้จักกันไม่นาน แต่รู้สึกว่าทุกคนน่ารักและเหมาะกับการเป็นไอดอลมากๆ ขอบคุณที่พยายามไม่ยอมแพ้นะคะ ต่อจากนี้ขอให้โชคดี นิชาและเมมเบอร์ที่เหลือจะทำตรงนี้ให้ดีที่สุดให้สมกับที่รุ่นพี่สร้างเอาไว้ พวกเรา CGM48 รุ่นที่ 4 ขอฝากเนื้อฝากตัวกับแฟนๆ ทุกคนด้วยนะคะ” สามารถติดตามฟังเพลงเดบิวต์รุ่นที่ 4 สิ้นสุดทางแพ้ ศิลปิน CGM48 ได้แล้วทุกสตรีมมิ่ง และสามารถติดตามชม MV ได้ทาง : https://www.youtube.com/watch?v=iw8eQvDuN6U

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://music.trueid.net/th-th/detail/jMgob056AdoM&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0XfbJSKI1PAjPEkcVrcqpy

  • ถอดรหัสความสำเร็จคนไทยเจ้าของ 60 กิจการในโปรตุเกส

    ถอดรหัสความสำเร็จคนไทยเจ้าของ 60 กิจการในโปรตุเกส

    จากรองเท้า “Maneesilp” สู่ธุรกิจร้านอาหารและสปาไทย 62 แห่งในโปรตุเกสและอิตาลี ภายใน 5 ปี

    หากย้อนเวลากลับไป 20 ปีก่อน แบรนด์รองเท้า “Maneesilp” คงเป็นชื่อคุ้นหูหลายๆ คนอย่างแน่นอน คุณเดชสิริหรือคุณเดชสิริ มณีโชติ ผู้นี้คือผู้ก่อตั้งแบรนด์รองเท้าคุณภาพสูงแสนจะนำสมัยร่วมกับพี่ชายจนประสบความสำเร็จในระดับประเทศ จนกระทั่งคุณเดชสิริย้ายถิ่นฐานไปมองหาลู่ทางในยุโรป เกิดการขยายแบรนด์ไปยังอิตาลี แต่เมื่อ “สินค้า” ไม่เหมาะกับ “ลูกค้าในตลาด” ธุรกิจรองเท้าจึง fade ไป กลายเป็นธุรกิจอื่นที่ “ตอบโจทย์ตลาด” แทน ซึ่งแน่นอน จุดแข็งของไทยคือ “อาหารไทย” และ “นวดไทย” จึงเกิดเป็นการลงทุนในธุรกิจที่เป็น Soft Power ไทยในเวลาต่อมา ร้านอาหารและสปาสาขาแรกเริ่มเปิดก่อน Covid-19 แต่ต้องพักไป 3 ปีจนกลับมาเริ่มต้นจริงจังอีกครั้งในปี 2024 จากวันนั้นถึงวันนี้ คุณเดชสิริขยายอาณาจักรไป 62 แห่งแล้ว อยู่ในโปรตุเกส 60 ร้าน เป็นร้านอาหาร 7 แห่ง สปานวดไทย 53 แห่ง และร้านอาหารในอิตาลีอีก 2 แห่ง แถมร้านอาหารยังได้รับตราสัญลักษณ์ Thai SELECT ในหลายสาขาแล้วอีกด้วย การันตีได้เลยว่านำเสนออัตลักษณ์ไทยแท้ทั้งอาหาร บรรยากาศ และบริการ 

    เคล็ดลับความสำเร็จ คือ “ใช้สมอง ลงทุนอย่างคุ้มค่า”

    เคล็ดลับความสำเร็จที่ทำให้บริษัทสามารถสยายปีกขยายอาณาจักรได้รวดเร็วและมั่นคง คือ การวิเคราะห์และพัฒนาสินค้าบริการของตนให้เหมาะกับลูกค้าและตลาด ซึ่งคุณเดชสิริเล่าวิสัยทัศน์ในวันที่เริ่มธุรกิจว่า “คิดไว้อยู่ว่าหลังโควิดคนต้องมาใช้พวกบริการมากเนื่องจากเครียดเกือบ 3 ปี คนต้องการผ่อนคลาย relax” ประกอบกับต้องคำนวณการลงทุนให้คุ้มค่ากับสิ่งที่ได้ตอบแทนมา อาทิเช่น เลือกลงทุนใน location หากทำเลดีก็ยอมจ่ายแพงเพราะทำให้มี traffic ลูกค้าเข้าร้านโดยเหนื่อยน้อยหน่อย เราจึงจะเห็นว่าร้านต่างๆ มักอยู่ในตำแหน่งใจกลางเมืองท่องเที่ยวสำคัญ เดินอย่างไรก็ต้องผ่านร้านของแกไม่สาขาใดก็สาขาหนึ่ง นั่นเพราะวิเคราะห์แล้วว่าแต่ละเมืองมีจุดเด่นอะไร คนไปทำอะไรกัน และคนเดินตรงไหนมาก แต่หากทำเลรองลงมาอาจต้องพิจารณาว่าพื้นที่ที่ได้มานั้นพร้อมใช้มากน้อยเพียงใดโดยไม่ต้องตกแต่งต่อเติมมาก เพราะการทำธุรกิจบริการนั้นต้องอาศัย “location” เพื่อสร้างแต้มต่อ 

    location ดีมีชัยไปกว่าครึ่ง ลูกค้า 100 คนต่อวัน

    “โชคดีที่ตอน Covid 19 เริ่มเบาลง โลเคชั่นดีๆ ราคาถูก หลุดออกมาเยอะ ทำให้ได้ของดีราคาถูก ที่ร้านจะมีหลายขนาดธุรกิจ ตั้งแต่ร้านเล็กๆ ที่มีพนักงาน ทำงานกันแค่ 1-2 คน  ส่วนใหญ่จะอยู่ในเมืองเล็กๆ ที่แยกตัวออกจากเมืองใหญ่ไปหน่อย จะเป็นคน local ที่มาใช้บริการบ้าง นักท่องเที่ยวบ้าง จำนวนลูกค้าแต่ละวันก็จะน้อยตาม ระหว่าง 5-10 คนต่อวัน ส่วนเมืองใหญ่ที่เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยว ก็จะมากขึ้นหน่อยขึ้นไปตามลำดับความนิยม พนักงานก็จะเยอะตาม พวกเมืองชายทะเลต่างๆ หรือทางสถานที่นิยมทางภาคใต้อย่าง Algarve เกาะ Madeira เกาะ Azores บางร้านพนักงานจะมีถึง 15-18 คนต่อสาขาก็มี เพราะจำนวนลูกค้าเยอะมาก โดยเฉลี่ยพนักงานแต่ละสาขาจะอยู่ที่ 4-6 คนต่อสาขา  สาขาใหญ่ ๆ ลูกค้าถ้าเป็นหน้าโลว์ซีซั่น ก็อยู่ที่เฉลี่ยประมาณ 30-40 คนต่อวัน แต่ถ้าหน้าไฮซีซั่น บางสาขามีลูกค้าใช้บริการเกือบ 100 คนต่อวันก็มีครับ คือพูดกันง่ายๆหน้าโลว์ซีซั่นลูกค้าจะหายไปกว่าครึ่งนึงเลย พวกเมืองตากอากาศระดับโลกที่อัลกราฟ คนรู้จักร้านนวดไทยและใช้บริการค่อนข้างมากหน้า high season เกือบ 100 คนต่อวัน” คุณเดชสิริกล่าว

    PT Map-01.jpg

    ฝากอะไรถึงผู้ประกอบการไทยที่ต้องการปั้นธุรกิจในต่างประเทศให้โต

    คำถามแรกคือ “ลูกค้ารู้จักโปรดักของคุณหรือเปล่า” เรื่องนี้สำคัญมาก ในกรณีของคุณเดชสิริ บริษัทใช้จุดแข็งของไทยในการนำเสนอสินค้าให้กับตลาด ซึ่งผู้บริโภคมีความคุ้นเคยและเชื่อถือใน “แบรนด์ไทย” ได้แก่ การนวด อาหาร เป็นต้น ในทางกลับกันถ้าจะขายของแต่ตลาดยังไม่รู้จักสินค้าของเรา เราจำเป็นต้องให้ความรู้ ทำประชาสัมพันธ์ก่อน ไม่สามารถที่จะยัดเยียดให้ลูกค้าซื้อสินค้าได้โดยที่ยังไม่รู้จัก ดังนั้น การสำรวจตลาด พฤติกรรมผู้บริโภค คู่แข่ง สินค้าใกล้เคียง จึงเป็นเรื่องสำคัญที่มาพร้อมกับการทำ marketing ซึ่งการยิง marketing ads ก็เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้บริษัทประสบความสำเร็จเพราะการตลาดเป็นเรื่องสำคัญมากในการทำธุรกิจครับเรื่องยิงแอดเป็นเรื่องปกติใคร ๆ ก็ทำ แต่จะทำอย่างไรให้น่าสนใจ ก็คงไม่พ้นเรื่องดีไซน์ แล้วยิงแอดมากหน่อยในบริเวณที่เป็นกลุ่มเป้าหมายลูกค้าที่จะใช้บริการ

    รูปภาพ1.jpg

    การบริหารคน ดูแลมาตรฐาน และปฏิบัติตามกฎหมายท้องถิ่นช่วยให้เติบโตอย่างยั่งยืน

    บริษัทเติบโตอย่างก้าวกระโดดในโปรตุเกสได้เพราะกรอบกฎหมายของประเทศโปรตุเกสเป็นปัจจัยเอื้อ คุณเดชสิริจึงสามารถจัดการให้คนจากไทยมาทำงานได้ ทำให้มีคนทำงาน “ถ้าเป็นยุโรปประเทศอื่น ๆ คงเครียดแล้วเครียดอีก เรื่องพนักงาน” คุณเดชสิริเสริม “ที่นี่เค้าเปิด ไม่เหมือนยุโรปที่อื่น” 

    ก้าวต่อไปของอาณาจักร “เดชสิริ มณีโชติ”

    “เดือนกันยายนกำลังจะเปิดร้านอาหารไทยที่ Setúbal และร้านนวดอีกหนึ่งที่ลิสบอนครับ แล้วก็จะขยายธุรกิจต่อไปในประเทศที่รองรับได้แบบถูกกฎหมาย” ซึ่ง สคต. ณ กรุงมาดริด ได้เชื่อมโยงกับบริษัทกฎหมายให้คำปรึกษาเกี่ยวกับกฎระเบียบพื้นฐานของเป้าหมายต่อไปตามวัตถุประสงค์แล้ว จากนี้ก็มารอชื่นชมความสำเร็จบทใหม่ของคุณเดชสิริที่น่าจะเป็นแรงบันดาลใจให้กับผู้ประกอบการไทยที่ต้องการขยายธุรกิจบริการในต่างแดนด้วย growth mindset นักธุรกิจมืออาชีพ ตั้งใจทำงานเพื่องาน มุ่งผลลัพธ์คือ “การเติบโตของธุรกิจ” เป็นสำคัญ

    ข้อคิดเห็นของ สคต. 

    การดำเนินธุรกิจในต่างประเทศให้ประสบความสำเร็จ ไม่ว่าจะเป็นการค้าหรือการลงทุน จำเป็นต้องเริ่มจากการศึกษาตลาด ศึกษากลุ่มเป้าหมายหรือลูกค้า ซึ่งจะทำให้สามารถกำหนดกลยุทธ์ในการพัฒนาสินค้าและบริการ ช่องทางการทำการตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยสิ่งสำคัญคือการสร้างการรับรู้เกี่ยวกับสินค้าหรือบริการในตลาด หากลูกค้ายังไม่รู้จัก จะทำให้ผู้ประกอบการมีต้นทุนในการ educate ผู้บริโภคในช่วงต้น แต่ก็เป็นโอกาสในฐานะผู้เล่นรายแรกในตลาด นอกจากนี้ ผู้ประกอบการที่ต้องการเจาะตลาดต่างประเทศอาจพิจารณาขยายธุรกิจโดยต่อยอดจากจุดแข็งของไทย ไม่ว่าจะเป็นด้านคุณภาพของสินค้า มาตรฐานของบริการ หรือ Soft Power ไทยที่เป็นที่ยอมรับในระดับสากล ผู้ประกอบการไทยที่สนใจตลาดสเปน โปรตุเกส หรืออันดอร์รา สามารถติดต่อมายัง สคต. ได้ที่ info@thaitradespain.com

    สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงมาดริด

    กันยายน 2568

    ถอดรหัสความสำเร็จ-01.jpg
    ถอดรหัสความสำเร็จ-02.jpg
    ถอดรหัสความสำเร็จ-03.jpg

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ditp.go.th/post/yihkj1ptn5pyxwb39luysvh4&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2LFUqLKPBDqz8pr1I5QUjn

  • บล.ทิสโก้คาดดัชนีหุ้นไทยเดือนก.ย.ผันผวน | ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน)

    บล.ทิสโก้คาดดัชนีหุ้นไทยเดือนก.ย.ผันผวน | ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน)

    บล.ทิสโก้เปิดสถิติหุ้นทั่วโลกมักปรับตัวลดลงในเดือนกันยายน ประกอบกับการเมืองในประเทศยังมีความไม่แน่นอนสูงจากการหารัฐบาลใหม่บริหารประเทศ ชี้เป็นจังหวะ “ซื้อ” รับคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยขาลง ส่งผลดีต่อหุ้นกลุ่มไฟแนนซ์-หุ้นโรงไฟฟ้า-หุ้นปันผล และหุ้นที่กำไรช่วงครึ่งปีหลังจะออกมาดีกว่าครึ่งปีแรก รวมทั้งหุ้นที่มีโอกาสปรับกำไรขึ้น  

    นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล, CISA ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด เปิดเผยว่า  จากการรวบรวมสถิติโดย บล.ทิสโก้พบว่าในเดือนกันยายน ตลาดหุ้นทั่วโลกมักปรับตัวลดลง ประกอบกับราคาหุ้นสหรัฐฯ ค่อนข้างมีราคาแพง การเมืองไทยยังคงมีความไม่แน่นอนสูง และภาพรวมกำไรบริษัทจดทะเบียนไทยในไตรมาส 2/2568 ที่ไม่รวมกำไรพิเศษมีความเปราะบางจากรายได้ที่หดตัวสองไตรมาสติด และเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 2 ปี นอกจากนี้หลายภาคส่วนธุรกิจและบริษัทต่าง ๆ คาดการณ์สภาพแวดล้อมทางธุรกิจค่อนข้างท้าทายในช่วงครึ่งหลังของปี ทำให้หลังประกาศผลประกอบการ Q2 แล้ว เรายังไม่เห็นสัญญาณการปรับประมาณการกำไรของตลาดขึ้นแต่อย่างใด 

    อย่างไรก็ตาม บล.ทิสโก้มองว่าความผันผวนของราคาหุ้นเดือนนี้เป็นโอกาสเลือกซื้อ (Selective BUY) เน้นการตั้งรับ  เพราะในช่วงที่เหลือของปีอัตราดอกเบี้ยของไทยและสหรัฐฯ มีโอกาสปรับลดลงเป็นผลดีต่อหุ้นกลุ่มไฟแนนซ์-หุ้นโรงไฟฟ้า-หุ้นปันผล ผสานกับหุ้นที่มีแนวโน้มกำไรครึ่งปีหลังจะดีกว่าครึ่งปีแรก  

    หุ้นเด่นในเดือนกันยายน บล.ทิสโก้ แนะนำ ADVANC, CK, EGCO, GPSC, GULF, LH และ MTC  ด้านแนวรับสำคัญของเดือนนี้อยู่ที่ 1,230 จุด แนวรับต่อไปอยู่ที่ 1,200 – 1,220 จุด และแนวต้านถัดไปที่ 1190 จุด และแนวต้านสำคัญอยู่ที่ 1,270 จุด และ 1,280-1,285 จุด ตามลำดับ  ด้านทางเลือกการลงทุนหุ้นต่างประเทศโดยผ่าน DR บล.ทิสโก้เลือก NOVOB80 และ TRIPCOM80 เป็น Top Picks ประจำเดือน  

    นายอภิชาติกล่าวว่า สำหรับมุมมองหุ้นไทยและหุ้นทั่วโลกในเดือนกันยายนคาดว่าจะมีความผันผวน โดยประเด็นด้านการเมืองในประเทศมีการเปลี่ยนนายกฯ และรัฐมนตรีทั้งคณะตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ต่อจากนี้รอสภาผู้แทนราษฎรนัดวันโหวตเลือกนายกฯ คนใหม่ หากเกิดขึ้นภายในสัปดาห์แรกของเดือนกันยายน คาดจะใช้เวลาประมาณ 1 เดือนมีรัฐบาลใหม่เข้ามาบริหารประเทศ แต่หากล่วงเลยข้ามสัปดาห์ คาดจะทำให้การจัดตั้งรัฐบาลใหม่มีความล่าช้าและ/หรืออาจเกิดการเปลี่ยนขั้วทางการเมือง จะสร้างความไม่แน่นอนทางการเมืองมากขึ้น 

    ขณะที่ต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดหุ้นสหรัฐฯ ที่แม้จะมีความหวังการลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) ที่หนุนให้ตลาดหุ้นสหรัฐฯ เดือนสิงหาคมเดินหน้าขึ้นทำสถิติสูงสุดใหม่เป็นประวัติการณ์เป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกัน อีกทั้ง TISCO ESU ยังคาดว่าการประชุม FED เดือนนี้จะลดดอกเบี้ยลง 0.25% รวมทั้งคาดจะลดอีก 0.25% ในช่วงที่เหลือของปีนี้ แต่บล.ทิสโก้ไม่ได้มีมุมมองเชิงบวกต่อตลาดหุ้นสหรัฐฯ และห่วงการปรับฐานอาจเกิดขึ้นในไม่ช้านี้ เนื่องจากระดับการประเมินมูลค่าหุ้นที่ค่อนข้างตึงตัวมาก คิดเป็น Fwd. PER ปี 26F ที่สูงเกือบ 22 เท่า ขณะที่ Fwd. Earning Yield Gap ปัจจุบันลดลงจนแทบเป็นศูนย์  

    เพราะฉะนั้น ความคาดหวังการลดดอกเบี้ยน่าจะสะท้อนในราคาหุ้นปัจจุบันมากพอสมควรแล้ว แต่ในขณะเดียวกันตลาดอาจยังไม่ได้คำนึงถึงความเสี่ยงการชะลอตัวทางเศรษฐกิจท่ามกลางแรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่สูงขึ้นจากการขึ้นภาษีศุลกากรมากนัก ทำให้การลดดอกเบี้ยของ FED อาจไม่เร็วอย่างที่ตลาดคาดการณ์ไว้และอาจสร้างความผันผวนแก่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ได้ง่าย 

    นอกจากนี้ เดือนกันยายนยังเป็นช่วงฤดูกาลที่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ มักให้ผลตอบแทนแย่ที่สุดของปี โดยเฉลี่ยติดลบประมาณ -1.1% เทียบผลตอบแทนในเดือนอื่น ๆ ที่เป็นบวกเฉลี่ย +0.7% ปรากฎการณ์นี้ไม่เพียงแต่จะเกิดขึ้นกับตลาดหุ้นสหรัฐฯ เท่านั้น แต่จากการศึกษาของเราในรอบ 10 ปีที่ผ่านมายังรวมถึงตลาดหุ้นอื่น ๆ อีกหลายแห่ง ดังนั้นนักลงทุนควรเพิ่มความระมัดระวังการลงทุนมากขึ้น 

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.tisco.co.th/th/news/personal/20250902-tsec-analysis-monthly&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3EPKvr9b0vDM4mdXDW9ZTT

  • บทบาทของมหาวิทยาลัยในการขจัดความไม่เท่าเทียมกัน

    บทบาทของมหาวิทยาลัยในการขจัดความไม่เท่าเทียมกัน

    บทบาทของมหาวิทยาลัยในการขจัดความไม่เท่าเทียมกันภายใต้ SDG 10

            สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ หรือ นิด้า ด้วยวิสัยทัศน์และพันธกิจที่มุ่งมั่นขับเคลื่อนสู่การเป็นสถาบันสรรค์สร้างทางปัญญาของสังคม สร้างผู้นำเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนในระดับสากล ภายใต้ปรัชญา Wisdom for Sustainable Development สร้างปัญญาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ได้จัดทำโครงการผลิตสื่อความรู้ทางวิชาการเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยในวันนี้ เราจะมาร่วมพูดคุยกันถึงบทบาทของมหาวิทยาลัยในการขจัดความเหลื่อมล้ำ ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG) เป้าหมายที่ 10 คุณไพลิน เชื้อหยก ผู้จัดการโครงการสุขภาพ การสูงอายุ และการเกษียณในประเทศไทย ได้ให้เกียรติมาให้ข้อมูลในประเด็นนี้

    ความไม่เท่าเทียมกันภายใต้ SDG 10 กับบทบาทของสถาบันการศึกษา

            คุณไพลิน เชื้อหยก ผู้จัดการโครงการสุขภาพ การสูงอายุ และการเกษียณในประเทศไทย ได้อธิบายว่า SDG 10 หรือเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ มุ่งเน้นการขจัดความไม่เท่าเทียมทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นความเหลื่อมล้ำด้านรายได้ เพศ วัฒนธรรม หรือเชื้อชาติ

            ในฐานะสถาบันการศึกษา มหาวิทยาลัยมีบทบาทสำคัญในการแก้ไขปัญหาความไม่เท่าเทียมผ่าน 3 ประเด็นหลัก ได้แก่:

    1. การเข้าถึงการศึกษา: มหาวิทยาลัยควรเปิดโอกาสให้ทุกคนสามารถเข้าถึงการศึกษาได้ง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นผู้ด้อยโอกาสหรือผู้ที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล
    2. การยอมรับความหลากหลาย: การส่งเสริมให้เกิดการยอมรับในความหลากหลายของผู้คน ไม่ว่าจะเป็นเพศ อายุ หรือรายได้
    3. ความเป็นนานาชาติ: การสร้างสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมการเรียนรู้ข้ามวัฒนธรรมและภาษา

    แนวทางการปฏิบัติของมหาวิทยาลัย

            มหาวิทยาลัยสามารถเข้ามามีส่วนร่วมในการขจัดความไม่เท่าเทียมได้ในหลายแนวทาง:

    • ทุนการศึกษา: การให้ทุนการศึกษาแก่ผู้ที่ขาดแคลนทุนทรัพย์หรือนักศึกษาจากพื้นที่ห่างไกล เพื่อให้พวกเขาเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ
    • หลักสูตรนานาชาติ: การเปิดสอนหลักสูตรมากกว่าหนึ่งภาษา เช่น หลักสูตรภาษาอังกฤษหรือภาษาจีน เพื่อให้ผู้เรียนจากหลากหลายประเทศสามารถเข้าถึงความรู้ได้โดยไม่มีข้อจำกัดทางภาษา นอกจากนี้ การสร้างความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยในต่างประเทศเพื่อทำวิจัยร่วมกัน ก็เป็นอีกแนวทางในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และทำความเข้าใจความแตกต่างทางวัฒนธรรม
    • นโยบายและมาตรการ: การกำหนดนโยบายที่ชัดเจนเพื่อต่อต้านการเลือกปฏิบัติ เช่น การเปิดรับนักศึกษาและบุคลากรที่เป็นผู้พิการ หรือการให้โอกาสแก่คนจากหลากหลายภูมิหลังทางสังคม

    ตัวชี้วัดความสำเร็จ

            ความสำเร็จในการขจัดความไม่เท่าเทียมสามารถวัดผลได้จากตัวชี้วัดที่เป็นรูปธรรม เช่น:

    • จำนวนผู้ได้รับทุนการศึกษา: การเพิ่มจำนวนนักศึกษาที่ได้รับทุนการศึกษาจากกลุ่มรายได้น้อย
    • การเพิ่มความหลากหลายของประชากรในสถาบัน: การรับนักศึกษาจากพื้นที่ห่างไกลหรือจากประเทศที่ด้อยโอกาสมากขึ้น
    • การมีนโยบายสนับสนุน: การมีนโยบายที่ส่งเสริมและให้โอกาสแก่ผู้ที่มีความหลากหลาย รวมถึงการจ้างงานบุคลากรจากทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียม

            สรุปและข้อคิดที่น่าฝาก คุณไพลินเน้นย้ำว่า การขจัดความไม่เท่าเทียมเป็นเรื่องที่ทุกคนในสังคมต้องร่วมมือกัน ไม่ใช่เพียงแค่หน้าที่ของมหาวิทยาลัยหรือรัฐบาลเท่านั้น การศึกษาเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยให้ผู้คนมีโอกาสมากขึ้นและสามารถลดความเหลื่อมล้ำในชีวิตได้ การที่มหาวิทยาลัยเปิดโอกาสให้ผู้คนได้เรียนรู้ร่วมกัน จะช่วยให้พวกเขาเข้าใจและเห็นอกเห็นใจกันมากขึ้น ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนในอนาคต

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://nida.ac.th/universities-role-reducing-inequality-sdg10/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw06OjdhZMrzAVG20wCExRGh

  • นศ. เขมรทุนเรียนฟรีในไทย โพสต์เย้ย-ด่าไทย เหยียดการศึกษาไทย | 1 ก.ย. 68 | ไทยรัฐนิวส์โชว์

    นศ. เขมรทุนเรียนฟรีในไทย โพสต์เย้ย-ด่าไทย เหยียดการศึกษาไทย | 1 ก.ย. 68 | ไทยรัฐนิวส์โชว์

    Sustainability

    ความยั่งยืน

    ในโลกออนไลน์มีการแชร์ภาพและคลิปของหนุ่มกัมพูชาคนหนึ่งที่เข้ามาเรียนไทย แต่กลับไปเป็นกำลังพลแนวหน้าของกัมพูชา ปะทะกับไทย เรื่องนี้ทางผู้ว่าจังหวัดสุรินทร์ ยืนยันว่า นักศึกษาคนดังกล่าว มาเรียนในไทยและได้ทุนเรียนฟรีด้วย ย้อนไปดูตอนนักศึกษาคนนี้กำลังเตรียมตัวกลับบ้านที่กัมพูชากัน #ฮุนเซนอาชญากรสงคราม #hunsenwarcriminal #ឧក្រិដ្ឋជនហ៊ុនសែន #洪森戰爭罪犯 #กัมพูชายิงก่อน #CambodiaOpenedFire #ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด #cambodiaopnedfire #ทหารไทยเหยียบกับระเบิด #กัมพูชาโจมตีไทย #ไทยรบเขมร #ทหารไทย #แม่ทัพภาค2 #ทักษิณ #ฮุนเซน #ไทยกัมพูชา #ชายแดนไทย #Saveชีวิตคนไทย #กัมพูชาเปิดฉากยิงก่อน #ไทยรัฐนิวส์โชว์ —————————————————– 🔔 กด Subscribe ติดตาม & กดกระดิ่งได้ที่ : https://bit.ly/3J2YF7v 💚 สมัครสมาชิกเเฟนข่าวไทยรัฐ : https://bit.ly/4jhFaZ6 . ยินดีต้อนรับแฟนข่าวสู่ Thairath News – ข่าวไทยรัฐ สำนักข่าวอันดับ 1 ของไทย ช่องทางสำหรับแฟนข่าวเพื่อรับชมข่าวแบบสด ๆ เกาะติดสถานการณ์ปัจจุบันและติดตามประเด็นข่าวย้อนหลังได้ตลอด 24 ชม. รับชมสดและย้อนหลังได้ทุกที่ ทุกเวลา ทาง YouTube และแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียของเรา #ไทยรัฐ #ข่าวไทยรัฐ #ไทยรัฐทีวี #Thairath #Thairathnews #THAIRATHTV

    การเมืองไทยในมือ ปชน.! ลุ้น

    68:02

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/futureperfect/video/1167255&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1P2K8fSCCZDHt0CCiOCP_J

  • กยศ. คำนวณหนี้ใหม่ อีกกว่า 4.3 แสนบัญชี ผู้ชำระเงินเกิน ขอรับเงินคืนผ่านเว็บไซต์

    กยศ. คำนวณหนี้ใหม่ อีกกว่า 4.3 แสนบัญชี ผู้ชำระเงินเกิน ขอรับเงินคืนผ่านเว็บไซต์

    กยศ. คำนวณหนี้ใหม่เพิ่มอีกกว่า 4.3 แสนบัญชี แสดงผลผ่านแอป กยศ. Connect 31 ส.ค. 68 เป็นต้นไป ผู้ชำระเงินเกินยอดหนี้ลงทะเบียนขอรับเงินคืนได้ที่เว็บไซต์ กยศ.

    กองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เปิดเผยว่า จากการที่ กยศ. ได้คำนวณยอดหนี้ใหม่ (Recalculation) ให้กับผู้กู้ยืมเงิน เพื่อให้ผู้กู้ยืมเงินได้รับสิทธิประโยชน์ตามกฎหมายในการเปลี่ยนลำดับการตัดชำระหนี้เป็นเงินต้นเฉพาะส่วนที่ครบกำหนด ดอกเบี้ย และเบี้ยปรับตามลำดับ คิดดอกเบี้ยในอัตรา 1% ต่อปี และลดเบี้ยปรับเหลือ 0.5% ต่อปี นั้น

    กยศ. ขอแจ้งว่าได้ดำเนินการคำนวณหนี้ใหม่ (Recalculation) เสร็จสิ้นสำหรับกลุ่มแรกจำนวน 556,000 บัญชี และได้แสดงยอดหนี้ทางแอปพลิเคชัน กยศ. Connect เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา และล่าสุด กยศ. ได้คำนวณยอดหนี้ใหม่เสร็จสิ้นอีกจำนวน 430,000 บัญชี ซึ่งได้ตรวจสอบความถูกต้องเรียบร้อย โดยจะแสดงยอดหนี้ทางแอปพลิเคชัน กยศ. Connect ตั้งแต่วันที่ 31 สิงหาคม 2568 เป็นต้นไป

    ดังนั้น ปัจจุบัน กยศ. จึงคำนวณยอดหนี้ใหม่ (Recalculation) เสร็จสิ้นแล้วรวมกว่า 980,000 บัญชี และจะเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จจนครบถ้วนโดยเร็วต่อไป ทั้งนี้ สำหรับผู้กู้ยืมที่ระบบแจ้งว่ามีเงินส่วนที่ชำระเกินจากยอดหนี้ที่ปรับปรุงใหม่ ผู้กู้ยืมเงินสามารถลงทะเบียนขอรับเงินคืนได้ที่เว็บไซต์ กยศ. และสำหรับผู้กู้ยืมเงินที่ยังมียอดหนี้คงเหลือสามารถชำระเงินผ่านช่องทาง Mobile Banking ของทุกธนาคารด้วยการสแกน QR code ซึ่งจ่ายได้สะดวกทุกที่ทุกเวลา หรือสามารถชำระผ่านช่องทางอื่น ๆ ที่ กยศ. กำหนด โดยระบบจะลดหนี้ภายใน 3 วันทำการ และผู้กู้ยืมเงินสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.studentloan.or.th

    กยศ. ย้ำว่า จะเร่งดำเนินการตรวจสอบข้อมูลการคำนวณยอดหนี้ใหม่ให้ถูกต้อง ครบถ้วน และรอบคอบในทุกขั้นตอน ก่อนที่จะนำข้อมูลขึ้นในระบบ เพื่อให้ผู้กู้ยืมเงินมั่นใจได้ว่ายอดหนี้ที่แสดงนั้นเป็นข้อมูลที่ถูกต้องและตรวจสอบได้ โดย กยศ. ขอยืนยันว่าผู้กู้ยืมเงินจะไม่เสียสิทธิตามกฎหมายอย่างแน่นอน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/local/bangkok/2880208&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0KDyTZjQrT0Fn3jIWT8vac

  • P

    P

    ค่าเทอมสาขา

    คณะ/สาขาวิชา ลักษณะการกู้ยืมฯ เทอม 1 ตลอด หลักสูตร
    คณะบริหารธุรกิจ
    วิศวกรรมโยธา 1 46,600 41,600 359,400
    วิศวกรรมโยธา – การจัดการงานก่อสร้าง 1 46,600 41,600 359,400
    วิศวกรรมโยธา (นอกเวลาราชการ) 1 45,600 40,600 365,900
    วิศวกรรมไฟฟ้า 2 44,600 39,600 361,400
    วิศวกรรมไฟฟ้า – ระบบควบคุมอัตโนมัติและหุ่นยนต์ 2 44,600 39,600 361,400
    วิศวกรรมไฟฟ้า (นอกเวลาราชการ) 2 38,600 33,600 370,400
    วิศวกรรมเครื่องกล 2 46,600  41,600 364,400
    วิศวกรรมเครื่องกล – เทคโนโลยีอาคาร 2 46,600  41,600 364,400
    วิศวกรรมเครื่องกล (เทคโนโลยียานยนต์สมัยใหม่) 2 46,600  41,600 364,400
    วิศวกรรมเครื่องกล (นอกเวลาราชการ) 2 45,600  40,600 373,400
    วิศวกรรมอุตสาหการและการจัดการ 2 45,600  40,600 362,000
    วิศวกรรมอุตสาหการ – การจัดการวิศวกรรม 2 45,600  40,600 362,000
    วิศวกรรมระบบราง 1 50,600  45,600 355,000

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.spu.ac.th/fac/engineer/spu-%25E0%25B8%25A3%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%25A7%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%2582%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%259A%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%2584%25E0%25B8%25A5%25E0%25B8%25B7%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%2584%25E0%25B8%2595%25E0%25B9%2581%25E0%25B8%25AB/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2kjmoA2Ep8wMn6CF1Fum5N

  • แองคิโลซอร์: พบไดโนเสาร์ “พังก์ร็อก” หนามยาวเป็นเมตร ในโมร็อกโก – BBC News ไทย

    แองคิโลซอร์: พบไดโนเสาร์ “พังก์ร็อก” หนามยาวเป็นเมตร ในโมร็อกโก – BBC News ไทย

    พบซากฟอสซิลไดโนเสาร์ “พังก์ร็อก” หนามยาวเป็นเมตรในโมร็อกโก

    The dinosaur has brown green skin against a black background. Its face is like a crocodile with prominent spikes coming out of its neck and the top of its head - with smaller spikes running down its back

    ที่มาของภาพ, Matt Dempsey

    คำบรรยายภาพ, ภาพวาดประกอบแสดงภาพไดโนเสาร์มีหนามยาวยื่นออกมาจากด้านข้างของส่วนหัว
      • Author, พัลลภ โกศ
      • Role, ผู้สื่อข่าววิทยาศาสตร์
      • X, @BBCPallab

    นักวิทยาศาสตร์ค้นพบไดโนเสาร์มีรูปร่างแปลกประหลาดที่ลำตัวเสมือนถูกหุ้มด้วยเกราะ และมีหนามยาวหลายเมตรยื่นออกมาจากลำคอ

    ไดโนเสาร์สายพันธุ์นี้มีชื่อว่า สไปโคเมลลัส อาเฟอร์ (Spicomellus afer) เป็นสายพันธุ์ที่มีชีวิตอยู่เมื่อ 165 ล้านปีก่อน และเป็นตัวอย่างที่เก่าแก่ที่สุดของกลุ่มไดโนเสาร์หุ้มเกราะที่เรียกว่า “แองคิโลซอร์ (ankylosaur)”

    ผิวหนังที่สลับซับซ้อนและมีความแหลมคมของสัตว์ที่พบในประเทศโมร็อกโก ทำให้นักวิชาการตกตะลึง และต้องกลับมาทบทวนใหม่เกี่ยวกับวิวัฒนาการของไดโนเสาร์หุ้มเกราะเหล่านี้

    ศาสตราจารย์ริชาร์ด บัตเลอร์ จากมหาวิทยาลัยเบอร์มิงแฮม ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้นำการวิจัยครั้งนี้ บอกกับบีบีซีนิวส์ว่า มันคือ “พังก์ร็อกเกอร์” ในยุคนั้น

    พังก์ร็อก (punk rock) เป็นวัฒนธรรมย่อยและแนวเพลงที่เริ่มปรากฏในช่วงทศวรรษ 1970 โดยผู้ที่นิยมแนวนี้มักจะมีทรงผมแหลมและเครื่องประดับที่โดดเด่น

    Skip ได้รับความนิยมสูงสุด and continue reading

    ได้รับความนิยมสูงสุด

    • ภาพภูมิธรรม (ซ้าย) อนุทิน (ขวา)

    • การประชุม สส. พรรคประชาชนเพื่อตัดสินใจกรณีโหวตเลือกนายกฯ คนใหม่ เกิดขึ้นที่อาคารอนาคตใหม่ ตั้งแต่เวลา 13.00 น. ของวันที่ 1 ก.ย.

    • .

    End of ได้รับความนิยมสูงสุด

    “มันเป็นหนึ่งในไดโนเสาร์ที่แปลกที่สุดเท่าที่เคยค้นพบ” ศ.บัตเลอร์ กล่าว

    ด้าน ศ.ซูซานนา เมดเมนต์ จากพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติ ซึ่งเป็นผู้ร่วมวิจัยกับ ศ.บัตเลอร์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สิ่งที่น่าประหลาดใจก็คือ หนามเหล่านั้นเชื่อมติดกับกระดูกโดยตรง

    “เราไม่เคยเห็นสิ่งนี้ในสัตว์ชนิดอื่น ไม่ว่าจะยังมีชีวิตอยู่หรือสูญพันธุ์ไปแล้ว” เธอกล่าว

    “มันเต็มไปด้วยหนาม และส่วนแปลก ๆ ที่ยื่นออกมาจากทั่วแผ่นหลังของสัตว์ดังกล่าว รวมถึงปลอกกระดูกที่พันรอบคอ และอาวุธบางอย่างที่ปลายหาง เรียกได้ว่ามันเป็นไดโนเสาร์ที่แปลกมาก” เธอกล่าว

    การค้นพบนี้แปลกมากจนทั้งคู่กำลังพิจารณาว่ามันอาจทำให้ต้องทบทวนทฤษฎีเกี่ยวกับวิวัฒนาการของแองคิโลซอร์ใหม่ทั้งหมด

    สัตว์เหล่านี้มีชีวิตอยู่จนถึงช่วงท้ายของยุคที่ไดโนเสาร์ยังครองโลก ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เรียกว่ายุคครีเทเชียส ระหว่าง 145 ถึง 66 ล้านปีก่อน

    ศ.บัตเลอร์บอกว่า ในช่วงท้ายของยุคนี้ มีการปรากฏตัวของสัตว์นักล่าอย่าง ทีเร็กซ์ ทำให้นักวิชาการเชื่อว่าแองคิโลซอร์เริ่มต้นจากการมีแผ่นเกราะขนาดเล็กเรียบง่ายบนหลัง ซึ่งต่อมาได้พัฒนาให้ใหญ่ขึ้นและครอบคลุมมากขึ้น เพื่อป้องกันตัวเองจากสัตว์ร้ายขนาดใหญ่เหล่านี้

    ถ้าคุณถามผมว่าไดโนเสาร์แองคิโลซอร์ที่เก่าแก่ที่สุดน่าจะมีลักษณะอย่างไร ผมคงตอบว่า น่าจะมีเกราะที่เรียบง่าย” เขากล่าวกับบีบีซีนิวส์

    “แต่สิ่งที่เราพบกลับเป็นสัตว์ที่เต็มไปด้วยหนามเหมือนเม่น มีเกราะที่แปลกประหลาดที่สุดเท่าที่เคยพบในสัตว์ใด ๆ ซึ่งแตกต่างจากเกราะของแองคิโลซอร์ในยุคหลังอย่างสิ้นเชิง”

    คณะนักวิจัยยังไม่มีโครงกระดูกในมือมากพอที่จะระบุสัดส่วนของสัตว์ตัวนี้ได้แน่ชัด แต่พวกเขาประเมินว่ามันน่าจะยาวประมาณ 4 เมตร สูง 1 เมตร และหนักราว 2 ตัน

    Brown skinned dinosaur against a white background. It's head to the left of the frame looks a little like a tortoise with a beak. It's back and tail has a layer of armour dotted with small black protrusions

    ที่มาของภาพ, Getty

    คำบรรยายภาพ, เมื่อแองคิโลซอร์วิวัฒนาการขึ้น เกราะของพวกมันก็กลายเป็นสิ่งที่เรียบง่ายมากขึ้น และอาจมีประสิทธิภาพในการใช้งานมากขึ้นด้วย

    ศ.เมดเมนต์ กล่าวว่า การค้นพบนี้ทำให้เกิดความเป็นไปได้ว่าแองคิโลซอร์อาจเริ่มต้นด้วยเกราะที่ซับซ้อนในยุคไดโนเสาร์ก่อนหน้านี้ ซึ่งเรียกว่า “ยุคจูราสสิค (Jurassic)” และวิวัฒนาการต่อเนื่องเป็นเวลาหลายสิบล้านปี จนกลายเป็นเกราะที่เรียบง่ายและอาจมีประสิทธิภาพมากขึ้น

    “สิ่งที่เรากำลังตั้งข้อสันนิษฐานคือ โครงสร้างเหล่านี้อาจเป็นส่วนที่มีไว้สำหรับโชว์เท่านั้น และเพิ่งมาใช้เป็นเกราะป้องกันจริง ๆ ในยุคครีเทเชียส ซึ่งเริ่มมีไดโนเสาร์ขนาดมหึมาที่มีกรามใหญ่และบดขยี้ด้วยฟันอย่างรุนแรง พวกมันจึงต้องนำโครงสร้างมีโชว์ไว้เฉย ๆ เหล่านี้มาใช้เป็นเกราะป้องกันตัว”

    Six scientists standing in the sunshine around a pile of white rock on a sandy surface in the foreground. Behind them is a brilliant blue sky.

    ที่มาของภาพ, Trustees of the NHM

    คำบรรยายภาพ, ฟอสซิลของไดโนเสาร์ถูกค้นพบโดยทีมวิทยาศาสตร์ในประเทศโมร็อกโก

    ซากฟอสซิลโครงกระดูกของไดโนเสาร์ส่วนนี้ถูกค้นไบโดยชาวนาในท้องถิ่นซึ่งปัจจุบันคือเมืองบูเลอมาน ประเทศโมร็อกโก และเป็นแองคิโลซอร์ตัวแรกที่ถูกพบในทวีปแอฟริกา

    ศ.บัตเลอร์เล่าย้อนถึงช่วงเวลาที่เขาเห็นฟอสซิลเป็นครั้งแรกว่า “มันเป็นช่วงเวลาที่ทำให้ต้องอ้าปากค้าง ขนลุกซู่ และอาจเป็นช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้นที่สุดในอาชีพของผม มันชัดเจนทันทีว่าสัตว์ตัวนี้แปลกกว่าที่เราคาดไว้มาก และเรามีข้อมูลมากพอที่จะทำความเข้าใจมัน”

    ด้าน ศ.ดริส อัวร์ฮาเช หัวหน้าทีมวิจัยในโมร็อกโก จากมหาวิทยาลัยซิดี โมฮาเหม็ด เบน อับเดลลาห์ กล่าวว่า “การศึกษานี้ช่วยผลักดันวิทยาศาสตร์ของโมร็อกโกให้ก้าวหน้า เราไม่เคยเห็นไดโนเสาร์แบบนี้มาก่อน และภูมิภาคนี้ยังมีอะไรให้ค้นหาอีกมาก”

    รับชมเรื่องราวการขุดค้นร่วมกับพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติได้ที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bbc.com/thai/articles/c0l6r330xx4o&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0hzw1c5IviMsIC1MgXk9gD

  • สศก.เผย เกษตรกรไทยภาคใต้ ครองแชมป์ความสุขสูงสุด 5 มิติ ปี 2567

    สศก.เผย เกษตรกรไทยภาคใต้ ครองแชมป์ความสุขสูงสุด 5 มิติ ปี 2567

    นายวินิต อธิสุข รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า สศก. ในฐานะหน่วยงานวิเคราะห์นโยบายด้านการเกษตร ได้จัดทำดัชนีความผาสุกของเกษตรกรขึ้นเป็นประจำทุกปี เพื่อใช้เป็นเครื่องมือสำคัญในการชี้วัดความสำเร็จของการพัฒนาคุณภาพชีวิตเกษตรกร และเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดของแผนปฏิบัติการด้านการเกษตรและสหกรณ์ พ.ศ. 2566 – 2570โดยดัชนีดังกล่าวครอบคลุมองค์ประกอบที่สำคัญต่อการดำรงชีวิตของเกษตรกร 5 ด้าน ได้แก่ ด้านเศรษฐกิจ ด้านสุขอนามัย ด้านการศึกษา ด้านสังคม และด้านสิ่งแวดล้อม

    สศก.เผย เกษตรกรไทยภาคใต้ ครองแชมป์ความสุขสูงสุด 5 มิติ ปี 2567

    สำหรับภาพรวมระดับประเทศในปี 2567 ดัชนีความผาสุกของเกษตรกรมีค่าที่ระดับ81.39 เพิ่มขึ้นจากปี 2566 ซึ่งอยู่ที่ระดับ 80.79 สะท้อนให้เห็นถึงการพัฒนาคุณภาพชีวิตในระดับดี เมื่อพิจารณาในรายภูมิภาค พบว่าภาคใต้มีค่าดัชนีความผาสุกสูงสุดที่ระดับ 83.04รองลงมาคือภาคเหนือ 82.07 ภาคกลาง 81.48 และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 80.51 ซึ่งทุกภูมิภาคล้วนมีการพัฒนาอยู่ในระดับดีเช่นเดียวกัน โดยมีรายละเอียด ดังนี้

    ด้านสุขอนามัยมีค่าดัชนีสูงถึง 99.87อยู่ในระดับ “ดีมาก” และใกล้เคียงกับปีก่อนหน้า เป็นผลจากพฤติกรรมการบริโภคของครัวเรือนเกษตรที่หันมาให้ความสำคัญต่อสุขภาพและความปลอดภัยของอาหารมากขึ้น ประกอบกับนโยบายส่งเสริมของภาครัฐ อาทิ โครงการปลูกผักสวนครัวรั้วกินได้ และการส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตรตามมาตรฐาน GAP เกษตรปลอดภัย และเกษตรอินทรีย์

    ด้านสังคมมีค่าดัชนี 93.43อยู่ในระดับ “ดีมาก” เพิ่มขึ้นจากปี 2566 เป็นผลจากความสัมพันธ์อันดีของสมาชิกในครัวเรือนเกษตร ประกอบกับภาครัฐได้ให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมสู่สังคมสูงวัย และจัดกิจกรรมพัฒนาทักษะอาชีพที่เหมาะสมกับผู้สูงอายุ

    สศก.เผย เกษตรกรไทยภาคใต้ ครองแชมป์ความสุขสูงสุด 5 มิติ ปี 2567

    ด้านเศรษฐกิจมีค่าดัชนี 77.96อยู่ในระดับ “ปานกลาง” แต่ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากปีก่อน โดยผลสำรวจพบว่า รายได้เงินสดสุทธิของครัวเรือนเกษตรในปี 2567อยู่ที่ 308,294บาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.90 จากปี 2566ซึ่งเป็นผลมาจากความต้องการสินค้าเกษตรที่เพิ่มขึ้นทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องของภาคการท่องเที่ยว

    ด้านสิ่งแวดล้อมมีค่าดัชนี 61.46อยู่ในระดับ “ต้องปรับปรุง” และลดลงจากปี 2566สาเหตุหลักมาจากการลดลงของพื้นที่เป้าหมายในการฟื้นฟูทรัพยากรดินและสัดส่วนพื้นที่ป่าไม้ของประเทศ เนื่องจากการขยายตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ และผลกระทบจากไฟป่าที่เพิ่มขึ้น

    ด้านการศึกษามีค่าดัชนี 56.30แม้จะเพิ่มขึ้นจากปีก่อน แต่ยังคงอยู่ในระดับ “ต้องเร่งแก้ไข” เนื่องจากครัวเรือนเกษตรส่วนใหญ่กว่าร้อยละ 50.18เป็นผู้สูงวัย (อายุ 60ปีขึ้นไป) และส่วนใหญ่มีการศึกษาต่ำกว่าภาคบังคับ ทำให้ระดับการศึกษาในภาพรวมยังอยู่ในระดับต่ำ

    เมื่อเปรียบเทียบกับค่าดัชนีในช่วงสิ้นสุดแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับก่อนหน้า โดยแผนฯ ฉบับที่ 10 (สิ้นสุดปี 2554) อยู่ที่ระดับ 76.97,แผนฯ ฉบับที่ 11 (สิ้นสุดปี 2559)อยู่ที่ระดับ 80.51,และแผนฯ ฉบับที่ 12 (สิ้นสุดปี 2565)อยู่ที่ระดับ 80.46จะเห็นได้ว่าดัชนีความผาสุกของเกษตรกรมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยมีข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเพื่อการพัฒนาในด้านที่ยังต้องปรับปรุง ดังนี้

    สศก.เผย เกษตรกรไทยภาคใต้ ครองแชมป์ความสุขสูงสุด 5 มิติ ปี 2567

    ด้านการศึกษาสนับสนุนให้เกษตรกรได้รับการศึกษาภาคบังคับอย่างทั่วถึง และส่งเสริมการฝึกอบรมทักษะด้านเทคโนโลยีเกษตรสมัยใหม่ โดยเฉพาะนวัตกรรมที่เหมาะสมกับเกษตรกรสูงวัยด้านสิ่งแวดล้อมส่งเสริมการเพิ่มพื้นที่ป่าไม้อย่างต่อเนื่อง โดยเน้นการมีส่วนร่วมของชุมชน ควบคู่กับการสนับสนุนการทำเกษตรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และด้านเศรษฐกิจยกระดับรายได้ครัวเรือนเกษตรโดยส่งเสริมการผลิตสินค้าที่เหมาะสมกับศักยภาพของพื้นที่ การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อลดต้นทุน และการให้ความรู้ด้านการบริหารจัดการทางการเงิน เพื่อสร้างวินัยและส่งเสริมสุขภาพที่ดีในระยะยาว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/economy/trade-agriculture/637660&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0DnrFOByIoL12YEoodsVw2

  • ส.ศิษย์เก่าพระปฐมวิทยาลัย และ รร. พระปฐมวิทยาลัย ร่วมกันทอดผ้าป่าสามัคคีเพื่อการศึกษา

    ส.ศิษย์เก่าพระปฐมวิทยาลัย และ รร. พระปฐมวิทยาลัย ร่วมกันทอดผ้าป่าสามัคคีเพื่อการศึกษา

    เมื่อวันที่ 31 ส.ค.68 เวลา​ 09.00 น. พระครูทักษิณานุกิจ (พิทยา ปริญญาโณ) เจ้าคณะตำบลพระปฐมเจดีย์ และเจ้าอาวาสวัดห้วยจระเข้ พ.ท.สินธพ แก้วพิจิตร สมาชิกสภา ผู้แทนราษฎร​ จังหวัดนครปฐม
    พล.ต.ต.ดร.ชยุต มารยาทตร์ นายกสมาคมศิษย์เก่าพระปฐมวิทยาลัย ดร.ชัชวาลย์ สิงหาทอง
    ผอ.รร.พระปฐมวิทยาลัย​ พร้อมด้วย คณะกรรมการสมาคมศิษย์เก่าพระปฐมวิทยาลัย คณะครูและผู้ปกครอง รร.พระปฐมวิทยาลัย คณะศิษย์เก่าพระปฐมวิทยาลัย และแขกผู้มีเกียรติจำนวนมาก ได้ร่วมกันทำบุญทอดผ้าป่าสามัคคีเพื่อการศึกษา ณ ลานโดม รร.พระปฐมวิทยาลัย รวมยอดเงินบริจาคทำบุญทั้งสิ้น 891,761 บาท

    ซึ่งมีการมอบพระปิดตาย้อนยุค วัดห้วยจระเข้ จ.นครปฐม รุ่นมหาโภคทรัพย์ เนื้อเมฆพัตร ให้กับผู้ร่วมทำบุญ สมาคมศิษย์เก่าขอขอบคณะจัดงานและผู้ร่วมบริจาคเงินทำบุญทุุกท่านมา ณ โอกาสนี้ และขอกราบเรียนเชิญและขอเรียนเชิญทุกท่านร่วมอนุโมทนาบุญกุศลในครั้งนี้ด้วยกัน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thaitabloid.com/archives/238869&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2-XJ24MIMtRf-cgZv7LNQL