Category: วัฒนธรรม

  • กสร.โดยวิทยาลัยในวังเปิดนิทรรศการ จัดแสดงผลงานศิลปะไทยโบราณ

    กสร.โดยวิทยาลัยในวังเปิดนิทรรศการ จัดแสดงผลงานศิลปะไทยโบราณ

    การศึกษา

    กสร.โดยวิทยาลัยในวังเปิดนิทรรศการ จัดแสดงผลงานศิลปะไทยโบราณ

    วันพฤหัสบดี ที่ 04 กันยายน พ.ศ. 2568, 06.33 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    กสร.โดยวิทยาลัยในวังเปิดนิทรรศการ จัดแสดงผลงานศิลปะไทยโบราณ

    นายธนากร ดอนเหนือ อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ เป็นประธานเปิดโครงการ “ชั่วโมงที่ 800 สืบ ศิลป์ สยาม” นิทรรศการแสดงผลงานศิลปะไทยโบราณช่างสิบหมู่ ประจำปี 2568 โดยมี นายอิทธิพงศ์ จักษ์ตรีมงคล ผู้บริหารศูนย์การค้าเซ็นทรัล ศาลายา ผู้บริหารบริษัท ซินโปรเทค จำกัด ศูนย์การเรียนรู้ภูทองวิลเลจ จังหวัดนครสวรรค์ ตลอดจนคณะผู้บริหารสังกัดกรมส่งเสริมการเรียนรู้ และผู้แทนสถาบันการศึกษา อาจารย์ นักศึกษา เข้าร่วม ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ศาลายา จังหวัดนครปฐม โดยมี นางณัฐนันท์ ทวีโภค ประธานองค์กรนักศึกษาศิลปะไทยโบราณช่างสิบหมู่ ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนกาญจนาภิเษก (วิทยาลัยในวัง) เป็นผู้กล่าวรายงานถึงการจัดโครงการในครั้งนี้

    นายธนากร ดอนเหนือ อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ กล่าวว่า โครงการ “ชั่วโมงที่ 800 สืบ ศิลป์ สยาม” จัดขึ้นเพื่อเผยแพร่ผลงานของผู้เรียน ซึ่งเกิดการฝึกฝนทักษะและสะสมประสบการณ์ตลอดระยะเวลา 8 เดือน และเป็นเวทีสร้างแรงบันดาลใจและเป็นต้นแบบให้กับผู้ที่สนใจในศิลปะไทยโบราณ อีกทั้งยังเป็นการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างช่างศิลป์และผู้รักในงานศิลป์ด้วยกัน

    นางณัฐนันท์ ทวีโภค ประธานองค์กรนักศึกษาศิลปะไทยโบราณช่างสิบหมู่ ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนกาญจนาภิเษก (วิทยาลัยในวัง) กล่าวว่า ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนกาญจนาภิเษก (วิทยาลัยในวัง) ได้ดำเนินการจัดการเรียนรู้และฝึกอบรมหลักสูตรศิลปะไทยโบราณช่างสิบหมู่หลักสูตร 800 ชั่วโมง อันมุ่งหมายเพื่อสืบสานอนุรักษ์ และส่งเสริมองค์ความรู้ด้านงานช่างศิลป์ไทย ซึ่งเป็นมรดกทางภูมิปัญญาและวัฒนธรรมอันล้ำค่าโดยยึดแนวทางตามพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ทรงเล็งเห็นถึงความสำคัญของการอนุรักษ์และสืบสานงานช่างศิลปกรรมไทยโบราณ ทั้งยังเป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนทุกกลุ่มเป้าหมายเข้าถึงการศึกษา ตอนสนองนต่อแนวนโยบายการเรียนรู้ตลดชีวิตของกรมส่งเสริมการเรียนรู้อย่างแท้จริง

    สำหรับปีงบประมาณ พ.ศ. 2568ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนกาญจนาภิเษก (วิทยาลัยในวัง) ได้ดำเนินการฝึกอบรมหลักสูตรศิลปะไทยโบราณช่างสิบหมู่,แบ่งเป็น 3 หมู่วิชา ได้แก่ 1) หมู่ช่างเขียน วิชาจิตรกรรมไทย 2) หมู่ช่างปั้น วิชาประติมากรรมไทย 3) หมู่ช่างหุ่น วิชาหุ่นหัวโขน รวมทั้งสิ้น 8 กลุ่มดำเนินการเรียนการสอนทั้งที่ศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนกาญจนาภิเษก (วิทยาลัยในวัง) และภาคีเครือข่าย ได้แก่ ศูนย์การเรียนรู้ภูทองวิลเลจ จังหวัดนครสวรรค์ เรือนจำกรุงเทพมหานคร และเรือนจำยโสธร จังหวัดยโสธร มีผู้เรียนจำนวน 222 คน และสำเร็จจำนวน 186 คน คิดเป็นร้อยละ 83.79

    การจัดงานครั้งนี้สำเร็จลุล่วงได้ด้วยความร่วมมือจากหลายภาคส่วนทั้งบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน )ศูนย์การเรียนรู้ภูทองวิลเลจ จังหวัดนครสวรรค์ บริษัท ซินโปรเทค และคุณละไมพร เลิศอมรสกุลชัยตลอดจนสถาบันการศึกษา หน่วยงานภาครัฐและเอกชน คณาจารย์ และนักศึกษาทุกท่านที่ได้ร่วมแรงรวมใจกันสร้างสรรค์ผลงานอันทรงคุณค่ามาจัดแสดงในครั้งนี้

    ส่งข่าวได้ที่  email : saowaporn12345@gmail.com    และ  bat_mamsao@yahoo.com

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/education/445079&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3CFz_fHitHnm4nDziLdp8A

  • ผลการศึกษาชี้ เครื่องดื่ม 2 ชนิดที่ควรเลี่ยงหากไม่อยากผมร่วง-ผมหงอก | เดลินิวส์

    ผลการศึกษาชี้ เครื่องดื่ม 2 ชนิดที่ควรเลี่ยงหากไม่อยากผมร่วง-ผมหงอก | เดลินิวส์

    ข้อมูลจาก NYU Langone Health ศูนย์การแพทย์และโรงพยาบาลในเครือ มหาวิทยาลัยนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ระบุว่า ผู้ชายมากกว่า 80% และผู้หญิงเกือบครึ่งหนึ่งในสหรัฐจะมีปัญหาผมร่วงอย่างรุนแรง

    อาการผมร่วงอาจเกิดจากหลายปัจจัย เช่น พันธุกรรม, ฮอร์โมน และกระบวนการทางการแพทย์เพื่อรักษาโรคบางอย่าง การขาดสารอาหารอย่างรุนแรงก็เป็นสาเหตุได้ แต่ผลกระทบต่อสุขภาพผมจากปัจจัยด้านอาหารที่ละเอียดอ่อนกว่านั้นยังคงมีการสำรวจอย่างต่อเนื่อง

    เพื่อทำความเข้าใจให้ชัดเจนขึ้น นักวิจัยจึงได้วิเคราะห์งานวิจัยด้านโภชนาการ 17 ชิ้นที่เกี่ยวข้องกับผู้คนกว่า 61,000 คน ซึ่งมีอายุระหว่าง 7 – 77 ปี และส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง

    พวกเขาพบว่า การบริโภคเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลมากเกินไป เช่น น้ำอัดลม (ในปริมาณมากกว่า 3,500 มิลลิลิตรต่อสัปดาห์ หรือประมาณกระป๋องขนาด 12 ออนซ์ 10 กระป๋อง) มีความเชื่อมโยงกับความเสี่ยงที่จะเกิดอาการผมร่วงมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ชาย

    ผลการค้นพบนี้สอดคล้องกับงานวิจัยก่อนหน้าซึ่งแสดงให้เห็นว่า การรับประทานอาหารแปรรูปที่มีน้ำตาลสูงเป็น “ปัจจัยทางอ้อมที่เชื่อมโยงกับอาการผมร่วง”

    เหตุผลคือ เครื่องดื่มและขนมขบเคี้ยวที่มีน้ำตาลสูงจะไปเพิ่มการผลิตซีบัม (Sebum) ซึ่งเป็นน้ำมันตามธรรมชาติบนหนังศีรษะ โดยปกติแล้ว ซีบัมจะช่วยปกป้องและให้ความชุ่มชื้นแก่หนังศีรษะ แต่ถ้ามีมากเกินไปก็จะไปอุดตันรูขุมขนและกลายเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของแบคทีเรีย ทำให้เกิดการอักเสบและระคายเคือง ซึ่งจะทำลายรูขุมขนและกระตุ้นให้เกิดอาการผมร่วงในที่สุด

    นอกจากเครื่องดื่มรสหวานที่มีน้ำตาลสูงแล้ว ยังมีเครื่องดื่มอีกประเภทที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพผมได้ มีงานวิจัย 2 ชิ้นที่ถูกนำมาวิเคราะห์และสามารถเชื่อมโยงการบริโภคแอลกอฮอล์ในปริมาณมากเข้ากับทั้งอาการผมร่วงและผมหงอกก่อนวัยอันควรได้

    แม้ว่ายังไม่สามารถระบุสาเหตุที่แน่ชัดลงไปได้ แต่งานวิจัยแสดงให้เห็นว่าการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมากสามารถทำให้ร่างกายขาดน้ำ ไปขัดขวางการดูดซึมสารอาหาร และทำให้ฮอร์โมนแปรปรวน ซึ่งทั้งหมดล้วนส่งผลกระทบในทางลบต่อสุขภาพเส้นผมและหนังศีรษะ 

    นอกจากนี้ แอลกอฮอล์ยังไปเพิ่มภาวะความเครียดจากออกซิเดชัน (Oxidative Stress คือภาวะที่ร่างกายมีความไม่สมดุลระหว่างอนุมูลอิสระและสารต้านอนุมูลอิสระ ทำให้เกิดความเสียหายต่อเซลล์และเนื้อเยื่อต่างๆ) ในร่างกาย ซึ่งสามารถทำลายรูขุมขนและรบกวนการผลิตเม็ดสีเมลานิน ทำให้สุขภาพของเส้นผมแย่ลงและเกิดผมหงอกได้ 

    อย่างไรก็ตาม ยังมีผู้ช่วยให้เส้นผมมีสุขภาพดีได้ นั่นก็คือ วิตามินดี ข้อมูลจากงานวิจัย 5 ชิ้นที่ถูกนำมาวิเคราะห์พบว่า เมื่อร่างกายมีระดับวิตามินดีสูงขึ้นจะช่วยลดความรุนแรงของภาวะผมร่วงเป็นหย่อม (Alopecia) และส่งเสริมการงอกของเส้นผม นอกจากนี้นักวิจัยยังค้นพบว่า ธาตุเหล็กที่ได้จากอาหารก็มีมีส่วนช่วยให้เส้นผมงอกยาวได้ดีขึ้น 

    นักวิจัยยังตั้งข้อสังเกตอีกว่า การได้รับโปรตีนและการบริโภคผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง ผักตระกูลกะหล่ำ และอาหารเสริม ช่วยปรับปรุงคุณภาพของเส้นผม เช่น อาการผมร่วงและเพิ่มความหนาแน่นของเส้นผม ได้

    ที่มา : nypost.com

    เครดิตภาพ : GETTY IMAGES

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5080426/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3ZXg_emllR4yrEKPG8OVRn

  • “มูลนิธิโอสถสภา” มอบทุนการศึกษาปีที่ 37 มูลค่า 1.4 ล้านบาท

    “มูลนิธิโอสถสภา” มอบทุนการศึกษาปีที่ 37 มูลค่า 1.4 ล้านบาท

    นางกรรณิกา ชลิตอาภรณ์ รองประธานมูลนิธิโอสถสภา เป็นประธานในพิธีมอบทุนการศึกษาของมูลนิธิโอสถสภา เพื่อมอบโอกาสทางการศึกษาให้กับนักศึกษาระดับปริญญาตรีในสาขากายภาพบำบัดโดยไม่มีข้อผูกมัด โดยในปีนี้ได้มอบทุนจำนวน 28 ทุน รวมมูลค่า 1.4 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางโดยเฉพาะคนพิการและสังคม ซึ่งดำเนินการต่อเนื่องเป็นปีที่ 37

    ปัจจุบันมีผู้สำเร็จการศึกษาแล้วกว่า 350 คน การมอบทุนการศึกษาในสาขากายภาพบำบัด จึงเปรียบเสมือนการขับเคลื่อนกลไกที่เชื่อมโยงตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้พิการให้สามารถเข้าถึงการฟื้นฟู กลับมาดำรงชีวิตได้ตามศักยภาพ และมีความภาคภูมิใจในตนเอง โดยมีนักกายภาพบำบัดทำหน้าที่สำคัญในการผลักดันและดูแลคนไข้ คนพิการ และช่วยเหลือสังคมเพื่อการเข้าถึงการฟื้นฟูสุขภาพเพื่อชีวิตที่ดียิ่งขึ้นต่อไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.kaohoon.com/news/779740&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1_0oHuOqi_DPmNCsniqx2w

  • ‘รศ.ยืน’ รำลึกกงล้อการศึกษาไทยติดใจทำไมไม่มีหลักสูตรรู้เท่าทันเอไอ

    ‘รศ.ยืน’ รำลึกกงล้อการศึกษาไทยติดใจทำไมไม่มีหลักสูตรรู้เท่าทันเอไอ

    04 ก.ย.2568 – รศ.ยืน ภู่วรวรรณ ที่ปรึกษาและผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ “กงล้อการศึกษาไทย” ระบุว่า ช่วงนี้ได้รับเชิญให้ไปร่วมเสวนา และ นำเสนอเกี่ยวกับเรื่อง เอไอกับการศึกษาบ่อยครั้ง ค้นหารูปเก่าๆ ที่เก็บไว้ในแฟ้มรูปภาพที่มีจำนวนมากมาใช้ประกอบ

    ทำให้เห็นวงจรการศึกษากำลังวนกลับมาอีกแล้ว เพราะช่วงอดีตที่มองย้อนไป ยังอยู่ในความทรงจำ และเห็นวงล้อประวัติศาสตร์ที่กำลังหวนมาอีก

    ประมาณสี่สิบปีที่แล้วคอมพิวเตอร์พีซี กำลังเข้ามาในประเทศไทย โดยเฉพาะเครื่อง 8 บิต Apple II เครื่องโคลน ทะลักเข้ามาประเทศไทยจำนวนมาก ถัดจากนั้น ก็เป็นเครื่อง x86 เข้ามา

    มีการกล่าวขวัญถึง พีซี กันมาก ทุกคนตื่นเต้น ต้องจัดหลักสูตรให้นักเรียนเรียน

    ในปี 2025 มีการประชุมระดมความคิดเห็นจากหลายฝ่าย ช่วยกันสร้าง ผมพยายามผลักดันพื้นฐานการคิด การโค้ดเข้าหลักสูตร ผมจำคำกล่าวของใครบางคนได้ดีว่า เมื่อเราต้องให้คนอื่นมาช่วยออกเสียงความคิด และมีเสียงมากตามหลักประชาธิปไตย เรากำลังปั้นม้าจากคนที่ไม่ใช่ช่างศิลปตัวจริง ผลลัพธ์ ม้าจะกลายเป็นอูฐ

    หลังจากนั้นเริ่มมีการสร้างหลักสูตร ผมนำหนังสือเรียนที่ผมเก็บไว้มาให้ดู มีการสร้างวิชาให้นักเรียนได้เรียน

    ปี 2533 มีหนังสือเรียน วิชาการใช้คอมพิวเตอร์เบื้องต้น จัดให้อยู่ในหมวดการงานอาชีพ หนังสือเรียนเน้นการเป็นผู้ใช้คอมพิวเตอร์ ใช้เวิร์ดโปรเซสเซอร์ ตารางคำนวณ และการนำเสนอผลงาน

    ปี 2540 ประเทศไทยมีรัฐธรรมนูญใหม่ มีการประกาศปฏิรูปการศึกษา ผมไปบรรยายที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิต เรื่องการศึกษาวิชาเทคโนโลยี ที่อยากผลักดันให้เป็นวิชาที่เน้น แบบวิทยาศาสตร์

    ช่วงนั้นผมช่วย สสวท.คิดว่าวิชาเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์จะเปลี่ยนแปลงการเรียนให้เป็นศาสตร์แบบวิทยาศาสตร์ และคณิตศาสตร์ได้ เพราะกำลังปรับปรุงหลักสูตรครั้งใหญ่

    ปี 2543 กระทรวงประกาศใช้ หลักสูตรใหม่ แปดกลุ่มสาระ ผลคือ วิชาเทคโนโลยี ยังจัดอยู่ในการงานอาชีพ เหมือนเดิม การเรียนการสอนในโรงเรียนยังต้องการสร้างเด็กให้เป็นผู้ใช้ เป็นผู้ซื้อเทคโนโลยีมาใช้เหมือนเดิม
    หลักสูตรแปดกลุ่มสาระยังใช้มาจนปัจจุบัน ยี่สิบกว่าปีแล้วยังไม่เปลี่ยน

    ปี 2560 ประเทศไทยอยากเป็น ไทยแลนด์ 4.0 จึงย้ายวิชาเทคโนโลยีจากกลุ่มการงานอาชีพมาอยู่ในกลุ่มวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เปลี่ยนชื่อ เปลี่ยนเนื้อหาเป็นวิชาวิทยาการคำนวณ และ การออกแบบและเทคโนโลยี

    ผ่านมาแปดปี โลกพัฒนาไปไกล มายุคเอไอ การเรียนการสอน หลักสูตร หนังสือเรียน เราก็ยังไม่ไปไหน

    ปี 2568 ยุคเอไอ เฟื่องฟู มีการกล่าวขวัญกันมากเหมือนยุคเมื่อพีซีเข้ามา ผู้คนทั่วไปต้องใช้ เรามีการตื่นตัวสอนการใช้เอไอกันยกใหญ่ ผมเห็นมีการอบรมใช้เอไอ สนุกสนานกับการเป็นผู้ใช้ เริ่มแรกก็ให้ใช้ฟรี เพื่อให้ติด ต่อมาให้ซื้อโทเก็น หลายที่ส่วนกลางซื้อโทเก็นรวมบริการให้ เป็นผู้ใช้เอไอ อีกหน่อยเราจะเป็นผู้บริโภคเอไอระดับต้นๆ

    แม้ในโรงเรียน มีการสอนนักเรียนใช้ สอนการเขียนพร๊อม ผมยังงงอยู่ว่า การใช้เอไอ ยังต้องสอนให้ใช้เป็น มีการสร้างกระแสการใช้เพื่อการศึกษา จนดูเหมือนว่า กลัวครู นักเรียน ใช้เอไอไม่เป็น

    อีกหน่อยเราคงมีหลักสูตร หนังสือเรียน การใช้ Generative AI ยิ่งมีผลิตภัณฑ์ใหม่ และทันสมัย ยิ่งต้องตามใช้ให้เป็น

    ทำไมเราไม่มีหลักสูตรรู้เท่าทันเอไอ คิดพัฒนาเอไอ เรียนรู้พื้นฐานการสร้างเอไอ ซึ่งแน่นอน ฐานอยู่ที่คณิต วิทย์

    ประวัติศาสตร์ น่าจะเป็นบทเรียนได้ดี ว่า การศึกษาควรจะปรับตัวอย่างไร หากพื้นฐานคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ทักษะการคิด เรายังไม่พัฒนา ก็คงเป็นผู้ใช้ต่อไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/x-cite-news/855665/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1LD8T46lm19V_ko4ozfpMt

  • เสนอสภาฯ สร้างนักการเมืองพันธุ์ใหม่ กู้ศรัทธา ชี้อาชีพนักการเมืองถูกดูแคลน – พรรคภูมิใจไทย : พูดแล้วทำ

    เสนอสภาฯ สร้างนักการเมืองพันธุ์ใหม่ กู้ศรัทธา ชี้อาชีพนักการเมืองถูกดูแคลน – พรรคภูมิใจไทย : พูดแล้วทำ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://bhumjaithai.com/news/109053&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3LHVZBeHVPWm9FESBp7vPO

  • ต่อขยาย ‘สายสีเขียว’ บางหว้า-ตลิ่งชัน ดันทำเลทองย่านราชพฤกษ์บูม

    ต่อขยาย ‘สายสีเขียว’ บางหว้า-ตลิ่งชัน ดันทำเลทองย่านราชพฤกษ์บูม

    “โครงการระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพมหานครรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสายสีลม ตอนที่ 3 ช่วงบางหว้า – ตลิ่งชัน” เป็นส่วนหนึ่งในแผนการพัฒนาโครงข่ายระบบขนส่งมวลชนทางรางในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล (พื้นที่ต่อเนื่อง) ระยะที่ 2 หรือ M-MAP 2 เพื่อบรรเทาปัญหาการจราจรบนถนนเพชรเกษมและถนนราชพฤกษ์ในปัจจุบัน

    ล่าสุดเมื่อวันที่ 19 สิงหาคมที่ผ่านมา “กรุงเทพมหานคร” หรือกทม.ได้ว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษาเพื่อศึกษาโครงการดังกล่าวและเปิดรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับการลงทุนโครงการหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องและภาคเอกชน (Market Sounding Stakeholder Forum) ให้สอดคล้องตามพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. 2562 ทั้งนี้จากผลการศึกษาเดิมมีมูลค่าทั้งโครงการฯรวม 33,937 ล้านบาท แบ่งเป็น ค่าก่อสร้างงานโยธา 11,050 ล้านบาท ค่าติดตั้งระบบอาณัติสัญญาณฯ 3,019 ล้านบาท ค่าบริการทางวิศวกรรม 734 ล้านบาท ค่าบำรุงรักษา 15,029 ล้านบาท ค่าจัดหาขบวนรถไฟฟ้า 2,100 ล้านบาท ค่าจัดการค่าโดยสาร 752 ล้านบาท ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 1,252 ล้านบาท

    อย่างไรก็ดีพบว่าโครงการการลงทุนดังกล่าวต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก ซึ่งหากเป็นการลงทุนจากภาครัฐเพียงอย่างเดียวนั้น จะไม่สามารถระดมเงินทุนได้เพียงพอ เนื่องจากมีข้อจำกัดในด้านการระดมทุนและการดำเนินนโยบายด้านการลงทุนที่ต้องคำนึงถึงเสถียรภาพการคลังของประเทศด้วย นอกเหนือจากการใช้เงินกู้ทั้งจากต่างประเทศและภายในประเทศ

    นอกจากนี้ตามแผนจะกำหนดศึกษาและจัดทำรายงานร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชนภายในปี 2569 ก่อนเสนอไปยัง สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) และคณะกรรมการ (บอร์ด) PPP จากนั้นจะเสนอเรื่องต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบโครงการภายในปี 2570 โดยดำเนินการคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุน ในปี 2570 -2571 และดำเนินก่อสร้างโครงการระหว่าง ปี 2572 – 2575 และพร้อมเปิดให้บริการ ในปี 2576

    นายกษิดิ วิชิตอักษรพงศ์ ผู้จัดการโครงการฯ กล่าวว่า ศักยภาพทำเลที่ดินในการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์รอบสถานีของโครงการนี้คาดว่าสามารถดำเนินการได้ โดยเฉพาะบริเวรที่มีจุดเชื่อมต่อระหว่างรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินและรถไฟฟ้าสายสีแดง ซึ่งทางบริษัทที่ปรึกษาจะรับเรื่องนี้ไปพิจารณาและหารือร่วมกับกทม.ต่อไป

    “บริษัทเชื่อว่าเมื่อมีรถไฟฟ้าเข้ามาถึงในพื้นที่ของโครงการฯจะทำให้เศรษฐกิจสามารถไปต่อได้ตามแนวเส้นทางของสถานีต่างๆ ซึ่งจะช่วยให้เศรษฐกิจบริเวณนี้มีความเจริญมากขึ้น ซึ่งจะมีประโยชน์ต่อผู้ใช้บริการที่สามารถเดินทางเข้าเมืองได้สะดวก” นายกษิดิ กล่าว

    สำหรับที่ดินในบริเวณแนวเส้นทางรถไฟฟ้าสายนี้ถือว่ามีศักยภาพสูงมาก เนื่องจากเป็นโครงการที่เชื่อมต่อกับระบบขนส่งมวลชนเดิมที่สถานีบางหว้าและวิ่งไปตามแนวถนนราชพฤกษ์ ซึ่งเป็นถนนสายหลักในฝั่งธนบุรี และยังเป็นทำเลที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว

    ขณะเดียวกันศักยภาพทำเลที่ดินและโครงการอสังหาริมทรัพย์ตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสายสีเขียว (สีลม) ตอนที่ 3 ช่วงบางหว้า – ตลิ่งชัน พบว่า พื้นที่บริเวณสถานีบางหว้าถือเป็นฮับการเดินทางสำคัญ ซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อ (Interchange) ที่สมบูรณ์แบบระหว่างรถไฟฟ้าบีทีเอสสายสีเขียวและรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน โดยโครงการส่วนต่อขยายสายสีลมนี้ ทำให้พื้นที่นี้เป็นศูนย์กลางการคมนาคมที่สำคัญ ไม่เพียงเท่านี้ด้วยศักยภาพของทำเลนี้ดึงดูดการลงทุนในโครงการที่อยู่อาศัยหลากหลายประเภท ทั้งคอนโดมิเนียมและโครงการแนวราบ รองรับความต้องการของคนทำงานและนักศึกษาที่ต้องการเข้าถึงใจกลางเมืองได้อย่างสะดวก

    ขณะที่ถนนราชพฤกษ์ถือเป็นทำเลทองสำหรับที่อยู่อาศัย ซึ่งแนวเส้นทางรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายนี้จะพาดผ่านถนนราชพฤกษ์ ซึ่งเป็นถนนที่เชื่อมต่อกับย่านที่อยู่อาศัยหนาแน่น โดยเฉพาะโครงการบ้านเดี่ยวและทาวน์โฮมระดับกลางถึงบน ตลอดจนการมีรถไฟฟ้าพาดผ่านจะเพิ่มมูลค่าที่ดินและโครงการอสังหาริมทรัพย์ในย่านนี้อย่างก้าวกระโดด เนื่องจากช่วยลดระยะเวลาการเดินทางเข้าเมืองได้อย่างมีประสิทธิภาพ และแก้ปัญหาการจราจรที่ติดขัดบนถนนราชพฤกษ์ได้ในระยะยาว

    ฟากพื้นที่บริเวณตลิ่งชันยังคงเป็นอีกหนึ่งทำเลแห่งอนาคต เนื่องสถานีตลิ่งชันเป็นปลายทางของโครงการจะเชื่อมต่อกับรถไฟสายสีแดงอ่อน ทำให้พื้นที่บริเวณนี้กลายเป็นศูนย์กลางการคมนาคมแห่งใหม่ที่เชื่อมต่อระหว่างฝั่งตะวันตกของกรุงเทพฯ และพื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นใน ด้วยศักยภาพของทำเลนี้ยังคงมีพื้นที่เปล่าและที่ดินแปลงใหญ่ให้พัฒนาอีกมาก เหมาะสำหรับการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ เช่น คอมมูนิตี้มอลล์ โครงการที่อยู่อาศัยผสมผสาน หรือศูนย์การค้า ซึ่งรองรับการขยายตัวของเมืองโดยเฉพาะในพื้นที่ฝั่งธนบุรี

    สำหรับโครงการรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสายสีเขียว (สีลม) ตอนที่ 3 ช่วงบางหว้า – ตลิ่งชัน มีระยะทาง 7.5 กม. จำนวน 6 สถานี ประกอบด้วย สถานีบางแวก สถานีบางพรม สถานีบรมราชชนนี สถานีบางเชือกหนัง สถานีอินทราวาส และสถานีตลิ่งชัน สามารถเชื่อมต่อกับโครงข่ายรถไฟฟ้า 4 สาย ประกอบด้วย 

    1.รถไฟฟ้าสายสีเขียว (สีลม) ช่วงเวียนใหญ่-บางหว้า เชื่อมต่อที่สถานีตลิ่งชัน 2.รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ช่วงเตาปูน-หลักสอง เชื่อมต่อที่สถานีบางหว้า 3.รถไฟฟ้าสายสีแดง ช่วงบางซื่อ-ตลิ่งชัน เชื่อมต่อที่สถานีตลิ่งชัน และ 4.รถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสายสีแดง ช่วงศิริราช -ตลิ่งชัน-ศาลายา เชื่อมต่อที่สถานีตลิ่งชัน 

    ต่อขยาย ‘สายสีเขียว’ บางหว้า-ตลิ่งชัน ดันทำเลทองย่านราชพฤกษ์บูม

    อย่างไรก็ตามแนวเส้นทางของโครงการฯมีจุดเริ่มต้นที่จุดเชื่อมต่อรถไฟฟ้าบีทีเอสบริเวณสถานีบางหว้า โดยแนวเส้นทางจะวิ่งไปทางทิศเหนือ ตามแนวเกาะกลางถนนราชพฤกษ์ ผ่านทางแยกตัดถนนบางแวก ผ่านทางแยกถนนพรานนก-พุทธมณฑล สาย 4 

    จากนั้นจะยกระดับข้ามทางแยกถนนบรมราชชนนี และทางด่วนสายกาญจนาภิเษก และมาสิ้นสุดโครงการที่บริเวณทางลาดลงของสะพานข้ามทางรถไฟสายสีแดงอ่อน ช่วงบางซื่อ – ตลิ่งชัน ระยะทางรวมประมาณ 7.5 กิโลเมตร รวมจำนวน 6 สถานี ได้แก่ สถานีบางแวก สถานีบางเชือกหนัง สถานีบางพรม สถานีอินทราวาส สถานีบรมราชชนนี และสถานีตลิ่งชัน 

    นอกจากนี้ยังเป็นที่น่าจับตาถึงโครงการรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสายสีเขียว (สีลม) ตอนที่ 3 ช่วงบางหว้า – ตลิ่งชัน หากเริ่มเดินเครื่องเปิดประมูลและก่อสร้างได้ตามแผนจะเป็นโครงการที่ช่วยดึงดูดความสนใจจากภาคเอกชนและผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์หลายราย ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายที่ทางบริษัทที่ปรึกษาของโครงการจะเชิญเข้าร่วมประชุมในการเปิดรับฟังความคิดเห็นภาคเอกชนในครั้งถัดไป เช่น  บริษัทบีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) ,บริษัทซี.พี แลนด์ จำกัด (มหาชน) ,บริษัทสยามพิวรรธน์ จำกัด ,บริษัทธนาสิริ กรุ๊ป จำกัด ,(มหาชน) 

    บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM,บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BTS ,บริษัทซี.พี แลนด์ จำกัด (มหาชน) ,บริษัท ยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน),บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ,ฟู้ดวิลล่า ราชพฤกษ์,เดอะเซอร์เคิล ราชพฤกษ์,ศูนย์กลางตลาดดอกไม้ ปากคลองตลาดใหม่,Dunlopillo Flagship Store ราชพฤกษ์ ฯลฯ

    หน้า 20 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจปีที่ 45 ฉบับที่ 4,128 วันที่ 4 – 6 กันยายน พ.ศ. 2568

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/real-estate/637725&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2tbP-nJSqlO2Ba8Kek-pOg

  • กิ่งกาชาด อ.ศรีราชา มอบทุนการศึกษานักเรียนยากไร้ ต.บางพระ | เดลินิวส์

    กิ่งกาชาด อ.ศรีราชา มอบทุนการศึกษานักเรียนยากไร้ ต.บางพระ | เดลินิวส์

    กิ่งกาชาด อ.ศรีราชา มอบทุนการศึกษานักเรียนยากไร้ ต.บางพระ

    นายอำเภอศรีราชา พร้อมด้วย กิ่งกาชาด มอบทุนการศึกษาให้กับเด็กนักเรียนที่ยากไร้ในพื้นที่ตำบลบางพระ พร้อมอุปกรณ์การเรียนและขนมให้กับเด็กนักเรียนระดับชั้นอนุบาลและชั้นประถมศึกษาอีกด้วย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5079133/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1j2J1fkDP1z4cSHk8OuHaD

  • S

    S

    วิทยาลัยโลจิสติกส์และซัพพลายเชน SPU ร่วมพัฒนาบัณฑิตคุณภาพสู่โลกการทำงานดิจิทัล

    เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2568 มหาวิทยาลัยศรีปทุม ได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) โครงการ “Internverse” กับ บริษัท ไทยพาณิชย์ โพรเทค จำกัด (SCB Protect) ณ SCB Park Plaza East C เพื่อเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เรียนรู้และสัมผัสประสบการณ์จริงในอุตสาหกรรมประกันภัยยุคดิจิทัล

    พิธีลงนามได้รับเกียรติจาก ผศ.ดร.วิรัช เลิศไพฑูรย์พันธ์ รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยศรีปทุม และ นางสาวปรมาศิริ มโนลม้าย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยพาณิชย์ โพรเทค จำกัด ร่วมลงนาม โดยมีคณะผู้บริหารและคณบดีจากหลายคณะเข้าร่วมเป็นสักขีพยาน หนึ่งในนั้นคือ วิทยาลัยโลจิสติกส์และซัพพลายเชน (SPULSC) ซึ่งเข้าร่วมเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาศักยภาพนักศึกษาให้ก้าวสู่สายงานจริงได้อย่างมั่นใจ

    ความร่วมมือครั้งนี้ เปิดโอกาสให้นักศึกษา SPU รวมถึงนักศึกษาวิทยาลัยโลจิสติกส์และซัพพลายเชน
    ได้เรียนรู้กระบวนการทำงานจริง ตั้งแต่การวางแผน การตลาด การขาย ไปจนถึงการบริการลูกค้า โดยได้รับสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ระหว่างฝึกงานด้วย

    ความร่วมมือนี้ตอกย้ำพันธกิจของ SPU ในการเป็น “มหาวิทยาลัยคู่ความร่วมมือภาคอุตสาหกรรม” และยืนยันบทบาทของ SPULSC ในการสร้างบัณฑิตพันธุ์ใหม่ที่ เรียนกับตัวจริง ประสบการณ์จริง เชื่อมโยงทักษะวิชาการเข้ากับการทำงานในอุตสาหกรรมจริง

    #SPULogistics #SPULSC #SCBProtect #Internverse #SPUCollaboration #CWIE #เรียนกับตัวจริงประสบการณ์จริง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.spu.ac.th/fac/logistics/2025/09/03/spuscb-protect-mou/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2Ws2On6tl2YqvwH8H_fCNR

  • ม.อ. เปิดศูนย์ทันตกรรมดิจิทัลสงขลานครินทร์ ภูเก็ต ตอกย้ำศูนย์กลางการเรียนรู้ และรักษาทันตกรรมดิจิทัลครบวงจรของอันดามัน

    ม.อ. เปิดศูนย์ทันตกรรมดิจิทัลสงขลานครินทร์ ภูเก็ต ตอกย้ำศูนย์กลางการเรียนรู้ และรักษาทันตกรรมดิจิทัลครบวงจรของอันดามัน

    ม.อ. เปิดศูนย์ทันตกรรมดิจิทัลสงขลานครินทร์ ภูเก็ต ตอกย้ำศูนย์กลางการเรียนรู้ และรักษาทันตกรรมดิจิทัลครบวงจรของอันดามัน

    มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เปิดตัว “ศูนย์ทันตกรรมดิจิทัลสงขลานครินทร์ ภูเก็ต” ตอกย้ำบทบาทการเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ วิจัยและการรักษาทางทันตกรรมดิจิทัลครบวงจรของภูมิภาคอันดามัน พร้อมขับเคลื่อนมาตรฐานการศึกษา พัฒนาบุคลากร และการบริการสุขภาพช่องปากสู่ระดับสากล

    มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตภูเก็ต นำโดย รศ. ดร.พันธ์ ทองชุมนุม รองอธิการบดีวิทยาเขตภูเก็ต จัดพิธีเปิด “ศูนย์ทันตกรรมดิจิทัลสงขลานครินทร์ ภูเก็ต (Songklanagarind Digital Dental Center: SDDC Phuket)” โดยมี นายโสภณ สุวรรณรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย รศ. ดร.อุดมผล พืชน์ไพบูลย์ รองอธิการบดีฝ่ายทรัพยากรบุคคลและกิจการพิเศษ รศ. ดร.ทพ.ทรงชัย ฐิตโสมกุล คณบดีคณะทันตแพทยศาสตร์ ผศ. ดร.นพ.ทพ.เศรษฐกร พงศ์พานิช ผู้เชี่ยวชาญสาขาศัลยศาสตร์ช่องปากและแม็กซิลโลเฟเชียล ตลอดจนส่วนราชการ ภาคเอกชน และสื่อมวลชน เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง ณ ศูนย์ทันตกรรมดิจิทัลสงขลานครินทร์ สะพานหิน อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2568

    ศูนย์ทันตกรรมดิจิทัล ม.อ. ภูเก็ต ก่อตั้งขึ้นเพื่อเป็นฐานพัฒนาทุนมนุษย์ด้านทันตกรรมยุคใหม่ โดยคณาจารย์ทันตแพทย์จากคณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ที่เป็นกำลังสำคัญในการถ่ายทอดองค์ความรู้และทักษะเชิงปฏิบัติที่ทันสมัย ครอบคลุมทุกสาขา ไม่ว่าจะเป็นทันตกรรมทั่วไป ทันตกรรมจัดฟัน ทันตกรรมประดิษฐ์ ศัลยศาสตร์ช่องปากและแม็กซิลโลเฟเชียล ทันตกรรมรากเทียม ไปจนถึงการดูแลความผิดปกติของข้อต่อขากรรไกรและระบบบดเคี้ยว (TMJ Disorder)

    ด้วยการลงทุนเครื่องมือทันตกรรมดิจิทัลที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงจำนวนมาก ทำให้ศูนย์ทันตกรรมดิจิทัล ม.อ. ภูเก็ต เป็นศูนย์กลางการจัดการเรียนการสอน การดูแลรักษา ฟื้นฟูสุขภาพช่องปาก ร่วมกับการส่งเสริมป้องกันโรคที่ทันสมัยที่สุดและได้มาตรฐานระดับสากล ผู้รับบริการสามารถเข้ารับการบริการการรักษาขั้นสูง มีคุณภาพ คาดหวังผลได้ในราคาที่จับต้องได้ ตอบสนองความต้องการปัจจุบันที่คนมีอายุยืนยาวขึ้น ฟันและสุขภาพช่องปากที่ดีจึงเป็นสิ่งสำคัญในการส่งเสริมคุณภาพชีวิตโดยรวม

    ศูนย์ทันตกรรมดิจิทัล ม.อ. ภูเก็ต ไม่เพียงมีเป้าหมายในการผลิตและพัฒนาทันตแพทย์รุ่นใหม่ที่มีทั้งความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีดิจิทัล แต่ยังตั้งเป้าหมายในการยกระดับคุณภาพบริการทันตกรรมของประเทศโดยรวม เพื่อรองรับการให้บริการนักท่องเที่ยวทั่วโลกที่เดินทางมาจังหวัดภูเก็ต ทางศูนย์ฯ ได้นำเทคโนโลยีดิจิทัลขั้นสูงมาใช้ เช่น การสแกนช่องปาก 3 มิติ ที่ลดความยุ่งยากจากการพิมพ์ปากแบบดั้งเดิม การวางแผนการผ่าตัดรากฟันเทียมด้วยซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์ และการใช้ภาพเอกซเรย์ 3 มิติ เพื่อเพิ่มความแม่นยำและระบบ CAD/CAM และเครื่องพิมพ์ 3 มิติ ที่สามารถออกแบบและผลิตชิ้นงานทันตกรรมได้ภายในศูนย์ฯ ทำให้ผู้ป่วยบางรายสามารถรับการรักษาเสร็จสิ้นภายในวันเดียว

    ที่สำคัญศูนย์ทันตกรรมดิจิทัล ม.อ. ภูเก็ต ยังเป็นแห่งแรกของประเทศที่รองรับผู้ป่วยสูงอายุ และผู้พิการที่ใช้วีลแชร์ด้วยเก้าอี้ทำฟันระบบ Wheelchair Base ที่ผู้ป่วยสามารถเข้ารับบริการโดยไม่ต้องย้ายตัวเองออกจากรถเข็น อีกทั้งยังมีห้องรักษาความดันลบ (Negative Pressure Room) สำหรับผู้ป่วยโรคติดเชื้อทางเดินหายใจ เช่น โควิด-19 และวัณโรค เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรค

    ศูนย์ทันตกรรมดิจิทัล ม.อ. ภูเก็ต เปิดให้บริการประชาชนทุกวัน เวลา 09.00 – 20.00 น. รองรับทั้งการนัดหมายล่วงหน้าผ่านโทรศัพท์ เฟซบุ๊กเพจ อีเมล รวมถึง Walk-in และในช่วงเปิดตัวยังมีโปรโมชั่นพิเศษลดค่าบริการ 15% ตลอดปี 2568

    นอกจากนี้ ทางศูนย์ทันตกรรมดิจิทัล ม.อ. ภูเก็ต ยังวางเป้าหมายการเป็นศูนย์กลางการรับส่งต่อผู้ป่วยที่ต้องการการักษาที่ซับซ้อนหรือศูนย์รับส่งต่อด้านทันตกรรมระดับตติยภูมิ รองรับผู้ป่วยที่มีความซับซ้อนด้านการรักษาจากพื้นที่อันดามัน ด้วยทีมทันตแพทย์เฉพาะทางครบทุกสาขาและเครื่องมือดิจิทัลที่ทันสมัย เพื่อให้ประชาชนทุกกลุ่มวัยสามารถเข้าถึงการรักษาที่ได้มาตรฐาน โดยไม่ถูกจำกัดด้วยบุคลากรหรือโครงสร้างพื้นฐานทางการแพทย์ ส่งเสริมบทบาทของภูเก็ตในฐานะศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Medical & Dental Tourism Hub) ของประเทศ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thailandplus.tv/archives/954011&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw34sXH04vSOI6W-6EG3Eoa8

  • กระทรวงศึกษาธิการ – MOE

    กระทรวงศึกษาธิการ – MOE

    MOE E-Services

    บริการออนไลน์

    ข้อมูลสารสนเทศด้านการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ

    ข้อมูลสถานศึกษา

    ข้อมูลนักเรียน

    ข้อมูลครูในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ

    ข้อมูลสถานศึกษา

    ข้อมูลนักเรียน

    ข้อมูลครูในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ

    ข่าวประกาศ

    announce

    ข่าวอื่นๆ

    NEWS & UPDATE

    • ทุนพระราชทาน มทศ.
    • ข่าวจัดซื้อจัดจ้าง
    • กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.)
    • ดูทั้งหมด

    26 ส.ค. 65

    22 ก.ย. 64

    เบื้องหลังความสำเร็จของครูดีเด่น “มนูญ ทิตย์วัลลี” ครูผู้ดูแลนักเรียนทุนพระราชทาน รุ่นที่ 9 ในโครงการทุนการศึกษาพระราชทาน ม.ท.ศ. ปี 2563

    21 ก.ย. 64

    “ครูเกม” ทุนการศึกษาเฉลิมราชกุมารี (ตชด.)

    18 ก.ย. 64

    กระทรวงศึกษาธิการ พาไปพูดคุยกับ น.ส.เบญจวรรณ แสงเลื่อน นักเรียนทุนพระราชทาน ม.ท.ศ. รุ่นที่ 9

    10 มี.ค. 65

    ประกาศรายชื่อผู้ชนะการเสนอราคาซื้อเครื่องปรับอากาศ แบบแยกส่วน ชนิดตั้งพื้นหรือชนิดแขวนขนาด 36,000 บีทียู จำนวน 20 เครื่อง

    10 มี.ค. 65

    ประกาศรายชื่อผู้ชนะการเสนอราคาจ้างจัดทำหนังสือที่ระลึกวันคล้ายวันสถาปนากระทรวงศึกษาธิการ ครบรอบ 130 ปี 1 เมษายน 2565

    25 ก.พ. 65

    ประกาศเผยแพร่แผนการจัดซื้อจัดจ้าง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 เรื่องทำเข็มที่ระลึก เสมาคุณูปการ ประจำปี 2565

    23 ก.พ. 65

    ประกาศเชิญชวนเช่าเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายประสิทธิภาพสูงเพื่อจัดทำ Web server

    30 ก.ค. 67

    16 ก.พ. 66

    30 ต.ค. 62

    โครงการส่งเสริมการพัฒนาทุนมนุษย์ (Human Capital) เพื่อรองรับ 10 อุตสาหกรรม เป้าหมาย และ 3 โครงสร้างพื้นฐาน ผ่านกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.)

    30 ต.ค. 62

    โครงการสร้างวินัยทางการเงินให้แก่ผูกู้ยืมเงิน กยศ. ด้วย e-Learning หลักสูตรเงินทองต้องวางแผน

    ข่าวประชาสัมพันธ์

    NEWS & UPDATE

    บทความที่น่าสนใจ

    ARTICLES

    Infographic

    หน่วยงาน ในสังกัด

    องค์กรหลัก

    องค์กรในกำกับ/องค์กรมหาชน

    สำนักงานรัฐมนตรี

    หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.moe.go.th/20-%25E0%25B8%259B%25E0%25B8%25B5-%25E0%25B8%25AA%25E0%25B8%2597%25E0%25B8%25A8/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0xlMDD3SsWxk3_BRwIuBXQ