Category: วัฒนธรรม

  • ดูดวงรายวันประจำวันอังคาร ที่ 16 กันยายน 2568 สำหรับท่านที่เกิดวันอังคาร

    ดูดวงรายวันประจำวันอังคาร ที่ 16 กันยายน 2568 สำหรับท่านที่เกิดวันอังคาร

    ดูดวงรายวันประจำวันอังคาร ที่ 16 กันยายน 2568 สำหรับท่านที่เกิดวันอังคาร

    • การงาน : พบการเปลี่ยนแปลงโยกย้าย
    • การเงิน : จะได้รับข่าวดีทางด้านการเงิน
    • ความรัก : สุขสมหวังเรื่องความสัมพันธ์

    เคล็ดลับเสริมดวงประจำวันนี้

    • มอบทุนการศึกษาให้แก่เด็กด้อยโอกาส
    • อัญมณีมงคล : เรพิโดโคไซท
    • สีมงคล : สีส้ม
    • เลขนำโชค : 0, 1, 2, 4, 7, 9

    ฤกษ์ดีประจำสัปดาห์มีผลตั้งแต่วันที่ 15 – 21 กันยายน 2568 (ช่วงเวลาที่เหมาะสม)

    • 06:19 – 14:09 : ฤกษ์ดีในการทำบุญขึ้นบ้านใหม่ 
    • 09:29 – 12:00 : ฤกษ์ดีในการซื้อรถยนต์คันใหม่ 
    • 09:09 – 12:59 : ฤกษ์ดีในการติดต่อเจรจางานต่าง ๆ           
    • 08:01 – 12:59 : ฤกษ์ดีในการเปิดร้านเริ่มธุรกิจใหม่         
    • 06:09 – 12:09 : ฤกษ์ดีในการเดินทางทำบุญ

    ดูดวงเพิ่มเติม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/horoscope/313771/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3gVhj2YNrpKCkEIxUvZyW7

  • ช่วงฤดูร้อน ‘ฉู่ยุ่น (暑运)’ ในเซี่ยงไฮ้: เที่ยวบิน  ผู้โดยสารพุ่ง กระตุ้นโอกาสธุรกิจไทย

    ช่วงฤดูร้อน ‘ฉู่ยุ่น (暑运)’ ในเซี่ยงไฮ้: เที่ยวบิน ผู้โดยสารพุ่ง กระตุ้นโอกาสธุรกิจไทย

    ฉู่ยุ่น (暑运)’ คือช่วงเวลาของการเดินทางและคมนาคมช่วงปิดภาคฤดูร้อนของจีน โดยทั่วไปจะเริ่มตั้งแต่วันที่ กรกฎาคม ถึง 31 สิงหาคมของทุกปี เป็นช่วงที่ผู้คนส่วนใหญ่มักเดินทางเพื่อการท่องเที่ยว พักผ่อน หรือเยี่ยมญาติมิตร รวมทั้งนักเรียนนักศึกษาปิดภาคเรียน

    image.png

    ที่มาภาพhttps://www.iimedia.cn/c1088/106541.html

    ภาพรวมและข้อมูลสำคัญของฤดูร้อนปี 2568

    สำนักข่าว iimedia.cn รายงานว่า ในช่วงฤดูร้อนปี 2568 (ตั้งแต่วันที่ กรกฎาคม ถึง 31 สิงหาคม) สนามบินผู่ตงและหงเฉียวของนครเซี่ยงไฮ้ คาดว่าจะมีปริมาณเที่ยวบินรวมประมาณ 150,000 เที่ยวบิน (สนามบินผู่ตง 100,000 เที่ยวบิน และสนามบินหงเฉียว 50,000 เที่ยวบิน) ซึ่งเพิ่มขึ้นร้อยละ เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา และคาดว่าจะรองรับผู้โดยสารขาเข้าและขาออกรวม 24.55 ล้านคน (สนามบินผู่ตง 15.87 ล้านคน และสนามบินหงเฉียว 8.68 ล้านคน) โดยมีปริมาณผู้โดยสารเฉลี่ยรายวัน 396,000 คน เพิ่มขึ้นร้อยละ 7

    ความต้องการเดินทางที่หลากหลายและการเติบโตของเศรษฐกิจท่องเที่ยว

    ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ความต้องการด้านการท่องเที่ยวและการบริโภคของชาวจีนเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และวัตถุประสงค์ในการเดินทางมีความหลากหลายมากขึ้น นอกเหนือจากการท่องเที่ยวแบบดั้งเดิมแล้ว ความต้องการในการเยี่ยมญาติมิตร การเดินทางเพื่อธุรกิจได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงฤดูร้อนเป็นช่วงที่ “การท่องเที่ยวเพื่อการศึกษา” (Research-based Tourism) ได้รับความนิยมอย่างมาก ประเภทของกิจกรรมที่ผู้ตอบแบบสอบถามชื่นชอบมากที่สุดคือ การสัมผัสวัฒนธรรมและประเพณีท้องถิ่น คิดเป็นร้อยละ 47.7 นอกจากนี้ การสำรวจทัศนียภาพทางธรรมชาติ การศึกษาประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม และการสำรวจทางวิทยาศาสตร์ถือเป็นอีกประเภทที่ผู้บริโภคให้ความสนใจ ข้อมูลช่วงฤดูร้อนของสนามบินทั้งสองแห่งในนครเซี่ยงไฮ้ยังยืนยันในประเด็นนี้ โดยปริมาณเที่ยวบินและจำนวนผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้นในช่วงฤดูร้อน สะท้อนถึงความต้องการในการเดินทางของประชาชนที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก การขยายตัวของความต้องการดังกล่าว ไม่เพียงแต่ขับเคลื่อนการพัฒนาของอุตสาหกรรมการบินเท่านั้น แต่ยังนำมาซึ่งโอกาสทางธุรกิจมหาศาลสำหรับอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง เช่น การท่องเที่ยว โรงแรม และร้านอาหาร ฯลฯ 

    กลยุทธ์ขยายเส้นทางบินและการยกระดับบริการของสนามบิน

    ในด้านของการขยายเส้นทางการบิน ในช่วงฤดูร้อนนี้ สนามบินเซี่ยงไฮ้ได้เปิดเส้นทางใหม่และเพิ่มความถี่ของเที่ยวบินภายในประเทศไปยังสถานที่ต่างๆ เช่น ซินเจียงและมองโกเลียใน ส่วนเส้นทางระหว่างประเทศได้เปิดเส้นทางใหม่ไปยังเมืองอัลมาตี ประเทศคาซัคสถาน และคุมาโมโตะ ประเทศญี่ปุ่น รวมถึงการฟื้นฟูและเพิ่มความถี่ของเส้นทางบินอีกหลายเส้นทาง ซึ่งไม่เพียงแต่ตอบสนองทางเลือกการเดินทางที่หลากหลายขึ้นของประชาชนเท่านั้น แต่ยังเป็นสะพานเชื่อมสำหรับการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมและความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างภูมิภาคต่าง ๆ ผู้บริโภคจำนวนมากมีความเต็มใจที่จะลองจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวและเส้นทางบินใหม่ ๆ ซึ่งสอดคล้องกับกลยุทธ์การขยายเส้นทางบินของสนามบินทั้งสองแห่งในเซี่ยงไฮ้ในช่วงฤดูร้อนนี้

    นอกจากนี้ เพื่อรับมือกับจำนวนผู้โดยสารจำนวนมากในช่วงฤดูร้อน สนามบินผู่ตงได้ประกาศมาตรการบริการ ประการ เช่น “เวลาการเชื่อมต่อขั้นต่ำสำหรับการเปลี่ยนเครื่อง” “การผ่านพิธีการศุลกากรตลอด 24 ชั่วโมง” และโปรแกรม “浦乐GO (Pule GO) ซึ่งช่วยยกระดับประสบการณ์การเดินทางของผู้โดยสารได้อย่างมาก และลดความไม่สะดวกที่เกิดจากความล่าช้าของเที่ยวบินหรือการเปลี่ยนเครื่อง สิ่งนี้ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มความพึงพอใจของผู้โดยสารต่อบริการของสนามบินเท่านั้น แต่ยังส่งเสริมการพัฒนาธุรกิจบริเวณรอบสนามบินทางอ้อม ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงบทบาทสำคัญของการยกระดับบริการในการกระตุ้นการบริโภคใน “เศรษฐกิจช่วงฤดูร้อน”

    การสะท้อนกำลังซื้อที่เพิ่มขึ้นและโอกาสทางเศรษฐกิจ

    เมื่อพิจารณาในภาพรวมของ เศรษฐกิจฤดูร้อน’ ข้อมูลช่วงฤดูร้อนของสนามบินทั้งสองแห่งในเซี่ยงไฮ้ยังสะท้อนถึงการเพิ่มขึ้นของกำลังซื้อ เมื่อระดับรายได้ของผู้คนสูงขึ้น การใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวและการคมนาคมก็เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และพวกเขายินดีที่จะเลือกวิธีการเดินทางที่สะดวกสบายมากขึ้น ซึ่งกระตุ้นให้สายการบินเพิ่มการลงทุนในการเพิ่มความถี่ของเส้นทางบินและการปรับปรุงประสิทธิภาพของเที่ยวบิน ขณะเดียวกัน สิ่งอำนวยความสะดวกทางการค้ารอบสนามบินก็มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่แหล่งชอปปิงระดับไฮเอนด์ไปจนถึงร้านอาหารเฉพาะทาง จากแหล่งบันเทิงพักผ่อนไปจนถึงโรงแรมระดับหรู เพื่อตอบสนองความต้องการในการบริโภคของนักเดินทางทุกกลุ่ม

    การเติบโตอย่างมีนัยสำคัญของปริมาณเที่ยวบินและจำนวนผู้โดยสารที่สนามบินผู่ตงและหงเฉียวของ เซี่ยงไฮ้ในช่วงฤดูร้อนปี 2025 สะท้อนให้เห็นถึงความคึกคักของเศรษฐกิจช่วงฤดูร้อนได้อย่างชัดเจน ท่ามกลางบริบทที่ผู้คนที่มีความต้องการบริโภคด้านการท่องเที่ยวสูง มีวัตถุประสงค์ในการเดินทางที่หลากหลาย และมีกำลังซื้อที่เพิ่มขึ้น การขยายเส้นทางบินและการยกระดับบริการของสนามบินไม่เพียงแต่ตอบสนองความต้องการของตลาดเท่านั้น แต่ยังขับเคลื่อนการพัฒนาที่ประสานกันของอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นการเสริมพลังงานใหม่ให้กับการเติบโตทางเศรษฐกิจ

    ข้อคิดเห็นของสคต.เซี่ยงไฮ้

    การขยายตัวของเที่ยวบินและจำนวนผู้โดยสารในช่วง ฉู่ยุ่น” ไม่เพียงแต่สะท้อนการฟื้นตัวของภาคการบิน แต่ยังชี้ให้เห็นถึงโอกาสเชิงธุรกิจในตลาดที่ให้ความสำคัญกับประสบการณ์มากขึ้นในด้านธุรกิจบริการภายในสนามบิน เช่น ร้านอาหาร ร้านกาแฟ หรือจุดจำหน่ายของที่ระลึก ข้อมูลดังกล่าวถือเป็นสัญญาณอันชัดเจนว่าความต้องการมีแนวโน้มสูงขึ้น พื้นที่เชิงพาณิชย์ภายในสนามบินสามารถใช้โอกาสนี้ในการดึงดูดกลุ่มครอบครัวและนักศึกษาที่เดินทางพร้อมกันได้อย่างเป็นระบบ

    นอกจากนี้ การพัฒนาแพกเกจทัวร์เชิงการศึกษา หรือ Edu-tour เชื่อมโยงกับเส้นทางบินใหม่ ๆ หรือประสบการณ์ทางวัฒนธรรมภายในนครเซี่ยงไฮ้ ยังถือเป็นทางนำร่องที่น่าสนใจสำหรับผู้ประกอบธุรกิจ 

    จัดทำโดย สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครเซี่ยงไฮ้

    กันยายน 2568

    แหล่งที่มา

    https://www.iimedia.cn/c1088/106541.html

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ditp.go.th/post/c6jle7hr59pfj0psd3zgqrl1&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2GxE_73s3CEkS2XIOoJq2E

  • “รมว.นฤมล” เปิดเวทีสัมมนา“พ.ร.บ.การศึกษาฯ”หวังสภาฯ ชุดนี้ปลดล็อกสำเร็จ ย้ำ ไม่ใช้การศึกษาเป็นเป้าหมายทางการเมือง พร้อมขอ ขรก.ร่วมมือพัฒนาการศึกษาไทย

    “รมว.นฤมล” เปิดเวทีสัมมนา“พ.ร.บ.การศึกษาฯ”หวังสภาฯ ชุดนี้ปลดล็อกสำเร็จ ย้ำ ไม่ใช้การศึกษาเป็นเป้าหมายทางการเมือง พร้อมขอ ขรก.ร่วมมือพัฒนาการศึกษาไทย

    เมื่อวันที่ 15 ก.ย.ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานในพิธีเปิดและบรรยายพิเศษ เรื่อง “ทิศทาง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ ฉบับ พ.ศ. … และการขับเคลื่อนนโยบายการศึกษาแห่งชาติสู่การปฏิบัติในระดับเขตพื้นที่การศึกษา”จัดโดย สมาคมผู้ปริหารการศึกษาขั้นพื้นฐาน (แห่งประเทศไทย) โดยมีผู้อํานวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา,รองผู้อํานวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ เข้าร่วม
    ศ.ดร.นฤมล กล่าวว่า วันนี้เป็นโอกาสที่ดีที่เราได้มาพบกันครบทั้ง 245 เขตทั่วประเทศ หลายรัฐบาลพยายามที่จะผลักดัน พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ เข้าสู่สภาฯ เพื่อจะได้ปรับปรุงให้ทันต่อเหตุการณ์ รวมถึงอีกหลายจุดในพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติฉบับปัจจุบันยังเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาภาคการศึกษาของไทย และยังไม่เอื้อที่จะช่วยให้เกิดการลดความเหลื่อมล้ำของการศึกษาทั่วประเทศไทยได้ เราจึงอยากจะให้ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติฉบับที่เรากำลังผลักดันเข้าสู่สภาฯ สามารถปิดช่องว่างเหล่านั้นได้หมด ซึ่งที่ผ่านมา เมื่อจะนำเข้าสภาฯ ก็จะเกิดการยุบสภาทุกรอบ แต่หวังว่าครั้งนี้จะไม่เป็นเช่นนั้น

    ศ.ดร.นฤมล กล่าวต่อว่า พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ จะมีทั้งหมด 7 ร่าง 1 ในนั้นจะเป็นร่างของกระทรวงศึกษา ส่วนอีก 6 ร่างจะเป็นของพรรคการเมือง และกลุ่มต่างๆ ที่นำเสนอมา สำหรับขั้นตอนการบรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรนั้น ขณะนี้อยู่ที่การพิจารณาให้ความเห็นจากกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง ซึ่งตนได้ประสานไปยังปลัดกระทรวงการคลังเพื่อให้ช่วยเร่งรัดการดำเนินการให้แล้ว โดยเราขอให้ พ.ร.บ.การศึกษาฯ ได้เข้าสภาฯในชุดปัจจุบัน อย่าให้มันเป็นอาถรรพ์เหมือนกับทุกชุด

    “อาจารย์พูดกับผู้บริหารกระทรวง และข้าราชการประจำมาเสมอว่า ภาคการเมืองมาแล้วก็ไป แต่ถ้าจะมาทำงานให้เกิดผลสัมฤทธิ์ ต้องทำงานกับข้าราชการประจำ และข้าราชการประจำก็ต้องยืนหยัดบนหลักการว่า ท่านจะทำงานเพื่อภาคการศึกษาอย่างแท้จริง อาจารย์ไม่อยากให้เอาการศึกษาไปใช้เป็นเครื่องมือที่จะทำเป้าหมายทางการเมือง เช่นเดียวกับพรรคกล้าธรรม(กธ.)ที่เราเข้ามาดูแลกระทรวงศึกษา เราก็จะไม่ใช้การศึกษาเพื่อเป้าหมายทางการเมือง แต่เรามาเพื่อที่จะทำให้ภาคการศึกษาดีขึ้นจริง ๆ อาจารย์ก็หวังว่า พวกเราก็จะยึดหลักการเดียวกัน”ศ.ดร.นฤมล กล่าว

    ศ.ดร.นฤมล กล่าวต่อด้วยว่า ในช่วงบ่ายของการสัมมนาในวันนี้ ขอให้ทุกคนใช้เวลาให้เต็มที่ในการที่จะสะท้อนสิ่งที่ท่านอยากจะให้คณะกรรมาธิการการศึกษา สภาผู้แทนราษฎร ที่จะมี สส.มาพูดคุยกับเรา เราต้องให้เขาเข้าใจและมาเป็นแนวร่วมเดียวกับเราในการที่จะผลักดันให้เกิดการแก้ไข พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ สำเร็จให้ได้ในสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชุดปัจจุบัน

    จากนั้น ศ.ดร.นฤมล ได้มอบโล่ยกย่องเชิดชูเกียรติเพื่อเป็นการสดุดีคุณงามความดีและเป็นเกียรติประวัติแก่บุคลากรปฏิบัติหน้าที่ทางด้านการศึกษา จำนวน 52 คนและมอบโล่ประกาศกิตติคุณให้แก่คณะกรรมการสมาคมผู้บริหารการศึกษาขั้นพื้นฐาน ซึ่งเป็นผู้ที่ทำงานในการส่งเสริม สนับสนุนการจัดการศึกษา จำนวน 37 คน

    ทั้งนี้ ศ.ดร.นฤมล ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนถึงกรณีที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้ พิจารณา รับวาระร่างพระราชบัญญัติยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เรื่องการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา การยกเลิกคำสั่ง คสช. แล้ว จะนำไปสู่การพิจารณาถึงรายละเอียดที่เกี่ยวข้องเพื่อที่จะไปชดเชยสำหรับคำสั่ง คสช. ที่ยกเลิกไป ส่วนหลัก ๆ ที่ทางผู้แทนจากหน่วยงานต่าง ๆ เสนอเข้าไปก็พยายามจะให้มีส่วนของผู้ที่มีส่วนได้เสียเข้าไปอยู่ในองค์ประกอบมากกว่าที่เป็นอยู่ใน คำสั่ง ของ คสช. เช่น จะมีตัวแทนจากครู ตัวแทนที่เป็นผู้ทรงคุณวุฒิ เข้าไปกำหนดทิศทางการบริหารจัดการบุคลากรทางการศึกษา ขั้นตอนต่อไปก็จะอยู่ในชั้นกรรมาธิการที่จะมีการพิจารณา

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/public-relations-news/862007/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw00E6ih2SzFyxyHBLzD_7hK

  • สก.ต่าย คลองเตย มอบทุนการศึกษา 2 แสนบาท แก่นักเรียน 2 โรงเรียน | เดลินิวส์

    สก.ต่าย คลองเตย มอบทุนการศึกษา 2 แสนบาท แก่นักเรียน 2 โรงเรียน | เดลินิวส์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5115061/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1ftb9gFAANPmY60T4qw315

  • “อ.แหม่ม” ขึ้นเวทีสัมมนา “พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ” เดินหน้าผลักดัน พ.ร.บ.ให้คลอดทันสมัยนี้ ไม่อยากให้เอาการศึกษาไปใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง

    “อ.แหม่ม” ขึ้นเวทีสัมมนา “พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ” เดินหน้าผลักดัน พ.ร.บ.ให้คลอดทันสมัยนี้ ไม่อยากให้เอาการศึกษาไปใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง

    เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2568 ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานในพิธีเปิดและบรรยายพิเศษ เรื่อง “ทิศทาง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ ฉบับ พ.ศ. … และการขับเคลื่อนนโยบายการศึกษาแห่งชาติสู่การปฏิบัติในระดับเขตพื้นที่การศึกษา” จัดโดยสมาคมผู้ปริหารการศึกษาขั้นพื้นฐาน (แห่งประเทศไทย) โดยมีผู้อํานวยการ และรองผู้อํานวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ เข้าร่วม ทั้งนี้ ศ.ดร.นฤมล กล่าวว่า ที่ผ่านมาหลายรัฐบาลพยายามจะผลักดัน ร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ เข้าสู่สภาฯ เพื่อจะได้ปรับปรุงให้ทันต่อเหตุการณ์ เนื่องจากมีหลายจุดใน พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติฉบับปัจจุบันยังเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาภาคการศึกษาของไทย และไม่เอื้อต่อการลดความเหลื่อมล้ำของการศึกษาได้ เราจึงอยากจะให้ ร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติฉบับที่เรากำลังผลักดันเข้าสู่สภาฯ สามารถปิดช่องว่างเหล่านั้นได้ทั้งหมด แต่ที่ผ่านมาเมื่อจะนำเข้าสภาฯ ก็จะเกิดการยุบสภาทุกรอบ ซึ่งก็หวังว่าครั้งนี้จะไม่เป็นเช่นนั้น

    รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า ขณะนี้ ร่างพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ ฉบับของกระทรวงศึกษาธิการ อยู่ระหว่างฟังความเห็นจากกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง ซึ่งอาจารย์ก็ได้ประสานไปยังปลัดกระทรวงการคลังแล้ว ทางปลัดกระทรวงการคลังก็รับที่จะเร่งให้กรมบัญชีกลางให้ความเห็นมายังกระทรวงศึกษาธิการ จากนั้นเราจะทำหนังสือเสนอคณะรัฐมนตรี และส่งเข้าบรรจุวาระการพิจารณาของสภาฯ ซึ่งร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ จะมีทั้งหมด 7 ร่าง โดยหนึ่งในนั้นเป็นร่างของกระทรวงศึกษาธิการ ส่วนอีก 6 ร่างจะเป็นของพรรคการเมืองและกลุ่มต่าง ๆ ที่เสนอมา ซึ่งก็ต้องพิจารณาว่าจะใช้ร่างไหนเป็นหลัก แต่เราก็หวังว่าจะผลักดันให้ ร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ เข้าสู่สภาฯได้ในรัฐบาลนี้ ส่วนประเด็นที่มีการเสนอให้ยุบศึกษาธิการภาค นั้น ยังอยู่ในขั้นตอนการศึกษา

    ศ.ดร.นฤมล กล่าวด้วยว่า ส่วนการพิจารณา พ.ร.บ.ยกเลิกคำสั่ง คสช. ที่เกี่ยวกับองค์กรวิชาชีพครูนั้น เท่าที่ทราบที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ได้เห็นชอบในหลักการ ตั้งคณะกรรมาธิการ(กมธ.)วิสามัญ พิจารณา ร่าง พ.ร.บ.ยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ที่ 16/2560 เรื่อง การบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาและร่าง พ.ร.บ.ที่เกี่ยวข้องกับบุคลากรทางการศึกษา รวมถึงร่างพ.ร.บ.ยกเลิกคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 7/2558เรื่อง การปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการคุรุสภา คณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา(สกสค.) และคณะกรรมการบริหารองค์การค้าของ สกสค. ลงวันที่ 16 เมษายน พ.ศ.2558 และคำสั่งหัวหน้าคสช. ที่ 17/2560 เรื่อง แก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่7/2558 วันที่ 21 มีนาคม พ.ศ.2560 พ.ศ. …ซึ่งประเด็นหลัก ที่ทางผู้แทนจากหน่วยงานต่าง ๆ เสนอเข้าไป คือ พยายามจะให้มีส่วนของผู้ที่มีส่วนได้เสียเข้าไปอยู่ในองค์ประกอบมากกว่าที่เป็นอยู่ใน คำสั่ง คสช. เช่น มีตัวแทนจากครู ตัวแทนที่เป็นผู้ทรงคุณวุฒิ เข้าไปกำหนดทิศทางการบริหารจัดการบุคลากรทางการศึกษา เป็นต้น

    “อย่างไรก็ตามอาจารย์พูดกับผู้บริหาร และข้าราชการประจำเสมอว่า ภาคการเมืองมาแล้วก็ไป แต่ถ้าจะมาทำงานให้เกิดผลสัมฤทธิ์ ต้องทำงานร่วมกันกับข้าราชการประจำ และข้าราชการประจำก็ต้องยืนหยัดบนหลักการว่า จะทำงานเพื่อภาคการศึกษาอย่างแท้จริง อาจารย์ไม่อยากให้เอาการศึกษาไปใช้เป็นเครื่องมือที่จะทำเป้าหมายทางการเมือง เช่นเดียวกับพรรคกล้าธรรม(กธ.)ที่เราเข้ามาดูแลกระทรวงศึกษา เราก็จะไม่ใช้การศึกษาเพื่อเป้าหมายทางการเมือง แต่เรามาเพื่อที่จะทำให้ภาคการศึกษาดีขึ้นจริง ๆ อาจารย์ก็หวังว่า พวกเราก็จะยึดหลักการเดียวกัน”ศ.ดร.นฤมล กล่าว

    ขอบคุณที่มาเนื้อหาข่าวและอ่านเพิ่มเติมได้จาก FOCUSNEWS วันที่ 15 กันยายน 2568

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.kroobannok.com/92938&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2UsD-vI5zhLroARsO38sf6

  • อิ่มบุญ อิ่มใจ มอบทุนการศึกษา“สก.ต่าย”คลองเตย ฝากฝังให้เด็กตั้งใจศึกษาเล่าเรียน มีจิตอาสา สร้างคุณประโยชน์แก่สังคม

    อิ่มบุญ อิ่มใจ มอบทุนการศึกษา“สก.ต่าย”คลองเตย ฝากฝังให้เด็กตั้งใจศึกษาเล่าเรียน มีจิตอาสา สร้างคุณประโยชน์แก่สังคม

    15 กันยายน 2568 15:09 น. สยามรัฐออนไลน์ ข่าวทั่วไทย

    เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 15 ก.ย.68 นายสุชัย พงษ์เพียรชอบ สก.เขตคลองเตย คุณสุชินและคุณรุ่งทิพย์ เตียนโพธิ์ทอง เจ้าของกิจการ มหาสินและร่มโพธิ์แมนชั่น เขตคลองเตย ได้ร่วมกันเป็นประธานในการมอบทุนการศึกษาให้กับโรงเรียนวัดคลองเตยใน ซึ่งเปิดสอนภาคปกติตั้งแต่ชั้นอนุบาล ถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ และโรงเรียนศูนย์รวมน้ำใจ สำนักงานเขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร เปิดสอนระดับชั้นอนุบาลถึงประถมศึกษาปีที่ 6 โดยมีการจัดการศึกษาพิเศษและครูการศึกษาพิเศษเพื่อช่วยเหลือเด็กที่มีความต้องการพิเศษโดยเฉพาะ ทั้ง 2 โรงเรียนจำนวน 100 ทุน ทุนละ 2,000 บาทเป็นเงินจำนวน 2 แสนบาท

    นายสุชัย  ได้กล่าวว่า  ก็ต้องขอขอบคุณผู้ที่สนับสนุนทุนการศึกษาให้กับเด็ก ๆ ในครั้งนี้ด้วย การมอบทุนในครั้งนี้ก็เพื่อสนับสนุนทางการเงินแก่นักเรียนเพื่อการศึกษา เช่น เพื่อช่วยเหลือผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ สนับสนุนนักเรียนที่มีผลการเรียนดี หรือส่งเสริมการศึกษาในสาขาเฉพาะ และที่สำคัญมุ่งพัฒนาให้นักเรียนทุกคน มีความรู้ คู่คุณธรรม มีระเบียบวินัย

    และขอให้ผู้ได้รับทุนทุกท่าน ตระหนักในคุณค่าของทุนการศึกษาที่ได้มอบให้ และทำหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุดคือตั้งใจเรียนให้ดีที่สุด ขยันหมั่นเพียร และมีความอดทนต่ออุปสรรคต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นระหว่างเรียน ใช้ทุนการศึกษาอย่างเห็นคุณค่า ประหยัด อดออม ใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ไม่ใช้ในสิ่งที่ไม่จำเป็น สิ่งต่อมาคืออยากให้ตระหนักในหน้าที่ของตนเองเป็นนักเรียนที่ดี เคารพกฎกติกาของโรงเรียน สิ่งเหล่านี้จะเป็นสิ่งที่นำพาให้เราประสบความสำเร็จในชีวิตในวันข้างหน้า 


     
    “สิ่งสุดท้าย ก็คือมีความกตัญญูรู้คุณ กตัญญูต่อพ่อแม่ ต่อผู้มีพระคุณ กตัญญูต่อผู้ที่ได้ให้ทุนการศึกษา สิ่งที่จะแสดงออกถึงความกตัญญูได้ดีที่สุด ก็คือการใช้ทุนอย่างมีคุณค่า ใช้ให้เกิดประโยชน์ในการศึกษาเล่าเรียน สิ่งที่อยากจะฝากคืออยากให้เรามีจิตอาสา เมื่อได้รับทุนมา ก็อยากให้ตอนแทนกลับคืนสู่ผู้อื่น อะไรที่เราจะทำกลับคืนสู่สังคมได้ ไม่ว่าจะเป็นจิตอาสา มีน้ำใจ ให้ความช่วยเหลือผู้อื่นตามโอกาส ตามกำลังความสามารถของเรา นั่นคือสิง่ที่เราสามารถตอบแทนสงัคมและตอบแทนผู้ที่ได้ทุนกับเราได้

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/n/651324&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0mx4mWo8qLkD_vh6D9fJ7M

  • กทพ.ชงทางพิเศษเชื่อมเกาะสมุย 37.41 กม.ลงทุน 5.5 หมื่นลบ.เปิดทางเอกชนร่วม PPP บริหาร-ซ่อมบำรุง : อินโฟเควสท์

    กทพ.ชงทางพิเศษเชื่อมเกาะสมุย 37.41 กม.ลงทุน 5.5 หมื่นลบ.เปิดทางเอกชนร่วม PPP บริหาร-ซ่อมบำรุง : อินโฟเควสท์

    นายสุรเชษฐ์ เหล่าพูลสุขผู้ว่าการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย(กทพ.)เปิดเผยภายหลังนำกรรมการกทพ.ลงพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราชและจังหวัดสุราษฎร์ธานีเพื่อสำรวจแนวสายทาง”โครงการทางพิเศษเชื่อมเกาะสมุย”ว่าทางพิเศษเชื่อมเกาะสมุยมีระยะทางประมาณ 37.41กิโลเมตรมูลค่าลงทุนราว55,000ล้านบาทปัจจุบันการศึกษาคัดเลือกแนวเส้นทางที่เหมาะสมคืบหน้าแล้ว89.54%คาดว่าจะสรุปได้ต้นปี69ก่อนจะออกแบบรายละเอียดและศึกษารายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม(สผ.)เพื่อเสนอคณะกรรมการ กทพ.และคณะรัฐมตรี(ครม.)อนุมัติในปี70คาดเริ่มก่อสร้างในปี72ใช้ระเวลาก่อสร้าง5ปีแล้วเสร็จในปี77

    โครงการนี้มีค่าก่อสร้างสูงเนื่องจากเป็นสะพานก่อสร้างข้ามทะเลโดยมีการออกแบบช่วงสะพานถึง3รูปแบบเพื่อให้สอดคล้องกับสภาพพื้นที่ขณะที่การรองรับปริมาณจราจรจะไม่สูงมากดังนั้นจำเป็นต้องเก็บค่าผ่านทางที่สูงกว่าทางด่วนทั่วไปโดยหากเทียบเคียงค่าผ่านทางจะไม่ต่ำกว่าค่าเรือเฟอรรี่ซึ่ง กทพ.จะลงทุนก่อสร้างเองโดยต้องให้รัฐบาลช่วยอุดหนุนและให้เอกชนร่วมลทุน(PPP)ในงานระบบและซ่อมบำรุงซึ่งจะมีการศึกษารายละเอียดต่อไป

    นายสุรเชษฐ์ กล่าวว่า หากประเมินมูลค่าการลงทุนยังถือว่าสูงแต่หากมองในแง่ส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาะสมุยเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สร้างรายได้ให้ประเทศสูงเป็นอันดับที่2ประมาณ1.2แสนล้านบาท/ปีและประเมินโครงการลงทุน 30ปีจะช่วยเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจประเทศได้ถึง 4แสนล้านบาทจะเป็นอีกปัจจัยที่ใช้ประกอบการพิจารณาและตัดสินใจลงทุนของฝ่ายนโยบายได้

    นอกจากนี้ได้มีการหารือกับหน่วยงานด้านสาธารณูปโภคไฟฟ้าประปาและสื่อสารให้เข้ามาร่วมมือในการใช้โครงสร้างสะพานเชื่อมเกาะสมุยวางโครงข่ายระบบไฟฟ้าประปาและสื่อสารจากเดิมที่ต้องวางโครงข่ายลอดใต้ทะเลซึ่งมักจะเกิดปัญหาชำรุดจากการถูกสมอเรือลากและเกิดไฟฟ้าดับทั้งเกาะอยู่บ่อยครั้งซึ่งการใช้โครงสร้างสะพานวางระบบสาธารณูปโภคไปยังเกาะสมุยหน่วยงานเหล่านี้จะลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงโดยอาจจะเข้ามาในรูปการลงทุนหรือการเช่าใช้พื้นที่สะพานได้

    และจากการศึกษาเบื้องต้นพบว่าประชาชน95%เห็นด้วยกับโครงการและมีบางส่วนเป็นห่วงกังวลเรื่องผลกระทบสิ่งแวดล้อมแนวประการังวิถีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงปัญหาปริมาณขยะปัญหาจราจรซึ่งการศึกษาและออกแบบและการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมจะดำเนินการตามกฎหมายที่มีหากมีปัญหาทางสผ.ก็จะไม่อนุมัติแน่นอนนอกจากนี้การออกแบบสะพานข้ามทะเลได้คำนึงถึงเรื่องแรงลมพายุไม่มีปัญหาออกแบบโครงสร้างโปร่งและไม่วางแนวขวางทางน้ำส่วนแผ่นดินไหวนั้นที่ผ่านมาโครงการทางด่วนที่มีในกรุงเทพฯพบแผ่นดินไหวหลายครั้งก็ยังรองรับได้ไม่มีปัญหา

    สำหรับโครงการทางพิเศษเชื่อมเกาะสมุยมีจุดเริ่มต้นที่กม. 0+000เชื่อมกับทางหลวงหมายเลข4142ในพื้นที่ต.ดอนสักอ.ดอนสักจ.สุราษฎร์ธานีจุดสิ้นสุดโครงการอยู่ที่กม. 37+410เชื่อมกับทางหลวงหมายเลข4170ในพื้นที่ต.ตลิ่งงามอ.เกาะสมุยจ.สุราษฎร์ธานี

    โครงสร้างทางพิเศษสะพานข้ามทะลมี3รูปแบบได้แก่1.สะพานหลักจะเป็นรูปแบบสะพานขึง (Cable -stayed)เหตุผลเพื่อให้เรือรบหลวงแล่นผ่านได้โดยมีความยาวช่วงสะพานเบื้องต้น250-300เมตรส่วนความสูงของเรือรบหลวงที่ประมาณ50เมตร

    2.สะพานรองเป็นรูปแบบสะพานคานขึง (Extradosed Bridge)เพื่อข้ามพื้นที่แนวประการังช่วงก่อนขึ้นเกาะสมุยโดยมีความยาวช่วงสะพานเบื้องต้น220-250เมตรส่วนแนวประการังกว้าง200เมตร

    3.สะพานทั่วไปเป็นรูปแบบสะพานคานคอนกรีตรูปกล่องจะมีจำนวนตอม่อมากที่สุดช่วงสะพานมีความยาวช่วงประมาณ60เมตรสำหรับเรือประมงในพื้นที่(เรือประมงมีความสูงไม่เกิน12เมตร)

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (15 ก.ย. 68)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2025/529471&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3VyR_rqN22weBfCU3a6hH3

  • ข่าวสื่อสารองค์กร : ประจำเดือนกันยายน 2568 – สภาองค์กรของผู้บริโภค

    ข่าวสื่อสารองค์กร : ประจำเดือนกันยายน 2568 – สภาองค์กรของผู้บริโภค

    ข่าวสื่อสารองค์กร : ประจำเดือนกันยายน 2568

    ดันแกนนำผู้บริโภคภาคเหนือเสริมทักษะแก้หนี้ครัวเรือน ฝ่ายเลขาธิการ จัดอบรมแกนนำผู้บริโภคภาคเหนือที่จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 25–27 ส.ค. 2568 ร่วมมือกับบริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท และมูลนิธิเพื่อการปฏิรูปสิทธิลูกหนี้ เสริมความรู้-ทักษะจัดการหนี้ด้วยตนเอง หวังแก้ปัญหาครัวเรือนและขยายผลสู่ชุมชนอย่างยั่งยืน


    นนทบุรีผนึกกำลังเดินหน้า “อาหารปลอดภัย” ฝ่ายสนับสนุนสมาชิกและองค์กรของผู้บริโภค ร่วมกับจังหวัดนนทบุรี เครือข่ายผู้บริโภค และภาคส่วนต่างๆ จัดเวทีบูรณาการคุ้มครองผู้บริโภค เมื่อวันที่ 18 ส.ค. 2568 มุ่งสร้างระบบเฝ้าระวัง แจ้งเตือนภัย และออกแบบกลไกเชื่อมโยงทุกภาคส่วนเพื่อผลักดันนโยบายอาหารปลอดภัยสู่การปฏิบัติจริงระดับจังหวัด


    ผู้บริโภคไม่เสียสิทธิยื่นขอเงินซ่อมคืนได้ กรณีจอซัมซุงขึ้นเส้นเขียว 11 รุ่น ฝ่ายคุ้มครองและพิทักษ์สิทธิ เปิดรับแจ้งปัญหาร้องเรียนกรณีมือถือซัมซุง 11 รุ่นที่จอขึ้นเส้นเขียว โดยผู้ที่ซ่อมและจ่ายเงินก่อน 7 ก.ค. 2568 สามารถยื่นหลักฐานขอเงินคืนได้ถึง 20 ส.ค. 2568 ที่สำนักงานสภาฯ และ 21 ส.ค.–21 ก.ย. 2568 ผ่านเว็บไซต์ซัมซุงฯ


    จี้กระทรวงเกษตรฯ ทบทวนจีโนมภาคการเกษตรที่ถูกปรับแต่ง หวั่นกระทบผู้บริโภค–การค้า ฝ่ายนโยบายและนวัตกรรม จัดเวทีเสวนารายงานการละเลยฯ เมื่อวันที่ 21 ส.ค. 2568 ชี้ประกาศกระทรวงเกษตรฯ รับรองสิ่งมีชีวิตจากเทคโนโลยีปรับแต่งจีโนม เสี่ยงปนเปื้อนพันธุกรรม กระทบเกษตรอินทรีย์ สุขภาพผู้บริโภค และการค้าระหว่างประเทศ พร้อมตั้งข้อสังเกตขาดการรับฟังความคิดเห็น อาจขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 77


    ร่วมเสริมเกราะป้องกันภัยออนไลน์ “คนไทยรู้ทันซีซีน2 – ไม่เป็นเหยื่อ เมื่อมีสติ” ฝ่ายสื่อสารสาธารณะและประชาสัมพันธ์ ร่วมพิธีเปิดงาน “คนไทยรู้ทันซีซีน2” เพื่อต่อยอดความร่วมมือกับ TikTok พร้อมย้ำบทบาทของผู้บริโภคในการร่วมกันปกป้องสิทธิและสร้างระบบอีคอมเมิร์ซที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น เพราะสิ่งสำคัญคือผู้บริโภคต้องตื่นตัวและร่วมใช้พลังของสื่อออนไลน์เพื่อแจ้งเตือนภัยไม่ให้ผู้อื่นตกเป็นเหยื่อ หากไม่กล้าที่จะเอ่ยชื่อสินค้า บริการ หรือผู้ประกอบการด้วยตนเอง สามารถส่งข้อมูลมายังสภาผู้บริโภคได้โดยตรง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.tcc.or.th/sep-2025-wrapup/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0KeWsocTxUZu8XU2u2jkUU

  • รู้จัก นายกฯ หญิงคนแรกของเนปาล นั่งเก้าอี้ผู้นำชั่วคราวหลัง Gen Z ประท้วงใหญ่

    รู้จัก นายกฯ หญิงคนแรกของเนปาล นั่งเก้าอี้ผู้นำชั่วคราวหลัง Gen Z ประท้วงใหญ่

    รู้จัก สุชีลา การ์กี นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของเนปาล ผู้นำชั่วคราวหลัง Gen Z ประท้วงใหญ่ ยันเข้ามาทำงานไม่เกิน 6 เดือน

    สุชีลา การ์กี อดีตประธานศาลฎีกาหญิงคนแรกของเนปาล วัย 73 ปี เข้ารับตำแหน่ง นายกรัฐมนตรีชั่วคราว เมื่อวันที่ 12 กันยายน หลังเหตุประท้วงครั้งใหญ่ที่ถูกขนานนามว่า “การประท้วงของ Gen Z” ซึ่งคร่าชีวิตผู้คนไปกว่า 50 ราย และบาดเจ็บกว่า 1,300 คน การขึ้นสู่อำนาจของเธอเกิดขึ้นภายหลังการลาออกของนายกรัฐมนตรี เค พี ศรรมะ โอลี ทำให้เธอกลายเป็น นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกในประวัติศาสตร์เนปาล

    เส้นทางชีวิตและบทบาททางการเมือง

    • เกิดเมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 1952 เป็นบุตรคนโตจากพี่น้อง 7 คน

    • จบการศึกษารัฐศาสตร์จากอินเดีย และนิติศาสตร์จากเนปาล (ปี 1978)

    • เคยร่วม การปฏิวัติเนปาลปี 1990 ต่อต้านระบบพรรคเดียว (Panchayat system) และถูกจับกุมระหว่างการเคลื่อนไหว ก่อนประเทศเปลี่ยนผ่านสู่ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข

    • เคยสร้างประวัติศาสตร์เป็น ประธานศาลฎีกาหญิงคนแรกของเนปาล

    การประท้วง Gen Z และแรงสนับสนุน

    ต้นเหตุของการประท้วงเกิดจากการที่รัฐบาลสั่ง แบนโซเชียลมีเดีย 26 แพลตฟอร์ม รวมถึง Facebook, Instagram และ WhatsApp ซึ่งถูกมองว่าเป็นการปิดกั้นเสรีภาพการแสดงออก ก่อนลุกลามเป็นกระแสต่อต้านชนชั้นการเมืองและ “NepoKids” ลูกหลานนักการเมืองที่ถูกวิจารณ์ว่ามีชีวิตหรูหราต่างจากประชาชนทั่วไป

    สุชีลาได้รับการสนับสนุนอย่างมากจากคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะ กลุ่มนักศึกษาจาก Gen Z ที่มองว่าเธอมีภาพลักษณ์ซื่อสัตย์สุจริต และเป็นสัญลักษณ์ของ “การเมืองใหม่” ที่จะนำประเทศออกจากวิกฤต

    คำมั่นจากผู้นำหญิงคนแรก

    หลังเข้ารับตำแหน่ง สุชีลา การ์กี แถลงย้ำว่า รัฐบาลชุดนี้จะอยู่เพียง 6 เดือน เพื่อฟื้นฟูเสถียรภาพและจัดการเลือกตั้ง โดยระบุว่า

    “ดิฉันและทีมไม่ได้เข้ามาเพื่อเสวยอำนาจ เราจะไม่อยู่เกิน 6 เดือน และจะส่งต่อหน้าที่ให้รัฐสภาใหม่ เราจะไม่ประสบความสำเร็จหากไม่ได้รับการสนับสนุนจากประชาชน”

    คาดว่าภายในไม่กี่วันข้างหน้าเธอจะจัดตั้งรัฐบาลรักษาการ และอาจมีการจัดเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 5 มีนาคม 2026

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/news/9843366/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1urUK-6eOvUfbp80qM04q0