Category: วัฒนธรรม

  • สกุณาซ่อนรัก ฟิล์ม-เทศน์-เพิร์ธ พลิกบทบาทสุดแซ่บ เริ่ม 27 เม.ย. นี้ – Dodeden.com

    สกุณาซ่อนรัก ฟิล์ม-เทศน์-เพิร์ธ พลิกบทบาทสุดแซ่บ เริ่ม 27 เม.ย. นี้ – Dodeden.com

    ช่องวัน31 ส่งซีรีส์โรแมนซ์แห่งปี “สกุณาซ่อนรัก” ดึง 2 พระเอก ฟิล์ม ธนภัทร และ เทศน์ ไมรอน ประชันฝีมือเดือด แย่งชิงหัวใจ เพิร์ธ วีริณฐ์ศรา.
    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://dodeden.com/sakuna-son-rak-one31-film-tate-perth/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjgwYjRmOWUzMTk0MTQ6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0xHfesoUAnhI2k4vicrel-

  • ‘ฟาร์มเฮ้าส์’ งัดยุทธการประหยัดต้นทุน ปรับเป้ายอดขาย ‘ไม่ขึ้นราคาสินค้า’ – กรุงเทพธุรกิจ

    ‘ฟาร์มเฮ้าส์’ งัดยุทธการประหยัดต้นทุน ปรับเป้ายอดขาย ‘ไม่ขึ้นราคาสินค้า’ – กรุงเทพธุรกิจ

    กว่า 1 เดือนของการสู้รบในตะวันออกกลาง ส่งผลกระทบต่อ “ต้นทุนการผลิตสินค้า” ถ้วนหน้า; “ฟาร์มเฮ้าส์” เผยทันทีที่น้ำมันในตลาดโลกพุ่ง ราคาฟิล์มปรับเพิ่มทันควัน บ้างขึ้นราคา 30% …
    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/business/1230616&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjgwYjRmOWUzMTk0MTQ6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1SjBMiNnJJD804dA7NS9mY

  • ขยายระยะเวลารับสมัคร ตำแหน่ง นักวิจัยการตลาดและอุตสาหกรรมสื่ออาวุโส – ไทยพีบีเอส

    ขยายระยะเวลารับสมัคร ตำแหน่ง นักวิจัยการตลาดและอุตสาหกรรมสื่ออาวุโส – ไทยพีบีเอส

    ขยายระยะเวลารับสมัคร ตำแหน่ง นักวิจัยการตลาดและอุตสาหกรรมสื่ออาวุโส

    ลงประกาศวันที่ 22 เม.ย. 69

    ระยะเวลารับสมัคร

    22 เมษายน – 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

    วุฒิการศึกษา

    • จบการศึกษาระดับปริญญาตรี หรือ ปริญญาโท สาขาบริหารธุรกิจ/การตลาด นิเทศศาสตร์/วารสารศาสตร์ และอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการทำความเข้าใจผู้บริโภคเพื่อออกแบบผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้คน หรือสาขาอื่นๆ ที่ ส.ส.ท. พิจารณาว่าเหมาะสม

    ประสบการณ์ทำงาน

    1. มีประสบการณ์ทำงานด้านวิจัยการตลาดและอุตสาหกรรมสื่อ หรืองานที่เกี่ยวข้องอย่างน้อย 5 ปีขึ้นไป
    2. มีประสบการณ์ในการปฏิบัติงานด้านการวิจัยพฤติกรรมผู้บริโภค (Marketing Research)
    3. มีประสบการณ์ทำงานอย่างน้อย 5 ปีขึ้นไป

    คุณสมบัติเฉพาะตำแหน่ง

    1. มีความรู้ ความเข้าใจ ความสามารถด้านการวิจัยพฤติกรรมผู้บริโภค (Marketing Research)
    2. มีความยืดหยุ่น เปิดกว้างกับโจทย์เชิงทดลองและโจทย์การทำงานสื่อที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว (Resilience)
    3. มีความสามารถในการวิเคราะห์ วิพากษ์ข้อมูล (Critical Thinking)
    4. มีความรับผิดชอบ สามารถในการบริหารจัดการตนเอง อย่างมีวุฒิภาวะ (Independence & Maturity)
    5. มีความรู้ ความเข้าใจ และใช้งานสถิติขั้นพื้นฐาน เช่น ร้อยละ ค่าเฉลี่ย เป็นต้น
    6. รู้จักและติดตามผลงาน เนื้อหาของไทยพีบีเอส และแบรนด์ในเครือ รวมถึงมีความสนใจเปิดรับเนื้อหาในสื่ออย่างหลากหลาย โดยเฉพาะเนื้อหาและรูปแบบที่สามารถเข้าถึงคนรุ่นใหม่ได้ (Media Habits)

    หน้าที่ความรับผิดชอบ

    1.ศึกษาและวิเคราะห์การนำเสนอเนื้อหาและการแข่งขันของแบรนด์สื่อ (เน้นสื่อทีวี)

    • วิเคราะห์การนำเสนอเนื้อหา และรูปแบบรายการ
    • สรุปข้อค้นพบจากการวิเคราะห์เนื้อหาร่วมกับสถิติการรับชมที่เกี่ยวข้อง ประสานงานกับส่วนงานที่เกี่ยวข้องในการรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ และตรวจสอบในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยง

    2.ประเมินคุณภาพและคุณค่าของรายการ

    • ออกแบบแนวทางการประเมิน รวมถึงพัฒนาตัวชี้วัด ให้สอดคล้องกับรายการ
    • ดำเนินกระบวนการประเมิน ด้วยการคัดเลือกรายการ และนำส่งลิ้งก์ออนไลน์ให้กับกรรมการผู้เชี่ยวชาญ
    • สรุปผลการประเมินประสานและสนับสนุนงานตามนโยบายและยุทธศาสตร์องค์การ

    3.ศึกษาและวิเคราะห์ผู้ชม ผู้ใช้งานสื่อที่เป็นกลุ่มเป้าหมาย ด้วยกระบวนการเชิงคุณภาพ

    • สนับสนุนการจัดกระบวนการศึกษาและวิเคราะห์ผู้ชม ผู้ใช้งานสื่อที่เป็นกลุ่มเป้าหมาย ด้วยกระบวนการเชิงคุณภาพ
    • สรุปประเด็นสำคัญจากการศึกษา เพื่อนำไปสื่อสาร หรือเผยแพร่ได้ทั้งภายในและภายนอกองค์กร

    4.บริหารจัดการโครงการวิจัย

    • บริหารจัดการโครงการวิจัย ให้คำแนะนำ และประสานความร่วมมือกับทีมวิจัย ให้สามารถดำเนินการวิจัย ผลิตเอกสารวิชาการ และเผยแพร่ทั้งภายในและนอกองค์กร

    สมัครทางออนไลน์

    ผู้ที่สนใจสามารถนำส่งประวัติส่วนตัว พร้อมหลักฐานการสมัครงาน ได้ที่ : www.thaipbs.or.th/Career 

    ประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับคัดเลือก

    www.thaipbs.or.th/JOB

    ………………………………………………………………..
    สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

    ฝ่ายความเชี่ยวชาญด้านทรัพยากรมนุษย์ สำนักทรัพยากรมนุษย์
    โทรศัพท์ : 0-2790-2206
    ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 09.00 – 18.00 น. เว้นวันหยุดราชการ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipbs.or.th/org/careers/opening/50141-2/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2O3xCNRPdDYcqbt1bvl0Rr

  • ‘

    ‘เสมา1’ เคาะ 5 นโยบาย ย้ำเรียนฟรีไม่ใช่แค่วาทกรรม “คืนเวลาให้ครูเพื่อคืนอนาคตให้เด็ก” เตรียมเวิร์คช็อปทีมการศึกษาไทยเข้มข้น

    วันที่ 20 เมษายน 2569  นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ มอบนโยบายการศึกษากระทรวงศึกษาธิการ โดยนายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายสุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ผู้บริหารระดับสูงจากหน่วยงานในสังกัดและองค์กรในกำกับ เข้าร่วม ณ ห้องประชุมราชวัลลภ กระทรวงศึกษาธิการ

    รมว.ศธ. กล่าวว่า วันนี้เป็นการให้นโยบายกับข้าราชการและผู้บริหารในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งเมื่อช่วงเช้านายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูลได้ให้นโยบายการจัดทำงบงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 โดยให้แต่ละกระทรวงนำไปเป็นแผนงานในการปฎิบัติ และนำมาเปลี่ยนแปลงเป็นกรอบนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ 5 ภารกิจหลัก ดังนี้

    1. “คืนเวลาให้ครูเพื่อคืนอนาคตให้เด็ก” 
    ที่ผ่านมาครูมีภารกิจทั้งงานเอกสาร ภารกิจที่เกี่ยวกับการจัดอาหารกลางวันของเด็ก และภารกิจที่ครูทำเพิ่มเติมหลายโครงการ ทำให้เวลาที่เหลือในการเรียนการสอนมีน้อย จึงได้ให้แนวทางการสั่งยุบรวมโครงการที่ซ้ำซ้อนให้ลดลง และนำเรื่องของเทคโนโลยีดิจิทัล AI เข้ามาใช้แบ่งเบาภาระด้านเอกสารงานธุรการ รวมถึงการปรับเกณฑ์ประเมินผู้บริหารที่ต้องนำผลลัพธ์ของผู้เรียนเป็นหลักแทนการสะสมรางวัล สิ่งที่ให้ความสำคัญคือผู้เรียนและความเหลื่อมล้ำของช่องว่างระหว่างในเมืองกับชนบท และเรื่องของบัณฑิตที่จบมาแล้วขาดทักษะแรงงานที่ยุคใหม่ต้องการ

    2. รื้อสูตรความเหลื่อมล้ำด้านงบประมาณและโอกาส 
    “นโยบายเรียนฟรีไม่ใช่แค่วาทะกรรม ทรัพยากรต้องพุ่งตรงไปสนับสนุนเด็กที่ขาดแคลนและโรงเรียนที่ต้องการมากที่สุด” จึงต้องการรื้อสูตรงบประมาณรายหัวเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ จัดสรรตามความต้องการอย่างแท้จริงตามความจำเป็นของบริบทพื้นที่ รวมถึง Thailand Zero Dropout ทำให้เด็กหลุดระบบการศึกษาไทยเป็น 0 ให้ได้ ยกระดับทุน ODOS รูปแบบใหม่เพื่อรับประกันว่าเด็กเก่งเด็กเรียนดีทุกอำเภอได้รับการศึกษาเท่าเทียมกัน ส่วนการลดภาระครูเรื่องอาหารกลางวันจะนำร่องระบบครัวกลางหรือ “Cloud Kครitchen” เพื่อให้ครูไม่ต้องเหนื่อยหรือกลายเป็นครูแม่ครัวไปจนถึงการจัดซื้อจัดจ้างในเรื่องนี้อีกต่อไป ตามเป้าหมายคือที่โรงเรียนนวัตกรรมที่จะเป็น Sandbox พื้นที่นำร่อง ให้ครูได้พัฒนาทักษะที่จำเป็นต่อการเรียนการสอนโดยจะทำงานร่วมกับกระทรวงอื่นที่เกี่ยวข้อง

    3. “ยกระดับการเรียนรู้สู่โลกความจริง” 
    เปลี่ยนจากท่องจำหลักสูตรฐานสมรรถนะ นำหลักคิดวิเคราะห์ไปใช้ในชีวิตประจำวันได้จริง โดยเตรียมความพร้อมเปลี่ยนเป็นการใช้ AI อย่างมีวิจารณญาณในฐานะเครื่องมือสร้างสรรค์ เพื่อนำเป็นแนวทางในการสอบ PISA ที่ ORCD ใช้เป็นเกณฑ์วัดในปี 2029 โดยจะตั้งคณะกรรมการ Human Capital Superboard เป็นบอร์ดใหญ่พัฒนาทุนมนุษย์ ดึงเครดิตแบงค์ ระบบ E-Portfolio ให้การเรียนไร้รอยต่อ ร่วมงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้ององค์กรระดับโลกเพื่อสร้างเด็กไทยให้เป็นพลเมืองโลก

    4. “โรงเรียนต้องเป็นพื้นที่ปลอดภัยอย่างแท้จริง” 
    ทั้งมิติของร่างกายและจิตใจ นำศูนย์พิทักษ์สิทธิและเสรีภาพ จากโมเดล “AOC” ที่เป็นศูนย์ปฏิบัติการ 24 ชั่วโมง จัดทีมขึ้นมาเพื่อปกป้องเด็กและบุคลากรทางการศึกษาจากภัยทุกรูปแบบ รวมถึงปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานที่อันตรายจากระบบน้ำ ไฟ อาคารสถานที่ ให้ปลอดภัย โรงเรียน

    5. “สร้างสถาปัตยกรรมใหม่ด้วย พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่” 
    ผลักดันให้เป็นธรรมนูญการศึกษาและการเรียนรู้ของประเทศ ปลดล็อกหลักสูตรที่ไม่ทันโลกพัฒนาสนับสนุนวิชาชีพครูอย่างเป็นรูปธรรมเพื่อคุ้มครองผู้เรียนที่หลากหลาย 
    “นี่คือ 5 เรื่องหลัก ที่อยากให้แปลงนโยบายไปสู่การปฎิบัติ ทุกอย่างต้องใช้เวลาและใช้พลังจากพวกเราทุกคนในกระทรวงที่จะต้องทำงานร่วมกัน “การศึกษาแยกจากการเมืองเด็ดขาด” ไม่ให้เรื่องการเมืองมาทำลายระบบการศึกษาใช้การตัดสินใจภายใต้ข้อมูลที่แน่นอนสู่ความถูกต้อง สวมหมวกทีมการศึกษาไทยทีมที่ไม่มีใครคิดร้ายต่อการศึกษาและสร้างเด็กขึ้นมาให้เป็นอนาคตของชาติ ถ้าเราต้องการ Education for All ต้องเริ่มจาก All for Education และในสัปดาห์หน้าเราจะจัดเวิร์คช็อปทำงานเชิงรุก สร้าง Blueprint ขึ้นมาใหม่โดยนำผู้ที่มีประสบการณ์เข้ามามีส่วนร่วมวางกรอบการทำงาน เพราะการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดคือการลงทุนด้านการศึกษา การศึกษาที่ประสบความสำเร็จประเทศเจริญ เริ่มต้นจากการสร้างระบบการศึกษาที่เด็กทุกคนได้รับความคุณภาพเท่าเทียม สร้างคนไทยให้เป็นพลเมืองของโลกนี่คือเป้าหมาย ทีมกระทรวงศึกษาธิการจะสร้างความเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นโดยเริ่มตั้งแต่วันนี้ ยกระดับพลมนุษย์ให้เป็นภารกิจเร่งด่วนและสำคัญที่สุดของประเทศนี้” รมว.ศธ.กล่าว

    รมช.ศธ. กล่าวเพิ่มเติมว่า ศูนย์พิทักษ์สิทธิและเสรีภาพซึ่งกระทรวงศึกษาธิการต้องการที่จะดูแลนักเรียน คุณครู และบุคลากรทางการศึกษาอย่างเข้มข้น สิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตคือเราจะดูแลผู้เรียน พร้อมลดขั้นตอนการตรวจราชการแนวปฏิบัติใหม่ แก้ปัญหาหาให้ได้จริงในพื้นที่ และเกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการจัดตั้งศูนย์ขึ้น เพื่อในอนาคตจะสามารถดำเนินการอย่างต่อเนื่องในทุกหน่วยงาน

    พบพร ผดุงพล / ข่าว


     

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.fm91bkk.com/newsarticle/70516&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3y6zDvaL5KOG6fOX44Qnec

  • สรรพสามิตชง “เอกนิติ” เคาะ “รถเก่าแลกรถใหม่” พ.ค.นี้

    สรรพสามิตชง “เอกนิติ” เคาะ “รถเก่าแลกรถใหม่” พ.ค.นี้

    เมื่อวันที่ 21 เม.ย.2569 นายพรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวถึงโครงการ “รถเก่าแลกรถใหม่” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในโครงการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านเศรษฐกิจไทย เพื่อลดการพึ่งพาการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล ว่า กรมสรรพสามิตอยู่ระหว่า ศึกษาความเหมาะสมของโครงการฯ ทบทวนผลการศึกษาโครงการในอดีต โดยจะรวบรวมข้อมูลปริมาณการผลิตและความต้องการซื้อรถยนต์ประเภท รถอีวี และรถไฮบริด ที่ผลิตในประเทศ

    รวมทั้งการกำหนดอายุรถเก่าและเงื่อนไขการเข้าร่วมโครงการ ตลอดจนงบประมาณดำเนินโครงการ คาดว่าผลการศึกษาจะเเล้วเสร็จและเสนอนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รมว.คลัง ภายในกลางเดือน พ.ค.นี้ พร้อมย้ำว่าให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมระบบบริหารจัดการรถเก่าไม่ให้กระทบสิ่งแวดล้อม

    ก่อนหน้านี้ มีรายงานจากกระทรวงการคลัง ระบุถึงแนวทางดำเนินโครงการรถเก่าแลกรถใหม่ อาจจำกัดสิทธิเพียง 10,000 – 20,000 คัน โดยจ่ายเงินชดเชยส่วนต่างราคารถ ผ่านค่ายรถในรูปแบบคูปอง หรือส่วนลดภาษี สำหรับแลกรถใหม่ที่ผลิตในประเทศเท่านั้น ส่วนรถเก่าที่รับเข้าโครงการ เบื้องต้นอาจหาตลาดจำหน่ายออกนอกประเทศ

    ขณะที่นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ ที่ปรึกษาประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ และโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เสนอรั กำหนดราคารถในโครงการ ควรอยู่ที่ระดับ 800,000 บาท แต่ไม่เกิน 1 ล้านบาท เนื่องจากเป็นกลุ่มราคาที่ครองส่วนแบ่งตลาดสูงถึงร้อยละ 40 เพื่อเพิ่มการเข้าถึงและรักษาการจ้างงานในอุตสาหกรรมรถยนต์ หลังยอดขายในประเทศลดลง 3 ปีต่อเนื่อง

    ด้านนายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าวว่า ธนาคารพร้อมปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ หรือซอฟท์โลน เพื่อสนับสนุนให้สถาบันการเงินและผู้ให้บริการทางการเงิน หรือนอนแบงก์ กล้าปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์อีวี ไฮบริดและมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า คิดดอกเบี้ยไม่เกินร้อยละ 5-10 ต่อปี พร้อมย้ำว่าประชาชนสามารถขอสินเชื่อโครงการนี้ได้ถึงปี 2570 แต่ต้องเป็นการซื้อรถใหม่ที่ผลิตในประเทศเท่านั้น ไม่สามารถกู้ซื้อรถมือสองตามนโยบายรัฐ

    อ่านข่าว

    เช็กเงื่อนไข โครงการ “รถเก่าแลกรถใหม่2569” นำร่อง 10,000-20,000 คันในปีนี้

    2 สมาคมเอทานอลฯ หนุนโครงการ “รถเก่าแลกใหม่” ยกระดับยานยนต์มลพิษต่ำ

    หากเพดาน “หนี้สาธารณะ” แตะ 75% ภาระผูกมัดอะไรบ้างที่คนไทยต้องแบกรับ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipbs.or.th/news/content/504918&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3o47hD8KPjvOjPS6d62yKK

  • อธิบดีกรมองค์การระหว่างประเทศเข้าร่วมกิจกรรมเปิดตัวโครงการของสหภาพยุโรปเพื่อสนับสนุนผู้หนีภัยสู้รบจากเมียนมา – กระทรวงการต่างประเทศ

    อธิบดีกรมองค์การระหว่างประเทศเข้าร่วมกิจกรรมเปิดตัวโครงการของสหภาพยุโรปเพื่อสนับสนุนผู้หนีภัยสู้รบจากเมียนมา – กระทรวงการต่างประเทศ

    อธิบดีกรมองค์การระหว่างประเทศเข้าร่วมกิจกรรมเปิดตัวโครงการของสหภาพยุโรปเพื่อสนับสนุนผู้หนีภัยสู้รบจากเมียนมา

    อธิบดีกรมองค์การระหว่างประเทศเข้าร่วมกิจกรรมเปิดตัวโครงการของสหภาพยุโรปเพื่อสนับสนุนผู้หนีภัยสู้รบจากเมียนมา

    วันที่นำเข้าข้อมูล 21 เม.ย. 2569

    วันที่ปรับปรุงข้อมูล 21 เม.ย. 2569

    | 18 view

    เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2569 นางสาวพินทุ์สุดา ชัยนาม อธิบดีกรมองค์การระหว่างประเทศ เข้าร่วมกิจกรรมเปิดตัวโครงการสนับสนุนผู้หนีภัยสู้รบจากเมียนมา (ผภร.) จัดโดยสหภาพยุโรป ภายใต้หัวข้อ “Supporting Thailand’s Transition to Self-Reliance & Inclusion: Preparing Myanmar Displaced Persons for Inclusive Future” ณ โรงแรมแกรนด์ เซ็นเตอร์ พอยต์ เพลินจิต โดยมีผู้เข้าร่วมจากภาคส่วนต่าง ๆ ทั้งภาครัฐ องค์การระหว่างประเทศ และภาคประชาสังคม รวมถึงผู้แทนสถานเอกอัครราชทูตของประเทศที่มีบทบาทในการให้ความช่วยเหลือ ผภร. ในพื้นที่พักพิงชั่วคราวสำหรับ ผภร.

    อธิบดีฯ ร่วมกล่าวเปิดงานกับนาง Luisa Ragher เอกอัครราชทูตสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย และผู้แทน ผภร. โดยได้แสดงความขอบคุณสหภาพยุโรปที่ให้ความช่วยเหลือแก่ ผภร. มาเป็นระยะเวลานาน และการเพิ่มความช่วยเหลือจาก 12 ล้านยูโรเป็น 15 ล้านยูโรสำหรับห้วงปี 2569 – 2571 ซึ่งได้ช่วยสร้างความเปลี่ยนแปลงต่อชีวิตของ ผภร. โดยเฉพาะในด้านการศึกษาและสาธารณสุข ให้สามารถดำรงชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรี

    อธิบดีฯ เสริมว่า ปัจจุบัน สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติอยู่ระหว่างจัดทำแผนงาน (Roadmap) เพื่อแก้ไขปัญหา ผภร. อย่างรอบด้าน เพื่อนำไปสู่การพึ่งพาตนเองตามนโยบายการอนุญาตให้ ผภร. ออกมาทำงานนอกพื้นที่พักพิงชั่วคราวฯ โดยรัฐบาลไทยยินดีร่วมมือกับสหภาพยุโรปและประเทศต่างๆ ในการขับเคลื่อนแผนงานนี้ต่อไป


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.mfa.go.th/th/content/supporting-th-transition-selfreliance-inclusion-th%3Fpage%3D5d5bd3c915e39c306002a907%26menu%3D5d5bd3d815e39c306002aac5&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1nNmUvGFCb6JLqPkpC77kL

  • ‘สกุณาซ่อนรัก’ โดยผู้กำกับ ‘พี่บอย ถกลเกียรติ’ จับ 2 พระเอกดัง ‘ฟิล์ม ธนภัทร’ ปะทะ ‘เทศน์ ไมรอน’

    ‘สกุณาซ่อนรัก’ โดยผู้กำกับ ‘พี่บอย ถกลเกียรติ’ จับ 2 พระเอกดัง ‘ฟิล์ม ธนภัทร’ ปะทะ ‘เทศน์ ไมรอน’

    โดยคว้า 2 พระเอกสุดหล่อต่างคาแรกเตอร์ ฟิล์ม ธนภัทร และ เทศน์ ไมรอน มาประชันบทบาทสุดท้าทายด้วยกันเป็นครั้งแรก และการพลิกบทบาทครั้งสำคัญของนางเอกสาว เพิร์ธ วีริณฐ์ศรา ร่วมด้วยนัก …
    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/entertain/959824&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjgwYjRmOWUzMTk0MTQ6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0UyTXc5d78H7qvapNIbTj_

  • เปิดคำพิพากษา จำคุก “ทิดแย้ม-สีกาเก็น” 50 ปี ให้ร่วมชดใช้วัดไร่ขิง 27.9 ล้าน

    เปิดคำพิพากษา จำคุก “ทิดแย้ม-สีกาเก็น” 50 ปี ให้ร่วมชดใช้วัดไร่ขิง 27.9 ล้าน

    เปิดคำพิพากษา ศาลอาญาคดีทุจริตฯ สั่งจำคุก “ทิดแย้ม” อดีตเจ้าอาวาสวัดไร่ขิง และ “สีกาเก็น” 50 ปี พร้อมให้ร่วมชดใช้เงินคืน “วัดไร่ขิง” 27,950,000 บาท 

    ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง เมื่อวันที่ 21 เม.ย. 2569 ศาลนัดอ่านคำพิพากษา คดีหมายเลขดำที่ อท 144/2568 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีปราบปรามทุจริต 1 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พระธรรมวชริรานุวัตร หรือพระเทพศาสนาภิบาล หรือพระราชวิริยาลังการ หรือนายแย้ม อินทร์กรุงเก่า หรือทิดแย้ม อดีตเจ้าอาวาสวัดไร่ขิง, น.ส.อรัญญาวรรณ หรือเก็น วังทะพันธ์, นางพชพร หรือเตย สีเลี้ยง หรือพัศรายุวัตร, นายฉัตรชัย สีเลี้ยง หรือ อินทร์มี จำเลยที่ 4 และนายเอกพจน์ หรือ พระมหาเอกพจน์ ภูฆัง เป็นจำเลยที่ 1- 5 ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83, 86, 91, 147, 157 พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและการปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 172 พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 3, 5, 9, 60  พ.ร.ก.มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ.2566 มาตรา 10 และให้จำเลยทั้งห้าร่วมกันคืนเงิน จำนวน 28,050,000 บาท ให้แก่วัดไร่ขิง พระอารามหลวง ผู้เสียหาย 

    โจทก์ฟ้องว่า ขณะเกิดเหตุ จำเลยที่ 1 เป็นเจ้าอาวาสวัดไร่ขิง พระอารามหลวง เป็นเจ้าพนักงานตามความในประมวลกฎหมายอาญา ตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ.2505 มาตรา 45 และเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 4 จำเลยที่ 2  ถึงที่ 5 ไม่มีสถานะเป็นเจ้าพนักงาน 

    ระหว่างวันที่ 15 มีนาคม 2564 ถึงวันที่ 16 กันยายน 2567 จำเลยที่ 1 อาศัยโอกาสที่มีตำแหน่งเป็นเจ้าอาวาสวัดไร่ขิง พระอารามหลวง ผู้เสียหาย เบียดบังยักยอกโดยการเบิกถอนเงินออกจากบัญชีเงินฝากของวัดไร่ขิง พระอารามหลวง ผู้เสียหาย จำนวน 9 บัญชี  โดยมีจำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 เป็นผู้สนับสนุน จำนวน 20 กรรม รวมเป็นเงิน 28,050,000 บาท และจำเลยทั้งห้าได้ร่วมสมคบกันฟอกเงินและร่วมกันฟอกเงินอันได้จากการกระทำความผิดมูลฐานจำนวนหลายครั้งเป็นเวลาหลายปีต่อเนื่องกัน   

    โดยมีพฤติการณ์ในการกระทำความผิด กล่าวคือ จำเลยที่ 1 ผู้มีอำนาจเบิกถอนเงินจากบัญชีเงินฝากของวัดไร่ขิง จะมอบอำนาจให้เจ้าหน้าที่ของวัดหรือลูกจ้างของวัด เบิกถอนเงินหรือโอนเงินจากบัญชีของวัดเข้าบัญชีเงินฝากของจำเลยที่ 1 จากนั้น จำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 ร่วมกันผ่องถ่ายเงินของวัด โดยการโอนเงินจากบัญชีของจำเลยที่ 1 ไปเข้าบัญชีของจำเลยที่ 2 ถึงที่ 5  โดยมีเส้นทางการเงินปลายทาง คือ บัญชีเงินฝากของจำเลยที่ 2 เหตุเกิดที่ ตำบลไร่ขิง อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม

    จำเลยที่ 1 ให้การปฏิเสธ ต่อมาขอถอนคำให้การปฏิเสธเปลี่ยนเป็นให้การรับสารภาพ จำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 ให้การปฏิเสธ

    คดีมีปัญหาต้องพิจารณาว่าจำเลยที่ 1 เป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตนเองหรือของผู้อื่น โดยมีจำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 เป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดหรือไม่ ในทางการไต่สวนไม่ปรากฏว่าจำเลยทั้งห้าได้ประชุมร่วมกันเพื่อวางแผนกระทำความผิด จึงต้องพิจารณาเป็นรายกระทงไป ได้ความว่า  บางครั้งจำเลยที่ 1 โอนเงินให้จำเลยที่ 2 โดยตรง และบางครั้งก็โอนเงินผ่านจำเลยที่ 3 และที่ 5 โดยมีบัญชีรับโอนปลายทางคือ บัญชีเงินฝากของจำเลยที่ 2 จำนวน 19 ครั้ง รวมเป็นเงิน 27,450,000 บาท 

    เมื่อจำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพ จึงรับฟังได้ว่า จำเลยที่ 1 กระทำความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการ หรือรักษาทรัพย์ใด เบียดบังทรัพย์นั้นไปเป็นของตนเองหรือผู้อื่นโดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 รวม 19 กรรม 

    ส่วนจำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 5 มิได้เป็นเจ้าพนักงาน หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ ร่วมกระทำความผิดกับจำเลยที่ 1 จึงเป็นผู้สนับสนุนในการกระทำความผิดของจำเลยที่ 1 โดยจำเลยที่ 2  เป็นผู้สนับสนุนรวม 18 กรรม, จำเลยที่ 3 เป็นผู้สนับสนุนรวม 3 กรรม และจำเลยที่ 5 เป็นผู้สนับสนุน รวม 2 กรรม ส่วนจำเลยที่ 4 ในทางการไต่สวนไม่ปรากฏว่ามีส่วนร่วมหรือสนับสนุนการกระทำความผิด  

    ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยประการต่อมามีว่า จำเลยทั้งห้าสมคบโดยตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป เพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงินหรือไม่ เห็นว่า การกระทำของจำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 และที่ 5 เป็นความผิดมูลฐานตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 มาตรา 3(5) (18) 

    ทางการไต่สวนปรากฏว่า หลังจากจำเลยที่ 1 เบียดบังเงินของวัดไร่ขิง ผู้เสียหายแล้ว จำเลยที่ 1 ได้โอนเปลี่ยนบัญชี ครอบครอง และใช้ทรัพย์สินนั้น ร่วมกับจำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 5 โดย จำเลยที่ 1 กระทำความผิดฐานฟอกเงินเพียงลำพัง 1 กรรม, จำเลยที่ 1 และที่ 2 ร่วมกันสมคบโดยตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงินฯรวม 13 กรรม, จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 ร่วมกันกระทำความผิดรวม 3 กรรม และจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 5 ร่วมกันกระทำความผิดรวม 2 กรรม ส่วนจำเลยที่ 4 ในทางไต่สวนรับฟังไม่ได้ว่า จำเลยที่ 4 ร่วมกันสมคบฯแต่อย่างใด โดยให้จำเลยที่ 1, ที่ 2, ที่ 3 และที่ 5 ต้องชดใช้เงินให้วัดไร่ขิง ผู้เสียหายด้วย 

    พิพากษาว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 และที่ 5 กระทำความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1  50 ปี, จำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 50 ปี, จำคุกจำเลยที่ 3 มีกำหนด 12 ปี 12 เดือน และจำคุกจำเลยที่ 5 มีกำหนด 8 ปี 8 เดือน 

    ให้จำเลยที่ 1 คืนเงิน 27,950,000 บาท ให้จำเลยที่ 2 ร่วมคืนเงินจำนวน 27,450,000 บาท ให้จำเลยที่ 3 ร่วมคืนเงินจำนวน 2,850,000 บาท และให้จำเลยที่ 5 ร่วมคืนเงินจำนวน 5,100,000 บาท แก่วัดไร่ขิง ผู้เสียหาย ยกฟ้องจำเลยที่ 4 ส่วนข้อหาและคำขออื่นให้ยก

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/crime/2928001&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1p-LUQVD9Vsvz1cKAYtrKu

  • ศาสตร์เบื้องหลังชัยชนะ : ถอดรหัสฟันเฟืองที่ทำให้ “กุนซือสเปน” ยึดครองโลกฟุตบอล

    ศาสตร์เบื้องหลังชัยชนะ : ถอดรหัสฟันเฟืองที่ทำให้ “กุนซือสเปน” ยึดครองโลกฟุตบอล

    ศาสตร์เบื้องหลังชัยชนะ : ถอดรหัสฟันเฟืองที่ทำให้ “กุนซือสเปน” ยึดครองโลกฟุตบอล

    เจาะลึกความสำเร็จกุนซือสเปนจาก กวาร์ดิโอล่า ถึง อลอนโซ่ เผยเคล็ดลับการสร้างโค้ชระดับโลกผ่านแท็กติกและการศึกษาฟุตบอลที่เข้มข้นจนครองยุโรปในปัจจุบัน

    “ฟุตบอลคือกีฬาที่เล่นกัน 90 นาที และสุดท้ายเยอรมันจะเป็นฝ่ายชนะ” ในอดีต แกรี่ ลินิเกอร์ เคยกล่าวประโยคคลาสสิกนี้ไว้

    แต่ในปี 2026 แม้แต่ตำนานเยอรมันอย่าง ฟิลิปป์ ลาห์ม ยังต้องยอมรับความจริงใหม่ที่ว่า… “นาทีนี้ต้องสเปนเท่านั้น” อะไรคือเบื้องหลังที่ทำให้กุนซือจากแดนกระทิงดุ ไม่ได้แค่อยู่ในกระแส แต่กำลัง “กำหนดทิศทาง” ของโลกฟุตบอล? ติดตามเรื่องนี้พร้อมกันที่ Siamsport

    จุดเริ่มต้นจากบาร์เซโลนา 1992 และโครงสร้างที่แข็งแกร่ง

    ความสำเร็จของฟุตบอลสเปนไม่ได้เริ่มจากสนามหญ้า แต่เริ่มจาก “นโยบาย” หลังจบโอลิมปิกเกมส์ที่บาร์เซโลน่าในปี 1992 รัฐบาลสเปนและสหพันธ์ฟุตบอล (RFEF) ได้ลงทุนมหาศาลกับโครงสร้างพื้นฐานด้านการกีฬา มีการสร้างสนามฝึกซ้อมและศูนย์ฝึกเยาวชนกระจายไปทั่วประเทศ ทำให้ฟุตบอลกลายเป็นสิ่งที่ทุกคนเข้าถึงได้ง่าย

    แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือการสร้าง “ครู” สเปนให้ความสำคัญกับใบอนุญาตโค้ช (Coaching License) อย่างเข้มงวด โดยกำหนดว่าโค้ชในทุกระดับอายุต้องผ่านการอบรมอย่างน้อยหนึ่งปี มีการสร้างหลักสูตรเฉพาะทาง เช่น Master in Football Management ของ LaLiga หรือสถาบันนวัตกรรมของ เซบีย่า เอฟซี เพื่อผลิตบุคลากรที่ไม่ได้เข้าใจแค่แผนการเล่น แต่เข้าใจถึง “ระเบียบวิธี” ในการสอนนักฟุตบอลอย่างถ่องแท้ 

    ฟุตบอลคือ “สงครามสมอง”

    หัวใจสำคัญที่กุนซือชาวสเปนใช้ในการเขย่าโลกคือปรัชญาที่เรียกว่า “Juego de Posicion” หรือการครองบอล เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เคยให้ทัศนะว่า “ความลับของโค้ชสเปนคือการเน้นแท็กติกและระเบียบวิธีตั้งแต่อายุยังน้อย เพื่อให้เข้าใจว่าสิ่งต่าง ๆ เกิดขึ้นเพราะอะไรในสนาม”

    ปรัชญานี้ไม่ได้มองฟุตบอลเป็นเพียงการเคลื่อนที่ของลูกบอล แต่มันคือการเคลื่อนที่เพื่อ “ขยับตำแหน่งคู่แข่ง” โค้ชสเปนถูกฝึกให้จัดการกับ “พื้นที่และเวลา” หากนักเตะยืนในตำแหน่งที่ถูกต้อง พวกเขาจะมีเวลาคิดและเล่นมากขึ้นเพียงเสี้ยววินาที ซึ่งในระดับฟุตบอลอาชีพ เสี้ยววินาทีนั้นคือเส้นแบ่งระหว่างชัยชนะและความพ่ายแพ้ นอกจากนี้ยังมีกฎเหล็กอย่าง “กฎ 5 วินาที” ที่ต้องบีบแย่งบอลคืนทันทีหลังเสียบอล เพื่อตัดโอกาสสวนกลับและครอบครองเกมอย่างเบ็ดเสร็จ

    โมเดลบาสก์ และความต่อเนื่องของระบบ

    อีกหนึ่งนัยสำคัญคืออิทธิพลจากแคว้นบาสก์ ที่ผลิตกุนซือระดับท็อปอย่าง มิเกล อาร์เตต้า, อูไน เอเมรี่ และ ชาบี อลอนโซ่ ออกมาพร้อมกัน อาร์เตต้า เคยให้ความเห็นติดตลกว่าอาจเป็นเพราะอาหารและคุณภาพชีวิตที่ดีในบ้านเกิด แต่ในเชิงวิชาการ เขาชี้ไปที่ “การศึกษาฟุตบอล” ที่เข้มข้นในระดับเยาวชนของสโมสรอย่าง เรอัล โซเซียดาด หรือ แอธเลติก บิลเบา ที่หล่อหลอมให้พวกเขามีดีเอ็นเอของความเป็นผู้นำ

    ความสำเร็จของ หลุยส์ เด ลา ฟวนเต้ ในยูโร 2024 คือข้อพิสูจน์ที่ชัดเจนที่สุดของความต่อเนื่องนี้ เขาทำงานกับสหพันธ์ฟุตบอลสเปนมานานกว่าทศวรรษ คุมทีมตั้งแต่ชุด U19, U21 จนถึงทีมชุดใหญ่ การที่สเปนใช้ปรัชญาเดียวกันในทุกระดับอายุ ทำให้นักเตะและโค้ชเติบโตขึ้นมาในระบบที่สอดประสานกันอย่างสมบูรณ์แบบ จนกลายเป็นทีมที่ชนะ 7 นัดรวดในทัวร์นาเมนต์ระดับเมเจอร์ได้โดยไม่ต้องพึ่งพาโชคช่วย 

    สถิติระบุว่าในศตวรรษนี้ สโมสรจากสเปนคว้าแชมป์ยุโรปไปแล้วถึง 24 รายการ ทิ้งห่างอังกฤษและอิตาลีแบบไม่เห็นฝุ่น สิ่งนี้ยืนยันว่า “โรงเรียนสเปน” (Spanish School) ได้ก้าวขึ้นมาเป็นโมเดลที่เหนือกว่าการเล่นฟุตบอลที่เน้นพละกำลังแบบเดิม

    เบื้องหลังความสำเร็จของ กวาร์ดิโอล่า, อลอนโซ่ หรือ เด ลา ฟวนเต้ ไม่ได้มีเพียงแค่พรสวรรค์ส่วนตัว แต่มันคือชัยชนะของระบบการศึกษาฟุตบอลที่มองว่า “สมอง” สำคัญกว่า “ร่างกาย” และ “ฟุตบอล” คือวิชาการแขนงหนึ่งที่ต้องเรียนรู้และทำความเข้าใจอย่างไม่มีวันสิ้นสุด 

    ตัน กวาร์ดิโอล่า

    ที่มาของภาพ : Gettyimages

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.siamsport.co.th/football-international/national-team/102693/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0msbXUy7NPuGXRHnFjtOUa

  • “อี๊ด โปงลาง” โพสต์คลิปรวมศิษย์RS ทำโฟกัสเต็มๆ ที่คู่ “ใบเตย-ฟิล์ม รัฐภูมิ” – 1 / 4

    “อี๊ด โปงลาง” โพสต์คลิปรวมศิษย์RS ทำโฟกัสเต็มๆ ที่คู่ “ใบเตย-ฟิล์ม รัฐภูมิ” – 1 / 4

    รวมรูปอัลบั้มภาพของ “อี๊ด โปงลาง” โพสต์คลิปรวมศิษย์RS ทำโฟกัสเต็มๆ ที่คู่ “ใบเตย-ฟิล์ม รัฐภูมิ” รูปที่ 1 จาก 4.
    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/news/9884886/gallery/6249270/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjgwYjRmOWUzMTk0MTQ6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3p0YGHHoakB3JRb-ACs3fQ